มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


เกาะติดสถานการณ์..ชาวพุทธ






ศาสนาประจำชาติไทย เหตุผลที่ต้องบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญไทยว่า “ประเทศไทยมีพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพุทธมามกะ
และทรงเป็น อัครศาสนูปถัมภก บุคคลใดหรือนิติบุคคลใด จะล่วงละเมิดชาติ พระพุทธศาสนา พระมหากษัตริย์ มิได้”


ศาสนาประจำชาติไทย
เหตุผลที่ต้องบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญไทยว่า


“ประเทศไทยมีพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ
มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพุทธมามกะและทรงเป็น
อัครศาสนูปถัมภก บุคคลใดหรือนิติบุคคลใด
จะล่วงละเมิดชาติ พระพุทธศาสนา พระมหากษัตริย์ มิได้”


๑. คนไทยในสุวรรณภูมิอยู่คู่กับพระพุทธศาสนามาตั้งแต่พุทธศตวรรษที่สาม (พ.ศ. ๒๓๕) เป็นต้นมาตราบเท่าปัจจุบัน (โทน (ทนฺตมโน) เล่าลงตรงพุทธกาล (ล่วงหน้า) ๒๓๕ โสณะ ฌานียะ ภูริยะ อุตตระ มูนียะ (พระเถระทั้ง ๕ องค์มาแล้ว) โลกลว้า (ให้) สร้างวัดมหาธาตุถวายแล้ว (๔๙๔/๑) (กำลังสร้างอยู่) องค์โสณะ ฌานียะ สอนวินัยธัมมพุทธวจนะ เห้า ภิกขุ สามเณร หัดสัชฌายหมู่ แต่เมื่อพุทธกาล ๒๓๖ (๔๙๔/๒)........ (จากพุทธสาสนสุวัณณภูมิปกรณ หน้า ๔๔๑)

๒. จาก พ.ศ. ๒๓๕ ถึงพุทธศตวรรษที่ ๑๓ แผ่นดินแถบแหลมทอง (สุวรรณภูมิ) นี้ แบ่งออกเป็น ๓ อาณาจักรคือ ๑) อาณาจักรล้านนา ๒) อาณาจักรสุวรรณภูมิ และ ๓) อาณาจักรศรีวิชัย ทั้งสามอาณาจักรนี้ประชาชนล้วนนับถือพระพุทธศาสนา (ทั้งพระมหากษัตริย์และประชาชน)(เดือนเด่นฟ้า สุวัณณภูมินี้ เขียนคำเถรโสณะว่า เมืองอู่ทอง เมื่อลุพุทธกาล ๑๒๗๐ จะเป็นเมืองสองพัน ลุขึ้นพุทธกาลอู่ทอง ๑๕๑๗ ชื่อสุพัณณบุรี (สุพัณณภูมิ) เคี่ยวศึกชนะศรีวิชัย (ธรรมราช) (๑๑๐/๑) เดือนเด่นฟ้า ลงคำโสณะต่อ เมืองเถือมทองเป็นเมืองไทยทวาราว(ลาว)ดี พุทธกาล ๑๒๐๒ พ่อฟ้าเมืองตั้งชื่อใหม่ เมื่อตาย (แล้ว) ใต้ฟ้า ผู้ลูกชายสร้างเรือนยอดชุมไฟพ่อสร้างวัดพระเมรุ มีเจดีย์ อุโบสถ ปี ๑๕๕๐ พานเมืองฟ้าและอู่ทองร่วมกันขับศึกเขมร (๑๑๐/๒)

โดย เทพธรรมดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [24 เม.ย. 2550 , 14:39:58 น.] ( IP = 58.9.139.15 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 1

๓. ช่วงต่อมา ตั้งแต่สุโขทัยเป็นราชธานี หลักฐานปรากฏชัดว่าพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติไทย พระมหากษัตริย์ทรงปกครองแผ่นดินโดยธรรม ทรงใช้พระพุทธศาสนาเป็นธงชัยแห่งศรัทธาเดียวกันกับประชาชน ทำให้ประเทศเป็นปึกแผ่น จนสามารถรวบรวมประชาชนสร้างเป็นอาณาจักรสยามขึ้นมา ที่นับว่าเป็นอาณาจักรใหญ่มาก ครอบคลุมตั้งแต่ภาคเหนือสุดลงไปจนถึงศรีวิชัยหรือชวา ซึ่งยังมีโบราณสถานทางศาสนาปรากฏอยู่มากมาย

๔. กรุงศรีอยุธยา ยั่งยืนนาน ๔๐๐ กว่าปี พระมหากษัตริย์และประชาชนต่างยอมรับพระพุทธศาสนาจนเกิดประเพณีการบวชกุลบุตรก่อนเข้ารับราชการ ที่เป็นประเพณีมาจนถึงปัจจุบัน ทั้งยังมีความเชื่อมโยงอย่างประสานสัมพันธ์ระหว่างศาสนจักรและอาณาจักรเข้ากันอย่างแน่นแฟ้น พระพุทธศาสนาได้เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับความมั่นคงของชาติมาโดยตลอด

๕. ยุคธนบุรี แม้จะมีระยะเวลาเพียงสั้น ๆ (๑๕ ปี) แต่สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชก็ทรง “อันตัวพ่อ ชื่อว่า พระยาตาก ทนทุกข์ยาก กู้ชาติ พระศาสนา ถวายแผ่นดิน ให้เป็น พุทธบูชา แด่พระศาสดา สมณะ พระพุทธโคดม............”

๖. พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงสร้างกรุงรัตนโกสินทร์ ทรงสร้างวังพร้อมกับการสร้างวัด คือวัดพระศรีรัตนศาสดาราม แสดงถึงพระราชศรัทธาที่หนักแน่นมั่นคงในพระพุทธศาสนา และพระมหากษัตริย์ทุกพระองค์ในบรมราชจักรีวงศ์ก็ทรงมีพระราชศรัทธาหนักแน่นตลอดมาเช่นเดียวกัน ทั้งยังทรงอุปถัมภ์พระศาสนาในทุก ๆ ด้าน

๗. กระแสพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่อย่างน้อยสามครั้งที่ตรัสว่า “พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติไทย” มีกระแสพระราชดำรัสในการเสด็จออกมหาสมาคมก่อนเสด็จออกผนวชเมื่อ พุทธศักราช ๒๔๙๘ เป็นต้น

โดย เทพธรรม (เทพธรรม) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [24 เม.ย. 2550 , 14:43:09 น.] ( IP = 58.9.139.15 : : )


  สลักธรรม 2

๘. แม้แผ่นดินประเทศไทยจะถูกเฉือนไปแล้วมากกว่าครึ่งหนึ่งเพราะอำนาจอิทธิพลของต่างชาติที่เป็นนักล่าอาณานิคม แต่ในส่วนที่เหลืออยู่ก็ยังเป็นแผ่นดินที่เต็มไปด้วยพระพุทธศาสนา ที่ประชาชนคนไทย ๙๕ % นับถือพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชีวิตจิตใจ

๙. ประชาชนคนไทยเหล่านั้น มีสถาบันหลัก ๓ สถาบันคือ
๑) สถาบันชาติ
๒) สถาบันศาสนา (พระพุทธศาสนา)
๓) สถาบันพระมหากษัตริย์
ทั้งสามสถาบันนี้ อิงอาศัยซึ่งกันและกัน เพื่อประโยชน์ เพื่อความสุข ของประชาชนชาวไทย ตั้งแต่บรรพกาลมาตราบเท่าถึงปัจจุบัน


๑๐. สถาบันชาติไทย มีรับรองไว้ในบทบัญญัติรัฐธรรมนูญไทย ทุกฉบับ สถาบันพระมหากษัตริย์ มีบทบัญญัติไว้ในบทบัญญัติรัฐธรรมนูญทุกฉบับ แต่สถาบันพระพุทธศาสนาซึ่งเป็นหัวใจของคนไทยทั้งชาติ รวมทั้งพระมหากษัตริย์ทุกพระองค์ตั้งแต่บรรพกาลมา กลับยังไม่ได้บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญไทย นับเป็นเรื่องที่ขัดกับความเป็นจริงอย่างมากจนยากจะอธิบาย

๑๑. พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาสำคัญของชาติ เป็นศาสนาคู่ชาติ ทั้งช่วยสร้างชาติให้เป็นปึกแผ่น เป็นเอกภาพ มีความมั่นคง ช่วยดำรงชาติมาได้ด้วยหลักธรรม มีความชอบธรรม มีความเป็นธรรม ทั้งมีความใจกว้างที่จะยอมรับผู้ที่มีศรัทธาในศาสนาที่ต่างกัน ให้โอกาสกับเขาผู้ศรัทธาต่างกันอย่างไร้ข้อรังเกียจเดียดฉัน สมควรที่จะต้องได้รับการบันทึกไว้เป็นลายลักษณ์อักษรในรัฐธรรมนูญ

๑๒. พระพุทธศาสนาเป็นรากฐานทางวัฒนธรรมของชาติไทยอย่างแน่นแฟ้น วัฒนธรรมการดำรงชีวิตแบบพอเพียง วัฒนธรรมการอยู่ร่วมกันอย่างรู้รักสามัคคี วัฒนธรรมความเอื้ออาทร วัฒนธรรมในการยืน เดิน นั่ง นอน กิน ดื่ม ทำ พูด คิด แต่งตัว ความเคารพ ตลอดถึงความเป็นอยู่อย่างมิตรไมตรี ความเป็นพี่น้องกัน ความมีอิสระเสรี ความมีมาตรฐานขั้นพื้นฐานทางสังคมเอื้ออาทร

๑๓. พระพุทธศาสนาเป็นบ่อเกิดด้านจิตรกรรม ประติมากรรม ที่สวยงามเป็นเอกลักษณ์ของคนไทย เกินกว่า ๙๐% ของศิลปกรรมของไทยเกิดมาจากความเชื่อในคำสอนทางพระพุทธศาสนา ที่ศิลปินได้กลั่นกรองออกมาเป็นวัตถุที่สวยงามชนิดที่หาดูที่ไหนไม่ได้ในโลก

โดย เทพธรรม (เทพธรรม) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [24 เม.ย. 2550 , 14:47:32 น.] ( IP = 58.9.139.15 : : )


  สลักธรรม 3

๑๔. พระพุทธศาสนาประสานประเพณีไทยให้กลมกลืนกันกลายเป็นวิถีชีวิตของคนไทยที่มีลักษณะปรากฏออกมาทางกิริยามารยาทยิ้มแย้มแจ่มใส ให้ความเป็นกันเองในลักษณะผู้มีอารยธรรม ซึ่งซ่อนอยู่ในประเพณีการทำบุญต่าง ๆ เช่นโกนจุก ขึ้นบ้านใหม่ แต่งงาน ทำบุญวันสารท ทำบุญวันเกิด ทำบุญประจำปีเป็นต้น

๑๕. ปัจจุบันชาวโลกยอมรับแล้วว่าประเทศไทยเป็นศูนย์กลางแห่งพระพุทธศาสนาของโลก พระมหากษัตริย์ทรงเป็นพุทธมามกะ สำนักงานใหญ่องค์การพุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลกตั้งอยู่ในประเทศไทย ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางของพระพุทธศาสนาในทุก ๆ ด้าน

๑๖. องค์การสหประชาชาติ ประกาศยกย่องวันวิสาขบูชาเป็นวันสำคัญสากล หมายความว่าชาวโลกได้ให้ความสำคัญต่อพระพุทธศาสนาอย่างไร้ข้อสงสัย ชาวไทยควรจะรับรู้และบันทึกไว้เป็นประวัติศาสตร์ และบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญเพื่อเป็นเครื่องรองรับให้สอดคล้องกันกับมติของชาวโลก ซึ่งแม้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนาและประเทศไทย เขายังให้ความสำคัญและประกาศยอมรับสถานะดังกล่าว


๑๗. รัฐธรรมนูญ เป็นกฎหมายสำคัญสูงสุดของประเทศ จะต้องบันทึกสิ่งสำคัญสูงสุดของประเทศไว้เป็นลายลักษณ์อักษรที่ชัดเจน เพื่อเป็นมาตรฐานของคนไทยและเพื่อให้ชาวโลกได้รับรู้ว่าประเทศไทย คนไทย มีชาติไทย มีพระพุทธศาสนา มีพระมหากษัตริย์ เป็นจุดศูนย์รวมสูงสุด ที่ใครจะละเมิดมิได้

๑๘. พระพุทธศาสนา ยังสามารถหล่อหลอมจิตใจคนไทยและชาวโลกให้อยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข สามารถเป็นเครื่องมือพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้มีจิตใจที่แข็งแกร่ง เอาชนะปัญหาต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถส่งเสริมให้เยาวชนเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าสูงที่สุดของโลกได้

๑๙. ปัจจุบันประชาชนคนไทยส่วนมากของประเทศพร้อมใจกันที่จะให้บัญญัติข้อความข้างต้นนั้นไว้ในรัฐธรรมนูญดังตัวอย่างที่ ท่านสมาชิกวุฒิสภาชุดที่ผ่านมาได้เคยทำการสำรวจความคิดเห็นไว้แล้วเมื่อปลายปีพุทธศักราช ๒๕๔๘

โดย เทพธรรม (เทพธรรม) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [24 เม.ย. 2550 , 14:50:17 น.] ( IP = 58.9.139.15 : : )


  สลักธรรม 4

๒๐. ปัจจุบันนี้ มีกระแสการแข่งขันที่รุนแรงมาก กระแสวัฒนธรรมต่างชาติรุกล้ำเข้าสู่จิตใจคนไทยอย่างรุนแรง ทำให้พระพุทธศาสนาซึ่งเป็นสิ่งมีค่างยิ่งของชาติไทยต้องกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง หากไม่หาทางป้องกันที่เข้มแข็งในทุก ๆ ด้าน อาจเป็นเหตุให้พระพุทธศาสนาของไทยเราล่มสลายลงได้ และนั่นก็อาจหมายถึงชาติไทยต้องล่มสลายลงไปด้วย


จากเหตุผล ๒๐ ประเด็นที่ได้ประมวลมาข้างต้นนั้น เห็นว่าถึงเวลาแล้วที่ประชาชนคนไทย สมาชิกสภานิติบัญญัติไทย สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญไทย รัฐบาลไทย ควรจะได้ตระหนักถึงความสำคัญของพระพุทธศาสนา และควรจะได้ตระหนักถึงการเรียกร้องต้องการของคนไทยส่วนมาก ที่ต้องการให้บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญว่า “ประเทศไทย มีพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพุทธมามกะและทรงเป็นอัครศาสนูปถัมภก บุคคลใดหรือนิติบุคคลใดจะล่วงละเมิด ชาติ พระพุทธศาสนา พระมหากษัตริย์ มิได้”

จึงสมควรและถึงเวลาที่จะต้องบันทึกข้อความข้างต้นไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

พระเทพวิสุทธิกวี (เกษม)
เลขาธิการศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนา
แห่งประเทศไทย




โดย เทพธรรม (เทพธรรม) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [24 เม.ย. 2550 , 14:54:55 น.] ( IP = 58.9.139.15 : : )


  สลักธรรม 5



การบัญญัติว่าพุทธ เป็นศาสนาประจำชาติในรัฐธรรมนูญ เหตุผลหลักที่ควรสำเหนียก จะขึ้นป้ายชื่อป้าย ทำรั้วบ้านให้เป็นขอบเขต เป็นสัดเป็นส่วนแน่นอนตามสมัยนิยม ทั้งนี้ เพื่อความอยู่สุขสบายของสมาชิกในบ้านนี้ทุกคน คงไม่มีสมาชิกที่แท้จริงของบ้านคนใด จะออกมาคัดค้านไม่เห็นด้วยอย่างแน่นอน นอกจากพวกคนร้าย หรือคนไม่ประสงค์ดีต่อบ้านหลังนี้

1) อันรัฐธรรมนูญ นับเป็นกฎหมายมหาชน หรือแม่บทพิเศษ จึงย่อมต้องบรรจุประเด็นเป็นข้อเท็จจริง เช่น ประเทศไทยเป็นราชาอาณาจักรหนึ่งเดียวใครจะแบ่งแยกมิได้ และหลักการแห่งระบอบประชาธิปไตย เช่น เรื่องสิทธิ เสรีภาพ เรื่องหน้าที่ของคนไทย องค์การอิสระต่างๆ เช่น กกต. ป.ป.ช. ศาลรัฐธรรมนูญ

ดังนั้น การจะเขียนว่าพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพุทธมามกะ (ซึ่งขาดหายไปใน รธน.ของฉบับ คมช.) และเป็นองค์ศาสนูปถัมภกหรือแม้แต่ "พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ" ก็ชอบในทางวิธีการทางกฎหมาย

การไม่บัญญัติไว้ให้ชัดเจนเช่นนี้ถือว่าเป็นการไม่ซื่อตรงต่อประวัติความเป็นมาแห่งพระราชาอาณาจักร หรือประเทศไทยนี้ ถ้าไม่มีเจตนาบิดเบี้ยวกัน ก็ถือว่าเป็นความเลินเล่อเผลอสติอย่างไม่น่าให้อภัยกันด้วย

2) พระพุทธศาสนา เป็นยิ่งกว่าศาสนาประจำชาติไทยเราเสียอีก เพราะประเทศนี้ ชาวพุทธได้มาก่อร่างสร้างไว้ พัฒนาให้เจริญรุ่งเรือง และรักษาให้อยู่รอดปลอดภัยมาจนถึงคนรุ่นพวกเรา จึงเรียกอีกอย่างได้ว่า พระพุทธศาสนาเป็นทั้งศาสนาประจำชาติ พัฒนาทำชาติให้เจริญรุ่งเรืองและปกป้องคุ้มครองรักษาชาติ ควบคู่กับสถาบันพระมหากษัตริย์และประชาชนคนพุทธส่วนใหญ่

ส่วนพี่น้องคนศาสนาอื่นนั้น แม้จะมีอุปการคุณแก่ชาติบ้านเมืองของเราอยู่บ้าง แต่ก็เป็นพลังส่วนน้อยและอพยพมาเพิ่มเติมกันในตอนหลังเป็นส่วนใหญ่ ดังนั้น พระพุทธศาสนาจึงเป็นศาสนาประจำชาติไทยของเรามาแต่เริ่มก่อตั้งประเทศแล้ว

ในกาลต่อมาพระมหากษัตริยาธิราชเกือบทุกๆ พระองค์ได้ทรงตรัสยืนเสมอว่า "พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ" อย่างชัดเจน

โดย เทพธรรม (เทพธรรม) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [24 เม.ย. 2550 , 15:06:20 น.] ( IP = 58.9.139.15 : : )


  สลักธรรม 6

3) จากข้อเท็จจริงดังกล่าว พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติอยู่แล้ว โดยจารีตประเพณี ข้อนี้เป็นการรับรองโดยพระบรมราโชวาท พระราชนิพนธ์และพระราชหัตถเลขา ในพระเจ้าอยู่หัวหลายองค์ตามกาลตามเวลา ซึ่งในทรรศนะของผู้เขียนถือว่าเป็นกฎหมาย บทบัญญัติแห่งรัฐเหมือนกัน และเมื่อยังไม่มีการออกกฎหมายมายกเลิกหรือลบล้างกันเช่นนี้ ก็ถือว่ายังคงมีผลบังคับใช้อยู่

ดังนั้น การไม่บัญญัติมาตรานี้ไว้ในรัฐธรรมนูญ คงต้องถือว่ารัฐธรรมนูญฉบับนั้นแสดงข้อความขัดกับข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ และเป็นการขัดต่อกฎหมายจารีตประเพณีซึ่งเก่าแก่และศักดิ์สิทธิ์แม้กว่าตัวเนื้อหาของรัฐธรรมนูญฉบับใดๆ อีกด้วย

4) การที่คณะราษฎรและ ส.ส.ร.รุ่นต่อๆ มาไม่ได้เขียนว่าพระพุทธเป็นศาสนาประจำชาติใน ธรน.ฉบับก่อนๆ นั้น ก็มิได้หมายความว่าเป็นเรื่องถูกต้อง หรือยุติกันเพียงนั้น เพราะมีหลายสิ่งที่ไม่เคยเขียนไว้ใน รธน.ฉบับก่อนๆ พวกเราก็ได้พยายามนำมาใส่ไว้มากมายหลายเรื่อง เช่น เรื่องผู้ตรวจการรัฐสภา คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ศาลรัฐธรรมนูญ



ดังนั้น จะเป็นการดีมากถ้าพวกเราจะตรวจสอบกันอีกทีว่ามีเหตุผลหรือความจำเป็นอันใดหรือ? ที่ท่านๆ ทั้งหลายจึงไม่เขียนข้อความที่สำคัญมากอย่างนี้ไว้ในรัฐธรรมนูญ ผู้เขียนคิดว่าน่าจะมีเหตุผลหรือความจำเป็นหลักๆ อยู่สัก 2 ประการคือ

หนึ่ง ด้วยความเกรงใจกรรมการคณะราษฎรที่นับถือศาสนาอื่น (อิสลาม)

และสองอาจจะเป็นไปได้ว่าคณะราษฎรที่เปลี่ยนการปกครองแผ่นดินครั้งนั้น อาจจะมีหลายท่านตั้งใจจะล้มระบอบกษัตริย์เสียสิ้นเชิง เมื่อทำไม่ได้ก็พยายามลดทอนพลังของสถาบันโดยตรงและสถาบันพระพุทธศาสนา ซึ่งเป็นสถาบันคอยสนับสนุนส่งเสริมระบอบพระมหากษัตริย์ จึงเป็นเหตุให้เกิดมีการบอนไซสถาบันพระพุทธศาสนาเรื่อยมา โดยการไม่บัญญัติยกย่องพระพุทธศาสนาไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับแรกๆ และจำกัดสิทธิในการออกเสียงเลือกตั้งของพระภิกษุ สามเณร และแม่ชีด้วย

5) การบัญญัติไว้จะเป็นการกีดกันบุคคลศาสนาอื่น หรือแบ่งแยก หรือก่อให้เกิดความขัดแย้งกันในทางศาสนาหรือไม่? ข้อนี้ขอตอบว่า ไม่มีแน่นอน เพราะโดยธรรมชาติของพระพุทธศาสนามีความเป็นสากล ไม่คับแคบแบ่งแยกอยู่แล้ว ไม่ว่าด้านอุดมการณ์ เนื้อหาแห่งพระธรรมคำสั่งสอน ทัศนคติ หรือการบริหารการจัดการ ตลอดเวลากว่า 2500 ปีที่ผ่านมา แม้ชาวพุทธจะได้ครองความเป็นใหญ่ในบางกาลเวลา แต่ก็ไม่เคยเบียดเบียน หรือทำสงครามในนามศาสนา ให้ใครต้องเสียเลือดแม้เพียงสักหยดเดียวในนามศาสนาเลย

ดังการรับรองของท่านศาสตราจารย์ ริส เดวิดส์ อดีตปฐมนายกสมาคมบาลีปกรณ์ หรือ Pali Text Society ชาวอังกฤษ (ดูในพระพุทธเจ้าในสายตานักปราชญ์โลก ของผู้เขียน น.63)

แต่ในทางตรงกันข้าม พระพุทธศาสนาต่างหากที่ถูกศาสนาอื่นเบียดเบียนบีฑาตลอดเวลา จนถึงกับในหลายประเทศ ได้สาบสูญ เช่น อินเดีย อัฟกานิสถาน และอินโดนีเซีย ดังที่พวกเราทราบกัน

โดย เทพธรรม [24 เม.ย. 2550 , 15:11:35 น.] ( IP = 58.9.139.15 : : )


  สลักธรรม 7

6) การบัญญัติพุทธเป็นศาสนาประชาตินี้ จึงเป็นประเด็นที่ชาวพุทธไม่ว่าพระภิกษุ สามเณร อุบาสก และอุบาสิกาทุกคน ผู้ที่ต้องเห็นพ้องต้องกัน และพากเพียรพยายามทำให้เกิดเป็นมรรคเป็นผลจริง เรียกว่าถ้าเป็นชาวพุทธแล้วจะเห็นเป็นอย่างอื่นจากประเด็นนี้ไม่ได้ ถ้าเกิดมีขึ้นมาบ้างก็คงต้องถือว่าเป็นพวกพระเทวทัตแห่งยุคสมัย มีความจงใจในการบ่อนทำลายความมั่นคงของประเทศชาติ สถาบันพระพุทธศาสนาและสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างแน่แท้

หากเมื่อ ส.ส.ร.และ สนช.ไม่กล้าเขียนข้อความนี้ลงใน รธน.ก็จะอาจเข้าข่ายข้อความข้างต้นนั้นได้เช่นกัน ทั้งๆ ที่เรื่องอย่างนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเราเคยตรัสยืนยันมาหลายครั้งแล้ว ล่าสุดตรัสต่อหน้าองค์สันตะปาปาจอห์นปอล ที่ 2 เมื่อคราวเสด็จมาเยือนประเทศไทย ครั้งล่าสุด (10 พ.ค.2527) ว่า

"ประชาชนคนไทยล้วนเป็นศาสนิกที่ดี แต่ประชาชนส่วนใหญ่นับถือพระพุทธศาสนาอันเป็นศาสนาประจำชาติ"

และผลการสำรวจความคิดเห็นของสวนดุสิตโพล เมื่อไม่นานนักมานี้ ผลปรากฏว่า 70.94% เห็นว่าควรระบุ และมีเพียง 27.18% ไม่เห็นด้วย ในจำนวนนี้กลุ่มชาวมุสลิมเห็นด้วยถึง 44.86% (เห็นว่าไม่ควรระบุ 40% ไม่ออกเสียง 05.14% ส่วนชาวคริสต์มีตัวเลขเป็น 43.29,51.90 และ 04.81% ตามลำดับ ส่วนศาสนาอื่นๆ เป็น 61.90 ต่อ 38.10%)

7) มาถึงเวลานี้ บ้านเมืองไทยกำลังประสบปัญหา และวิกฤตการณ์ค่อนข้างรุนแรงรอบด้านไม่ว่าปัญหาการก่อการร้ายแบ่งแยกดินแดนใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ปัญหาวิกฤตการเมืองการปกครอง ที่คอร์รัปชั่น การซื้อสิทธิขายเสียง การแบ่งฝักแบ่งฝ่าย แบ่งพรรคแบ่งพวก
ปัญหาการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ตกต่ำ และวิกฤตการณ์ทางการศึกษา เป็นต้น แม้แต่การปฏิรูปการเมืองการปกครองระบอบประชาธิปไตย ซึ่งยังหาสมรรถนะ-ความมั่นคงไม่ได้ ระบอบประชาธิปไตย มิใช่รัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญมิใช่ประชาธิปไตย เพราะถ้ารัฐธรรมนูญเป็นประชาธิปไตย พวกเราคงมีประชาธิปไตยสมบูรณ์แบบตั้งนานแล้ว และเป็นมากกว่าประเทศไหนๆ ด้วย เพราะเรามีการเขียนรัฐธรรมนูญกันถึง 16-17 ฉบับแล้ว แต่เรายังไม่มีประชาธิปไตยจริงกันเลยตลอดเวลา 75 ปีที่ผ่านมา

จึงดูเหมือนว่า พวกเราไม่มีแหล่งพลังอย่างอื่นมาช่วยเหลือกันหนักหนาสากรรจ์แล้ว คงถึงเวลานี้แล้วที่พวกเราจะอัญเชิญพระพุทธศาสนามาเป็นอุดมการณ์แห่งชาติโดยตราไว้ใน รธน.เพื่อจะได้ออกจากปัญหารุนแรงเหล่านี้เสียที

ดังกรณีพระบาทสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชที่ได้ทูลอาราธนาอัญเชิญพระพุทธศาสนามาเป็นขวัญ-กำลังใจทหาร จนสามารถตีกองทัพพม่าให้แตกกระเจิงไปกู้กรุงศรีอยุธยาได้สำเร็จ

ดังนั้น เห็นทีพวกเราจะต้องรีบเร่งบัญญัติคำว่า "พุทธฯเป็นศาสนาประจำชาติ" ใน รธน.ฉบับใหม่ ดีร้ายพลังแห่งพระพุทธานุภาพนั้น อาจช่วยปกป้องมิให้รัฐธรรมนูญฉบับต่อไปถูกทำลายลงได้ก็ได้นะ

โดย เทพธรรม [24 เม.ย. 2550 , 15:15:22 น.] ( IP = 58.9.139.15 : : )


  สลักธรรม 8

ส่วนปัญหาเรื่องความไม่รู้ ไม่เข้าใจพระพุทธศาสนา และไม่ปฏิบัติธรรมจริงจังของชาวพุทธนั้น เมื่อบัญญัติคำนี้ไว้แล้ว จะมีอะไรดีขึ้นหรือไม่ ข้อนี้ขอเฉลยว่า เพราะไม่มีการรับรองพระพุทธศาสนาอย่างเป็นทางการนี่เอง เราจึงไม่มีการสอนและปฏิบัติตามพระพุทธศาสนากันอย่างจริงจัง ทั้งในบ้าน ในหน่วยราชการ และสถาบันการศึกษา

สื่อวิทยุเราก็มีตั้งราว 500-600 สถานี และโทรทัศน์กว่า 10 แห่ง ฝ่ายองค์กรพุทธศาสนาในประเทศ และพระเจ้าพระสงฆ์ก็เข้าไม่ถึง เพราะไม่มีทุน และแรงสนับสนุนจากภาครัฐอย่างจริงจัง พร้อมกันนี้ นโยบายของรัฐหลายประการแม้ขัดแย้งหรือตรงกันข้ามกับศีลธรรมอันดีงาม เช่น ทำเหล้าสาโทของชาวบ้านให้ถูกกฎหมาย ขุดหวยใต้ดินขึ้นบนดิน เป็นต้น

บางเรื่องแม้ยังไม่รับรองด้วยกฎหมาย รัฐก็ทำเป็นเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ เช่น เรื่องบ่อน เรื่องซ่อง เรื่องการเรียกรับสินบน ฯลฯ จนภาพลักษณ์ของประเทศไทยเสียหายอย่างมากต่อสายตาของสื่อต่างประเทศ

เมื่อเอาพระพุทธศานาเป็นศาสนาประจำชาติ ชาวพุทธทั้งหลายมีกำลังใจแล้วก็จะพากันส่งเสริมการศึกษา ปฏิบัติธรรม เผยแผ่ และพิทักษ์รักษาพระศาสนากันอย่างจริงจัง ส่วนภาครัฐก็จะระมัดระวังในเรื่องการออกนโยบายเกี่ยวกับศึกษา บริหารจัดการ และกวดขันเรื่องนี้อย่างจริงจัง เมื่อมีการกระทำอย่างนี้ศีลธรรมของคนไทยไม่กระเตื้องบ้างก็ให้มันรู้ไป

เรื่องนี้กุญแจสำคัญอยู่ที่พวกเราชาวไทยนี่แหละจะเอาจริงกันแค่ไหนเท่านั้น อย่าไปโทษปี่โทษกลองเลย?

