มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


เรื่องของ..ชีวิต (ตอนที่๒)









ชีวิต

โดย พระครูศรีโชติญาณ (พระมหาแสวง โชติปาโล)


ตอนที่ผ่านมา


ถาม บางคนกล่าวว่า “ชีวิตนักบวชดีกว่าชีวิตฆราวาส” แต่บางคนกล่าวว่า “ชีวิตของพระเณรนักบวชสู้ชีวิตของฆราวาสไม่ได้” เมื่อมีความเห็นไม่ตรงกันเช่นนี้ เราจะเอาอะไรมาเป็นเครื่องตัดสินได้ว่า ชีวิตของใครดีกันแน่?

ตอบ จะเป็นชีวิตไหนก็ตาม ถ้าต่างคนต่างปฏิบัติตนตามหน้าที่ที่ตนได้ชีวิตนั้นๆ มา ก็นับว่าดีทั้งนั้น คือ ตนเป็นฆราวาสมีฐานะเป็นบิดามารดา ก็ตั้งตนอยู่ในธรรมะอันเป็นหน้าที่ของบิดามารดา เป็นลูก ก็ตั้งตนอยู่ในธรรมะอันเป็นหน้าที่ของลูกๆ เป็นอาจารย์ ก็ตั้งตนอยู่ในธรรมะอันเป็นหน้าที่ของอาจารย์ เป็นศิษย์ ก็ตั้งตนอยู่ในธรรมะอันเป็นหน้าที่ของศิษย์ เป็นตำรวจ ทหาร ก็ต้องตั้งตนอยู่ในระเบียบวินัยอันเป็นกฎของตำรวจ ทหารเป็นต้น เป็นพระ เป็นเณร เป็นนักบวช ก็ต้องตั้งตนอยู่ในไตรสิกขา หมั่นศึกษาเล่าเรียน ปฏิบัติตนให้เป็นเนื้อนาบุญที่ดีของชาวโลก ทำตนให้สมกับที่ชาวโลกเขาเคารพกราบไหว้ ปฏิบัติตนตามหน้าที่มีการศึกษาหาความรู้ความเข้าใจในเรื่องไตรสิกขา เมื่อรู้แล้วก็ต้องปฏิบัติตนตามตามความรู้นั้นๆ แล้วก็ช่วยกันเผยแผ่คำสอนออกสู่ประชาชนตามหน้าที่

ถ้าปฏิบัติตนได้อย่างนี้จะเป็นชีวิตอย่างไหน มันก็ดีด้วยกันทั้งนั้น แต่ถ้าไปทอดทิ้งหน้าที่ของตน ในเมื่อตนได้ชีวิตนั้นๆ มา มันก็ไม่ได้เรื่อง ไม่ดีทั้งนั้น

โดย พี่เณร...นำมาฝากดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [19 เม.ย. 2550 , 07:35:24 น.] ( IP = 58.9.138.149 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1



ถาม ชีวิตของชาวพุทธในปัจจุบันนี้ ส่วนมากมักมีแต่ความทุกข์ยากต้องประสบกับปัญหานานาประการ อย่างที่เห็นๆ กันอยู่ ส่วนใหญ่ชาวไทยนับถือพระพุทธศาสนาร้อนละ ๙๐ แต่เพราะเหตุไร คนไทยส่วนใหญ่จึงต้องประสบกับความอลเวงปั่นป่วนกันมากมายนักเล่า?

ตอบ อ้อ! เท่าที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะชาวพุทธส่วนใหญ่ต่างพากันทอดทิ้งศีลธรรมอันเป็นวัฒนธรรมทางจิตใจกันนั่นเอง เบญจศีล เบญจธรรมซึ่งเป็นแก่นของวัฒนธรรมทางจิตใจของชาวไทยมาช้านานนั้น คนไทยส่วนใหญ่พากันทอดทิ้งหมด แต่กลับหันมาสนใจวัฒนธรรมของฝรั่ง ซึ่งเป็นฝ่ายทำลายกันแทบทั้งหมด เมื่อเป็นเช่นนี้สังคมไทยมันจึงต้องประสบกับความอลเวงปั่นป่วนอย่างที่เห็นกันอยู่ในปัจจุบันนี้ ศาสนาไม่อาจที่จะยื่นมือเข้าไปช่วยคนที่หันหลังให้ศีลธรรมได้

โดย พี่เณร...นำมาฝากดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [19 เม.ย. 2550 , 07:36:16 น.] ( IP = 58.9.138.149 : : )


  สลักธรรม 2




ถาม อ้าว ! การพูดอย่างนี้ก็เห็นจะผิดไปละ ก็คนไทยส่วนใหญ่เท่าที่เห็นก็ทำบุญกันมาก และการทำบุญแต่ละครั้ง ทุกคนต่างก็รับศีล ฟังธรรมกันทั้งนั้นแล้วจะมาใส่ร้ายว่าทอดทิ้งศีลธรรมได้อย่างไรเล่า?

ตอบ ถูก ที่ว่าทุกคนส่วนใหญ่ก็รับศีล ฟังธรรม ไม่เถียง แต่ท่านผู้อ่านได้โปรดพิจารณาดูคนที่รับศีล และฟังธรรมให้ดีสักหน่อยก็จะพอมองเห็นข้อเท็จจริง เมื่อรับศีลและฟังธรรมไปแล้ว

พูดถึงในทางปฏิบัติเกี่ยวกับศีล ในเมื่อตนรับไปแล้ว ปฏิบัติตามคำที่ตนได้ฟังไปแล้วนั้นน่ะ เขาปฏิบัติกันหรือเปล่า ก็เปล่าทั้งนั้น รับแล้วก็ทิ้ง ฟังแล้วก็ทิ้ง บางคนทิ้งศีลกันต่อหน้าพระผู้ให้ก็มี เช่น งานศพพระให้ศีลไปหยกๆ นั่นแหละ คอสุราบางคนยากสุรามากินกันตรงที่รับศีลนั่นแหละ พระก็สวดพระธรรมไป คอสุราต่างก็ดื่มสุรากันไป นักการพนันก็อาศัยงานศพนั่นแหละมาประชุมเล่นไพ่ เล่นถั่ว เล่นโปกันไป แล้วอย่างนี้สังคมจะไม่วุ่นวายจะทนไหวหรือ

บางรายเป็นพ่อเป็นญาติกันแท้ๆ เมื่อก๊งกันจนเกินขีดก็ถึงกับจำกันไม่ได้ ถกเถียงกัน อวดศักดากัน เช่นว่า “ข้าซิแน่กว่าแก” อีกฝ่ายหนึ่งก็โต้ว่า “ข้าซิแน่กว่า แกมันจะมีน้ำยาอะไร” ต่างฝ่ายต่างก็เถียงกัน บางรายถึงกับก่อการวิวาทบาทหมางตีรันฟันแทงกันถึงบาดเจ็บและตายกันไปก็มีมาก นี่แหละสังคมพุทธของคนไทยที่อลเวงปั่นป่วนอยู่ขณะนี้ ศาสนาจึงช่วยอะไรเขาไม่ได้ ข้าพเจ้าเห็นแล้วรู้สึกเศร้าใจ

บางคนเคารพพระมากถึงกับนิมนต์เอาพระพิมพ์ต่างๆ เป็นพระสมเด็จบ้าง พระนางพญาบ้าง รูปเหรียญเกจิอาจารย์ที่มีชื่อดังๆ แขวนคอ แล้วนิมนต์ท่านเข้าไปกิสุรา เล่นการพนัน ไปปล้นจี้เขาก็มีมาก บางคนถูกฝ่ายบ้านเมืองยิงตายพอพิสูจน์ศพเห็นพระเต็มคอก็มีบ่อย นี่หรือชาวพุทธของคนไทย

โดย พี่เณร...นำมาฝากดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [19 เม.ย. 2550 , 07:36:47 น.] ( IP = 58.9.138.149 : : )


  สลักธรรม 3



ถาม ชีวิตของเยาวชนคนไทยเป็นอนาคตของชาติไทย เยาวชนคนไทยควรจะพัฒนาตัวอย่างไร จึงจะเป็นประทีปแสงสว่างของชาติ ทำชาติไทยให้มีชีวิตเจริญรุ่งเรืองต่อไปได้ เหมือนอย่างชีวิตของชาวญี่ปุ่นซึ่งอยู่ในเขตเอเซียอาคเนย์ด้วยกัน?

