มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


เกาะติดสถานการณ์..ชาวพุทธ






ศาสนาประจำชาติไทย เหตุผลที่ต้องบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญไทยว่า “ประเทศไทยมีพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพุทธมามกะ
และทรงเป็น อัครศาสนูปถัมภก บุคคลใดหรือนิติบุคคลใด จะล่วงละเมิดชาติ พระพุทธศาสนา พระมหากษัตริย์ มิได้”


ศาสนาประจำชาติไทย
เหตุผลที่ต้องบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญไทยว่า


“ประเทศไทยมีพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ
มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพุทธมามกะและทรงเป็น
อัครศาสนูปถัมภก บุคคลใดหรือนิติบุคคลใด
จะล่วงละเมิดชาติ พระพุทธศาสนา พระมหากษัตริย์ มิได้”


๑. คนไทยในสุวรรณภูมิอยู่คู่กับพระพุทธศาสนามาตั้งแต่พุทธศตวรรษที่สาม (พ.ศ. ๒๓๕) เป็นต้นมาตราบเท่าปัจจุบัน (โทน (ทนฺตมโน) เล่าลงตรงพุทธกาล (ล่วงหน้า) ๒๓๕ โสณะ ฌานียะ ภูริยะ อุตตระ มูนียะ (พระเถระทั้ง ๕ องค์มาแล้ว) โลกลว้า (ให้) สร้างวัดมหาธาตุถวายแล้ว (๔๙๔/๑) (กำลังสร้างอยู่) องค์โสณะ ฌานียะ สอนวินัยธัมมพุทธวจนะ เห้า ภิกขุ สามเณร หัดสัชฌายหมู่ แต่เมื่อพุทธกาล ๒๓๖ (๔๙๔/๒)........ (จากพุทธสาสนสุวัณณภูมิปกรณ หน้า ๔๔๑)

๒. จาก พ.ศ. ๒๓๕ ถึงพุทธศตวรรษที่ ๑๓ แผ่นดินแถบแหลมทอง (สุวรรณภูมิ) นี้ แบ่งออกเป็น ๓ อาณาจักรคือ ๑) อาณาจักรล้านนา ๒) อาณาจักรสุวรรณภูมิ และ ๓) อาณาจักรศรีวิชัย ทั้งสามอาณาจักรนี้ประชาชนล้วนนับถือพระพุทธศาสนา (ทั้งพระมหากษัตริย์และประชาชน)(เดือนเด่นฟ้า สุวัณณภูมินี้ เขียนคำเถรโสณะว่า เมืองอู่ทอง เมื่อลุพุทธกาล ๑๒๗๐ จะเป็นเมืองสองพัน ลุขึ้นพุทธกาลอู่ทอง ๑๕๑๗ ชื่อสุพัณณบุรี (สุพัณณภูมิ) เคี่ยวศึกชนะศรีวิชัย (ธรรมราช) (๑๑๐/๑) เดือนเด่นฟ้า ลงคำโสณะต่อ เมืองเถือมทองเป็นเมืองไทยทวาราว(ลาว)ดี พุทธกาล ๑๒๐๒ พ่อฟ้าเมืองตั้งชื่อใหม่ เมื่อตาย (แล้ว) ใต้ฟ้า ผู้ลูกชายสร้างเรือนยอดชุมไฟพ่อสร้างวัดพระเมรุ มีเจดีย์ อุโบสถ ปี ๑๕๕๐ พานเมืองฟ้าและอู่ทองร่วมกันขับศึกเขมร (๑๑๐/๒)

โดย เทพธรรมดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [24 เม.ย. 2550 , 14:39:58 น.] ( IP = 58.9.139.15 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 11


เมื่อชาวพุทธผู้นำประเทศนี้และผู้นำสื่อแห่งมวลชนของชาติเป็นคนขลาด



ความกลัวความขลาด ย่อมเกิดกับบุคคลที่ไม่ใช่ผู้นำ เมื่อคิดจะเป็นผู้นำต้องกล้า
ในยามสถานการณ์ที่พิสูจน์ความจริงจำเป็นต้องกล้าประกาศสัจจธรรม
เมื่อประชากรชาวไทยกว่า๙0% นับถือพระพุทธศาสนาเมื่อที่ประชุมให้ประเทศเป็นที่ตั้งพุทธศาสนิกชนโลก
และตั้งมหาวิทยาลัยพุทธศาสนาของโลกที่พุทธมณฑล พระมหากษัตริย์ทรงเป็นชาวพุทธ
ชาวพุทธใยไม่รวมพลังครั้งนี้เพื่อประกาศเกียรติภูมิของประเทศชาติให้เป็นที่ประจักษ์ว่าศาสนาพุทธเป็น
ศาสนาประจำชาติเล่า



ถ้าศึกษาให้เข้าถึงความรู้จริงและมีแหล่งยืนยันได้ว่าประเทศมาเลเซียมีประชากรนับถืออิสลามอยู่ ๔๙% ผู้นำเขานับถือศาสนาอิสลามเขายังปรับแต่งเปอร์เซนต์ให้เห็นว่าประชากรเขานับถืออิสลาม ๕๒%
เขายังประกาศว่าประเทศเขาเป็นประเทศอิสลาม ให้ชาวโลกได้รับรู้
ประเทศไทยชาวพุทธกว่า ๙๐% ไฉนเลยผู้นำประเทศและผู้นำสื่อช่างเป็นคนขลาดเช่นนั้น จึงสมควรแล้วหรือที่มาเป็นผู้นำความคิดของประเทศนี้
จึงเชื่อได้ผู้นำเหล่านั้น มีความรู้คู่คุณธรรมกับเขาหรือ



การไม่เห็นคุณค่าของพระพุทธศาสนาจึงไม่เกิดความหวงแหน
สัจธรรมที่จะดำรงอยู่คู่บ้านเมืองของไทยประเทศไทยนับเป็นประเทศที่โชดดีที่มีของล้ำค่าที่สุดในโลก แต่ผู้นำความคิดเหล่านี้ไม่ศึกษาและไม่ค้นพบจึงไม่คุณค่า ซึ่งต่างกับบรรพชนของชาติไทยหวงแหนศาสนาพุทธยิ่งกว่าชีวิต กู้ชาติกู้แผ่นดินเพื่อให้ศาสนาดำรงคงอยู่คู่กับชาวไทย ชื่อว่าเป็นผู้กล้า
เหตุผลที่ชาวพุทธที่เห็นความสำคัญและศึกษาความเป็นไปในทางประวัติศาสตร์ของพระพุทธศาสนาและเป็นผู้เฝ้าติดตามการเปลี่ยนแปลงสิ่งที่จะมาทำลายพระพุทธศาสนาเห็นตรงกันว่า
การปกครองของผู้นำประเทศที่ขาดความรู้และเห็นคุณค่าของพระพุทธศาสนาได้เข้ามาบริหารประเทศเป็นผู้กำลังสร้างความเสื่อมหรือทำลายพระพุทธศาสนาโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ โดยไม่รู้ว่าเหตุการณ์เหล่านี้ได้เกิดขึ้นแล้วและทวีความเข้มข้นขึ้นเรื่อย



การเรียกร้องสิทธิเสมอภาคทางศาสนาของศาสนาที่มีอยู่ในเมืองไทยโดยไม่คำนึงว่า
ศาสนิกมีจำนวนเท่าไหร่เมื่อเทียบกับประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศไทย เมื่อน้ำหนักเสียงเรียกร้อง
สิทธิเมื่อเปรียบเทียบแล้วคนของเขาเพียง ๑ เสียง เท่ากับชาวพุทธที่เรียกร้องสิทธิกว่า ๑๐๐ คน
คนเขาในสภาเพียงไม่ถึง 3% แต่ออกกฎหมายเอื้อประโยชน์มากกว่า คนในสภาชาวพุทธที่ออกกฎหมายดูแลพระพุทธศาสนาทั้งสภาเลยที่เดียวมีบางไหมที่แสดงให้ชาวพุทธเห็นว่าทำเพื่ออนุเคราะห์พระพุทธศาสนา มีแต่มุ่งจะประโยชน์จากทรัพย์สินของพระพุทธศาสนา เอาที่ดินวัดไปจัดสรรได้


โดย ธีรวัส (tvb) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [24 เม.ย. 2550 , 21:01:31 น.] ( IP = 58.9.109.184 : : )


  สลักธรรม 12


หลายอย่างที่มีข้อมูลก็ขอนำมาเป็นตัวอย่างให้ผู้นำชาวพุทธได้สำนึกและเห็นอะไรบางอย่างใน
บ้านเมืองนี้ก่อนที่ท่านผู้นำเหล่านี้จะชื่อว่า ลูกหลานจัญไร
มีศาสนาอื่นกำลังเรียกร้อง เมื่อชาวพุทธมีพุทธมณฑล ศาสนาอื่นก็เรียกร้องให้รัฐหาที่ดินแถวมีนบุรีเพื่อตั้งศูนย์ศาสนาบ้าง เมื่อพระสงฆ์มีสิทธิในการรับค่าดูแลอุปถัมภ์จากรัฐได้ ไฉนเลยศาสนาฉันไม่ได้ ไม่มีความเสมอภาค เมื่อรัฐอุปถัมภ์ศาสนาพุทธได้ งบประมาณที่จะต้องอุปถัมภ์ศาสนาอื่นก็ต้องมีและเท่ากัน
สิ่งเหล่านี้ได้เก็บเป็นข้อมูลไว้ในการศึกษาเข้าไปถึง พระพุทธศาสนากำลังพบความเสื่อม



จำเป็นหรือที่ต้องอาศัยผู้ปกครองและผู้นำทางความคิดมาเป็นผู้ปกป้องและดูแลจากประวัติศาสตร์พุทธศาสนาที่เสื่อมในประเทศต่างๆที่กล่าวมาแล้วล้วนแล้วมาแต่ผู้นำเป็นปัจจัยสำคัญ กฎหมายระเบียบข้อบังคับต่างๆออกมาบังคับแต่ไม่อุปถัมภ์ค้ำจุน ศาสนาพุทธก็ยากที่อยู่รอดได้ เพราะศาสนาพุทธนับวันจะเริ่มเสื่อมเพราะเป็นศาสนาของผู้มีปัญญาเข้าถึงได้ การปลอมปนบวชการที่นักบวชขาดวินัยและ
คนชาวพุทธเองก็ทำให้ศาสนาเสื่อมเพราะความรู้หรือความคาดไม่ถึง





เมื่อครั้งหนึ่งชาวพุทธได้ออกมาเรียกร้องขอองค์กรดูแลกันเองไม่ให้ไปขึ้นกับองค์กรที่ดูแลทั้ง ๕ ศาสนา เพราะศาสนาพุทธขณะนั้นกำลังถูกทอนสิทธิ์ในฐานะสถาบันของชาติ
มาเป็นศาสนาหนึ่งของชาติเท่านั้น เมื่อศาสนาทั้ง ๕ มีสิทธิ์เท่ากันออกเสียงครั้งใด ศาสนาพุทธก็มีเพียง ๑ เสียง ชาวพุทธกว่า ๙๐ %เขาจะรู้หรือว่า ศาสนาพุทธกำลังจะพบกับอะไรบ้าง
เพียงแค่งบประมาณส่งเสริมให้เท่ากัน ประชากรชาวพุทธจะได้กันกี่สตางค์




การที่ต้องกำหนดหรือบัญญัติให้พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติไว้ในรัฐธรรมนูญนั้นเพราะพระพุทธศาสนาเป็นสถาบันที่สร้างชาติ เป็นที่พึ่งสูงสุดของชาวไทย เป็นสถาบันคู่ชาติ องค์กษัตริยา ป้องกันความขัดแย้งระหว่างศาสนาอื่นๆที่เข้ามาอยู่นับวันจะมากและเข้ามามีบทบาท
การที่พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติไทยจึงทำให้มั่นใจได้ว่า นอกจากพระพุทธศาสนาเองจะดำรงอยู่ได้แล้วก็จะช่วยให้ศาสนาอื่น ๆ ทั้งหลายอยู่ร่วมกันได้ด้วยดีในบรรยากาศแห่งความเสรีภาพทางศาสนาด้วย
ซึ่งเป็นฐานค้ำจุนช่วยให้ไม่มีการเบียดเบียนกันทางศาสนาและสร้างบรรยากาศที่เอื้ออำนวยให้ศาสนาต่าง ๆ ทั้งหลายดำรงอยู่และดำเนินกิจการกันไปได้ด้วยดีโดยสงบสุข






การปกป้องป้องการสถาบันศาสนาของชาติที่เป็นเอกลักษณ์และมรดกที่บรรพบุรุพ
บรรพชนผู้กล้าหาญทั้งหลายได้ปกป้องให้อยู่คู่กับชาติไทยไม่สูญสิ้นทำลายเช่นประวัติศาสตร์
พุทธศาสนาในประเทศอินเดียปากีสถานบังคาเทศ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ซึ่งประเทศเหล่านี้
เคยเป็นที่ประดิษฐานและที่ตั้งให้พระพุทธศาสนาเจริญรุ่งเรืองมาก่อน
แต่ที่สูญสิ้นปัจจัยสำคัญก็เพราะผู้นำ


โดย ธีรวัส (tvb) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [24 เม.ย. 2550 , 21:03:02 น.] ( IP = 58.9.109.184 : : )


  สลักธรรม 13


พระพุทธศาสนาจึงฐานะเป็นเอกลักษณ์และมรดกของชาติไทย เหตุเพราะ
๑. พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาของประชากรส่วนใหญ่ของประเทศ
ในจำนวนประชากรของประเทศไทยมีพลเมืองที่นับถือพระพุทธศาสนาประมาณมากกว่าร้อยละ ๙0 หรือพูดได้ว่าคนไทยเกือบทุกคนเป็นผู้นับถือพระพุทธศาสนา
๒. พระพุทธศาสนาเป็นแกนนำและเป็นรากฐานสำคัญของวัฒนธรรมไทย
วิถีชีวิตของคนไทยผูกพันอยู่อย่างแนบแน่นกับพระพุทธศาสนา ความเชื่อถือและหลักปฏิบัติในพระพุทธศาสนาซึ่งแทรกผสมผสานอยู่ในแนวความคิด จิตใจ และกิจกรรมแทบทุกด้านของชีวิตไทยมาตลอดเวลายาวนาน





๓. พระพุทธศาสนาเป็นศูนย์รวมจิตใจ ทำให้เกิดความสามัคคีในหมู่ชนชาวไทย
ตามปกติ คนทั้งหลายจะอยู่รวมกันได้ดี มีความพร้อมเพรียง ต่อเมื่อมีหลักความเชื่อหรือเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจอย่างหนึ่งอย่างเดียวกัน เป็นเหมือนแกนหรือสายเชือกที่ร้อยประสานกันไว้ ในบรรดาหลักความเชื่อหรือเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจทั้งหลายนั้น ชาวไทย
ที่นับถือพุทธจะมีพระพุทธศาสนาเป็นที่ยึดเหนียวจิตใจ





๔. พระพุทธศาสนาเป็นหลักการที่ช่วยดำรงรักษาเสรีภาพในการนับถือศาสนา
ในสังคมไทย ตลอดถึงประวัติศาสตร์ของการนับถือพระพุทธศาสนา เสรีภาพทางศาสนาเป็นสิ่งที่มีมาเองเป็นไปเอง เป็นลักษณะของสังคมที่ถ่ายทอดกันมาโดยไม่ต้องรู้ตัว สืบเนื่องจากหลักการของพระพุทธศาสนาที่เชิดชูเสรีภาพในการใช้ปัญญา โดยไม่มีการบังคับศรัทธา เพราะฉะนั้นในประวัติของคนชาติไทยจึงไม่ต้องมีการต่อสู้เพื่อให้ได้มาซึ่งเสรีภาพในการนับถือศาสนาอย่างที่เกิดขึ้นและรุนแรงในหลายประเทศ นอกจากชาวพุทธจะอยู่ร่วมกันด้วยดีกับศาสนิกชนของศาสนาอื่น ๆ ที่มีอยู่แล้ว แม้เมื่อมีศาสนาใหม่ ๆ เข้ามาจากภายนอกก็ได้พบกับการต้อนรับอย่างดี และเปิดโอกาสหรือถึงกับช่วยเอื้อเฟื้อให้มีการเผยแพร่โดยสะดวกด้วยซ้ำ จนแม้กระทั่งนักเผยแผร่ศาสนาอื่นที่มีท่าทีไม่เป็นมิตรก็ยังยอมรับ ทั้งเป็นศาสนาที่ยึดถือหลักการแห่งเสรีภาพในการใช้ปัญญาอีกด้วย





๕. พระพุทธศาสนาเป็นสถาบันคู่ชาติไทย
ชนชาติไทยได้นับถือพระพุทธศาสนาสืบต่อกันมาโดยตลอด ในด้านภูมิศาสตร์กว่าสองพันสามร้อยปี ในทางประวัติศาสตร์เกือบสองพันปี กิจการและเหตุการณ์สำคัญต่าง ๆ ในบ้านเมือง เป็นเรื่องราวของพระพุทธศาสนา เกี่ยวข้องกับวัดวาอาราม หรือมิฉะนั้นก็ผสมผสานกับคติทางพระพุทธศาสนา จนกล่าวได้ว่าประวัติศาสตร์ของประเทศไทย เป็นประวัติศาสตร์ของชนชาติที่นับถือพระพุทธศาสนา คือประวัติศาสตร์ของชาติไทยก็เป็นประวัติศาสตร์ของชาติไทยด้วย




โดย ธีรวัส (tvb) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [24 เม.ย. 2550 , 21:05:32 น.] ( IP = 58.9.109.184 : : )


  สลักธรรม 14


๖. พระพุทธศาสนาสอดคล้องกับลักษณะนิสัยของคนไทยที่รักความเป็นอิสระเสรี
พระพุทธศาสนานั้นเรียกได้ว่าเป็นศาสนาแห่งอิสระภาพ
จุดหมายสูงสุดของพระพุทธศาสนาเรียกชื่ออย่างหนึ่งว่า วิมุตติ (หรือนิพพาน) แปลว่าความหลุดพ้น ความปลอดพ้นจากสิ่งผูกรัดบีบคั้นครอบงำจำกัดขัดข้อง ไม่ต้องขึ้นต่ออะไร ๆ หรือใคร ๆ ได้แก่ความเป็นอิสระนั่นเอง สอดคล้องกับลักษณะนิสัยของคนไทยผู้รักความเป็นอิสระเสรี และเป็นเครื่องสนับสนุนให้คนไทยดำรงรักษาคุณลักษณะนั้นไว้ได้อย่างหนักแน่นชัดเจนตลอดมา





๗. พระพุทธศาสนาเป็นแหล่งสำคัญที่หล่อหลอมเอกลักษณ์ของชาติไทย
นอกจากความรักอิสระเสรีภาพอันเป็นเอกลักษณ์สำคัญที่กล่าวมาแล้ว เอกลักษณ์ของไทยที่เด่นชัดก็คือ ความมีน้ำใจเมตตาอย่างเป็นสากล ความรู้สึกผ่อนคลาย สบาย ๆ เรื่อย ๆ ปลงใจได้ ไม่ชอบความรุนแรงและความรู้จักประสานประโยชน์ ลักษณะเหล่านี้เป็นเอกลักษณ์แต่ละอย่าง ๆ แต่ทั้งหมดทุกอย่างนั้นสัมพันธ์เชื่อมโยงกัน หรือมีแกนสอดประสานอันเดียวกัน และพระพุทธศาสนาเป็นแหล่งสำคัญที่หล่อหลอมให้เกิดเอกลักษณ์เหล่านี้





๘. พระพุทธศาสนาเป็นมรดกและเป็นคลังสมบัติอันล้ำค่าของชาติไทย
นอกจากความเชื่อถือและคุณธรรมต่าง ๆ ที่ปลูกฝังถ่ายทอดกันมาจนติดเป็นนิสัยใจคอดังเช่นเอกลักษณ์ทั้งหลาย ซึ่งเป็นมรดกทางจิตใจและเป็นสมบัติประจำตัวด้านในแล้ว พระพุทธศาสนายังเป็นมรดกและคลังสมบัติทางด้านรูปธรรมที่ล้ำค่าของชนชาติไทยอีกด้วย
เอกลักษณ์ที่เป็นรูปธรรม ซึ่งปรากฏอยู่ตามวัตถุต่าง ๆ จะพบได้ในศิลปะไทยทุกสาขา ทั้งจิตรกรรม ประติมากรรม และสถาปัตยกรรม รวมทั้งวรรณศิลป์ในกวีนิพนธ์ทั้งหลาย





๙. พระพุทธศาสนาเป็นหลักนำทางในการพัฒนาชาติไทย
บทเรียนจากการพัฒนานั้นสอนให้รู้ว่า การพัฒนาจะต้องดำเนินไปอย่างรอบด้านทั่วถึง ไม่ใช่มุ่งพัฒนาแต่เพียงด้านวัตถุอย่างเดียว โดยเฉพาะตัวคนซึ่งเป็นผู้ร่วมในกระบวนการพัฒนาและเสวยผลของการพัฒนา จะต้องได้รับการพัฒนาเป็นอย่างดี แนวการพัฒนาจึงต้องหันมาเน้นด้านการพัฒนาคน และในการพัฒนาคนนั้นส่วนสำคัญที่สุดก็คือจิตใจ คำสอนของทั้งหมดในพระพุทธศาสนามีศูนย์รวมอยู่ที่การพัฒนาคน






๑๐.พระพุทธศาสนาเป็นแหล่งของดีที่มีค่าที่ชนชาติไทยมอบให้แก่อารยธรรมของโลก
การที่ชนชาติไทยในปัจจุบันจะมีความเป็นตัวของตนเอง และมีอะไรที่จะช่วยเป็นส่วนเสริมให้แก่อารยธรรมมนุษยชาติได้นั้นจะต้องปฏิบัติดังนี้
๑๐.๑ รักษาและสืบทอดศิลปวัฒนธรรมไทยในส่วนที่ดีงามซึ่งมีที่มาแต่อดีต สามารถพัฒนาให้เจริญงอกงามมีคุณค่าสมสมัย
๑๐.๒ นอกจากสืบต่อพัฒนา และถ่ายถอดสิ่งดีที่ตนมีตามข้อ ๑๐.๑ แล้ว จะต้องเพียรพยายามสร้างสรรค์สิ่งที่ตนยังไม่มี ให้เป็นของทำได้ด้วยตนเองและให้มีเป็นของตนเองจนครบทั้งสองแบบ ทั้งสิ่งดีที่ตนมีก็ยังคงมีอยู่ และสิ่งดีที่ตนไม่มีก็ทำให้มีขึ้น
๑๐.๓ ชนชาติไทยมีพระพุทธศาสนาเป็นสมบัติล้ำค่า อันแสดงหลักการพัฒนาทางด้านจิตใจและสัมมาปัญญาที่จะใช้แก้ปัญหาของโลกปัจจุบันนี้ได้ดี หลักการนี้เป็นสิ่งที่ขาดไปหรือพร่องอยู่ในอารยธรรมของมนุษยชาติ





๑๑. พระพุทธศาสนาในฐานะเป็นเอกลักษณ์และมรดกของชาติไทย
คุณลักษณะพิเศษของพระพุทธศาสนามีดังนี้
๑. อยู่ได้ด้วยเหตุผลและความดี
๒. เป็นตัวอย่างแห่งลัทธิประชาธิปไตยที่เก่าแก่






๓. ส่งเสริมสิทธิมนุษยชน (เป็นศาสนาแรกที่ส่งเสริมสิทธิมนุษยชน) โดยสอนให้เลิกระบบทาส ไม่เอามนุษย์มาเป็นสินค้าสำหรับซื้อขาย ห้ามไม่ให้พระภิกษุมีทาสไว้รับใช้กับทั้งให้เลิกทาสภายใน คือ ทาสของความโลภ โกรธ หลง
๔. การเลิกแบ่งชั้นวรรณะ
๕. ปฏิวัติเรื่องการทำบุญ
๖. เป็นศาสนาแห่งความจริง เช่น เรื่อง เกิด แก่ เจ็บ ตาย ให้หาประโยชน์จากความจริงให้ได้ ไม่ให้เชื่อเรื่องโชคลาง ฤกษ์ยาม สิ่งศักดิ์สิทธิ์ เทวดา
๗. ไม่มองข้ามเรื่องเศรษฐกิจและเรื่องตนเอง
๘. เป็นธรรมาธิปไตย
๙. สอนให้ใช้สติปัญญา
๑๐. สอนกฎแห่งกรรมให้พึ่งตนเอง
๑๑. เข้ากันได้กับวิทยาศาสตร์


โดย ธีรวัส (tvb) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [24 เม.ย. 2550 , 21:07:15 น.] ( IP = 58.9.109.184 : : )


  สลักธรรม 15


เมื่อศาสนาพุทธเอื้อคุณประโยชน์แก่ชาติเป็นอเนกอนันต์ตามที่กล่าวมาไฉนเลยจึงไม่ตอบแทนประเทศชาติให้สมกับเป็นลูกหลานที่ดีเล่า


....................................

