| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
เกาะติดสถานการณ์..ชาวพุทธ
[ 1 ] [ 2 ]
สลักธรรม 63) จากข้อเท็จจริงดังกล่าว พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติอยู่แล้ว โดยจารีตประเพณี ข้อนี้เป็นการรับรองโดยพระบรมราโชวาท พระราชนิพนธ์และพระราชหัตถเลขา ในพระเจ้าอยู่หัวหลายองค์ตามกาลตามเวลา ซึ่งในทรรศนะของผู้เขียนถือว่าเป็นกฎหมาย บทบัญญัติแห่งรัฐเหมือนกัน และเมื่อยังไม่มีการออกกฎหมายมายกเลิกหรือลบล้างกันเช่นนี้ ก็ถือว่ายังคงมีผลบังคับใช้อยู่
ดังนั้น การไม่บัญญัติมาตรานี้ไว้ในรัฐธรรมนูญ คงต้องถือว่ารัฐธรรมนูญฉบับนั้นแสดงข้อความขัดกับข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ และเป็นการขัดต่อกฎหมายจารีตประเพณีซึ่งเก่าแก่และศักดิ์สิทธิ์แม้กว่าตัวเนื้อหาของรัฐธรรมนูญฉบับใดๆ อีกด้วย
4) การที่คณะราษฎรและ ส.ส.ร.รุ่นต่อๆ มาไม่ได้เขียนว่าพระพุทธเป็นศาสนาประจำชาติใน ธรน.ฉบับก่อนๆ นั้น ก็มิได้หมายความว่าเป็นเรื่องถูกต้อง หรือยุติกันเพียงนั้น เพราะมีหลายสิ่งที่ไม่เคยเขียนไว้ใน รธน.ฉบับก่อนๆ พวกเราก็ได้พยายามนำมาใส่ไว้มากมายหลายเรื่อง เช่น เรื่องผู้ตรวจการรัฐสภา คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ศาลรัฐธรรมนูญ
ดังนั้น จะเป็นการดีมากถ้าพวกเราจะตรวจสอบกันอีกทีว่ามีเหตุผลหรือความจำเป็นอันใดหรือ? ที่ท่านๆ ทั้งหลายจึงไม่เขียนข้อความที่สำคัญมากอย่างนี้ไว้ในรัฐธรรมนูญ ผู้เขียนคิดว่าน่าจะมีเหตุผลหรือความจำเป็นหลักๆ อยู่สัก 2 ประการคือ
หนึ่ง ด้วยความเกรงใจกรรมการคณะราษฎรที่นับถือศาสนาอื่น (อิสลาม)
และสองอาจจะเป็นไปได้ว่าคณะราษฎรที่เปลี่ยนการปกครองแผ่นดินครั้งนั้น อาจจะมีหลายท่านตั้งใจจะล้มระบอบกษัตริย์เสียสิ้นเชิง เมื่อทำไม่ได้ก็พยายามลดทอนพลังของสถาบันโดยตรงและสถาบันพระพุทธศาสนา ซึ่งเป็นสถาบันคอยสนับสนุนส่งเสริมระบอบพระมหากษัตริย์ จึงเป็นเหตุให้เกิดมีการบอนไซสถาบันพระพุทธศาสนาเรื่อยมา โดยการไม่บัญญัติยกย่องพระพุทธศาสนาไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับแรกๆ และจำกัดสิทธิในการออกเสียงเลือกตั้งของพระภิกษุ สามเณร และแม่ชีด้วย
5) การบัญญัติไว้จะเป็นการกีดกันบุคคลศาสนาอื่น หรือแบ่งแยก หรือก่อให้เกิดความขัดแย้งกันในทางศาสนาหรือไม่? ข้อนี้ขอตอบว่า ไม่มีแน่นอน เพราะโดยธรรมชาติของพระพุทธศาสนามีความเป็นสากล ไม่คับแคบแบ่งแยกอยู่แล้ว ไม่ว่าด้านอุดมการณ์ เนื้อหาแห่งพระธรรมคำสั่งสอน ทัศนคติ หรือการบริหารการจัดการ ตลอดเวลากว่า 2500 ปีที่ผ่านมา แม้ชาวพุทธจะได้ครองความเป็นใหญ่ในบางกาลเวลา แต่ก็ไม่เคยเบียดเบียน หรือทำสงครามในนามศาสนา ให้ใครต้องเสียเลือดแม้เพียงสักหยดเดียวในนามศาสนาเลย
ดังการรับรองของท่านศาสตราจารย์ ริส เดวิดส์ อดีตปฐมนายกสมาคมบาลีปกรณ์ หรือ Pali Text Society ชาวอังกฤษ (ดูในพระพุทธเจ้าในสายตานักปราชญ์โลก ของผู้เขียน น.63)
แต่ในทางตรงกันข้าม พระพุทธศาสนาต่างหากที่ถูกศาสนาอื่นเบียดเบียนบีฑาตลอดเวลา จนถึงกับในหลายประเทศ ได้สาบสูญ เช่น อินเดีย อัฟกานิสถาน และอินโดนีเซีย ดังที่พวกเราทราบกันโดย เทพธรรม [24 เม.ย. 2550 , 15:11:35 น.] ( IP = 58.9.139.15 : : )
สลักธรรม 76) การบัญญัติพุทธเป็นศาสนาประชาตินี้ จึงเป็นประเด็นที่ชาวพุทธไม่ว่าพระภิกษุ สามเณร อุบาสก และอุบาสิกาทุกคน ผู้ที่ต้องเห็นพ้องต้องกัน และพากเพียรพยายามทำให้เกิดเป็นมรรคเป็นผลจริง เรียกว่าถ้าเป็นชาวพุทธแล้วจะเห็นเป็นอย่างอื่นจากประเด็นนี้ไม่ได้ ถ้าเกิดมีขึ้นมาบ้างก็คงต้องถือว่าเป็นพวกพระเทวทัตแห่งยุคสมัย มีความจงใจในการบ่อนทำลายความมั่นคงของประเทศชาติ สถาบันพระพุทธศาสนาและสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างแน่แท้
หากเมื่อ ส.ส.ร.และ สนช.ไม่กล้าเขียนข้อความนี้ลงใน รธน.ก็จะอาจเข้าข่ายข้อความข้างต้นนั้นได้เช่นกัน ทั้งๆ ที่เรื่องอย่างนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเราเคยตรัสยืนยันมาหลายครั้งแล้ว ล่าสุดตรัสต่อหน้าองค์สันตะปาปาจอห์นปอล ที่ 2 เมื่อคราวเสด็จมาเยือนประเทศไทย ครั้งล่าสุด (10 พ.ค.2527) ว่า
"ประชาชนคนไทยล้วนเป็นศาสนิกที่ดี แต่ประชาชนส่วนใหญ่นับถือพระพุทธศาสนาอันเป็นศาสนาประจำชาติ"
และผลการสำรวจความคิดเห็นของสวนดุสิตโพล เมื่อไม่นานนักมานี้ ผลปรากฏว่า 70.94% เห็นว่าควรระบุ และมีเพียง 27.18% ไม่เห็นด้วย ในจำนวนนี้กลุ่มชาวมุสลิมเห็นด้วยถึง 44.86% (เห็นว่าไม่ควรระบุ 40% ไม่ออกเสียง 05.14% ส่วนชาวคริสต์มีตัวเลขเป็น 43.29,51.90 และ 04.81% ตามลำดับ ส่วนศาสนาอื่นๆ เป็น 61.90 ต่อ 38.10%)
7) มาถึงเวลานี้ บ้านเมืองไทยกำลังประสบปัญหา และวิกฤตการณ์ค่อนข้างรุนแรงรอบด้านไม่ว่าปัญหาการก่อการร้ายแบ่งแยกดินแดนใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ปัญหาวิกฤตการเมืองการปกครอง ที่คอร์รัปชั่น การซื้อสิทธิขายเสียง การแบ่งฝักแบ่งฝ่าย แบ่งพรรคแบ่งพวก
ปัญหาการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ตกต่ำ และวิกฤตการณ์ทางการศึกษา เป็นต้น แม้แต่การปฏิรูปการเมืองการปกครองระบอบประชาธิปไตย ซึ่งยังหาสมรรถนะ-ความมั่นคงไม่ได้ ระบอบประชาธิปไตย มิใช่รัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญมิใช่ประชาธิปไตย เพราะถ้ารัฐธรรมนูญเป็นประชาธิปไตย พวกเราคงมีประชาธิปไตยสมบูรณ์แบบตั้งนานแล้ว และเป็นมากกว่าประเทศไหนๆ ด้วย เพราะเรามีการเขียนรัฐธรรมนูญกันถึง 16-17 ฉบับแล้ว แต่เรายังไม่มีประชาธิปไตยจริงกันเลยตลอดเวลา 75 ปีที่ผ่านมา
จึงดูเหมือนว่า พวกเราไม่มีแหล่งพลังอย่างอื่นมาช่วยเหลือกันหนักหนาสากรรจ์แล้ว คงถึงเวลานี้แล้วที่พวกเราจะอัญเชิญพระพุทธศาสนามาเป็นอุดมการณ์แห่งชาติโดยตราไว้ใน รธน.เพื่อจะได้ออกจากปัญหารุนแรงเหล่านี้เสียที
ดังกรณีพระบาทสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชที่ได้ทูลอาราธนาอัญเชิญพระพุทธศาสนามาเป็นขวัญ-กำลังใจทหาร จนสามารถตีกองทัพพม่าให้แตกกระเจิงไปกู้กรุงศรีอยุธยาได้สำเร็จ
ดังนั้น เห็นทีพวกเราจะต้องรีบเร่งบัญญัติคำว่า "พุทธฯเป็นศาสนาประจำชาติ" ใน รธน.ฉบับใหม่ ดีร้ายพลังแห่งพระพุทธานุภาพนั้น อาจช่วยปกป้องมิให้รัฐธรรมนูญฉบับต่อไปถูกทำลายลงได้ก็ได้นะโดย เทพธรรม [24 เม.ย. 2550 , 15:15:22 น.] ( IP = 58.9.139.15 : : )
สลักธรรม 8
ส่วนปัญหาเรื่องความไม่รู้ ไม่เข้าใจพระพุทธศาสนา และไม่ปฏิบัติธรรมจริงจังของชาวพุทธนั้น เมื่อบัญญัติคำนี้ไว้แล้ว จะมีอะไรดีขึ้นหรือไม่ ข้อนี้ขอเฉลยว่า เพราะไม่มีการรับรองพระพุทธศาสนาอย่างเป็นทางการนี่เอง เราจึงไม่มีการสอนและปฏิบัติตามพระพุทธศาสนากันอย่างจริงจัง ทั้งในบ้าน ในหน่วยราชการ และสถาบันการศึกษา
สื่อวิทยุเราก็มีตั้งราว 500-600 สถานี และโทรทัศน์กว่า 10 แห่ง ฝ่ายองค์กรพุทธศาสนาในประเทศ และพระเจ้าพระสงฆ์ก็เข้าไม่ถึง เพราะไม่มีทุน และแรงสนับสนุนจากภาครัฐอย่างจริงจัง พร้อมกันนี้ นโยบายของรัฐหลายประการแม้ขัดแย้งหรือตรงกันข้ามกับศีลธรรมอันดีงาม เช่น ทำเหล้าสาโทของชาวบ้านให้ถูกกฎหมาย ขุดหวยใต้ดินขึ้นบนดิน เป็นต้น
บางเรื่องแม้ยังไม่รับรองด้วยกฎหมาย รัฐก็ทำเป็นเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ เช่น เรื่องบ่อน เรื่องซ่อง เรื่องการเรียกรับสินบน ฯลฯ จนภาพลักษณ์ของประเทศไทยเสียหายอย่างมากต่อสายตาของสื่อต่างประเทศ
เมื่อเอาพระพุทธศานาเป็นศาสนาประจำชาติ ชาวพุทธทั้งหลายมีกำลังใจแล้วก็จะพากันส่งเสริมการศึกษา ปฏิบัติธรรม เผยแผ่ และพิทักษ์รักษาพระศาสนากันอย่างจริงจัง ส่วนภาครัฐก็จะระมัดระวังในเรื่องการออกนโยบายเกี่ยวกับศึกษา บริหารจัดการ และกวดขันเรื่องนี้อย่างจริงจัง เมื่อมีการกระทำอย่างนี้ศีลธรรมของคนไทยไม่กระเตื้องบ้างก็ให้มันรู้ไป
เรื่องนี้กุญแจสำคัญอยู่ที่พวกเราชาวไทยนี่แหละจะเอาจริงกันแค่ไหนเท่านั้น อย่าไปโทษปี่โทษกลองเลย?โดย เทพธรรม [24 เม.ย. 2550 , 15:18:44 น.] ( IP = 58.9.139.15 : : )
สลักธรรม 99) เรื่องการยกย่องพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาตินี้ เป็นทั้งเรื่องเอกลักษณ์-อัตลักษณ์ เป็นทั้งความมั่นคงของประเทศไทย ซึ่งมีประชาชนราว 94.2% เป็นชาวพุทธมีพระมหากษัตริย์ทุกพระองค์ ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันเป็นพุทธมามกะ องค์การพุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลก (พสล.) มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในประเทศไทย
เรามีมหาวิทยาลัยพระพุทธศาสนาอยู่ 2 แห่ง คือ มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย และมหามกุฎราชวิทยาลัย และมีสาขาอยู่ทั่วประเทศ และบางแห่งในต่างประเทศ และล่าสุด สหประชาชาติยอมวันวิสาขบูชาเป็นวันสำคัญสากล และเมื่อตัวแทนชาวพุทธทั่วโลกประชุมกันในกรุงเทพฯ เพื่อเฉลิมฉลองกันถึง 2-3 ครั้งติดต่อกันมานี้ ก็มีมติเห็นร่วมกันยกให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางพระพุทธศาสนาแห่งโลก
ข้อนี้อาจมีคำถามตามมาว่าเมื่อชาวต่างประเทศยกย่องประเทศไทยว่าเป็นดินแดนแห่งผ้ากาสาวพัสตร์ (The Land of Yellow Rob) แต่เป็นว่า สนช.,ส.ส.ร.คนไทยแท้ๆ กลับไม่รับรองกันเสียฉิบ มันอนาถสามตลบเลยจริงไหม
10) ในการรณรงค์ให้มีการบัญญัติว่าพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ ถือว่าเป็นปัญหาเรื่องความมั่นคง หรือเป็นเรื่องความเหมาะสมของแต่ละประเทศ เมื่อพิจารณาว่าเป็นความจำเป็นแล้ว ก็ต้องรีบทำเลย ไม่ต้องรีรอหรือไปเกรงอกเกรงใจของคนที่นับถือศาสนาอื่นใด ในการเลือกสรรกันจัดกันเองของแต่ละประเทศนี้ เราก็มีตัวอย่างอยู่หลายประเทศ ดังเช่น ประเทศกัมพูชาเพื่อนบ้านใกล้เรือนเคียงของเรานี้แม้มีพลเมืองเป็นชาวพุทธน้อยกว่าประเทศของเราเสียอีก (ดูจะราว 85% เศษ) ก็บทบัญญัติในรัฐธรรมนูญว่า "พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ" ได้ และพระภิกษุ-สามเณร มีสิทธิในการเลือกตั้งผู้แทนราษฎร
แม้แต่ประเทศมาเลเซียที่มีพลเมืองเป็นมุสลิมอยู่ 50% เศษๆ ก็บัญญัติว่า ศาสนาอิสลามเป็นศาสนาประจำสหพันธรัฐ (มาตรา 3)
เรื่องนี้เป็นเรื่องการรักษาไว้ซึ่งสถาบันชาติ พระศาสนา และพระมหากษัตริย์ของเรา เป็นเรื่องของคนไทยส่วนใหญ่ที่กำลังรักษาบ้านเมืองของเรา จะขึ้นป้ายชื่อป้าย ทำรั้วบ้านให้เป็นขอบเขต เป็นสัดเป็นส่วนแน่นอนตามสมัยนิยม ทั้งนี้ เพื่อความอยู่สุขสบายของสมาชิกในบ้านนี้ทุกคน คงไม่มีสมาชิกที่แท้จริงของบ้านคนใด จะออกมาคัดค้านไม่เห็นด้วยอย่างแน่นอน นอกจากพวกคนร้าย หรือคนไม่ประสงค์ดีต่อบ้านหลังนี้ หรือคนทรยศที่แฝงตัวเข้ามาอยู่ปะปนกับพวกเราเพื่อลักขโมยสมบัติ
มาถึงเวลานี้แล้วมีเหตุผล และความจำเป็นที่อย่างที่สุดแล้วที่ต้องบัญญัติคำว่า "พุทธศาสนา เป็นศาสนาประจำชาติ" เสียที
"ติฏฐตุ จิรัง พุทธัสสะ สาสนัง"
บทความจาก :
หนังสือพิมพ์มติชน
![]()
![]()
![]()
![]()
โดย เทพธรรม [24 เม.ย. 2550 , 15:25:53 น.] ( IP = 58.9.139.15 : : )
[ 1 ] [ 2 ]
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |