มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ทำกันคนละทิศ คิดกันคนละทาง




ธรรมะปฏิสันถาร / พระราชวิจิตรปฏิภาณ
ทำกันคนละทิศ คิดกันคนละทาง


เช้าวันที่ 17 เมษายน 2550 หนังสือพิมพ์ทุกฉบับได้ลงภาพและข่าวว่า...พระสงฆ์ประท้วงเรียกร้องให้ตราไว้ในรัฐธรรมนูญว่า “พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติไทย” ...และในคืนวันที่ 16 เมษายน ศกเดียวกัน ภาพทางโทรทัศน์ก็แพร่ภาพให้เห็นการชุมนุมของภิกษุ สามเณร อุบาสก อุบาสิกา ประชาชน แล้วก็มีการวิพากษ์วิจารณ์กันพอหอมปากหอมคอ เท่าที่สื่อโทรทัศน์จะกระทำได้ ส่วนสถานีวิทยุนั้นมีอิสระในการวิจารณ์มากกว่าโทรทัศน์ ยาวกว่าหนังสือพิมพ์ แต่ละรายการแสดงทรรศนะกันเต็มที่ ยิ่งเปิดให้ผู้ฟังโทรศัพท์ไปแสดงความคิดเห็นได้ ก็ยิ่งดุเด็ดเผ็ดร้อนตามแต่ผู้จัดจะอยู่ฝ่ายไหน คิดเห็นอย่างไร

สถานีวิทยุที่มีทั้งวิทยุของทหาร ภาครัฐ วิทยุชุมชน ที่พระท่านเช่าเวลาท่านก็แสดงความคิดเห็นแบบเรียบง่าย งดงาม มีเหตุผล ส่วนวิทยุที่ไม่ชอบรัฐบาลและ คมช.ก็ถือโอกาส “อัดเละ” ยิ่งอยู่ในบรรยากาศ “อำนาจเก่าเขย่าเก้าอี้” (ไม่อยากให้ใช้คำว่า บัลลังก์ เพราะหมายถึงพระมหากษัตริย์ เป็นคำที่ไม่เหมาะสมกับสื่อมวลชนไทยอย่างยิ่ง) กับทั้งมีกลุ่ม “เบญจพันธมิตรเพื่อประชาธิปไตย” ที่ฮึ่มฮั่มเตรียมขย้ำอยู่ด้วย ม็อบพีทีวีก็อีกกลุ่มหนึ่ง รัฐบาลและ คมช.ก็ดูจะยุ่งยาก ก็ขอให้ใช้เหตุผลในการชุมนุม

โดย พระราชวิจิตรปฎิภาณ [20 เม.ย. 2550 , 18:48:33 น.] ( IP = 58.9.139.4 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 1

หันมาพูดเรื่องพระสงฆ์และพุทธที่ชุมนุม ที่ว่า “พระประท้วงนั้น” ขอทำความเข้าใจว่า...พระทั้งหลายและชาวพุทธนั้น ไม่มีนิสัย 3 ประการ คือ ประท้วง ปะทะ และประจบประแจง...

แต่เป็นการชี้แจงผลดีที่จะบรรจุคำว่า “พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ” วิธีการของท่านก็มีการอภิปราย โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิทั้งฝ่ายสงฆ์และฆราวาส แต่บรรดาผู้เกี่ยวข้องได้แก่คณะกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ คมช. และ รัฐบาล ส่งคนไปฟังหรือเปล่า ส่งคนไปอำนวยการให้ชาวพุทธบ้างหรือเปล่า ไหนๆ ท่านไปอยู่หน้ารัฐสภา ทำไมไม่นิมนต์ท่านเข้าไปในที่ประชุมสภา โดยมีผู้แทนของทุกภาคฝ่ายรับฟัง บันทึกหลักการและเหตุผล เหตุผลดีๆ ที่ผู้ทรงคุณวุฒิทางพระพุทธศาสนาชี้แจงหน้าสภานั้น เหมือนฝนตกโดยไม่มีใครขุดบ่อรองรับ

แปลก...แปลกเป็นบ้าเลยที่คณะกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญนั่งในห้องแอร์ ปล่อยให้พระระดับชั้นผู้ใหญ่ตากแดดตากฝนอยู่ข้างนอก โดยไม่จัดให้ใครไปดูแลเรื่องที่นั่งที่จำวัดหรือจัดเสนาสนะให้ดูว่า พวกคุณก็เป็นชาวพุทธ นายกรัฐมนตรีก็เคยบวชพระมาก็น่าที่จะดูแลท่านบ้าง พวกที่อยู่ในสภา ซึ่งเป็นห้องแอร์ก็มีทะเบียนเป็นชาวพุทธ กลับเพิกเฉย หรือเดี๋ยวนี้เห็นพระเป็นศัตรูไปเสียแล้ว

คนเราเวลาเสวยอำนาจก็ลืมพระศาสนา เวลาอยากได้ยศถาก็วิ่งเข้าหาพระ เวลาโศกเวลาทุกข์ก็วิ่งไปหาพระเพื่อทำบุญ เวลาดีก็ลืมบุญคุณของพระพุทธศาสนา เวลากระจอกก็วิ่งรอกไปที่มีวาสนาก็เพราะว่าพระให้พร คนบางคนทำไมจึงมีความจำในด้านดีที่สั้นนักหนอ

โดย พระราชวิจิตรปฎิภาณ [20 เม.ย. 2550 , 18:52:11 น.] ( IP = 58.9.139.4 : : )


  สลักธรรม 2

การที่พระและชาวพุทธได้มีการชุมนุมในครั้งนี้ หากแม้ว่านักปกครองและผู้นับถือศาสนาอื่นจะมองด้วย “สัมมาทัศน์” จะเห็นว่าบ้านเมืองไทยนี้อยู่ได้อย่างมีความสุขเพราะพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพุทธมามกะ เพราะเหตุนี้ ศาสนาทุกศาสนาที่อยู่ในเมืองไทยจึงได้รับการอุปถัมภ์บำรุงจากสถาบันพระมหากษัตริย์ และหากจะพิจารณาให้ชัดเจนจะเห็นว่า

ทุกครั้งคราที่ชาวไทยผู้นับถือศาสนาอื่นได้ปฏิบัติกิจทางศาสนาและกิจกรรมใดๆ สถาบันพระมหากษัตริย์จะได้พระราชทานพระมหากรุณาธิคุณทุกครั้งไปมิได้เว้น ทั้งนี้เป็นด้วยน้ำพระราชหฤทัยที่เกิดจากความเป็นพุทธศาสนิกชนอันมิได้เลือกว่าใครเป็นใคร ทรงมีน้ำพระราชหฤทัยเสมอเหมือนกันทั้งสิ้นทั้งปวง ก็ แล้วไยที่กรรมาธิการบางคน ศาสนิกชนต่างศาสนาหลายท่านจะตั้งข้อแม้ให้เป็นที่ยุ่งยาก ลองสมมุติง่ายๆ ว่าถ้าเมืองไทยมีศาสนาอื่นๆ มากกว่าชาวพุทธ สถานการณ์ในบ้านเมืองจะเป็นอย่างไร

สถานการณ์ในการร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ทุกคนจับตามองไปที่ พลเอกสนธิ บุญยรัตกลิน ว่าท่านเป็นผู้นำในการยกเลิกรัฐธรรมนูญ และในฐานะที่ท่านนับถือศาสนาอิสลาม ท่านเป็นเป้าใหญ่คือ...ถูกมองว่าท่านต้องขัดขวางพระพุทธศาสนา เอื้อประโยชน์นานาแก่ชาวมุสลิม...จริงเท็จท่านและพวกท่านย่อมรู้อยู่แก่ใจดีทุก

ประการ การประชุมการวางแผนของใครๆ ที่กระทำต่อพระพุทธศาสนาวันนี้อาจจะไม่มีใครรู้ แต่วันหน้าเมื่อสิ้นยศหมดวาสนาเรื่องก็จะแดงขึ้นมา เข้าตำรา น้ำลงตอผุด ชั่วดีก็โผล่

โดย พระราชวิจิตรปฎิภาณ [20 เม.ย. 2550 , 18:56:47 น.] ( IP = 58.9.139.4 : : )


  สลักธรรม 3

สำหรับพระคุณเจ้าที่ชุมนุม ผมเองมิได้ไปร่วมด้วยก็จริง แต่ก็ช่วยอยู่อย่างเปิดเผย การใดๆ ที่จะเป็นการกล่าวร้าย การนั้นๆ พระพุทธเจ้ามิทรงสรรเสริญ ที่ใคร่ขอเรียนให้ระมัดระวังก็คือ การที่อาจจะมีบุคคลที่ดูเหมือนมีศรัทธา นำข้าวปลาภัตตาหาร หรือปัจจัยไปถวาย ขอความกรุณาใคร่ครวญการถวายความอุปถัมภ์ อย่าให้มีกลุ่มแอบแฝงที่จะทำลายล้าง คมช. และรัฐบาลเข้ามาเอื้ออำนวยความสะดวกและถวายการอุปถัมภ์ใดๆ ทั้งสิ้น

ขอความกรุณากลุ่มอื่นๆ ที่มีเจตนาไม่ดี อย่าไปยุ่งกับการชุมนุมของชาวพุทธที่มีเจตนาบริสุทธิ์ ขอเจริญศรัทธามายังชาวพุทธที่ใจบุญบริสุทธิ์ บริจาคปัจจัยในการดำเนินการจะเป็นกุศลมหาศาลต่อประเทศชาติไทยของเรา

อ้อ...พระมหาเถระผู้ใหญ่ที่มีโยมศรัทธามากๆ อย่ามัวแต่ไปจุดเทียนปลุกเสกจตุคามรามเทพ ช่วยเหลืออะไรพระชั้นผู้น้อยบ้าง พระหนุ่ม เณรน้อย ที่มาจากต่างจังหวัด ท่านรอดูน้ำใจพระเถระที่อยู่เมืองกรุง ว่าจะช่วยเหลืออะไรได้บ้าง อย่าให้เขาลือว่าพระผู้ใหญ่กินแรงเด็ก...



โดย พระราชวิจิตรปฎิภาณ [20 เม.ย. 2550 , 18:59:54 น.] ( IP = 58.9.139.4 : : )


  สลักธรรม 4

กราบนมัสการค่ะ

นับเป็นข้อเขียนที่แสดงจุดยืนของพระสงฆ์ในกรณีดังกล่าวได้อย่างน่าชื่นชม ที่ท่านเจ้าคุณแยกแยะประเด็นต่างๆ ให้พิจารณาถึงสิ่งที่ควรกระทำและไม่ควรกระทำ โดยเฉพาะการปฏิบัติของฆราวาสต่อพระสงฆ์ และพระสงฆ์ต่อพระสงฆ์ในสถานการณ์เช่นนี้

โดย น้องกิ๊ฟ (น้องกิ๊ฟ) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [21 เม.ย. 2550 , 15:42:48 น.] ( IP = 58.9.103.12 : : )


  สลักธรรม 5



'ม็อบชาวพุทธ' ยันไม่มีการเมืองอยู่เบื้องหลัง

ที่ด้านหน้ารัฐสภา พล.อ.ทองขาว พวงรอดพันธ์ รองเลขาธิการศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย กล่าวถึงกรณีที่การเคลื่อนไหวของชาวพุทธซึ่งมีพระเถรานุเถระชั้นผู้ใหญ่ให้การสนับสนุน โดยมีประชาชนร่วมการเคลื่อนไหวว่า...

ไม่เคยมีนักการเมืองกลุ่มใดอยู่เบื้องหลัง การรวมตัวของเราเป็นการรวมตัวในกลุ่มชาวพุทธไม่ใช่กลุ่มรับจ้างรับเงินของใคร การเคลื่อนไหวไม่เกี่ยวกับการเมืองทั้งสิ้น โดยผู้ชุมนุมจะไม่พูดถึงคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.)หรือรัฐบาลจะพูดเพียงว่าจะทำอย่างไรให้กรรมาธิการยกร่างบัญญัติให้พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ สื่อมวลชนที่ติดตามการชุมนุมตั้งแต่วันแรกจะทราบดีว่าการชุมนุมไม่เกี่ยวกับกลุ่มใดทั้งสิ้น ส่วนการที่ น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ ประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ บอกว่าการเคลื่อนไหวของกลุ่มชาวพุทธมีการเมืองอยู่เบื้องหลังนั้น ขอเรียนว่า น.ต.ประสงค์ ไม่ได้พูดความจริง เพราะไม่เป็นความจริงเลย

“การที่เรามาอยู่ตรงนี้ใครจะเข้าใครจะออกเราตรวจสอบไม่ได้จริง ทุกคนมีสิทธิแวะมาเยี่ยมแวะมาดูได้แต่ทุกคนที่มาไม่ได้มีส่วนอยู่เบื้องหลังการชุมนุม”พล.อ.ทองขาว กล่าว

โดย ทับตะวัน...นำมาฝาก [24 เม.ย. 2550 , 12:18:11 น.] ( IP = 58.9.139.15 : : )


  สลักธรรม 6

ด้านพระมหาโชว์ ทัสสนีโย ผู้อำนวยการส่วนธรรมนิเทศ มหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยลัย(มจร.) กล่าวว่า บทบาทหน้าที่ของชาวพุทธ คือ การศึกษา การปฏิบัติ การเผยแผ่ ละการปกป้องคุ้มครอง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หากใครยังนิ่งเฉยวางอุเบกขา คงไม่ถูกต้อง เพราะจะเป็นการวางเฉยแบบไม่มีปัญญา หากพระเห็นว่ามีอะไรที่เกิดผลกระทบกับพระพุทธศาสนาแล้วช่วยกันชี้แจง ถือเป็นหน้าที่โดยตรง พระไม่ได้เป็นคนที่ใครจะลากจะจูงก็ได้ นักการเมืองแค่เดินเฉียดเข้ามาแล้วจะมาบอกว่าพระที่มาชุมนุม มีน้ำหล่อเลี่ยงหรือเป็นม็อบจัดตั้ง คงไม่ถูกต้อง ทั้งนี้ ตนขอยืนยันว่าการชุมนุมไม่เกี่ยวกับพรรคการเมืองพรรคใด แม้กลุ่มการเมืองหลายกลุ่มพยายามเอากลุ่มชาวพุทธมาเป็นเครื่องมือก็ตาม

“ที่จริงแล้ว กรรมาธิการยกร่างฯทำหน้าที่เหมือนบุรุษไปรษณีย์เท่านั้น การเคลื่อนไหวของพระสงฆ์และประชาชนเป็นไปตามคำเชิญชวนของกรรมาธิการคือร่วมคิด ร่วมสร้าง ร่วมร่างรัฐธรรมนูญ เมื่อยังไม่ปิดการเสนอความคิดเห็นก็ย่อมแสดงความคิดเห็นในการยกร่างรัฐธรรมนูญได้ พระสงฆ์พยายามแสดงเหตุแสดงผลไม่ได้สร้างความแตกแยก แต่มีความพยายามโยงการชุมไปเกี่ยวกับเหตุการณ์ทางภาคใต้ซึ่งทั้งหมดไม่เกี่ยวกัน”พระมหาโชว์ กล่าว

พระมหาโชว์ กล่าวอีกว่า การที่ น.ต.ประสงค์ เทศน์สอนพระ เมื่อวานนี้ (17 เม.ย.) โดยเทศน์ชุดใหญ่ แต่พระที่ไปยื่นหนังสือเป็นพระผู้ใหญ่บางองค์จบเปรียญธรรม 9 ประโยค บางองค์จบปริญญาเอก การสอนจึงควรสอนในสิ่งที่ถูกต้อง หากจะสอนพระ ก็ควรสอนให้ถูกต้อง บทบาทการเป็นประธานกรรมาธิการยกร่างฯ ก็ควรรับฟังคววามคิดเห็นของประชาชน อย่าไปปิดกั้นความคคิดเห็นของคนอื่น เดิมเมื่อวาน พระสงฆ์ได้ขอให้ท่านออกมารับหนังสือ แต่ น.ต.ประสงค์ ก็บ่ายเบี่ยงไม่ยอม มาจนถึงเวลา 13.00 น. ก็แจ้งมาว่าขอรับประทานอาหารกลางวันก่อน ปล่อยให้เจ้าคณะกรุงเทพมหานครนั่งรอ เมื่อพระเข้าไปพบ ปรากฏว่าสิ่งที่ได้ยินได้ฟังเป็นการปิดกั้นความคิดของประชาชน พระสงฆ์ก็เป็นประชาชนคนหนึ่ง เมื่อประชาชนมีความเดือดร้อนทางการเมือง ก็ต้องใส่ใจ ถ้ากฎหมายทางการเมืองเกี่ยวข้องกับศาสนา ก็ต้องบอกซึ่งกรรมาธิการฯก็ควรรับฟัง ส่วนในการชุมนุมที่มีนายสุวิทย์ คุณกิตติ เข้าร่วมการปราศรัยบนเวทีด้วยนั้น พระมหาโชว์ กล่าวว่า ไม่ได้มีนายสุวิทย์เพียงคนเดียวที่มาร่วมการชุมนุม แต่มีนักการเมืองอื่นที่เห็นพระสงฆ์มาร่วมชุมนุม ก็เข้ามาในฐานะที่เป็นชาวพุทธก็ไม่ผิดอะไร พระสงฆ์ไม่ใช่บุคคลที่จะสามารถสนตะพายไปไหนก็ได้ ไม่มีใครมีอำนาจเหนือพระสงฆ์