ตอบ อ๋อ! เรื่องนี้รู้สึกว่าจะยากมากสักหน่อย เพราะนิสัยคนไทยส่วนใหญ่ชอบความสำราญ ชอบความสะดวก สบาย ชอบง่ายๆ งานใดที่จะเกี่ยวด้วยความลำบาก ส่วนใหญ่คนไทยจะไม่ค่อยสู้ คือไม่กล้าเผชิญกับความลำบากนั่นเอง

แต่ถ้าเยาวชนของชาติไม่พากันตื่นในวัฒนธรรมของยุโรปที่เป็นข้าศึกต่อวัฒนธรรมทางจิตใจของไทย ต่างหันหน้าสนใจในศีลธรรม เป็นคนขยันหมั่นเพียร ไม่ย่อท้อต่องานที่จะเป็นบ่อเกิดของเงินทอง ตีตัวออกห่างจากอบายมุขเช่นหมกตัวอยู่กับการเล่น การเที่ยวเตร่ ดูหนัง ดูละคร เกียจคร้านในการงานที่เป็นหน้าที่ ตีตัวให้ห่างไกลจากมิตรชั่ว บำเพ็ญตนเป็นคนมีกตัญญู รู้คุณท่านผู้มีพระคุณ หาโอกาสสนองท่านผู้มีพระคุณ สนองคุณชาติ ศาสนา ตลอดถึงพระมหากษัตริย์ผู้เป็นศูนย์รวมของคนไทย ตั้งใจบำเพ็ญตนให้เป็นที่พึ่งของสังคมส่วนรวม โดยยึดเอาชาติที่เขาเจริญแล้วมาเป็นอุทาหรณ์สอนตนได้ สังคมไทยก็จะพอคลายความตึงเครียดลงไปได้บ้าง เพราะเยาวชนคนไทยเป็นอนาคตของชาติ

ถ้าชาติไทยได้เยาวชนที่มีศีล มีธรรม มีหลักแห่งความเจริญก้าวหน้าแล้ว ก็แน่นอนเหลือกเกินที่ชีวิตของชาติไทยจะพ้นจากความเป็นทาสของชาติอื่นโดยไม่ต้องสงสัย



โปรดติดตามตอนต่อไป


โดย พี่เณร...นำมาฝากดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [19 เม.ย. 2550 , 07:37:23 น.] ( IP = 58.9.138.149 : : )


  สลักธรรม 4

ได้เข้ามาอ่านเรื่องของชีวิตทั้งสองตอนครับ และในตอนนี้เป็นเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นในบ้านเมืองของเราทั้งนั้น แม้หนังสือเล่มนี้ หลวงพ่อท่านได้เขียนไว้นานแล้ว และได้ถูกจัดพิมพ์เป็นเล่ม เมื่อวันที่ ๒๖ เมษายน ๒๕๓๖ ซึ่งผ่านมาถึง ๑๔ ปีแล้วก็ตาม

ทำให้กระผมเห็นชัดได้ว่า เรื่องของโลกธรรมนั้น ก็วนเวียนไปมาอย่างไม่มีทางจบสิ้นจริงๆ และปัญหาสังคมก็จะต้องเป็นเช่นนี้ตลอดไป ยิ่งศีลธรรมจรรยานั้นด้อยพัฒนาไปจากจิตใจคนเรามากแค่ไหน ความทุกข์ความเดือดร้อนของชีวิตก็มีมากขึ้นเท่านั้น

กราบระลึกถึงพระคุณของหลวงพ่อครับ ที่ได้มอบขุมทรัพย์ทางปัญญาไว้ให้เพื่อนำมาแก้ไขชีวิตตนเองครับ เพราะเราไม่มีทางที่จะไปแก้อะไรหรือใครได้ นอกเสียจาก แก้ทิฏฐิของตนเอง และรีบสร้างทางเพื่อพ้นไปจากการเวียนว่ายตายเกิดเท่านั้น เป็นหนทางที่ควรดำเนินที่สุดครับผม.

โดย เทพธรรมดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [19 เม.ย. 2550 , 07:50:17 น.] ( IP = 58.9.138.149 : : )


  สลักธรรม 5


แค่อ่านตอนต้นๆ ทำให้ต้องกลับมาระลึกถึงคำว่า ...หน้าที่ที่ตนได้ชีวิตนั้นมาแค่คำนี้ ถ้าหากทุกคนสามารถทำได้ คงไม่วุ่นวายอย่างเช่นทุกวันนี้

เพราะกว่าจะได้มาเป็นชีวิตมนุษย์ ก็ต้องมีเบญจศีล-เบญจธรรม เป็นฐานรอง ทำให้คิดต่อไปว่า ถ้าปัจจุบันเราไม่มีฐานรอง และยังไม่สร้างไว้รองรับ ชีวิตคงต้องตกลงที่ต่ำอย่างแน่นอน

ข้อสำคัญอยู่ที่ว่า เยาวชนของชาติจะมีความคิดเช่นนี้หรือไม่
แต่ที่รู้แน่คือ เราต้องทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุดให้คุ้มกับที่ได้ชีวิตในชาตินี้ จนกว่าจะไม่มีชีวิต คือสิ้นสุดการเวียนว่ายตายเกิด นั่นเอง

