| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
สอบถามเรื่องปฏิสนธิด้วยเหต 2
ฟังพระอภิธรรมแล้วไม่เข้าใจค่ะว่า ปฏิสนธิด้วยเหตุ 2 กับเหตุ 3 เป็นอย่างไรค่ะ
โดย จีจี [21 เม.ย. 2550 , 14:45:57 น.] ( IP = 203.113.77.100 : : )
สลักธรรม 1ขอตอบแบบย่อๆ โดยยกองค์ธรรมมาให้พิจารณาก่อนดังนี้ค่ะ หากยังไม่เข้าใจหรือไม่ใช่ประเด็นที่ต้องการทราบขอความกรุณาถามมาใหม่นะคะ
เหตุที่ประกอบกับจิตมีจำนวน ๖ เหตุ คือ โลภเหตุ โทสเหตุ โมหเหตุ และอโลภเหตุ อโทสเหตุ อโมหเหตุ
โลภเหตุ ประกอบใน โลภมูลจิต ๘
โทสเหตุ ประกอบใน โทสมูลจิต ๒
โมหเหตุ ประกอบใน โลภมูลจิต ๘ โทสมูลจิต ๒ และโมหมูลจิต ๒
อโลภเหตุ ประกอบในมหากุสล ๘ มหาวิบาก ๘ มหากิริยา ๘ มหัคคตกุสล ๙ มหัคคตวิบาก ๙ มหัคคตกิริยา ๙ มัคคจิต ๔ ผลจิต ๔
อโทสเหตุ ประกอบใน มหากุสล ๘ มหาวิบาก ๘ มหากิริยา ๘ มหัคคตกุสล ๙ มหัคคตวิบาก ๙ มหัคคตกิริยา ๙ มัคคจิต ๔ ผลจิต ๔
อโมหเหตุ ประกอบในมหากุสลญาณสัมปยุตต ๔ มหาวิบากญาณสัมปยุต ๔ มหากิริยาญาณสัมปยุต ๔ มหัคคตกุสล ๙ มหัคคตวิบาก ๙ มหัคคตกิริยา ๙ มัคคจิต ๔ ผลจิต ๔
ปฏิสนธิด้วยเหตุ ๒ คือ จิตที่ทำหน้าที่ปฏิสนธินั้นมีเหตุเข้าประกอบ ๒ เหตุ คือ อโลภเหตุ และอโทสเหตุ ได้แก่มหาวิบากญาณวิปยุตต ๔
ปฏิสนธิด้วยเหตุ ๓ คือ จิตที่ทำหน้าที่ปฏิสนธินั้นมีเหตุเข้าประกอบ ๓ เหตุ คือ อโลภเหตุ อโทสเหตุ และอโมหเหตุ ด้แก่มหาวิบากญาณสัมยุตต ๔
การปฏิสนธิทั้ง ๒ เหตุ และ ๓ เหตุด้วยมหาวิบากจิตนั้นเป็นการเกิดขึ้นได้ในมนุษย์ภูมิ ๑ และเทวภูมิ ๖
เพิ่มเติมค่ะ http://www.abhidhamonline.org/aphi/p3/017.htmโดย น้องกิ๊ฟ (น้องกิ๊ฟ) [21 เม.ย. 2550 , 16:15:54 น.] ( IP = 58.9.103.12 : : )
สลักธรรม 2ขอบคุณมากค่ะ
โดย Gg (จีจี) [21 เม.ย. 2550 , 19:32:38 น.] ( IP = 203.113.76.72 : : )
สลักธรรม 3ด้วยความยินดีค่ะ โดย น้องกิ๊ฟ (น้องกิ๊ฟ) [21 เม.ย. 2550 , 21:50:59 น.] ( IP = 58.9.103.221 : : )
สลักธรรม 5
สวัสดีค่ะคุณบุญนำใจ
ก่อนอื่นต้องขอขอบพระคุณมากนะคที่มาเป็นกองเชียร์..ซึ่งที่จริงแล้วก็เป็นนักศึกษาพระอภิธรรมอยู่เหมือนกันค่ะ ซึ่งพอมีความรู้อยู่บ้างและก็พอที่จะหาแหล่งความรู้ให้กับผู้ที่สนใจได้บ้างน่ะค่ะ
สำหรับคำถามที่คุณบุญนำใจสงสัยนั้นเป้นเรื่องปกติที่ควรสงสัย...ตอนที่มาศึกษาพระอภิธรรมใหม่ก็สงสัยอยู่เหมือนกันค่ะว่า จะรู้ได้อย่างไรว่าใครเกิดด้วยทวิเหตุหรือไตรเหตุบ้าง..โดยเฉพาะก็สงสัยชีวิตตนเองนี่แหละว่าเกิดมาด้วยจิตกี่เหตุ พร้อมกับมีความหวังว่าจะทำ อย่างนั้นอย่างนี้ได้หรือเปล่า..จะสำเร็จอะไรได้บ้างไหม
ผู้ที่ปฏิสนธิด้วยทวิเหตุนั้นเป็นผู้ที่ไม่มีปัญญาติดตัวมาแต่กำเนิดจึงถือว่าเป็นผู้ที่ยังมีบุญน้อยขาดบารมีที่จะสำเร็จมรรคผลในชาตินั้นเพราะผู้ที่จะสามารถเจริญสติปัฏฐานจนบรรลุญาณปัญญาได้นั้นจะต้องเป็นผู้ที่เปี่ยมพร้อมไปด้วยปัญญา แม้จะมาศึกษาเล่าเรียนในภายหลังก็เป็นเพียงการสะสมความชำนาญสะสมปัญญาบารมีให้มีมากขึ้นเพื่อที่จะเป็นแรงกรรมส่งไปให้เกิดเป็นผู้มีไตรเหตุในชาติต่อๆ ไปได้ รวมทั้งการเจริญสมถกรรมฐานเช่นกันค่ะ ดังที่มีปรากฏในพระอภิธรรมมัตถะสังคหะปริจเฉทที่ ๔ ว่า http://www.geocities.com/dokgaewthailand/p4/075.htm
"สัตว์ที่เป็นอเหตุก และ ทวิเหตุกนั้นไม่สามารถทำฌาน และบรรลุมรรค ผล นิพพานได้ ในชาติที่ปฏิสนธิด้วย อุเบกขาสันตีรณกุสลวิบาก ๑ ดวง และมหาวิบากญาณวิปปยุตต ๔ ดวง ถึงเกิดในสุคติ จิตที่เป็นกามาวจรวิบากญาณสัมปยุตตก็ไม่มีในสันดาน
ท่านที่เป็นติเหตุกหรือ ไตรเหตุ มีไตรเหตุเกิดพร้อมด้วยปฏิสนธิจิตนั้น ถ้าบำเพ็ญพระกัมมัฏฐาน ก็จะได้สำเร็จเป็นพระขีณาสพ ขาดจากกุสลชวนะ ละอกุสลชวนะ มีแต่กิริยาชวนะ และอรหัตตชวนะ
ส่วนปุถุชนที่เป็นติเหตุกหรือไตรเหตุ ยังเป็นปุถุชนอยู่ ก็ไม่มี กิริยาชวนะในสันดาน "โดย น้องกิ๊ฟ (น้องกิ๊ฟ) [23 เม.ย. 2550 , 11:41:33 น.] ( IP = 58.9.147.157 : : )
สลักธรรม 6
ที่นี้ก็มาถึงคำตอบละค่ะว่า ทราบด้วยตนเองได้ไหม ...ได้ค่ะ ถ้าหากเจริญวิปัสสนากรรมฐาน หรือทำสมถกรรมฐานแล้วบรรลุญาณหรือฌาน...ที่จริงแท้ แต่ไม่ว่าจะเกิดมาด้วยกี่เหตุถ้าขาดศรัทธาและความเพียรแล้วก็ยากที่จะบรรลุสิ่งใด แม้กระทั่งความสำเร็จในทางโลกค่ะอย่างในสมัยพุทธกาลที่มีเดียรถีร์มากมายที่เกิดด้วยไตรเหตุแล้วทำสมาธิจนได้ฌานมาท้าประลองความรู้ท้าแสดงฤทธิ์กับพระอริยบุคคล..การเกิดด้วย ไตรเหตุและทำเช่นนั้นก็ไม่ใช่สิ่งดีเลยนะคะ
ฉะนั้น ถ้าจะมาตรึกตรองว่า ใครเกิดด้วยจิตกี่เหตุเพื่อที่จะได้พัฒนาปรับปรุงหรือคบหาสมาคา ก็เป็นเรื่องที่ดีนะคะ แต่คงจะเป็นเรื่องยากที่จะพิจารณา และก็ชวนให้ฟุ้งซ่านยิ่งขึ้น เพราะการบรรลุญาณหรือฌานนั้นไม่สามารถตัดสินได้จากบุคลิกภาพภายนอกที่ปรากฏทางกาย และวจีทวาร และก็ไม่สามารถตัดสินจากไหวพริบปฏิภาณที่แต่ละคนมีเพราะบางทีสิ่งเหล่านั้นก็เป็นเพียงปัญญาทางโลกเท่านั้นเอง (ขอเชิญอ่านเรื่องปัญญา ต่อที่นี่นะคะ ...กระทู้ที่ 7005 7011 7022 7027 และ7035 )
อย่างเช่นพระจูฬปันถกเถระ ที่ก่อนจะบรรลุเป็นพระอรหันต์พร้อมด้วยปฏิสัมภิทาและปิฎกทั้ง ๓ นั้น ท่านถูกประนามจากพี่ชายว่า โง่มาก แม้คาถาเพียงคาถาเดียวให้ท่องมาสี่เดือนแล้วก็ยังจำไม่ได้ ..แต่พอได้พบพระพุทธองค์ก็สามารถสำเร็จในช่วงเวลาไม่นาน (อ่านรายละเอียดที่นี่นะคะ ตอนที่ ๑ และ ตอนที่ ๒
ขอตอบแค่นี้ก่อนนะคะ ..อย่างไรก็ตามก็ขอให้กุศลคือปัญญาบารมีที่คุณบุญนำใจได้กระทำมาแต่หนหลังจงพรักพร้อมมาส่งผลให้ปรากฏในปัจจุบันชาตินี้ได้ตามความปรารถนานะคะ
ขอแถมเรื่องการทำกุศลเพื่อให้เป็นไตรเหตุที่นี่ค่ะ http://www.abhidhamonline.org/boss_files/sangaha/104.htm โดย น้องกิ๊ฟ (น้องกิ๊ฟ) [23 เม.ย. 2550 , 11:41:56 น.] ( IP = 58.9.147.157 : : )
สลักธรรม 7ขอบคุณ คุณน้องกิ๊ฟครับ
โดย บุญนำใจ คนไร้พ่าย [24 เม.ย. 2550 , 10:05:46 น.] ( IP = 58.8.75.9 : : 192.168.12.65 )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |