มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ถามเรื่องการให้ผลของการล่วงกาเมฯ




ขอเรียนถามครับ

ผลของการล่วงอกุศลกรรมบทในข้อกาเมสุมิจฉาจารนั้น หากครบองค์อกุศลกรรมบทก็เป็นอกุศลที่มีกำลัง สามารถให้ผลในปฏิสนธิกาล คือนำเกิดในทุคติภูมิได้ (ปฏิสนธิด้วย อุเบกขาสันตีรณอกุศลวิบาก)

แต่หากไม่ครบองค์ก็จะให้ผลที่มีกำลังอ่อนกว่า คือให้ผลในปวัตติกาล ซึ่งได้มีระบุไว้ดังนี้เป็นต้น

๑. มีผู้เกลียดชังมาก
๒. มีผู้ปองร้ายมาก
๓. ขัดสนในทรัพย์
๔. ยากจนอดอยาก
๕. เป็นผู้หญิง
๖. เป็นกะเทย
๗. เป็นชายในตระกูลต่ำ
๘. ได้รับความอับอายเป็นอาจิณ
๙. ร่างกายไม่สมประกอบ
๑0. มากไปด้วยความวิตกห่วงใย
๑๑. พลัดพรากจากผู้ที่ตนรัก


ที่สงสัยคือ ข้อ 5 และ 6 เกิดเป็นหญิงหรือกะเทย เหตุใดจึงจัดอยู่ในการให้ผลในปวัตติกาล

ทั้งนี้ เนื่องด้วยในขณะปฏิสนธิ จะต้องมี หทยรูป กายปสาทรูป และภาวรูป เกิดประกอบร่วมพร้อมกันกับปฏิสนธิจิต

ด้วยผลกรรมของกาเมฯ ทำให้ภาวรูปนั้น เป็นอิตถีภาวรูป หรือไม่มีภาวรูปประกอบ (นปุงสกบัณเฑาะก์)

ซึ่งจะเห็นได้ว่า การให้ผลเป็นหญิงหรือกะเทยอันเป็นผลจากกาเมฯ นั้น เริ่มตั้งแต่ปฏิสนธิเลยทีเดียว ทำให้เกิดเป็นมนุษย์ ซึ่งปฏิสนธิด้วยอุเบกขาสันตีรณกุศลวิบาก อยู่ในสถานะ อภัพบุคคล

ดังนั้น เหตุใดจึงจัดเอาการเกิดเป็นหญิงหรือกะเทย ไว้เป็นการให้ผลในปวัตติกาล เพราะน่าจะถือเป็นการให้ผลในปฏิสนธิกาล เพียงแต่มีกำลังอ่อน จึงไม่นำเกิดในทุคติ

ขอความกระจ่างด้วยครับ ขอบคุณครับ

โดย เรียนถามดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [24 เม.ย. 2550 , 13:51:28 น.] ( IP = 202.90.116.49 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ][ 3 ]


  สลักธรรม 1

เพิ่มเติมครับ

อ้างอิงจาก...

http://www.abhidhamonline.org/aphi/p5/072.htm

http://ns1.pnru.ac.th/offi/extra/budha/b5_89.pdf

http://www.geocities.com/southbeach/terrace/4587/10bad.htm

http://buddhism-online.org/Section07A_02.htm


เมื่อนำที่แสดงการให้ผล ว่าเป็นหญิงหรือกะเทย มาเปรียบเทียบกับกระบวนการปฏิสนธิ เลยทำให้เกิดความสงสัยครับ

ขอบคุณครับ

โดย เรียนถาม (เรียนถาม) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [24 เม.ย. 2550 , 14:12:00 น.] ( IP = 202.90.116.49 : : )


  สลักธรรม 2


ข้อสงสัยที่ว่าขณะปฏิสนธินั้น ภาวรูป คือเพศหญิง เพศชายก็เกิดขึ้นแล้ว
แต่เหตุใดผลในปวัตติกาลของการกระทำผิดกาเมสุมิจฉาจารจึงมีระบุว่า เกิดเป็นหญิง
เกิดเป็นกระเทย ซึ่งน่าจะเป็นผลในปฏิสนธิกาล...นับว่าเป็นคนที่ช่างคิดพิจารณาดีค่ะ

ในฐานที่เป็นนักเรียนพระอภิธรรมคนหนึ่ง ก็ขออนุญาตแสดงความคิดเห็นสักเล็กน้อยนะคะ

เรื่องแรกคือเรื่องปฏิสนธิกาล กับปวัตติกาล
- ปฏิสนธิกาล หมายถึงเฉพาะอุปาทขณะของปฏิสนธิจิต
- ปวัตติกาล หมายถึงตั้งแต่ฐีติขณะของปฏิสนธิกาลเป็นต้นไปจนตาย

สัตว์ทั้งหลายเมื่อจุติคือตาย แล้วจะปฏิสนธิด้วยวิบากจิตใด ในภพภูมิใด ก็ขึ้นอยู่กับอำนาจของกรรมที่บุคคลนั้นกระทำไว้

กรรมก็มีทั้งกุศลกรรม และอกุศลกรรม ซึ่งให้ผลได้ทั้งในปฏิสนธิกาล และปวัตติกาล

อกุศลกรรมที่ครบองค์กรรมบท จึงจะมีกำลังอำนาจมากพอที่จะให้ปฏิสนธิในทุคติภูมิ
กุศลกรรมที่ครบเจตนาทั้ง ๓ กาล จึงจะมีกำลังอำนาจมากพอให้ปฏิสนธิในสุคติภูมิ

ต่อไปก็เรื่องปฏิสนธิเป็นเพศชาย หรือเพศหญิงนั้น ขึ้นอยู่กับกำลังอำนาจของกรรมที่นำปฏิสนธิว่ามีกำลังแรงหรืออ่อน
-ถ้ากรรมนั้นมีกำลังแรง (พลว)หรือเป็นอสังขาริก ก็จะให้ได้เพศชาย
-ถ้ากรรมนั้นมีกำลังอ่อน (ทุพล)หรือเป็นสสังขาริก ก็จะให้ได้เพศหญิง
และกรรมที่ว่านั้นอาจจะมีกำลังอำนาจที่อ่อนเอง หรือถูกเบียดเบียนให้อ่อนก็ได้


หากบุคคลใดกระทำอกุศลกรรมอย่างโชกโชน และก่อให้เกิดความเสียหายมากมาย
และการกระทำต่างๆเหล่านั้นมาปรากฏเป็นอารมณ์เมื่อใกล้จะตาย
ก็จะปฏิสนธิด้วยอุเบกขาสันตีรณอกุศลวิบากเป็นอบายสัตว์ในอบายภูมิได้

(จะกล่าวถึงเฉพาะกามภูมิปฏิสนธิเป็นมนุษย์นะคะ)
แต่ถ้าหากว่าบุคคลนั้นกระทำกุศลกรรมมากพอด้วย และกุศลกรรมก็มาปรากฏเป็นอารมณ์เมื่อใกล้จะตายด้วย
ต่ำสุดก็จะให้ปฏิสนธิเป็นมนุษย์ ซึ่งมีสิทธิปฏิสนธิด้วยจิตดวงใดดวงหนึ่งใน ๙ ดวง คือ
อุเบกขาสันตีรณกุศลวิบากจิต ๑ มหาวิบากจิต ๘

โดย พี่ดา (พี่ดา) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [25 เม.ย. 2550 , 15:44:22 น.] ( IP = 124.121.171.10 : : )


  สลักธรรม 3


ทีนี้จะปฏิสนธิเป็นมนุษยเช่นไร....
-มนุษย์ที่สมบูรณ์ หรือ
-มนุษย์ที่พิการ
-เพศชายหรือเพศหญิง

ถ้ากุศลกรรมที่มาปรากฏเป็นอารมณ์นั้น มีเป็นแถวเป็นแนวต่อเนื่องกัน
ก็จะมีกำลังมากพอที่จะให้ปฏิสนธิด้วยมหาวิบากจิตดวงใดดวงหนึ่งเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์

แต่ถ้าอกุศลกรรมที่กระทำไว้อย่างมากมายนั้นมาปรากฏเป็นอารมณ์สลับด้วย เรียกว่าเป็นบริวาร
ก็ทำให้อำนาจของกุศลกรรมนั้นลดน้อยลง และอำนาจของอกุศลนั้นก็มีผลให้ปรากฏในปวัตติกาลได้
หรืออาจจะลดน้อยลงจนมีสิทธิปฏิสนธิด้วยอเหตุกจิต คืออุเบกขาสันตีรณกุศลวิบากจิตเท่านั้น
เป็นมนุษย์ที่พิการ แต่จะพิการอะไรก็ขึ้นอยู่กับอกุศลกรรมที่เข้ามาแทรกนั้นว่าเป็นประเภทใด

ถ้าอกุศลกรรมที่เข้าแทรกนั้นเกี่ยวกับการผิดกาเมฯ
- กุศลกรรมที่จะนำปฏิสนธินั้นลดกำลังลง ให้ปฏิสนธิด้วยมหาวิบากจิตดวงที่เป็นสสังขาริก (เป็นเพศหญิง)
- กุศลกรรมที่จะนำปฏิสนธินั้นลดกำลังลงมาก (เพราะมีอกุศลกรรมแทรกแซงมาก)ให้ปฏิสนธิด้วยอเหตุกจิต (เป็นกระเทย)

จะเห็นได้ว่าการที่จะปฏิสนธิเป็นหญิงหรือกระเทยนั้นอำนาจกรรมกำหนดไว้เรียบร้อยแล้วตั้งแต่ปฏิสนธิ
แต่จะกล่าวไม่ได้ว่าเป็นผลในปฏิสนธิกาล

ซึ่งเปรียบได้กับการปลูกมะม่วง
หากเมล็ดมะม่วงนั้นเป็นมะม่วงแรด เราก็จะทราบได้ว่าเมื่อมะม่วงนั้นโตขึ้น ลูกมะม่วงก็จะต้องเปรี้ยว
เมล็ดมะม่วงเปรียบเหมือนกับปฏิสนธิจิต
ลูกมะม่วงที่จะต้องเปรี้ยว เปรียบเหมือนอำนาจกรรมที่กำหนดมาเรียบร้อยแล้วว่าจะต้องเป็นหญิง เป็นกระเทย


หวังว่าคงจะพอช่วยให้เข้าใจขึ้นไม่มากก็น้อยนะคะ

โดย พี่ดา (พี่ดา) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [25 เม.ย. 2550 , 15:45:42 น.] ( IP = 124.121.171.10 : : )


  สลักธรรม 4

คุณ"เรียนถาม"เป็นคนช่างคิดพิจารณาดีจังค่ะ
พออ่านคำถามจากคุณ"เรียนถาม"แล้วก็เลยเกิดคำถามไปด้วยเลยขอตามเข้ามาหาความรู้ด้วยคนนะคะ
พออ่านคำอธิบายแล้วเข้าใจขึ้นมากเลยค่ะ
อนุโมทนากับความตั้งใจในการอธิบายธรรมะของพี่ดาด้วยนะคะ

โดย โด่ง (dong) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [25 เม.ย. 2550 , 16:44:07 น.] ( IP = 202.231.41.1 : : )


  สลักธรรม 5

ขอขอบคุณอย่างมาก ที่ช่วยให้ความกระจ่างขึ้นครับ

ขออนุญาตถามเพิ่มเติมครับว่า.....

ตามความเข้าใจนี้ ภาวรูป ซึ่งเป็นกัมมัชรูป จะเกิดขึ้นกับทุกอนุขณะจิตใช่ไหมครับ ดังนั้นแม้ในอุปาทขณะของจิต ก็ต้องมีภาวรูปนั้นเกิดร่วมแล้ว ประกอบร่วมกันทันทีกับอุปาทขณะ ดังนั้นขณะแรกที่ปฏิสนธิจิตเกิดขึ้นเป็นอุปาทขณะ ภาวรูปนั้นก็ต้องเกิดพร้อมกันในอุปาทขณะของปฏิสนธิจิตทันที ก็ยังน่าจะเรียกว่าเป็นการให้ผลในปวัตติกาลอยู่ดี...หรือไม่ครับ ?

อีกประการหนึ่ง กรรมได้กำหนดการให้ผลไว้แล้วตั้งแต่ปฏิสนธิ ว่าจะให้เกิดเป็นหญิงหรือกะเทย และภาวรูปนั้นก็เกิดพร้อมกับอุปาทขณะของปฏิสนธิจิตด้วย นี่จึงยังเป็นเหตุให้ยังสงสัยอยู่สักเล็กน้อยครับ

ส่วนการที่ต้องเสวยผลนั้นคือความเป็นหญิงหรือกะทยต่อๆ ไปในปวัตติกาล อันนี้ไม่สงสัยแต่อย่างใดครับ หากมีคำอธิบายเพิ่มเติมเพื่อความกระจ่างขึ้นอีกสักเล็กน้อย ก็ต้องขอรบกวนด้วยครับ ขอบคุณครับ

โดย เรียนถาม (เรียนถาม) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [25 เม.ย. 2550 , 16:46:26 น.] ( IP = 202.90.116.49 : : )


  สลักธรรม 6

ขออนุญาตเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดความชัดเจนในประเด็นที่สงสัยครับ

คือเมื่อพิจารณาตัวอย่างเมล็ดมะม่วงประกอบ มีความเข้าใจว่ากรรมได้กำหนดที่จะให้เป็นเมล็ดพันธุ์มะม่วงแรดตั้งแต่แรกแล้ว คือส่งผลให้เป็นมะม่วงแรดแล้วตั้งแต่เกิด

ส่วนลักษณะอาการที่จะแสดงออกเมื่อเมล็ดพันธุ์นั้นงอกงามขึ้น เช่น มีรสเปรี้ยว ผลเล็กหรือใหญ่ สีอ่อนสีเข้ม จะแสดงออกมาในลำดับต่อๆไป หลังจากที่เมล็ดพันธุ์มะม่วงแรดนั้นเติบโตขึ้น อาการต่างๆ เช่นนี้จึงเรียกว่าให้ผลในปวัตติกาล

ส่วนการที่จะให้ผลเป็นมะม่วงแรดนั้น ได้ให้ผลแล้วตั้งแต่ตอนเป็นเมล็ดพันธุ์ คือกรรมได้กำหนดไว้แล้วว่าจะให้เป็นเมล็ดพันธุ์มะม่วงแรดตั้งแต่แรก ไม่เป็นพันธุ์อื่น โตขึ้นจึงย่อมต้องเป็นมะม่วงแรด มีลักษณะอย่างมะม่วงแรด

ดังนั้น เมื่อกรรมอันเป็นผลจากการล่วงกาเมฯ ทำให้ปฏิสนธิด้วย อุเบกขาสัณตีรณกุศลวิบาก เป็นผู้หญิงหรือกะเทย จึงเป็นผลของกรรม ที่ได้ส่งผลให้เป็นไปเช่นนั้นทันทีตั้งแต่ปฏิสนธิเลยทีเดียว คือมี อิตถีภาวรูป (หรือไม่มีภาวรูปสำหรับกะเทยประเภทหนึ่ง) เข้าประกอบตั้งแต่อุปาทขณะของปฏิสนธิจิตเลยทีเดียว ส่วนอาการต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น แสดงออกให้ปรากฏหลังจากนั้น จึงเป็นปวัตติกาล

ด้วยเหตุเช่นนี้ จึงทำให้มีความเข้าใจตามที่กล่าวมาครับ ว่าน่าจะเรียกว่าให้ผลในปฏิสนธิกาลได้อยู่ และเนื่องจากเป็นผลอย่างอ่อน จึงทำให้ปฏิสนธิเป็นมนุษย์ในสถานภาพของหญิงหรือกะเทย และก็ต้องรับผลอื่นๆ ต่อไปในปวัตติกาล (นับจากฐีติขณะเป็นต้นไป) แต่หากเป็นผลที่มีกำลังมาก จะให้ผลปฏิสนธิในทุคติเลยทีเดียว

จึงเรียนเพิ่มเติมให้ทราบเพื่อความชัดเจนในประเด็นที่สงสัยนี้ครับ และขอขอบคุณล่วงหน้าสำหรับการให้คำแนะนำเพิ่มเติมครับ

โดย เรียนถาม (เรียนถาม) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [25 เม.ย. 2550 , 17:44:33 น.] ( IP = 58.64.79.14 : : )


  สลักธรรม 7

ยกตัวอย่างเช่น ในขณะที่บุคคลนั้นใกล้ตาย แต่ยังไม่ตาย ยังดำรงอยู่ในสถานภาพนั้น ผู้นั้นยังไม่ได้เป็นหญิงหรือกะเทย หากแต่ยังดำรงอยู่ด้วยผลของกรรมที่ทำให้อยู่ในสถานภาพนั้นๆ ในชาตินี้

แต่เมื่อผลของกรรมอันเกิดจากการล่วงกาเมฯ ส่งผลให้นำเกิด (ในกรณีนี้คือให้ผลเป็นหญิงหรือกะเทย) ทันทีที่ตายลง ก็ส่งผลปฏิสนธิจิตเกิด (อุเบกขาสันตีรณกุศลวิบาก) และมีภาวรูป ซึ่งเป็นกัมมัชรูปในลักษณะนั้นๆ ที่กรรมได้กำหนดมาแล้ว เกิดพร้อมกับอุปาทขณะของปฏิสนธิจิตทันที (รวมทั้ง หทยรูป และ กายปสาทรูปด้วย เพราะเป็นกัมมัชรูปเช่นกัน)

ดังนี้ จึงยังไม่ค่อยชัดเจนที่ว่า เหตุใดจึงกำหนดไว้เป็นการให้ผลในปวัตติกาล ส่วนการให้ผลในปฏิสนธิกาลกำหนดไว้เพียงแค่นำเกิดในทุคติ แต่ไม่รวมการนำเกิดด้วยผลอย่างอ่อน (เป็นหญิง กะเทย) ไว้ด้วย ว่าเป็นปฏิสนธิกาล

ทั้งนี้ทั้งนั้น เป็นความสงสัยอย่างบริสุทธ์ใจ มิได้มีเจตนาที่จะค้านแย้งคำสอนของครูบาอาจารย์ทั้งในอดีตและปัจจุบันแต่อย่างใดครับ เพราะเชื่อว่าท่านย่อมต้องมีเหตุผล เพียงแต่เรายังไม่เข้าใจ

โดย เรียนถาม (เรียนถาม) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [25 เม.ย. 2550 , 18:04:36 น.] ( IP = 58.64.79.14 : : )


  สลักธรรม 8

ทั้งนี้ทั้งนั้น ยังไม่กล่าวถึงกรณีที่อาจกลายเป็นหญิงหรือกะเทยได้ในภายหลัง ดังในครั้งพุทธกาลก็มีแสดงไว้หลายๆ ท่านที่มีการกลับกลายเพศในลักษณะต่างๆ ซึ่งไม่สงสัย

กรณีนี้สงสัยเฉพาะ ที่นำเกิดเป็นหญิงหรือกะเทยตั้งแต่ปฏิสนธิ แต่มิได้มีกล่าวไว้ในการแสดงผลของอกุศลกรรมบทในส่วนปฏิสนธิกาล (ซึ่งกล่าวเฉพาะนำเกิดในทุคติ) ส่วนการที่นำเกิดเป็นหญิงหรือกะเทย มีกล่าวไว้ว่าให้ผลในปวัตติกาลเท่านั้น

โดย เรียนถาม [25 เม.ย. 2550 , 18:24:37 น.] ( IP = 58.64.79.14 : : )


  สลักธรรม 9

ต้องขออภัยเป็นอย่างยิ่งเลยครับที่ตอนพิมพ์ไม่ได้ตรวจทานให้ดี

ในความเห็นที่ 5 ขอแก้ไขตรงนี้ครับ
...ก็ยังน่าจะเรียกว่าเป็นการให้ผลในปวัตติกาลอยู่ดี...หรือไม่ครับ ?
ตรงปวัตติกาล ขอแก้เป็นปฏิสนธิกาลครับ
เพราะเกิดขึ้นทันทีพร้อมกับอุปาทขณะของปฏิสนธิจิต

โดย เรียนถาม (เรียนถาม) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [26 เม.ย. 2550 , 07:36:07 น.] ( IP = 202.90.116.49 : : )


  สลักธรรม 10

หากลองเปรียบเทียบดูว่า

ถ้าการให้ผลนำเกิดในทุคติ เป็นเปรต อสุกาย สัตว์นรก หรือดิรัจฉาน ซึ่งเป็นผลของกาเมฯ ที่มีกำลัง เช่นนี้กำหนดไว้ว่าเป็นการให้ผลในปฏิสนธิกาล

ถ้าเช่นนั้น การให้ผลนำเกิดเป็นมนุษย์ ในสถานภาพอภัพบุคคล เป็นหญิงหรือกะเทย ซึ่งเป็นผลของกาเมฯ เช่นกันแต่กำลังอ่อนกว่า ก็ย่อมจะเรียกว่าให้ผลในปฏิสนธิกาลได้เช่นกัน เพราะกลไกนี้เกิดขึ้นตั้งแต่ตอนที่เป็นปฏิสนธิกิจเหมือนกันเลย ต่างกันเพียงที่กำลังของกรรมเท่านั้นเอง ว่าจะให้นำเกิดในสถานะไหน

จึงมีความเข้าใจว่า หากเป็นผลที่ทำให้เรียกได้ว่านำเกิด คือกระทำหน้าที่ปฏิสนธิกิจ ไม่ว่าจะนำเกิดเป็นอะไรก็ตาม ในเมื่อเป็นการนำเกิด ก็น่าจะเรียกว่าเป็นการให้ผลในปฏิสนธิกาล

หากการนำเกิดเป็นหญิงหรือกะเทยไม่สามารถจะเรียกว่าเป็นปฏิสนธิกาลได้ เช่นนั้นการนำเกิดเป็นเปรต อสุรกาย ฯลฯ ก็มิอาจจะเรียกได้เช่นกัน เพราะมันเป็นการนำเกิดเหมือนกัน ต่างกันแค่กำลัง

ส่วนว่าหลังจากนำเกิดแล้ว คือหลังจากที่ปฏิสนธิกิจสิ้นสุดลง (นับจากฐีติขณะของปฏิสนธิจิตเป็นต้นไป) ผลอื่นใดที่จะได้รับต่อๆ ไป ก็จัดเป็นปวัตติกาล

โดย เรียนถาม (เรียนถาม) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [26 เม.ย. 2550 , 07:58:17 น.] ( IP = 202.90.116.49 : : )
[ 1 ] [ 2 ][ 3 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org