กราบอนุโมทนาหลวงพ่อ "พระครูศรีโชติญาณ" แม้ท่านจะไม่มีชีวิตให้เราเห็น แต่คำสอนของท่านยังคงให้คุณค่าแก่พวกเราเสมอมา และขอบคุณ "พี่เณร"มากค่ะ ที่มีสิ่งดีๆ นำมาฝากอย่างสม่ำเสมอ

โดย วยุรี (วยุรี) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [19 เม.ย. 2550 , 10:28:30 น.] ( IP = 58.9.101.166 : : )


  สลักธรรม 6

ติดตามมาอ่าน... ธรรมะทันสมัยและเสนอทางเลือกใหม่ในการกระทำกรรมที่ให้ประโยชน์กับชีวิตจริงๆ

ขอบพระคุณมากค่ะที่นำมาฝาก

โดย น้องกิ๊ฟ (น้องกิ๊ฟ) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [19 เม.ย. 2550 , 10:38:21 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 7

ชีวิต ...เมื่อได้ชีวิตมาก็ต้องทำหน้าที่ของตนให้ดีที่สุด แม้กระทั่งการรับศีล ..ซึ่งเป็นหน้าที่ที่ง่ายที่สุด รับมาแล้วก็ต้องปฏิบัติตาม แต่ ก็ยังทำกันไม่ได้ รับแล้วก็ทิ้ง...โลกจึงวุ่นวายไม่รู้จบสิ้น

กราบระลึกถึงหลวงพ่อพระครูศรีโชติญาณอย่างยิ่งค่ะ

และกราบขอบพระคุณพี่เณรมากค่ะที่นำธรรมะที่ทรงคุณค่าของท่านพระครูศรีโชติญาณมาฝาก

โดย พี่ดา (พี่ดา) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [19 เม.ย. 2550 , 13:25:18 น.] ( IP = 124.121.173.253 : : )


  สลักธรรม 8

ปัญหาและความเดือดร้อนต่างๆ ที่เกิดขึ้น ก็เพราะต่างคนพากันทอดทิ้งศีลธรรม

ขอบพระคุณพี่เณรค่ะที่นำมาฝากค่ะ

โดย เซิ่น (เซิ่น) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [19 เม.ย. 2550 , 16:23:08 น.] ( IP = 203.146.147.13 : : )


  สลักธรรม 9

ขอบพระคุณมากค่ะพี่เณร
หากจะเปรียบเวลาในแต่ละวัน
โอกาสที่จะได้อ่านหรือได้ใกล้บัณฑิตนั้นยากจริงๆ
เวลาจึงถูกกลืนกับสิ่งที่ไม่สร้างสรรค์ชีวิตมากมาย
คำสอนจากหลวงพ่อนอกจากจะปลูกฝังความเห็นถูกแล้ว
ยังทำให้คนเราและสังคมมีแต่ความเจริญรุ่งเรือง
โลกเจริญ แต่ใจคนเราก็ไร้คุณธรรมพื้นฐานมากขึ้น

โดย น้องอุ๊ (asomsopon) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [19 เม.ย. 2550 , 18:01:17 น.] ( IP = 125.24.62.164 : : )


  สลักธรรม 10

ขอขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่งครับ
ครั้งหนึ่งผมเคยไปปฏิบัติธรรมในธรรมสถานแห่งหนึ่ง เมื่อจบการหฎิบัติธรรมแล้วผมเห็นผู้ปฏิบัติธรรมบางคนจับกลุ่มกันสวนเส เฮฮา บ้างก็นินทาคนอื่น บ้างก็บ่นพ้อเรื่องต่างๆ ผมก็ยังสงสัยว่าเหตุใดผู้ที่เพิ่งจบกิจจากการปฏิบัติธรรมมาหยกๆ กลับไม่ได้นำธรรมนั้นมาพิจารณาเลย แม้แต่ตัวผมเองก็เป็นเช่นนั้น ผมคิดว่าอาจเป็นเพราะเราแบ่งแยกระหว่างการปฏิบัติธรรมกับการดำเนินชีวิตประจำวันแยกออกจากกันก็ได้ จึงคิดว่าขณะปฏิบัติธรรมก็ตั้งใจอย่างเต็มที่ หลังเสร็จปฏิบัติก็กลับมาเป็นผู้มีกิเลสฝังเล่นเหมือนเดิมตามความเคยชิน

โดย บุญนำใจ คนไร้พ่าย (บุญนำใจ คนไร้พ่าย) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [20 เม.ย. 2550 , 11:04:23 น.] ( IP = 58.8.69.239 : : 192.168.12.65 )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org