มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ความวิบัติของสมบัติ




ความวิบัติของสมบัติ
จากหนังสือธรรมสารทัศน์...
โดยพระธรรมกิตติวงศ์


ขอเจริญพรท่านสาธุชนผู้สนใจในธรรมทั้งหลาย

ธรรมปาฐกถาประจำวันอาทิตย์ ซึ่งสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย กรมประชาสัมพันธ์ ได้จัดขึ้นเป็นประจำในวันนี้ จักได้นำธรรมของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าขึ้นมาแสดง โดยได้ตั้งชื่อเรื่องไว้ว่า “ความวิบัติของสมบัติ”

ที่ยกเอาเรื่องความวิบัติของสมบัติขึ้นมาพูดในวันนี้ ก็เพราะพิจารณาเห็นว่า ธรรมดาสมบัติทั้งหลายนั้นมีความวิบัติเป็นเงาคอยติดตามอยู่เสมอ หากผู้มีสมบัติได้ทราบเงาคือความวิบัติของสมบัตินี้ไว้บ้าง ก็ยังอาจจะรักษาสมบัติของตนไว้ได้นาน เพราะไม่เปิดโอกาสให้ความวิบัติเข้ามาทำลายสมบัติได้ จะได้กินได้ใช้สมบัตินั้นไปนานๆ

และความวิบัติของสมบัตินี้พระพุทธเจ้าก็ทรงสอนไว้นานนับพันปีมาแล้ว ทั้งมีข้อพิสูจน์ให้เห็นเป็นประจักษ์อยู่ว่า มีคนจำนวนมากที่มีสมบัติแล้วมาได้รับความวิบัติในภายหลัง เพราะว่าถูกเงาคือความวิบัติของสมบัติมาผจญ อันนี้ก็เป็นเครื่องรับรองความถูกต้องของพระพุทธดำรัสได้อย่างดี ดังนั้นจึงขอเชิญท่านทั้งหลายสดับไว้เพื่อเป็นการป้องกันสมบัติของท่านไม่ให้ถึงกับความวิบัติกันเถิด

โดย เซิ่น..นำมาฝากดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [24 เม.ย. 2550 , 07:59:48 น.] ( IP = 58.8.46.154 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

คนบางคนหรือตระกูลบางตระกูลได้รับมรดกจากบิดามารดาหรือจากวงศ์ตระกูลของตนไว้มากมาย ขนาดที่เรียกว่ากินใช้ไปอีกสิบชาติก็ไม่มีวันหมด มีทั้งแก้วแหวนเงินทอง ไร่นา ที่ดิน บ้านช่องและกิจการร้านค้าต่างๆ ล้วนเป็นบ่อเงินบ่อทองที่ขุดกินขุดใช้ได้ตลอดไปทั้งสิ้นที่ได้รับมา แต่ว่าไม่นานนักทรัพย์มรดกนั้นก็ค่อยๆ หมดไปๆ ร่อยหรอไปเรื่อยๆ ท้ายที่สุดก็เปลี่ยนมือเปลี่ยนเจ้าของไป ไม่ต้องรอไปจนถึงชาติหน้าเลย มันหมดไปในชาตินี้เอง อย่างนี้แหละเรียกว่าสมบัติถึงความวิบัติ

หรือบางคนมีงานมีการทำเป็นหลักฐาน มีความขยันในการทำมาหากิน มีเงินเดือน มีค่าตอบแทนมาก มีรายได้สูง แต่ก็ยังตั้งตัวไม่ได้สักที ยังจนอยู่ร่ำไป บ้านก็ยังไม่มีเป็นของตัวเอง ที่ทางก็ยังไม่มีเรียกว่ายังชักหน้าไม่ถึงหลัง ไม่พอจับจ่ายใช้สอย ซึ่งไม่น่าเป็นไปได้ เพราะมีรายได้มากแต่ยังไม่พอกินไม่พอใช้ อย่างนี้ก็เข้าข่ายว่าสมบัติถึงความวิบัติเช่นเดียวกัน เพราะไม่สามารถปกครองหรือดูแลรักษาทรัพย์มรดกอันเป็นสมบัติตระกูลไว้ได้ หรือเพราะไม่อาจเก็บงำสมบัติที่หามาไว้ได้ อันนี้เราถือว่าเป็นจุดบอดของการปกครองสมบัติ

โดย เซิ่น..นำมาฝาก (เซิ่น) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [24 เม.ย. 2550 , 08:00:23 น.] ( IP = 58.8.46.154 : : )


  สลักธรรม 2

สาเหตุของความวิบัติ
การปกครองสมบัตินั้น หากมีจุดบอด สมบัติก็จะถึงความวิบัติ ไม่ว่าจะเป็นสมบัติประจำตัว สมบัติประจำครอบครัว สมบัติประจำตระกูล สมบัติประจำวัด แม้กระทั้งสมบัติประจำชาติหรือสมบัติส่วนรวมของคนทั้งชาติ ถ้าปกครองไม่ดีดูแลไม่ดีปล่อยให้เกิดจุดบอดแล้วสมบัตินั้นๆ ย่อมถึงความวิบัติทั้งสิ้น อันจุดบอดแห่งการปกครองสมบัตินั้นถือว่าเป็นความวิบัติของสมบัติโดยแท้ สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงไว้ว่า อันความวิบัติของสมบัตินั้นมีมาจากสาเหตุ ๔ ประการด้วยกัน สาเหตุ ๔ ประการนั้นคือ

๑. ไม่แสวงหาพัสดุที่หายแล้ว
๒. ไม่บูรณะพัสดุที่คร่ำคร่า
๓. ไม่รู้จักประมาณในการบริโภค
๔. ตั้งสตรีหรือบุรุษผู้ทุศีลให้เป็นพ่อเรือนแม่เรือน

สาเหตุ ๔ ประการนี้แม้เพียงอย่างใดอย่างหนึ่งก็เป็นจุดบอดของการปกครองสมบัติที่จะทำให้สมบัติถึงความวิบัติได้แล้ว ยิ่งมีครบทั้ง ๔ อย่าง สมบัติก็ถึงความวิบัติเร็วขึ้น

สาเหตุ ๔ ประการนี้จะทำความวิบัติให้แก่สมบัติได้อย่างไร เห็นจะต้องขยายความต่อไป

โดย เซิ่น..นำมาฝาก (เซิ่น) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [24 เม.ย. 2550 , 08:00:51 น.] ( IP = 58.8.46.154 : : )


  สลักธรรม 3

ไม่แสวงหาพัสดุที่หายแล้ว
ประการแรก ที่ว่าสมบัติจะถึงความวิบัติเพราะไม่แสวงหาพัสดุที่หายแล้ว นั้นความหมายว่า ทรัพย์สมบัติที่เราหามาได้หรือที่ได้รับเป็นมรดกมานั้น เราจะต้องกินจะต้องใช้ร่อยหรอไป หมดไปทุกวัน หรือจะต้องสูญหายไปบ้างเป็นธรรมดา หากเจ้าของเป็นคนมือห่างตีนห่างปล่อยปละละเลย

หรือเกิดความประมาทไปว่าช่างมันเถอะ หายได้หายไป ซื้อเอาใหม่ก็ได้ หรือคิดว่าหายไปก็ไม่เป็นไร เรายังมีอีกมากมาย หายไปแค่นี้หมดไปแค่นี้ ไม่ทำให้ถึงกับยากจนได้หรอกอะไรทำนองนี้ เลยกินเลยใช้เพลินไปอย่างมือเติบใจเติบ ปล่อยให้ของเสียๆ หายๆ เมื่อจำเป็นจะต้องใช้ก็ต้องซื้อหาใหม่ร่ำไป จะต้องใช้จ่ายทรัพย์สมบัติออกไปโดยไม่จำเป็น อย่างนี้บ่อยเข้าก็ทำให้จนได้เหมือนกัน

หรืออย่างบางคนกินใช้สมบัติเก่าอยู่ตลอดเวลา ใช้แต่มรดก ใช้แต่เงินทองที่เก็บไว้แต่เดิม ไม่คิดจะทำอะไรให้มันมีสมบัติงอกเงยขึ้นมา กลัวโน่นเกรงนี่ มัวแต่รักศักดิ์ศรี รักเกียรติ รักวงศ์ตระกูล จนไม่อาจประกอบอาชีพได้ กินแต่บุญเก่าอย่างเดียว ทรัพย์สมบัติก็ค่อยๆ ร่อยหรอไปหมดไป เมื่อของใหม่ไม่เข้ามาแทนที่บ้าง สมบัติก็ถึงความวิบัติหมดไปในที่สุด

หรืออย่างของใช้บางอย่าง ถ้าเก็บงำไม่ดี ใช้ทิ้งๆ ขว้างๆ ซุกไว้ตรงนั้นซ่อนไว้ตรงนี้ ถึงจะใช้บางคราวก็หาไม่พบหรือไม่อยากจะหา ซื้อใหม่ดีกว่า เงินทองก็หมดไปอีกโดยไม่จำเป็น ของใช้บางอย่างที่เก็บไว้ไม่ดี ใช้เพียงครั้งสองครั้งก็เสียหายไปแล้ว ต้องทิ้งไปเปล่าๆ อย่างนี้ก็เป็นความวิบัติของสมบัติเช่นกัน

โดย เซิ่น..นำมาฝาก (เซิ่น) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [24 เม.ย. 2550 , 08:01:54 น.] ( IP = 58.8.46.154 : : )


  สลักธรรม 4

ไม่บูรณะพัสดุที่คร่ำคร่า
สาเหตุของความวิบัติของสมบัติ ประการที่สอง คือ ไม่บูรณะพัสดุที่คร่ำคร่า ข้อนี้หมายความว่า พัสดุเครื่องใช้ประจำบ้านก็ดี ประจำที่ทำงานก็ดี ประจำวัดประจำโรงเรียนก็ดี แม้แต่ตัวอาคารบ้างเรือนที่อยู่อาศัยกัน เมื่อเราใช้ไปๆ อยู่ไปๆ มันก็เก่าและชำรุดบ้างเป็นธรรมดา หากทิ้งไว้นานก็ยิ่งชำรุดยิ่งเก่าหนักขึ้น หากไม่ซ่อมแซมเสียแต่ทีแรก ปล่อยไว้นานเข้าบางทีก็ซ่อมไม่ได้ ต้องทิ้งต้องเปลี่ยนใหม่ เสียเงินเสียทอง หรือหากต้องซ่อมแซมบูรณะกันก็ต้องใช้จ่ายเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว ล้วนเป็นรูรั่วของของสมบัติทั้งสิ้น

พัสดุของใช้บางอย่างเมื่อใช้มาจนเก่าแล้ว ผู้ฉลาดสามารถนำมาดัดแปลงไปใช้ประโยชน์อย่างอื่นได้อีก เป็นการประหยัดทรัพย์ประหยัดของไปในตัว ในข้อนี้ขอยกเรื่องพระอานนท์มาเป็นอุทาหรณ์ ในเรื่องมีอยู่ว่า

โดย เซิ่น..นำมาฝาก (เซิ่น) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [24 เม.ย. 2550 , 08:03:20 น.] ( IP = 58.8.46.154 : : )


  สลักธรรม 5

ครั้งหนึ่งพระเจ้าปเสนทิโกศลกษัตริย์เมืองสาวัตถีได้พระราชทานจีวรแก่พระอานนท์ถึง ๕๐๐ ผืน พระอานนท์ท่านก็รับไว้ทั้งหมด พระเจ้าปเสนทิโกศลทรงสงสัยว่าพระอานนท์จะเอาจีวรไปทำอะไรเพราะรับไว้มากมาย จะใช้องค์เดียวคงไม่หมด จึงตรัสถาม
พระอานนท์ก็ทูลถวายพระพรว่า อาตมาจะใช้เพียงผืนเดียว นอกนั้นก็จะแจกจ่ายไปถวายแก่ภิกษุสามเณรผู้มีจีวรขาดหรือมีจีวรเก่าแล้ว

ตรัสถามต่อไปว่า จีวรขาดและจีวรเก่าที่ถูกเปลี่ยนไปจะเอาไว้ไหน
พระอานนท์ทูลว่า พระท่านก็จะนำไปเย็บซ้อนกันเป็นผ้าปูนั่งบ้างเป็นผ้าปูนอนบ้าง

ตรัสถามว่า ผ้าปูนั่งผ้าปูนอนเก่าเอาไปทำอะไร
ทูลว่า พระท่านก็นำไปทำเป็นผ้าเช็ดเท้าบ้างทำเป็นผ้าเช็ดห้องบ้าง

ตรัสถามต่อไปอีกว่า แล้วผ้าเช็ดเท้าเก่าและผ้าถูห้องเก่าเอาไปไหน
พระอานนท์ก็ทูลถวายพระพรว่า พระท่านก็นำไปโขลกปนกับดินและมูลโคแล้วนำไปโบกฉาบฝากุฏิที่อยู่อาศัยต่อไป

โดย เซิ่น..นำมาฝาก (เซิ่น) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [24 เม.ย. 2550 , 08:04:06 น.] ( IP = 58.8.46.154 : : )


  สลักธรรม 6

พระเจ้าปเสนทิโกศลทรงเลื่อมใสมากยิ่งขึ้น เพราะทรงดำริว่าของที่เราถวายไปนี่เป็นประโยชน์ทั้งหมด ไม่ได้ถูกใช้อย่างทิ้งๆ ขว้างๆ เสียหายแต่ประการใดเลย จึงรับสั่งให้ถวายจีวรแก่พระอานนท์อีก ๕๐๐ ผืน รวมเป็น ๑,๐๐๐ ผืน พระอานนท์ก็รับแล้วไปแจกจ่ายแก่พระภิกษุสามเณรตามที่ถวายพระพรไว้ต่อไป

เรื่องนี้เป็นตัวอย่างอันดีสำหรับผู้ปกครองทรัพย์จำเป็นจะต้องละเอียดลออ เห็นคุณค่าของพัสดุของใช้หรือของเหลือใช้ทุกชนิด สามารถซ่อมแซมหรือเก็บงำไว้ใช้ประโยชน์ต่อไปก็ซ่อมแซมเก็บงำไว้ เป็นการป้องกันมิใช้ต้องจ่ายทรัพย์โดยไม่จำเป็นทางหนึ่ง อย่าคิดแต่เพียงเอาความสะดวก หรือคิดว่าเก่าแล้ว เปลี่ยนใหม่ทิ้งไปเสียดีกว่าหรือเก่าแล้วหมดคุณค่าแล้วก็ทิ้งไปเสีย อย่างนี้ก็จะต้องจ่ายทรัพย์ร่ำไปโดยไม่จำเป็นนัก สมบัติก็ไหลออกไปเรื่อยๆ จึงถือว่าเป็นความวิบัติของสมบัติประการหนึ่ง

โปรดติดตามตอนต่อไป


โดย เซิ่น..นำมาฝาก (เซิ่น) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [24 เม.ย. 2550 , 08:05:37 น.] ( IP = 58.8.46.154 : : )


  สลักธรรม 7

มาอ่านเรื่องนี้สนุกดีและได้ข้อคิดมากเลยครับคุณเซิ่น

ในความเป็นอยู่ไม่ว่าจะเป็นส่วนตัว หรือของใช้ส่วนรวมนั้น เราต่างก็มีรอยรั่วมากจริงๆ เช่นขี้เหนียวไม่ยอมปรับปรุงแก้ไข จนในที่สุดของนั้นๆก็พังโดยไม่สามารถแก้ไขได้ก็มากมาย หรือไม่ก็หวงเก็บไว้โดยไม่มีประโยชน์เสียก็มากนะครับ

อ่านบทความนี้แล้ว ต้องกลับไปดูแลซ่อมแซมสิ่งเริ่มชำรุดเสียแล้วละครับผม

ขอบคุณมากนะครับคุณเซิ่น ที่นำเรื่องที่มีประโยชน์มาให้อ่านเกิดความคิดที่ดีๆตามมาครับผม.

โดย พี่เณร (พี่เณร) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [24 เม.ย. 2550 , 08:16:36 น.] ( IP = 58.9.141.81 : : )


  สลักธรรม 8

ขอบคุณคับ คุณเซิ่นผู้ใจดี

ได้แง่คิดดีๆจากธรรมที่นำมาฝากอีกแล้ว ตอนนี้เครื่องเล่นดีวีดีของผมชำรุด ตอนแรกก็กะจะซื้อใหม่ เพราะชำรุดบ่อยมาก แต่พอมาอ่านธรรมนี้แล้ว คิดว่าจะเอาไปซ่อมดีกว่า ยังไงก็ชำรุดไม่มาก ดีกว่าซื้อใหม่ให้เปลืองทรัพย์

โดย บุญนำใจ คนไร้พ่ายดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [24 เม.ย. 2550 , 10:43:13 น.] ( IP = 58.8.75.9 : : 192.168.12.65 )


  สลักธรรม 9

คนรวยกลายเป็นคนจน และคนจนก็รวยขึ้นได้จากการเก็บของเก่ามาขาย..

อนุโมทนาและขอบพระคุณมากนะคะคุณเซิ่น ที่เสียสละเวลานำเรื่องดีๆ มีคุณแก่ชีวิตมาฝากเสมอๆ

โดย น้องกิ๊ฟ (น้องกิ๊ฟ) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [24 เม.ย. 2550 , 14:37:40 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : )


  สลักธรรม 10

ขอบคุณมากค่ะคุณเซิ่นที่นำสิ่งดีๆมาฝาก
มองเรื่องทรัพย์สินแล้ว คงทำให้เห็นว่าเรายังใช้ทรัพย์ไม่เป็นอีกมาก
คนเรานี่ช่างขยันซื้อจริงๆ แต่ก็ใช้ประโยชน์กับสิ่งเหล่านั้นน้อยมาก
คงต้องหันไปดูสักมุมแล้วล่ะ ...เกินความจำเป็นจริงๆ

โดย น้องอุ๊ (asomsopon) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [24 เม.ย. 2550 , 18:12:52 น.] ( IP = 125.24.42.247 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org