โดย เทพธรรม [24 เม.ย. 2550 , 15:18:44 น.] ( IP = 58.9.139.15 : : )


  สลักธรรม 9

9) เรื่องการยกย่องพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาตินี้ เป็นทั้งเรื่องเอกลักษณ์-อัตลักษณ์ เป็นทั้งความมั่นคงของประเทศไทย ซึ่งมีประชาชนราว 94.2% เป็นชาวพุทธมีพระมหากษัตริย์ทุกพระองค์ ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันเป็นพุทธมามกะ องค์การพุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลก (พสล.) มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในประเทศไทย

เรามีมหาวิทยาลัยพระพุทธศาสนาอยู่ 2 แห่ง คือ มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย และมหามกุฎราชวิทยาลัย และมีสาขาอยู่ทั่วประเทศ และบางแห่งในต่างประเทศ และล่าสุด สหประชาชาติยอมวันวิสาขบูชาเป็นวันสำคัญสากล และเมื่อตัวแทนชาวพุทธทั่วโลกประชุมกันในกรุงเทพฯ เพื่อเฉลิมฉลองกันถึง 2-3 ครั้งติดต่อกันมานี้ ก็มีมติเห็นร่วมกันยกให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางพระพุทธศาสนาแห่งโลก

ข้อนี้อาจมีคำถามตามมาว่าเมื่อชาวต่างประเทศยกย่องประเทศไทยว่าเป็นดินแดนแห่งผ้ากาสาวพัสตร์ (The Land of Yellow Rob) แต่เป็นว่า สนช.,ส.ส.ร.คนไทยแท้ๆ กลับไม่รับรองกันเสียฉิบ มันอนาถสามตลบเลยจริงไหม

10) ในการรณรงค์ให้มีการบัญญัติว่าพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ ถือว่าเป็นปัญหาเรื่องความมั่นคง หรือเป็นเรื่องความเหมาะสมของแต่ละประเทศ เมื่อพิจารณาว่าเป็นความจำเป็นแล้ว ก็ต้องรีบทำเลย ไม่ต้องรีรอหรือไปเกรงอกเกรงใจของคนที่นับถือศาสนาอื่นใด ในการเลือกสรรกันจัดกันเองของแต่ละประเทศนี้ เราก็มีตัวอย่างอยู่หลายประเทศ ดังเช่น ประเทศกัมพูชาเพื่อนบ้านใกล้เรือนเคียงของเรานี้แม้มีพลเมืองเป็นชาวพุทธน้อยกว่าประเทศของเราเสียอีก (ดูจะราว 85% เศษ) ก็บทบัญญัติในรัฐธรรมนูญว่า "พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ" ได้ และพระภิกษุ-สามเณร มีสิทธิในการเลือกตั้งผู้แทนราษฎร

แม้แต่ประเทศมาเลเซียที่มีพลเมืองเป็นมุสลิมอยู่ 50% เศษๆ ก็บัญญัติว่า ศาสนาอิสลามเป็นศาสนาประจำสหพันธรัฐ (มาตรา 3)

เรื่องนี้เป็นเรื่องการรักษาไว้ซึ่งสถาบันชาติ พระศาสนา และพระมหากษัตริย์ของเรา เป็นเรื่องของคนไทยส่วนใหญ่ที่กำลังรักษาบ้านเมืองของเรา จะขึ้นป้ายชื่อป้าย ทำรั้วบ้านให้เป็นขอบเขต เป็นสัดเป็นส่วนแน่นอนตามสมัยนิยม ทั้งนี้ เพื่อความอยู่สุขสบายของสมาชิกในบ้านนี้ทุกคน คงไม่มีสมาชิกที่แท้จริงของบ้านคนใด จะออกมาคัดค้านไม่เห็นด้วยอย่างแน่นอน นอกจากพวกคนร้าย หรือคนไม่ประสงค์ดีต่อบ้านหลังนี้ หรือคนทรยศที่แฝงตัวเข้ามาอยู่ปะปนกับพวกเราเพื่อลักขโมยสมบัติ

มาถึงเวลานี้แล้วมีเหตุผล และความจำเป็นที่อย่างที่สุดแล้วที่ต้องบัญญัติคำว่า "พุทธศาสนา เป็นศาสนาประจำชาติ" เสียที

"ติฏฐตุ จิรัง พุทธัสสะ สาสนัง"

บทความจาก :
หนังสือพิมพ์มติชน





โดย เทพธรรม [24 เม.ย. 2550 , 15:25:53 น.] ( IP = 58.9.139.15 : : )


  สลักธรรม 10

กราบขอบพระคุณค่ะท่านเทพธรรมมากค่ะ

อ่านไปก็ใจหาย....

และขออธิษฐานจิตให้พระพุทธศาสนาอยู่ประจำชาติไทยตลอดไป
เมื่อเรามายืนบนผืนแผ่นดินนี้ได้
ย่อมต้องกตัญญูต่อผู้สร้างผู้เป็นเจ้าของประเทศมาแต่ดั้งเดิม
เพราะไม่อยากได้ชื่อว่า เป็นคนลืมตัว หรือเป็นคนอกตัญญู

โดย น้องอุ๊ (asomsopon) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [24 เม.ย. 2550 , 17:51:37 น.] ( IP = 125.24.42.247 : : )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org