สำนึกคุณค่าแห่งพระพุทธศาสนา
๒๕ เมษายนวันประกาศคุณค่า
เชิญพี่น้องชาวพุทธรวมพลัง
ให้ชาวโลกรู้ว่าศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติไทย



โดย ธีรวัส (tvb) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [24 เม.ย. 2550 , 21:10:20 น.] ( IP = 58.9.109.184 : : )


  สลักธรรม 16


ศาสนาพุทธกับรัฐธรรมนูญ
นายกมล ศรีนอก ตัวแทนเครือข่ายเฉพาะกิจศาสนาพุทธกับรัฐธรรมนูญ ได้จัดทำแถลงการณ์ถึงคณะผู้ยกร่างรัฐธรรมนูญ บรรจุเอาไว้ในรัฐธรรมนูญ ศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติ มีรายละเอียดดังนี้ โปรดทำความเข้าใจต่อแถลงการณ์ฉบับนี้ เพื่อความมั่นคงของสถาบัน ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ จึงขอให้คณะยกร่างรัฐธรรมนูญ และสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญรับเอาไปดำเนินการบนข้อเท็จจริง อย่าปฏิเสธขอเรียกร้องอันสำคัญยิ่งในครั้งนี้

ขอให้บรรจุเอาไว้ในรัฐธรรมนูญว่าพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ โดยมีหลักการและเหตุผลสนับสนุนดังนี้ 1.ก่อนปีพุทธศักราช 2475 อำนาจทั้งปวงเป็นขององค์พระมหากษัตริย์ ในสมัยนั้นองค์พระมหากษัตริย์รับผิดชอบดูแลความมั่นคงของพระพุทธศาสนาด้วยพระองค์เอง ไม่มีสิ่งใดที่จะมากระทบ อันจะก่อให้เกิดความไม่มั่นคงต่อพระพุทธศาสนาได้




2.คณะราษฎร์ปฏิวัติการปกครอง อำนาจการปกครองประเทศเปลี่ยนเป็นระบบรัฐธรรมนูญตามระบอบประชาธิปไตย พระเจ้าแผ่นดินไม่มีอำนาจที่จะคุ้มครองพระพุทธศาสนาเหมือนแต่ก่อน หากแต่ทรงเป็นเพียงอัครศาสนูปถัมภกเท่านั้น ดังนั้นเมื่อประเทศไทยใช้ระบบรัฐธรรมนูญถือกฎหมายเป็นใหญ่ในการปกครองประเทศทำให้สถาบันใดที่ไม่มีในรัฐธรรมนูญ สถาบันนั้นก็จะเกิดสภาวะเลื่อนลอย ไม่มีหลักประกันความมั่นคง


เปรียบได้เหมือนรับเหมางานด้วยปากเปล่า หรือครอบครองที่ดินโดยไม่มีโฉนด หรือแต่งงานโดยไม่มีทะเบียนสมรส เมื่อเกิดกรณีพิพาทขึ้น ไม่มีกฎหมายคุ้มครอง ทำให้ฝ่าย ขี้โกง ได้เปรียบ ส่วนฝ่ายซื่อสัตย์จะเสียหายใหญ่หลวง พวกท่านต้องรักษาความมั่นคงของ 3 สถาบัน ด้วยการเขียนรัฐธรรมนูญคุ้มครองเอาไว้ เพราะคำว่าสถาบันชาติ หมายถึงคนไทยจำนวนมากเป็นเจ้าของแผ่นดิน จึงเรียกว่าชาติไทย





สถาบันศาสนา หมายถึง พระพุทธศาสนา สถิติผู้นับถือพุทธมีอยู่ 94.2 เปอร์เซ็นต์ของประชากร 65,230,000 คน สถิติครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ.2549 สถาบันพระมหากษัตริย์ หมายถึง ระบอบกษัตริย์อันยาวนานหลายพันปี การที่คณะยกร่างฯ ไม่ยอมบรรจุเอาไว้ในรัฐธรรมนูญ ซึ่งเกรงว่าจะทำให้เกิดความขัดแย้งทางศาสนานั้น ชาวพุทธไม่เคยมีความขัดแย้งกับศาสนาใดในประวัติศาสตร์ ซึ่งคนไทยทุกคนล้วนทราบดีอยู่แล้ว


โดย tvb (tvb) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [26 เม.ย. 2550 , 11:16:05 น.] ( IP = 58.8.34.177 : : )


  สลักธรรม 17

สามารถไปฟังสถานการณ์สดได้ ที่

http://www.bpct.org/

ครับ

โดย หน่อมแน้ม (หน่อมแน้ม) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [26 เม.ย. 2550 , 14:43:59 น.] ( IP = 58.147.111.238 : : )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org