มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


เรื่องพระพุทธศาสนากับหลัก Metaphysics




หวัดดีครับทุกท่าน
ผมมีปัญหาธรรมบางประการที่ผมคิดว่าเป็นปัญหาใหญ่สำหรับผมมากครับ จึงอยากจะขอให้ท่านผู้ทรงธรรมทั้งหลายในที่นี้ช่วยให้ความกระจ่างอีกสักครั้งหนึ่งนะครับ
คือว่างี้ครับ แต่ก่อนนี้ผมได้มีโอกาสอ่านหนังสือเกี่ยวกับหลัก Metaphysics ซึ่งแปลว่าอภิปรัชญาของอาจารย์ท่านหนึ่งซึ่งเป็นคนไทย และอาจารย์ท่านนี้ได้รับสื่อถ่ายทอดความคิดจากรูปธรรมชั้นสูงที่ไม่ใช่ เทวดา พรหม หรืออรูปพรหม แต่ท่านบอกว่าเป็นพระผู้สร้างทุกสรรพสิ่ง หรือที่เรียกว่าพระเจ้าของศาสนาคริสต์นั้นเอง แต่ท่านเรียกว่า จิตจักรวาล และตั้งชมรมขึ้นชื่อชมรมจิตจักรวาลของโลก ผมได้ติดตามอ่านหนังสือของท่านซั่งมีออกมาหลายสิบเล่มและได้ตามไปฟังบรรยายตามที่ต่างๆของท่านอาจารย์ผู้นี้มาหลายปี แต่ตอนนั้นผมยังไม่ได้มาศึกษาทางพระพุทธศาสนาเลยครับ แต่เพราะอานิสงส์ของการฟังธรรมของอาจารย์ท่านนี้ ทำให้ผมเกิดศรัทธาเป็นอย่างมากในช่วงนั้น ถึงกับงดทานเนื้อสัตว์ตลอด หนึ่งปีกว่าๆ
และหลักธรรมของจิตจักรวาลนี้เป็นหลักทางวิทยาศาตร์ซึ่งสามารถอภิบายธรรมเป็นวิทยาศาสตร์ได้อย่างเข้าใจและลึกซึ้งมาก แม้แต่หลักวิทยาศาสตร์ทุกวันนี้ยังไปไม่ถึงเลยครับ และได้มีการพูดถึงหลักการเวียนว่ายตายเกิด และ นิพพานด้วย และพูดถึงพระผู้สร้าง ซึ่งสร้างความประหลาดใจใก้กับผมหรือคนอื่นๆในไปฟังธรรมด้วยเพราะ เหมือนการผนวกพุทธศาสนา ที่พูดถึงหลักแห่งอนัตตาแหละนิพพานกับคริสตศาสนาซึ่งกล่าวถึงพระผู้สร้าง เข้าไว้ด้วยกัน ซึ่งไม่เคยเจอแบบนี้มาก่อนครับ แถมยังเป็นการอธิบายเชิงวิทยาศาสตร์ด้วยครับ
เมื่อผมได้ฟังธรรมหรืออ่านหนังสือนี้ไปเรื่อยๆ แล้วเกิดศรัทธามาก และได้หันมาศึกษาทางพระพุทธศาสนาจนถึงทุกวันนี้

โดย บุญนำใจ คนไร้พ่ายดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [18 เม.ย. 2550 , 13:56:36 น.] ( IP = 58.8.69.239 : : 192.168.12.65 ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

หลักธรรมของท่านอาจารย์ผู้นี้พอสรุปย่อๆได้ดังนี้ครับ
1 ท่านอาจารย์ผู้นี้ไม่เคยศึกษาธรรมมาก่อนและได้รับสื่อความคิดจากพระผู้สร้างทุกสรพสิ่งเพื่อมาทำหน้าที่เผยแผ่องค์ความรู้ต่างๆ และมาแจ้งภัยพิบัติที่จะเกิดแก่มนุษยชาติ

2 สรรพสิ่งในโลกนี้ไม่ว่าจะเป็น มนุษย์ สัตว์ พืช ก้อนหิน และธาตุต่างๆ ล้วนเกิดจากพระผู้สร้างซึ่งดำรงอยู่ในขอบเขตนอกเอกภพ นี้ที่เรียกว่าดินแดนแห่งสุญตา และพระองค์เป็นรูปธรรมทางพลังงานที่เกิดจากการหมุนวนของพลังงานในมิติต่างๆในทุกย่านความถี่ เข้าหาศูนย์กลางจึงเกิดเป็นตัวรู้ขึ้น และแรกเริ่มไม่รู้ว่าพระองค์คือใคร มาจากไหน จึงได้คิดสร้างสรรพสิ่งต่างๆขึ้นจนกลายเป็นเอกภพนี้ขึ้น เมื่อทันทีที่พระองค์ทรงคิดนึกขึ้นก็สามารถบันดาลสิ่งนั้นให้เกิดขึ้นได้ในทันที คล้ายๆกับอภิญญา และพระองค์มีพลังแห่งความรักอันเต็มเปี่ยม และได้สร้างโลกใบนี้ขึ้นเพื่อทำหน้าที่ค้ำจุนทางพลังงานทั้งเอกภพซึ่งประกอบไปด้วย 12500 ล้าน กาแล๊คซี่
3 พระองค์ทรงสร้างอีกพระองค์หนึ่งที่เหมือนรูปธรรมเองทุกประการ และพระองค์ได้แบ่งภาคตนเองมาเป็นเป็นรูปธรรมทางพลังงานมากมายในแดนสุญตานี้ หรือเรียกว่าเป็นบุตรของพระองค์ และบุตรเหล่านี้ต่างขันอาสาเพื่อจะมาทำหน้าที่ในโลกมนุษย์นี้เพื่อค้ำจุนโลกและเอกภพนี้ โดยรูปธรรมดวงเล็กนี้ต่างตกลงกันที่จะวางบทละครขีวิตกันไว้ล่วงหน้าเพื่อจะมาเกิดในโลกมนุษย์เพื่อมาเป็นครอบครัวเดียวกัน โดยเริ่มแรกที่พระองค์ได้สร้างโลกนี้ ได้กำหนดสร้างต้นไม้ แม่น้ำ หิน และ ธรรมชาติต่างๆ ต่อมได้สร้างสัตว์ขึ้นเช่น ไดโนเสาร์ และสัตว์เล็ก เพื่อค้ำจุนโลกนี้ แต่ ไม่สามารถค้ำจุนได้ จึงได้สร้างมนุษย์ขึ้นมา

4 และบุตรต่างๆเหล่านี้จะให้สัญญาต่อพระผู้สร้างว่าจะมาทำหน้าที่บนโลกนี้ 60,000 ปี และกลับดินแดนแห่งสุญตา โดยการนิพพานและก่อนจะมาเกิดในโลกนี้ต้องไปที่วิหารแห่งหนึ่งเพื่อจะแบ่งภาคตนเองอีกครั้ง โดยมีตัวตนที่แท้จริงอยู่ในแดนสุญตา เพราะพลังงานจากแดนสุญตานั้นมีมากเกินไป จึงต้องแบ่งภาคตนเองเป็นจิตวิญญาณ ซึ่งเป็นเหมือนนิวเคลียสหลักและมีคุณสมบัติเหมือนจิตจักรวาลดวงเดิมของตนทุกประการ คือ มีพลังแห่งความรัก และปัญญาญาณที่รอบรู้ในทุกสรรพสิ่งได้ และมีจิตใต้สำนึกหุ้มล้อมรอบ และ มีจิตสำนึกซึ่งสามารถคิดรู้และกระทำด้านบวกหรือลบก็ได้ และจิตสำนึกในดีและชั่วนี้เองเป็นจิตที่สามารถสร้างพลังงานได้ ซึ่งเป็นบวก หรือ บุญและ ลบ หรือ บาปได้ เพื่อจะได้มาทำหน้าที่ในโลกมนุษย์นี้ และมาอยู่ในร่างกายมนุษย์โดยกลุ่มเพศชายชื่อ อาดาม และกลุ่มเพศหญิงชื่ออีฟ หรือ เอวา นอกจากนี้ยังมีกลุ่มรูปธรรมคล้ายมนุษย์ที่อยู่นอกโลก ตามดาวต่างๆ เช่นกลุ่ม เพลี่ยะเดี๊ยนส์หรือดาวลูกไก่ และ ชาว แอนทาเรียนส์ และ อาร์คทอเรียนส์ซึ่งมีหน้าที่ต่างๆเกี่ยวกับการดูแลระบบโครงข่ายแม่เหล็กโลกเป็นต้น

5 การมาทำหน้าที่ในโลกนี้คือการมาเล่นละครกันโดยสมมติบทบาทให้เป็นพ่อ แม่ ลูกกัน และเพื่อนบ้านกัน และเมื่อคนใดสร้างความเดือดร้อนให้อีกฝ่าย ฝ่ายที่ถูกทำไม่ดีต้องรู้จัก อดทน อดกลั้น และอภัยให้โดยมอบความรักให้ผู้ทำไม่ดีนั้น โดยจะไม่ต่อสู้ตอบโต้ใดๆ และทุกคนถูกปิดมิติไม่ให้จำความหลังของตนเองได้เพื่อการทดสอบจิตสำนึกจะเป็นไปอย่างสมจริงสมจัง และความรักนี้เองเป็นพลังงานด้านบวกซึ่งจะไหลไปตามโครงข่ายสนามแม่เหล็กไฟฟ้าหรือ Electromagnetosphere ไปจุดประกายกับแท่งเหล็กใต้โลกเพื่อเกิดก๊าซ ออกซิเจน และเพื่อให้โลกนี้บิดตัว ดังนั้นโลกนี้จึงหมุนได้เพราะเหตุนี้ และอำนาจแม่เหล็กโลกจะยกตัวสูงขึ้น เพื่อเพิ่มระดับสติปัญญาของมนุษย์ เพราะฉะนั้นพลังงานด้านบวกหรือความรักความเมตตานี้เองที่สามารถผลิตได้จากจิตสำนึกของมนุษย์ทุกคนซึ่งเป็นเพลังจากแดนสุญตาตั้งแต่เริ่มแรกมาแล้ว

โดย บุญนำใจ คนไร้พ่ายดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [18 เม.ย. 2550 , 13:58:10 น.] ( IP = 58.8.69.239 : : 192.168.12.65 )


  สลักธรรม 2

6 หากผู้ใดคิดโกรธแค้นต่อการกระทำไม่ดี ถือว่าสอบตก ต้องมีการเวียนว่ายตายเกิดเพื่อจะมาสอบใหม่โดยเจอเงื่อนไขเดิม เพื่อจะมอบความรักให้แก่กันเท่านั้น แต่ถ้าผู้ที่ทำผิดกับคนอื่นมากๆ โดยไม่ยอมสำนึก เพราะเล่นละครสมบทบาทเกินไปจนจิตใต้สำนึกสั่งสมประจุบ หรือ บาปไว้มากๆ เมื่อตายไปจะต้องไปซ่อมแซมจิตวิญญาณที่รงซ่อม หรือเรียกว่า นรก นั่นเอง เพื่อการทรมานต่างๆ เพื่อเขี่ยประจุลบที่อยู่ลึกๆ ให้ออกมาอยู่บริเวณรอบๆ จิตใต้สำนึก และเมื่อสิ้นสุดการซ่อมแซมก็จะมาเกิดใหม่ และเจอเหตุการณ์เดิมๆ เพื่อทดสอบจิตสำนึกใหม่
เมื่อผู้ใดคิดโกรธแค้นคนใด จิตสำนึกจะสร้างพลังงานด้านลบเก็บไว้ในจิตใต้สำนึกและรอวันที่จะมาชดใช้กับคู้กรณีอาจจะในชาติต่อไป หากคู่กรณีมาเกิดแล้วยอมให้ผู้ที่โกรธแค้นเอาคืนอย่างสาสมโดยผู้ถูกกระทำไม่โกรธตอบ ถือว่าผู้ถูกกระทำสอบผ่าน เพราะเขาได้สร้างประจุไฟฟ้าบวก เป้นความรักให้ผู้นั้น เมื่อประจุลบ มาเจอประจุบวกจะกลายเป็น Neatral หรือเป็นกลางไฟฟ้า คือประจุบวกกับลบจับ๕กันจึงเป็นกลางทางไฟฟ้า นั่นคือผลกรรมนั้นเป็นอโหสิกรรมแล้ว ส่วนฝ่ายที่โกรธแค้นสอบตก ต้องไปเกิดเพื่อชำระตนเองต่อไป

7 ผู้ใดมีความรักมาก จิตจะเบาเพราะไม่มีประจุลบหรือบาปเป็นที่หน่วงจิตให้ตกต่ำด้วยอำนาจของแรงโน้มถ่วงโลก จิตที่มับวกหรือบุญมากจะลอยตัวสูงขึ้นเรื่อยๆไปตามโครงข่ายสนมแม่เหล็กไฟฟ้า ตาหากยังไม่สูงพอจนสามารถหลุดออกนอกเอกภพได้ จิตก็จะไปอยู่อีกมิติหนึ่งซึ่งเรียกว่าสวรรค์ เป็นเทพ พรหมต่างๆ จึงเรียกกฎแห่งกรรมนี้ว่า บทเรียนชีวิต หรือบทเรียนโลกสำหรับแก้ไขให้ตนเองรู้จักความรักนั่นเอง และกฎนี้ไม่ได้เกิดจากพระผู้สร้างบัญชาใดๆ ดังนั้นพระองค์ไม่ทรงมาเกี่ยวข้องกับกฎแห่งกรรมของสัตว์โลกเลย พระองค์ทรงแต่รับทราบเท่านั้น

8 ระหว่างที่มนุษย์ได้ดำเนินชีวิตตนเองไปตามบทบาทของตนนั้น พระผู้ร้างได้ส่งบุตรเอกของพระองค์ซึ่งลงมาเป็นพระศาสดาต่างๆเพื่อชี้ทางกระจ่างให้ผู้คนให้ทำความดีเพื่อได้กลับสู่บ้านเกิดเมืองนอนที่แท้ คือ การนิพพานนั่นเอง และหากจะกลับสู่แดนสุญตาได้ มนุษย์ต้องมีความสมดุลทั้งสามระบบ คือ สมดุลทางกาย (ศีล) ทางใจ ( สมาธิ ) และ ทางจิตวิญญาณ ( ปัญญา) ซึ่งกฎแห่งความสมดุลหรือทางสายกลางนี้ เป็นกฎเอกของระบบเอกภพนี้ เพื่อความดำรงอยู่ได้ของสรรพสิ่ง และหน้าที่ของพระผู้สร้าง มี 3 อย่างเท่านั้น คือ การเปลี่ยนแปลงเพื่อการสร้างใหม่ เพื่อการดรงอยู่ และเพื่อการเสื่อมสลาย เพราะสรรพสิ่งในเอภพนี้ไม่มีสิ่งใดสมดุลในตนเอง จะต้องอาศัยสิ่งต่างๆเป็นปัจจัยให้ไหลเปลี่ยนไปเรื่อยๆ

9 การทำหน้าที่ของมนุษย์ถูกแบ่งให้ชัดเจนขึ้นคือ ทาง กาย และ ทางจิต โดยแบ่งให้ซีกโลกด้านซ้ายให้มีความชำนาญด้านกายภาพ หรือ วิทยาศาตร์ ส่วนซีกโลกด้านขวาให้ทำหน้าที่ด้านจิตวิญญาณ


10 แต่บัดนี้ผ่านมา หกหมื่นกว่าปี ซึ่งเลยกำหนดเวลาแล้ว แต่มนุษย์ยังทำตัวเหลวไหล จิตสำนีกด้านลบมีมากกว่าด้านบวก จึงได้ก่อกรรมทำเข็ญกับเพื่อนพี่น้องของตนเองอย่างโหดร้าย เพราะโลกนี้เป็นโลกแห่งเสรีที่ใครจะทำดีหรือชั่วเท่าใดก็ได้ แต่ผลของการกระทำหรือผลของพลังงานนั้นย่อมกลับไปหาผู้กระทำ เมื่อหลายหมื่นปีก่อน ชนชาติหนึ่งที่พัฒนาตนเองทั้งด้านกายภาพคือวิยาศาตร์ และด้านจิตใจ จนก้าวหน้าไปมาก แต่ด้วยจิตสำนึกของมนุษย์นั้นบกพร่องไปทางด้านลบมาก จนคิดค้นพลังงานแสงเพื่อจะทำลายล้างมนุษย์ด้วยกัน ด้วยหลักแห่งความสมดุลเพื่อการดำรงอยู่ พระผู้สร้างซึ่งต้องทำหน้าที่สลายสิ่งไม่ดีเหล่านั้นทั้งด้านมวลที่มากกเกินไปและตัวมนุษย์ที่บกพร่องจนชนาตินั้นได้ล่มสลายสิ้นชาติไปในที่สุด และชนชาตินั้นอยู่บนดินแดนที่ชื่อแอตแลนติส
ความสมดุลของโลกนี้เกิดจากมวลหรือน้ำหนักของสรรพสิ่งรูปธรรมจะต้องสมดุลกับพลังงานด้านบวก หรือความรักซึ่งจะเป็นแรงเหวี่ยงให้โลกหมุนอย่างสมดุลได้เพื่อรักษาระบบเอกภพให้อยู่ได้ แต่ปัจจุบันน้ำหนักมวลนั้นเพิ่มขึ้นมาก เช่นการสร้างตึกรามบ้านช่องใหญ่โตมากมายเกลื่อนโลก ทรพัยากรธรรมชิตถูกทำลาย ภูเขาต่างๆที่กำหนดวางให้อย่างลงตัวกลับถูกเจาะทำลายไปสร้างตึก แต่พลังงานด้านบวก คือความรักถดถอยลง จึงไม่มีแรงเหวี่ยงมากพอ โลกนี้จึงเกิดการส่ายไม่สมดุล ทำให้ธรรมชาติแปรปรวน อากาศวิปริต ร้อนขึ้น เกิดสึนามิ แผ่นดินไหวที่รุนแรง โรคประหลาดเกิดขึ้นมากมาย และจิตใจมนุษย์วิปริตผิดเพี้ยนไปมาก และเพื่อการรักษาความสมดุลของระบบโลก ซึ่งเป็นหน้าที่ของพระผู้สร้างที่จะรักษาสมดุลของระบบให้อยู่ได้จึงต้องมีการชำระสรรพสิ่งเป็นเป็นขยะรกโลกออกไป ทั้งด้านมวลสาร และตัวมนุษย์ที่บกพร่องในหน้าที่ที่จะสร้างความรักให้แก่กัน วิบัติภัยต่างๆที่เคยเกิขึ้นกับแอตแลนติสจะกลับมาอีกครั้ง

แต่ก่อนจะเกิดภัยพิบัติร้ายแรงขึ้นในอีกไม่ช้านี้พระผู้สร้างที่มีความรักและเมตตาต่อบุตรของพระองค์จึงได้นำข่าวสารการชำระโลกนี้มาเตือน แต่พระองค์ดำรงอยู่ในแดนสุญตาไม่อาจมากล่าวโดยตรงได้ จึงได้กล่าวผ่านทางผู้ที่เหมาะสมโดยการติดต่อกันแบบจิตสู่จิต หรือ Telepathy เพื่อให้มนุษย์โลกเกิดจิตสำนึกด้านบวก สร้างแต่บุญกุศลให้มากเพื่อตนเองจะได้พ้นภัยอันมหันต์นี้

ทั้งหมดนี้เป็นหลักธรรมของจิตจักรวาล ซึ่งพอได้มาศึกษาทางพุทธศาสนา ผมได้เห็นบางประการที่ไม่ตรงกัน เช่น มนุษย์เกิดมาจากแดนสุญตา และมาทำหน้าที่บนโลกนี้ 60000 ปี แต่หลักธรรมพระพุทธศาสนากล่าวว่ามนุษย์เกิดมามากกว่าแสนโกฏิกัปป์ ซึ่งนานมาก และพระพุทธศาสนาไม่ได้สอนถึงเรื่องพระผู้สร้าง และเรื่องจิตวิญญาณ ที่มาจากแดนสุญตา

ไม่ทราบว่าท่านผู้รู้มีความเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้ครับ สำหรับผมก็ยอมรับว่ายังเกิดความสับสนอยู่บ้างครับ

โดย บุญนำใจ คนไร้พ่ายดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [18 เม.ย. 2550 , 13:58:50 น.] ( IP = 58.8.69.239 : : 192.168.12.65 )


  สลักธรรม 3

สวัสดีครับคุณบุญนำใจ พี่เณรเข้านี้ไม่ได้มาตอบอะไรหรอกนะครับ แต่ได้อ่านที่คุณลงไว้หมดแล้วครับ

พี่เณรรู้สึกชื่นชมคุณนะครับ ที่มีชีวิตในการรักการอ่านนะครับ เพราะยากนะครับที่คนเราจะชอบอ่าน โดยเฉพาะหนังสือประเภทที่เกี่ยวกับศาสนานะครับ แต่พี่เณรขอให้ข้อคิดสักนิดนะครับว่า...การรับฟังรับรู้นั้นไม่ได้หมายความว่าต้องเห็นด้วยเพราะเราจะต้องใช้เหตุและผลเป็นองค์ประกอบในการเห็นด้วยจึงจะถูกต้องครับ เพราะธรรมทั้งหลายย่อมไหลมาแต่เหตุนั่นเอง คือทุกสิ่งนั้นมีเหตุเป็นแดนเกิดทั้งสิ้นครับ วันนี้พี่เณรได้นำเรื่องเกี่ยวกับชีวิต ที่ท่านพระครูศรีโชติญาณท่านเขียนไว้มาลง ใคร่อยากจะเชิญชวนคุณลองอ่านและติดตามดูนะครับ คุณอาจจะได้คำตอบดีๆบ้างนะครับ

นอกจากนี้พี่เณรเห็นว่าคุณสนใจในการอ่านมาก จึงอยากจะส่งหนังสือ ของท่านอาจารย์บุษกร มามอบให้คุณนะครับ เพียงขอชื่อและที่อยู่ของคุณด้วยนะครับ แล้วพี่เณรจะจัดส่งให้ขอรับ โดยเฉพาะเรื่อง..ใครให้คุณเกิด..นะครับ จะรอที่อยู่นะครับพี่เณรจะรีบส่งมาให้คุณทันทีเลยครับ เพียงคุณฝากชื่อพร้อมที่อยู่มาในกระทู้นี้เลยก็ได้นะครับ ถ้าไม่สะดวกก็ส่งที่อยู่มาที่เมล์นี้ก็ได้นะครับผม..dokgaew@hotmail.com ครับ

โดย พี่เณร (พี่เณร) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [18 เม.ย. 2550 , 18:22:36 น.] ( IP = 58.9.143.200 : : )


  สลักธรรม 4

อ่านแล้ว ก็ต้องขอถอนหายใจเฮือกใหญ่ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ใหญ่ จริง ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ง

ขอแสดงความเห็นส่วนตัวค่ะ โดยส่วนตัวนึกไปถึงลัทธิยำใหญ่ ที่นำเอาความรู้หลายด้านมาตัดแปะ ตัดแปะ แบบทำรายงานส่งคุณครูเลยค่ะ เพียงหาคำเชื่อม ประโยคเชื่อมให้เนื้อหาดูเนียนจนเป็นเรืองเดียวกันได้ไม่ยาก ตามความสามารถของคนที่มีหัวคิดพลิกแพลง

ผู้ที่จบการศึกษาโดยเฉพาะหลักสูตรระดับ PhD. จำเป็นต้องมีหัวคิดพลิกแพลง เป็นนักอ่าน นักค้นคว้า จับแพะชนแกะและคิดนอกกรอบเป็น จนสามารถสร้างทฤษฎีใหม่ที่ยังไม่มีใครคิดได้ก็ยิ่งดี อาจจะได้คะแนนถึงระดับเกียรตินิยมเลยเชียวล่ะ และควรเป็นการศึกษาเฉพาะด้าน จึงจะเรียกได้ว่ารู้จริง วิชาฟิสิกส์ ศึกษาเกียวกับ มวล พลังงาน แสง เสียง ความร้อน พยายามหาความสัมพันธ์ระหว่างมวลและพลังงานในรูปแบบต่าง ๆ ลักษณะของแรงดึงดูด-แรงผลัก เกิดเป็นทฤษฎีและสิ่งประดิษฐ์มากมาย แต่เป็นการศึกษาปรากฎการณ์ธรรมชาตินอกตัว

ศาสนาคริสต์ ให้ความสำคัญกับผู้สร้าง อธิบายความยิ่งใหญ่และอำนาจพิเศษของผู้สร้าง เพื่อจะโน้มน้าวถึงผลดีโดยเฉพาะที่เป็นความสุข ที่ผู้ถูกสร้างจะพึงได้ถ้าปฏิบัติตามหลักธรรมที่ผู้สร้างแนะนำ

ศาสนาพุทธ ให้ความสำคัญกับการกระทำ อธิบายลักษณะของการกระทำดี กับการกระทำชั่ว (เบียดเบียน) ตลอดจนผลของการกระทำแต่ละประเภท ผู้กระทำเป็นผู้เลือกทำเอง และต้องรับผิดชอบผลเหล่านั้นด้วยตนเอง ไม่มีผู้ลงโทษ ไม่มีผู้ถูกทำโทษ

สรุปจากบทความ

๐ มีความสามรถในการนำองค์ความรู้ทั้ง ๓ เรื่องมาร้อยเรียงเป็นเรื่องเดียวกัน

๐ เป็นเพียงองค์ความรู้เบื้องต้น ไม่ใช่แก่นของเรื่องใดเรื่องหนึ่ง เดี๋ยวพูดเรื่องฟิสิกส์ แล้วก็เปลี่ยนเป็นผู้สร้าง แล้วก็เปลี่ยนเรื่องจิตวิญญาณ

ดูเหมือนจะอ่านรู้เรื่อง แต่ไม่รู้เรื่อง เพราะคิดว่าเป็นศาสตร์ใหม่ที่ลึกซึ้ง เราโง่เองที่อ่านไม่รู้เรื่อง และจำเป็นต้องตามศึกษาให้รู้เรื่องให้ได้

๐ เจตนาสร้างทฤษฎีใหม่-ปรัชญาของตนเองด้วยฐานความรู้ของศาสตร์ที่มีอยู่แล้ว เพื่อสร้างชุมชน-กลุ่มชนใหม่ของตนเอง แต่ไม่มีแก่นของทฤษฎ๊ที่ตนเองสร้างขึ้น ไม่มีหลักปฏิบัติที่ชัดเจนว่าจะให้ทำอะไร และโดยเฉพาะให้ทำอย่างไร หรือทำเพราะอะไร

๐ อาจสร้างความสับสนแก่ผู้คนยุคใหม่ที่ยังไม่มีหลักความเชื่อของตนเอง สลายพลังความเชื่อที่มีอยู่เดิม ให้มาเชื่อแนวคิดที่มัว ๆ ไม่ชัดเจน จับต้องไม่ได้ในชีวิตประจำวันเช่นนี้

ซ้ายก็ไม่เอา ขวาก็สงสัย ตรงกลางก็ไม่เชื่อ กลัวถูกหาว่าเป็นคนหัวโบราณ ก่อความเครียดเองโดยไม่รู้ตัว

๐ อาจมีคนส่วนน้อยมากที่สงสัยแนวคิดดังกล่าวแล้ว มีความพยายามศึกษาให้ถึงแก่นของความรู้แต่ละประเภทแยกกันก่อน ก่อนที่จะนำมารวมกันแล้วสรุปว่าแนวคิดดังกล่าวน่าเชื่อถือจริง

โดย herb (herbal) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [19 เม.ย. 2550 , 00:23:16 น.] ( IP = 203.146.63.182 : : )


  สลักธรรม 5

กราบขอบพระคุณพี่เณรเป็นอย่างสูงครับ ผมซาบซึ้งในเมตตาจิตของพี่เณรมากครับ พี่เณรกล่าวได้ถูกต้องมากเลยครับว่าผมชอบอ่านหนังสือธรรมมากเลยครับ ผมเพิ่มมาศึกษาธรรมจิรงจังเมื่อ 4 - 5 ปีที่ผ่านมาครับ แต่ตัวเองก็ยังไม่ค่อยเข้าใจธรรมลึกซึ้ง ได้แต่อ่านและทำความเข้าใจจากหนังสือธรรมครับ บางครั้งก็มีปัญหาทางธรรมมากมายที่คิดไม่ตก และยังสับสน แต่ว่าจะหาผู้รู้ธรรมมาคอยชี้แนะไม่ค่อยจะได้ครับ เพราะเพื่อนผมหรือเพื่อนที่ทำงานก็ไม่ค่อยสนใจธรรมกันครับ ก็เลยลองมาสอบถามตามเวบไซด์ธรรมต่างๆดูครับ และได้เจอเวบนี้เป็นเวบทางธรรมที่ดีมากๆครับ มีบทความธรรมดีๆให้อ่าน มีผู้รู้มาคอยชี้แนะ ผมรู้สึกว่าอิ่มใจมากเลยครับ
เดียวผมจะส่งที่อยู่ของผมไปทางเมลล์พี่เณรนะครับ
กราบขอบพระคุณอีกครั้งครับ

ถึงคุณ Herb ที่ได้ ตั้งข้อสังเกตุไว้น่าคิดเหมือนกันครับ แต่เท่าที่ผมติดตามท่านอาจารย์ผู้นี้มา ท่านก็ไม่ได้หวังผลประโชน์อะไรจากการเผยแผ่ธรรมนี้นะครับ ถ้าเป็นการแอบอ้าง หรือตั้งทฤษฏีเอง ท่านจะทำเพื่ออะไรครับ อันนี้ก็น่าคิดเหมือนกัน มิหนำซ้ำท่านยังถูกติเตียน ต่อว่าจากที่ต่างๆว่าเป็นพวกแอบอ้างต่างๆนานา และท่านก็มีฐานะพอสมควรเลย การงานก็มั่นคง และบรรยายธรรมมาก็เกือบจะสิบปีแล้ว ไม่ได้เก็บค่าฟังใดๆเลย ท่านยังเคยบอกว่าท่านก็กลัวตกนรกเหมือนกันหากแอบอ้างเผยแพร่ธรรมแบบโมเมขึ้นมา หรือใช้ธรรมหลอกลวงคนเพื่อหวังผลประโยชน์ครับ ตอนนี้ผมก็ยึดหลักธรรมของพระพุทธศาสนาไว้ก่อนครับ ส่วนหลักธรรมอื่นนั้นผมจะนำมาเปรียบเทียบกับลหักพระพุทธศาสนาว่าลงรอยกันหรือเปล่าครับแล้วค่อยเชื่อ