“คุณสุวิทย์ ไม่มีอำนาจเหนือพระสงฆ์ แม้แต่พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี ก็ไม่มีอำนาจเหนือพระสงฆ์ คุณทักษิณ ก็ไม่มีอำนาจเหนือพระสงฆ์ ทุกฝ่ายจะต้องเป็นธรรมาธิปไตย ไม่ใช่พวกมากลากไป ทุกคนมีสิทธฺที่จะห่วงแหนพระพุทธศาสนาทั้งสิ้น ฉะนั้น คำพูดของคุณประสงค์ที่ให้ไป ถ้าจะถอนคำพูดได้ก็ควรถอน เพราะคนเป็นประธานไม่ควรจะพูดพล่อยๆ พระสงฆ์มีเจตนาที่บริสุทธ์อยากให้ปรับความคิดให้ถูกต้อง”พระมหาโชว์ กล่าว


ที่มา : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

โดย ทับตะวัน...นำมาฝาก [24 เม.ย. 2550 , 12:21:22 น.] ( IP = 58.9.139.15 : : )


  สลักธรรม 7



ระบบราชาธิราชนั้น พระราชานับแต่ประวัติศาสตร์ชาติสยามทุกพระองค์ทรงยึดมั่นในพระพุทธศาสนาตลอดมา เนิ่นนาน เกือบ 3000ปี ทุกพระองค์ทรงใช้อำนาจใน 3 ทางคือ นิติบัญญัติ บริหาร และ ตุลาการของพระองค์โดยสิทธิ์ขาดแต่ผู้เดียว

ทุกพระองค์ยึดมั่นในพระพุทธศาสนานำไทย พระองค์จึงได้ทำนุบำรุง ดูแล คุ้มครอง รักษา และปกป้องพระพุทธศาสนาผ่านทางอำนาจเหล่านี้เรื่อยมาตลอดทุกๆรัชกาส และทุกยุค ทุกสมัย ผ่านการสังคายนาพระไตรปิฏก ผ่านการปรับปรุงดูแล คุ้มตรองปกป้องศาสนาให้ดีขึ้น ให้มั่นคง เจริญสืบต่อไปในอนาคตข้างหน้า ก็เพื่อเจตนาให้ศาสนาพุทธของบรรพบุรุษผู้กู้ชาติสยามทุกๆรุ่นมาได้เจริญยั่งยืนยิ่งขึ้น ให้ธำรงอยู่คู่ชาติสยามตลอดไปในอนาคตไกล ได้มีการเนรเทศผู้นอกรีตที่เข้ามาผู้ไม่ประสงค์ดีที่เข้ามาอาศัยในแผ่นดินสยามตลอดจนอลัชชีทั้งหลายผู้เข้ามาแอบอ้างเพื่อทำลาย บิดเบือน และสั่งสอนหลักพระพุทธศาสนานอกลู่นอกทางแห่งหัวใจที่แท้จริงของศาสนาพุทธขององค์สมณะโคดมผู้ประเสริฐ ครั้นเมื่อสยามได้เปลี่ยนแปลงระบบการปกครองสู่ระบอบประชาธิปไตย รัฐธรรมนูญซึ่งเป็ฯอาญาสิทธิ์อันสูงสุดสิ่งใหม่นี้ ก็ได้นำอำนาจทั้ง 3 ทางของพระราชามาบรรจุไว้ในรัฐธรรมนูญ --แต่ไม่ทั้งหมด เพราะได้ลืม ละทิ้งอำนาจของพระราชาในการปกป้องคุ้มครองและดูแลพระพุทธศาสนา ที่เป็ฯสิ่งสูงสุดแต่ดั้งเดิมของชาติไทยไปอย่างจงใจและ--ตั้งใจ

ซึ่งว่ากันตามหลักการเมืองการปกครองในทุกๆระบบ ทุกๆประเทศโดยปกติแล้ว ย่อมปรารถนานำศรัทธาอันสูงสุดของประชาชนในประเทศส่วนใหญ่มาบรรจุไว่ในรัฐธรรมนูญการปกครองของชาติ เพื่อเป็ฯหลักในความมั่นคง เจริญก้าวหน้าต่อไป และเพื่อยึดเหนี่ยวนำประชาชนส่วนใหญ่ของชาติสู่ความเข้มแข็ง เป็นเอกภาพเพื่อให้มีกำลังต่อสู้กับการรุกรานทั้งจากภายในและภายนอก ให้ประเทศชาติได้อยู่รอดจากภัยภิบัติทุกด้านที่ตามมากับกระแสโลก กระแสล่าอาณานิคมรูปแบบใหม่จากลัทธิล่าเมืองขึ้นของศาสนาและนิกายอื่นๆผู้ไม่หวังดีต่อความมั่นคงของสยามประเทศและศาสนาพุทธอันดั้งเดิมที่บรรพบุรุษได้ตั้งรกรากให้มาเกือบ 3000ปีนี้ จึงควรมองและแปลความได้ว่า

โดย ทับตะวัน...นำมาฝาก [24 เม.ย. 2550 , 12:25:05 น.] ( IP = 58.9.139.15 : : )


  สลักธรรม 8

รัฐ--แปลว่าเขตแดนประเทศที่ชัดเจน--ของประเทศหนึ่งๆ
ศาสตร์--แปลว่วิชาการ ความรู้ในแขนงต่างๆ ซึ่งราชาสยามทุกยุคสมัยในประวัติศาสตร์ชาติไทยมีครบพร้อมในความรู้ของศาสตร์ต่างๆทุกแขนง ที่ใช้ในการปกป้อง คุ้มครองรัฐสยามเรื่อยมาทุกๆพระองค์ แต่เหตุไฉน รัฐธรรมนูญทั้ง 17 ฉบับที่ผ่านมา 75ปี อันได้ระบุ รับรองไว้ชัดเจนว่า พระราชาถูกรับรองว่าได้ใช้อำนาจทั้ง 3 ฝ่ายของพระองค์ผ่านทางอำนาจนิติบัญญัติ บริหารและตุลาการ การระบุว้เช่นนั้นครบถ้วนแล้ว ใช่แล้ว ถูกต้องต้องทั้งหมดแล้วหรืออย่างไร

คณะสงฆ์ อุบาสกและอุบาสิกาที่นับถือพุทธถึง 94-ของประเทศสยามพุทธนี้ขอแย้งว่า มันจะครบถ้วนทั่วและสร้างความเป็นปึกแผ่น เพื่อสร้างความเป็นเอกภาพที่มั่นคงให้รัฐไทยไปได้อย่างไร ในเมื่อคณะผู้ร่างรัฐธรรมนูญทั้ง 17-18 ฉบับได้ทอดทิ้ง เพิกเฉย ไม่ได้ให้ความสำคัญแก่ศาสนาพุธในดินแดนบรรพบุรุษพุทธที่มีชาวพุทธนับถือสืบทอดมา และอาศัยอยู่ถึง94-ไปได้อย่างไร การเพิกเฉยเพิกเฉยต่อคำเรียกร้องจึงถือว่าไม่ให้เยรติ ไม่ให้ความสำคัญอย่างมีเจตนาที่ไม่บริสุทธิ์ต่อพระพุทธศาสนาของชาติ เพราะท่านเหล่านั้นยังมิได้บรรจุศาสนาพุทธเป็ฯศาสนาประจำชาติไทย ตามความเป็ฯมาของสยามอันเป็นเมืองพุทธเกือบ 3000ปีไว้ในรัฐธรรมนูญของชาติไทย

ก็เท่ากับท่านไม่ให้เกียรติบรรพบุรุษสยามที่สูญเสียเลือดเนื้อปกป้องอาณาจักรและศาสนจักรชาวพุทธเรื่อยมาอย่างยากเย็น จนกระทั่งได้มีวันนี้ วันที่พวกท่านทั้งหลายได้ใช้ดินแดนสยามของบรรพบุรุษชาวพุทธเข้าไปนั่งในสภาและกำลังร่างรัฐธรรมนูญไปใช้กับประชาชนส่วนใหญ่ที่เป็นชาวพุทธ โดยไม่ฟังคำเรียกร้อง ไม่ให้ความเป็นธรรมแก่ชาวพุทธส่วนใหญ่ในประเทศที่นับถือพระพุทธศาสนาถึง94-ของประเทศนี้ซึ่งเป็นลูกหลานของบรรพบุรุษชาวพุทธ

โดย ทับตะวัน...นำมาฝาก [24 เม.ย. 2550 , 12:26:28 น.] ( IP = 58.9.139.15 : : )


  สลักธรรม 9

ถามว่า
เมื่อท่านไม่ให้เกียรติ แต่ได้เอาดินแดน และ อธิปไตยของชาติสยาม ของชาวพุทธส่วนใหญ่ไปเพื่มพูนความชอบธรรมแก่ศาสนาและลัทธินิกายอื่นๆ ขณะเดียวกันก็ปฏิเสธการรับรองศาสนาพุทธแต่ดั้งเดิมของบรรพบุรุษสยามของคนส่วนใหญ่ ด้วยการไม่บัญญัติคำว่าศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติไทย และยังปล่อยเสรีให้ศาสนานิกายอื่นๆมากกว่าที่ผ่านมา และกดดันไม่รับรองพระพุทธศาสนาประจำชาติไทย

เช่นนี้--
เท่ากับท่านได้หยิบยื่นดินแดนชาวพุทธที่บรรพบุรุษสยามรักษามานี้ให้แก่ศาสนานิกายต่างๆอย่างเสรี ให้ได้เข้ามาตั้งรกรากปักฐานในดินแดนพุทธโดยเสรีและง่ายดายขึ้น โดยไม่ปกป้องและรับรองศาสนาพุทธเพื่อให้เป็นเอกภาพมั่นคงแก่ชาวพุทธ ดึงศาสนาพุทธลงมาเป็นศาสนาหนึ่งที่มาอาศัยดินแดนบรรพบุรุษของตนเองเช่นเดียวกับศาสนาอื่นอื่น

การกระทำที่ไม่รับรองศาสนาพุทธ ไม่ให้เกียรติดินแดนพุทธและพระพุทธศาสนาเช่นนี้ ท่านก็ไม่ได้รับความยอมรับจากชาวพุทธส่วนใหญ่อีกต่อไป ท่านจึงไม่มีความชอบธรรมใดๆในการเข้ามาปกครองดินแดนพุทธและชาวพุทธ94%ของประเทศนี้

มโหสถชาดก [สระแก้ว]

โดย ทับตะวัน...นำมาฝาก [24 เม.ย. 2550 , 12:28:06 น.] ( IP = 58.9.139.15 : : )


  สลักธรรม 10



ชายก่อเหตุปีนขึ้นไปนั่งบนรัฐธรรมนูญ เหนือพานแว่นฟ้า อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เรียกร้องให้บัญญัติศาสนาพุทธ เป็นศาสนาประจำชาติ ลงในรัฐธรรมนูญ จนท.เกลี้ยกล่อมให้ลงมาพุดคุยด้านล่างแต่ไม่เป็นผล

โดย ทับตะวัน...นำมาฝาก [24 เม.ย. 2550 , 12:30:40 น.] ( IP = 58.9.139.15 : : )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org