มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


เรื่องของ..ชีวิต









ชีวิต
โดย พระครูศรีโชติญาณ (พระมหาแสวง โชติปาโล)


เพื่อความเข้าใจง่ายเกี่ยวกับชีวิต ข้าพเจ้าจะขอแก้ข้อข้องใจเกี่ยวกับเรื่องชีวิต ในรูปของคำถามและคำตอบ ดังต่อไปนี้

ถาม คำว่า “ชีวิต” แปลว่าอะไร และเกิดขึ้นมาได้อย่างไร?

ตอบ คำว่า “ชีวิต” แปลกันว่า ความเป็นอยู่ ชีวิตนี้เกิดมาได้เพราะธรรมะ ๔ อย่าง คือ อวิชชา ตัณหา อุปาทาน และกรรม

โดย พี่เณร...นำมาฝากดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [18 เม.ย. 2550 , 07:14:18 น.] ( IP = 58.9.136.90 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1



ถาม คำที่ว่า “ความเป็นอยู่ ๆ” นั้น ท่านหมายถึงความเป็นอยู่ของอะไร และจำเป็นจะต้องอาศัยธรรมะอะไรบ้าง ความเป็นอยู่คือชีวิตนี้จึงจะอยู่ต่อไปได้?

ตอบ ท่านหมายถึง ความเป็นอยู่ของธรรมะ ๒ อย่าง คือ ความเป็นอยู่ของรูป ท่านเรียกว่า “รูปชีวิต” อย่างหนึ่ง
ความเป็นอยู่ของนาม ท่านเรียกว่า “นามชีวิต” อีกอย่างหนึ่ง

และชีวิตนี้จะเป็นอยู่ต่อไปได้ก็จำเป็นจะต้องอาศัยธรรมะถึง ๔ อย่างเข้าช่วย ชีวิตจึงจะเป็นอยู่ต่อไปได้ ถ้าขาดธรรมะ ๔ อย่างดังกล่าวเข้าช่วยเสียแล้ว ชีวิตนี้ก็จะต้องขาดสะบั้นลงอย่างไม่มีปัญหาเลย ธรรมะ ๔ อย่างที่ว่านี้ก็คือ

ลมหายใจเข้า - ออก ชีวิตนี้ถ้าขาดลมหายใจเข้า- ออกเสียแล้ว ชีวิตก็จะต้องตาย

อิริยาบถ คือ การยืน เดิน นั่ง นอน ก็จำเป็นจะต้องมีการผลัดเปลี่ยน ถ้าจะอยู่กันในอิริยาบถเพียงอย่างเดียว ชีวิตนี้ก็อยู่ไม่ได้ ต้องตายแน่ๆ

อุตุ คือ ความเย็น – ความร้อน ร้อนเกินไปจนชีวิตนี้ทนไม่ไหวก็ตาย หรือหนาวเกินไปชีวิตนี้ก็ทนอยู่ไม่ได้ต้องตาย

อาหารคาวหวาน ต้องมีอาหารเป็นเครื่องค้ำจุนจึงจะอยู่ได้ ถ้าขาดอาหารก็ต้องตาย

รวมความว่า ชีวิตจะเป็นอยู่ต่อไปได้ ก็จำเป็นต้องอาศัยธรรมะ ๔ อย่างดังกล่าวมา

โดย พี่เณร...นำมาฝากดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [18 เม.ย. 2550 , 07:15:09 น.] ( IP = 58.9.136.90 : : )


  สลักธรรม 2



ถาม ก็คำที่ว่า “ชีวิต” เกิดมาได้ เพราะอาศัยธรรมะ ๔ อย่าง คือ อวิชชา ตัณหา อุปาทาน และกรรมนั้น ยังไม่เข้าใจว่าเป็นเหตุให้เกิดชีวิตได้อย่างไร อธิบายย่อๆ พอได้ความด้วย?

ตอบ เมื่อตัวอวิชชาไม่รู้ถึงความจริงว่า “ชีวิต” นี้เป็นทุกข์ ก็ให้เกิดตัณหาอยากได้ชีวิต เมื่ออยากได้มากเข้าก็ให้เกิดอุปาทานยึดมั่น ถือมั่นในชีวิต เมื่อยึดมั่นถือมั่นในชีวิตโดยเห็นผิดว่า “ชีวิต”นี้ดี มีความสุข ก็เป็นเหตุให้ทำความดี ความชั่ว อันเป็นตัวกรรมต่อไป เมื่อมีกรรมคือการทำความดีความชั่วขึ้นแล้ว เรื่องของเรื่องมันก็จะต้องบันดาลให้เกิดชีวิตต่อไป

นั่นก็หมายความว่า ถ้าทำกรรมชั่ว กรรมก็ต้องสร้างให้เกิดชีวิตที่ไม่ดี เช่น ชีวิตของสัตว์เดรัจฉาน มีสุนัข และแมว เป็นต้น ถ้าทำกรรมดี ไว้ กรรมดีก็สร้างชีวิตดีให้เกิดขึ้น เช่นชีวิตของมนุษย์ เทวดา พรหม เป็นตัวอย่าง

โดย พี่เณร...นำมาฝากดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [18 เม.ย. 2550 , 07:15:51 น.] ( IP = 58.9.136.90 : : )


  สลักธรรม 3




ถาม มีคนส่วนมากเห็นว่า การเกิดมาเป็นมนุษย์น่ะดี มีความสุข ยิ่งเป็นเทวดา หรือเป็นพรหมด้วยแล้ว ก็ยิ่งมีความสุข คนส่วนใหญ่จึงได้พยายามทำกรรมดีที่จะให้เกิดเป็นเช่นนั้นกันมาก อันความคิดเป็นอย่างที่ว่านี้ จะตรงกับความเห็นของพระอริยะเจ้าหรือไม่?

ตอบ ไม่ตรง เป็นความเห็นที่ผิดตรงกันข้ามทีเดียว เพราะพระอริยะเจ้าท่านเห็นว่า การเกิด จะเกิดเป็นอะไรก็ตามก็จะต้องเป็นทุกข์ด้วยกันทั้งนั้น แม้เกิดเป็นมนุษย์ เป็นเทวดา หรือเป็นพรหมก็จะต้องเป็นทุกข์ด้วยกันทั้งนั้น ตรงกับคำว่า “ชาติปิ ทุกฺขา” ซึ่งแปลว่า แม้ชาติความเกิดก็เป็นทุกข์ เหตุนั้นท่านจึงกลัวความเกิด

เพราะชาติความเกิดเป็นปฐมทุกข์ของความทุกข์ทั้งปวงเมื่อไม่มีความเกิดเสียอย่างเดียวแล้ว จะไปเอาความทุกข์อันเกิดจากความแก่ ความเจ็บ ความตาย และความทุกข์อันเกิดจากความโศกเศร้า ปริเทวนาการ ความทุกข์กาย ทุกข์ใจ และความคับแค้นใจมาจากไหน

เพราะคนที่มีความรักมากก็จะต้องมีความทุกข์มากเพราะความรัก เพราะคนที่มีสมบัติมากก็จะต้องทุกข์มากเพราะสมบัติ คเวสนทุกข์คือเมื่อไม่มีสมบัติก็พยายามแสวงหาสมบัติ อารักขทุกข์คือเมื่อได้สมบัติมาแล้วก็ต้องลำบากทุกข์ยากกินไม่ค่อยได้ นอนก็ไม่ค่อยจะหลับ เพราะเกรงกลัวไปว่า สมบัติที่ตนรักจะต้องฉิบหายไปด้วยโจรภัยบ้าง อัคคีภัยบ้าง อุทกภัยบ้าง วาตภัยบ้าง หรือกลัวว่าตนจะต้องพลัดพรากจากสมบัติไปด้วยเหตุต่างๆ บ้าง จึงเป็นอันรวมความได้ว่า คนที่มีสมบัติมากก็จะต้องประสบกับความวิบัติมากอย่างแน่นอน ไม่วันใดก็วันหนึ่ง ส่วนคนที่มีสมบัติน้อยก็มีความทุกข์น้อยเป็นธรรมดา

แต่จะอย่างไรก็ตาม ก็จะต้องหนีทุกข์ไปไม่พ้น แม้พรหมก็เถอะแม้จะมีอายุยืนเป็นหมื่นแสนปีก็ตาม ถึงจะไม่ต้องประสบกับโสกะ ปริเทวะ ทุกขะ โทมนัส และอุปายาสะก็ตาม แต่พรหมก็จะต้องจุติ(ตาย) ในเมื่อสิ้นบุญคืออำนาจของฌานเท่ที่ตนได้โดยไม่ต้องสงสัย เพราะฉะนั้น ความเห็นของคนส่วนมาก จึงเห็นไม่ตรงกับความเห็นของพระอริยะเจ้าดังกล่าวมา


โปรดติดตามตอนต่อไป


โดย พี่เณร...นำมาฝากดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [18 เม.ย. 2550 , 07:16:26 น.] ( IP = 58.9.136.90 : : )


  สลักธรรม 4

เพราะความเห็นที่ผิดว่าชีวิตดี จึงอยากได้ชีวิต ถือมั่นในชีวิต จึงทำกรรม ทำให้ชีวิตยังต้องเกิดอยู่ร่ำไป

ขอบพระคุณพี่เณรค่ะ ที่นำเรื่องของชีวิตมาฝาก

โดย เซิ่น (เซิ่น) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [18 เม.ย. 2550 , 08:05:44 น.] ( IP = 58.8.46.221 : : )


  สลักธรรม 5


ชีวิต..เกิดขึ้นมาได้ และจะเป็นอยู่ต่อไปได้ ล้วนแต่เป็นเรื่องของเหตุ-ปัจจัยทั้งนั้นเลยนะคะ ได้มาอ่านคำถามตอบอย่างนี้ทำให้ประมวลความรู้ความเข้าใจได้กว้างขวางขึ้นด้วยค่ะ

กราบอนุโมทนาและขอบพระคุณค่ะพี่เณรที่นำงานเขียนที่มีประโยชน์ของหลวงพ่อแสวงมาฝาก

โดย น้องกิ๊ฟ (น้องกิ๊ฟ) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [18 เม.ย. 2550 , 11:05:31 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : )


  สลักธรรม 6


ชีวิตเกิดขึ้นมาได้เพราะอาศัยธรรมะ ๔ อย่าง(อวิชชา, ตัณหา, อุปาทาน, กรรม )
และชีวิตอยู่ได้ก็ด้วยอาศัยธรรมะ ๔ อย่าง
(ลมหายใจเข้า ออก, อิริยาบท, อุตุและอาหาร)

ทุกอย่างล้วนมีเหตุผลในตัวเอง

กราบขอบพระคุณหลวงพ่อและพี่เณรมากค่ะ

โดย พี่ดา (พี่ดา) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [18 เม.ย. 2550 , 11:21:30 น.] ( IP = 124.121.175.134 : : )


  สลักธรรม 7

กราบขอบพระคุณพี่เณรมากค่ะที่นำทั้งภาพ และนำผลงานของท่านพระครูมาฝาก

ทำให้นึกถึงวันวานที่ผ่านมาในความโชคดีที่ได้เจอครูผู้รู้ และความเมตตาที่ประกอบกับความเพียรอันแก่กล้าของหลวงพ่อ

หากมองถึงเหตุและปัจจัยของชีวิตแล้ว วนเวียนกันแบบเดิมๆนะคะ และในที่สุดก็ประสบกับความทุกข์อยู่ร่ำไป

โดย น้องอุ๊ (asomsopon) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [18 เม.ย. 2550 , 17:36:57 น.] ( IP = 125.24.41.159 : : )


  สลักธรรม 8

รู้ทั้งรู้ว่าทุกข์ ก้อยังจะยึดถือกันอยู่เนอะ เพราะปัญญา สมาธิ และศีล ยังไม่มากพอ

โดย น้อง บู (jringna) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [19 เม.ย. 2550 , 12:47:29 น.] ( IP = 58.9.169.252 : : )


  สลักธรรม 9

ใช่ครับ การเกิดบ่อยๆ เป็นทุกข์ สำหรับคนที่อินทรีย์ยังไม่แก่กล้า ก็อาจจะอยากเกิดอีกด้วย ตัณหา อุป่ทาน แต่ผมคงต้องเกิดใหม่อีกแน่ๆ เพราะอินทรีย์ยังไม่แก่กล้า แต่ขอให้เกิดอีกไม่กี่ภพชาติก็พอครับ

โดย บุญนำใจ คนไร้พ่าย (บุญนำใจ คนไร้พ่าย) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [20 เม.ย. 2550 , 10:54:37 น.] ( IP = 58.8.69.239 : : 192.168.12.65 )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org