โดย บุญนำใจ คนไร้พ่าย (บุญนำใจ คนไร้พ่าย) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [19 เม.ย. 2550 , 10:36:32 น.] ( IP = 58.8.70.33 : : 192.168.12.65 )


  สลักธรรม 6

สวัสดีค่ะคุณบุญนำใจ ...คงไม่แสดงความคิดเห็นอะไรเพราะอ่านแล้วคิดคล้ายกับคุณ herb ที่นำความเด่นในหลายเรื่องมาประมวลความเข้าด้วยกัน ..หากแสดงความคิดเห็นก็คงจะต้องยกขึ้นมาทีละประเด็นในแต่ละข้อ ซึ่งไม่เหมาะที่จะวิพากษ์ไว้ในที่นี้ ..แต่ถ้าได้มาคุยกันก็คงจะดีนะคะ

เคยได้รับฟังข้อวินิจฉัยของหลวงพ่อแสวงในสมัยที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ว่า ...ศาสนาอื่นนั้นพยายามทำลายศาสนาพุทธด้วยการนำพระไตรปิฎกไปศึกษาแล้วสกัดหัวข้อธรรมที่สำคัญ ๆ หลักเหตุผลที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินชีวิตประจำวันของมนุษย์ออกมาเป็นคำสอนยุคใหม่ ...ก็อย่างที่มีหนังสือหลายเล่มพิมพ์ออกมาแจกโดยมีเนื้อหาที่น่าอ่าน จนบางคนได้อ่านแล้วเกิดความประทับใจเปลี่ยนไปนับถือศาสนานั้นเลย เทคนิควิธีนี้เป็นการลดฐานะพระพุทธศาสนาให้กลายเป็นบางส่วนของศาสนานั้นไปได้ทันที

อีกประการหนึ่ง ในผู้นับถือศาสนาพุทธเองก็มีความแตกต่างทางความเชื่อกันไปคนละทิศทาง เหมือนจะตั้งนิกายตั้งลัทธิส่วนตัวกันไปทั่ว

สิ่งที่คุณบุญนำใจเสนอมานี้มีความเชื่อที่หลากหลายผสมผสานกันอยู่..และก็ขอชื่นชมเช่นเดียวกับพี่เณรที่คุณบุญนำใจรักการอ่านและการค้นคว้าก่อนที่จะตัดสินใจเชื่อสิ่งหนึ่งสิ่งใด

ขอให้ประสบความสำเร็จในการศึกษาธรรมที่เปี่ยมพร้อมด้วยเหตุผลนะคะ

โดย น้องกิ๊ฟ (น้องกิ๊ฟ) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [19 เม.ย. 2550 , 11:05:04 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 7

สวัสดีครับ...คุณบุญนำใจ...ขอบคุณครับที่ตอบพี่เณรมาครับ วันนี้พี่เณรเปิดเมล์เพื่อดูที่อยู่ของคุณ ยังไม่ได้รับเลยครับ พี่เณรเตรียมหนังสือไว้ส่งให้คุณแล้วนะครับ รออยู่นะครับผม

โดย พี่เณร (พี่เณร) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [19 เม.ย. 2550 , 17:17:52 น.] ( IP = 58.9.101.166 : : )


  สลักธรรม 8

สวัสดีครับ พี่เณร ผมได้ส่งเมลล์ไปใหม่อีกรอบแล้วครับ เมื่อวานผมได้ส่งไปทีหนึ่งแล้วครับ สงสัยเมมล์คงมีปัญหา วันนี้จึงใช้อีกเมลล์หนึ่งส่งไปครับ ขอขอบพระคุณพี่เณรครับ

และขอบคุณน้องกิ๊ฟ ที่ได้ให้แง่คิด และความคิดเห็น และให้คำอวยพรผม ดีใจจังเลยครับ

โดย บุญนำใจ คนไร้พ่าย (บุญนำใจ คนไร้พ่าย) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [20 เม.ย. 2550 , 10:05:16 น.] ( IP = 58.8.69.239 : : 192.168.12.65 )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org