มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


เรื่องการเผยแผ่ธรรม




หวัดดีคับ

อยากทราบว่าหากมีผู้ประสงค์จะเผยแผ่ธรรม แต่เป็นเผยแผ่ด้วยความบันเทิง เช่น ทำเป็นการ์ตูนพุทธประวัติ หรือเป็นภาพยนตตร์ เผยแผ่เป็นเพลง คำร้อง หรือเป็นเพลงแหล่ อย่างนี้ถือเป็นบุญกุศลหรือเปล่าคับ เพราะเรื่องบันเทิงต่างๆเหล่านี้เป็นสิ่งที่นำมาซึ่งกิเลสตัณหา โลภะ การยึดติด แต่ที่เห็นเผยแผ่กันทุกวันนี้ก็มีแบบนี้ด้วยคับ

ตอนแรกผมยังคิดว่าเป็นความบันเทิงคับ แต่พอมาคิดให้ละเอียดอีกที ถ้าหากผู้เผยแผ่นั้นมีเจตนาจะเผยแผ่ธรรมจริง แต่อาศัยความบันเทิงของโลกนี้ เป็นอุบายให้เข้าถึงธรรมได้ง่ายขึ้นคับ เพราะทุกวันนี้คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยสนใจธรรม และการเผยแผ่ธรรมนั้นเป็นการเผยแผ่แบบตรงๆ ตามพระไตรปิฏก แบบว่าสอนกันตามตัวหนังสือ ตามอรรถพยัญชนะ และบางครั้งก็มีภาษาบาลีด้วย ทำให้ผู้คนทั่วไปไม่สนใจ แต่ถ้าอาศัยความบันเทิงเป็นสื่อนำก็อาจเผยแผ่ธรรมได้อย่างเข้าถึง และเป็นการเผยแผ่แบบเชิงรุก

ในสมัยที่พระผู้มีพระภาคจะแสงดธรรมแก่บุคคลบางพวก เช่น ชฏิล พระองค์ก็แสดงฤทธิ์ให้ชฎิลเห็นก่อน หรือ ครั้งหนึ่งที่พระองค์ทรงไปโปรดพระพรหมที่มีมิจฉาทิฐฏิท่านหนึ่ง พระองค์ได้ให้พระโมคคัลานะ แสดงฤทธิ์ด้วย ทั้งๆที่พระองค์ไม่ทรงให้พระภิกษุใดอวดฤทธิเดช แต่พระองค์ทำเช่นนั้นเพื่อเป็นอุบายเท่านั้น จากนั้นพระองค์จึงค่อยเทศนาพระธรรมได้ในภายหลัง แสดงว่าอุบายวิธีในการเผยแผ่ธรรมอาจจะใช้ได้ให้ถูกจริตกับผู้ฟังธรรมนั้นก่อน แล้วสอดแทรกพระธรรมไปในอุบายนั้น อาจเป็นการเผยแผ่ธรรมที่ดีได้
นี่ความคิดเห็นของผมคับ ไม่ทราบจะผิดถุกประการใดคับ

โดย บุญนำใจ คนไร้พ่ายดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [24 เม.ย. 2550 , 10:31:26 น.] ( IP = 58.8.75.9 : : 192.168.12.65 ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1


สวัสดีค่ะคุณบุญนำใจ

เห็นด้วยนะคะกับความคิดเห็นนี้ เพราะเรื่องของการเผยแผ่ธรรมโดยผ่านสื่อแบบบันเทิงนั้นผู้เผยแผ่ทุกท่านต่างก็ทำเพราะมุ่งประโยชน์ในวงกว้างอย่างที่คุณบุญนำใจกล่าว..คงเรียกได้ว่า มีเจตนาเป็นกุศลมาตั้งแต่แรก

และเครื่องมือที่นำมาเผยแผ่ก็มีความเหมาะสมไปตามยุคสมัย ตามสิ่งแวดล้อมชีวิต แม้สิ่งบันเทิงเหล่านั้นทำให้เกิดกิเลสได้ก็จริง และก็ทำให้เกิดกุศลได้ด้วยหากผู้ฟังรู้จักฟัง รู้จักนำไปขบคิด เพราะอย่าว่าแต่ฆราวาสเช่นเราเลยค่ะที่จะค้นหาเครื่องมือในการเผยแผ่ธรรมให้ง่าย แม้พระภิกษุผู้ทรงภูมิธรรมในพระพุทธศาสนาในสมัยหลังๆ ท่านยังมีเมตตามอบคำอธิบายพระไตรปิฎกเพิ่มเติมไว้ในลักษณะของฏีกา โยชนา และตำราต่างๆ ซึ่งนี่ก็คือเครื่องมือที่ปรับเปลี่ยนไปตามยุคสมัย

ในพระวินัยนั้นทรงมีพระพุทธบัญญัติห้ามการขับทำนองร้องรำทำเพลงก็แต่เฉพาะภิกษุ ภิกษุณี และต่อมาก็มีการวิรัติในผู้ถืออุโบสถศีล ..แต่สำหรับฆราวาสนั้นมิได้ทรงห้ามไว้

และหากพิจารณาอย่างลึกซึ้งแล้ว สิ่งที่นำให้เกิดกิเลสตัณหานั้นไม่ใช่เฉพาะสิ่งบันเทิงหรอกค่ะ ไม่ว่าจะเป็นต้นไม้ ชายหาด ท้องฟ้า อากาศ สายลม แสงแดด เสียงนกร้อง อาหาร เสื้อผ้า ที่อยู่อาศัย ..ล้วนก็ก่อให้เกิดกิเลสได้เช่นกันถ้าผู้เสพไม่รู้จักพิจารณา

ในพระอภิธรรมจึงสรุปสภาวะของธรรมชาติเหล่านี้อันได้แก่ รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส และความรู้สึกนึกคิดว่าเป็นรูปธรรมและนามธรรมที่เป็นอารมณ์ของจิตได้

พูดไปพูดมาก็คงไม่พ้นจากความมีโยนิโสมนสิการ เพราะหากขาดโยนิโสมนสิการแล้ว แม้จะนั่งฟังพระเทศน์ด้วยร้อยแก้วธรรมดาๆ โลภะ โทสะ โมหะก็เกิดขึ้นได้ เช่น ความเบื่อ ความชอบในสุ้มเสียงและลีลา ความเศร้าเมื่อกระทบใจกับเหตุการณ์ที่ยกตัวอย่าง..และอื่นๆ อีกมากมาย

เรื่องการเผยแผ่ธรรมะโดยผ่านสื่อบันเทิงนี้มิใช่ว่าจะดีไปเสียทั้งหมด เพราะผู้ที่จัดทำนั่นเองที่จะเกิดความเสี่ยงในการเปลี่ยนแปลงและปรับหลักธรรมไปตามทัศนคติและอคติของตน...ที่อาจกลายเป็นการบิดเบือนความหมายในพระพุทธพจน์ไปได้ และก็เพิ่มเติมกิเลสแก่ผู้เสพได้หากขาดการพิจารณาที่ดี ..แต่อย่างไรก็ยังดีกว่าปล่อยให้ลุ่มหลงไปกับสิ่งบันเทิงเหล่านั้น...มีกิเลสบ้างมีกุศลบ้างกํยังดีกว่ามีแต่กิเลสล้วนๆ และบางทีอาจเตือนจิตสะกิดใจให้หันมาสนใจพระศาสนาอย่างเต็มรูปแบบเลยก็ได้

อย่างไรก็ตาม ..ก็คิดว่า เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป บุคลากรของพระศาสนาก็ต้องฉลาดรู้จักใช้เครื่องมือที่ชาวโลกเขาบำเรอกิเลสมาเป็นเครื่องมือลดกิเลสของพวกเขาได้ด้วยเช่นกัน

ขอยกตัวอย่างนิดนึงนะคะจากชีวิตของท่านอาจารย์บุษกร ..บางครั้งในการเผยแผ่ธรรมอาจารย์ก็จะใช้เสียงเพลงนี่แหละค่ะเป็นสื่อในการสงบใจลูกศิษย์จากความฟุ้งซ่านให้มาอยู่ในอารมณ์ของการฟังเสียง ซึ่งเป็นเสียงที่ไพเราะสยบโทสะ และมีเนื้อหาสาระให้พิจารณาไปตามลำดับขั้น และหลังจากที่ทุกคนอยู่ในความสงบแล้วท่านอาจารย์ก็จะอธิบายความลึกซึ้งในเรื่องของหลักธรรมและการใช้ชีวิตต่อไป ...นี่ก็คือความแยบยลในการใช้เครื่องมือสื่อกิเลสมาเป็นสื่อกุศลนั่นเองค่ะ

ขอร่วมแสดงความคิดเห็นเท่านี้นะคะ ขอให้สุขใจในการศึกษาธรรมค่ะ

โดย น้องกิ๊ฟ (น้องกิ๊ฟ) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [24 เม.ย. 2550 , 14:00:25 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org