มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ห้องนั่งเล่นแห่งความรัก ตอนที่ ๔





การมีชีวิตอยู่ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่การใช้ชีวิตโดยไม่ประมาทเป็นเรื่องที่ยากยิ่งกว่า เอาแค่ดำเนินชีวิตให้ประมาทน้อยที่สุดสำหรับพวกเราก็ยากพอแล้ว

ยิ่งเมื่อมาได้เรียนพระอภิธรรม ซึ่งสาระสำคัญหรือหัวใจของหลักสูตรก็คือ การเวียนว่ายตายเกิด ยิ่งทำให้กลัวการเกิดมากขึ้น เพราะเราไม่อาจทราบได้ว่า ก่อนตายจิตจะจับอารมณ์ใดเป็นมรณาสันนกาล แม้ว่าขณะนี้พวกเราต่างมาใช้ชีวิตอยู่ในเส้นทางกุศลมากขึ้นแล้วก็ตาม แต่ต้องยอมรับว่าความสันทัดในด้านอกุศลนั้นพวกเรายังมีความคุ้นเคย และเผลอไผลกระทำไปบ่อยๆ

เมื่อวันเสาร์ (๒๑ เม.ย) ได้ฟังอาจารย์พูดถึงหลวงพ่อ ที่ปรารภถึงพวกเราลูกๆ ทุกคนว่า…ลูกของพ่อ ตอนนี้ไม่ต่างไปจากผ้าที่เรียบเพราะถูกรีด(อบรม)มาเป็นอย่างดี (จากหลวงพ่อ) แม้จะไม่ได้เป็นผ้าที่ขาวบริสุทธิ์เพราะยังมีกิเลสก็ตาม แต่ก็ผ่านการรีดให้เรียบมาแล้ว(ในชาตินี้) แต่อย่าลืมว่าลูกอยู่ในภพภูมิมนุษย์ที่มีอายุขัยเพียงแค่ ๗๕ ปี สักวันหนึ่งเมื่อถึงเวลาลูกก็ต้องเกิดในภพภูมิใหม่ แล้วมั่นใจหรือว่าชาติหน้าลูกจะได้เกิดในสุคติภูมิ และถึงแม้จะโชคดีที่ได้เกิดมาเป็นมนุษย์ในชาติหน้าก็แค่ ๗๕ ปี ซึ่งต่างจากเทวภูมิที่ยิ่งสูงขึ้นก็มีอายุขัยนับเป็นพันๆปี

...แล้วด้วยสภาพสังคมในปัจจุบันที่ลูกเห็นอยู่แล้วว่ามันมีความวุ่นวายมากแค่ไหน หากลูกเกิดในตอนนั้นลูกจะเป็นอย่างไร ? ผ้าที่เรียบของพ่อพอถึงตอนนั้นมิถูกขยำจนยับยู่ยี่หรอกหรือ ? แล้วถ้าตายไปและได้เกิดเป็นมนุษย์ในชาติต่อๆไปอีก ก็ต้องพบสภาพสังคมที่เลวร้ายลงไปอีก ...ลูกพ่อจะเป็นอย่างไรในตอนนั้น โอกาสที่เราพ่อลูกจะได้พบกันมันคงยากขึ้นไปอีก

โดย วยุรี ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [25 เม.ย. 2550 , 15:57:22 น.] ( IP = 58.9.146.238 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 1

ยิ่งลูกบางคน ตอนนี้ไม่ต่างไปจากดอกไม้ที่กำลังส่งกลิ่นหอมอยู่ในแจกันแก้ว เพราะมาช่วยกันจรรโลงงานพระพุทธศาสนา มาช่วยกันสร้างความเห็นถูกให้กับผู้อื่น

แล้วลองนึกดูซิ หากชาติต่อไปดอกไม้หอมของพ่อดอกนี้ต้องไปอยู่ในที่ภาชนะที่รองรับใหม่ แล้วคิดบ้างหรือไม่ว่าภาชนะใหม่ในตอนนั้นจะเป็นอย่างไร อยู่ที่ไหนก็ต้องซึมซับสิ่งแวดล้อมที่นั่น แล้วยุคนั้นสภาพน้ำหล่อเลี้ยงรอบตัวล้วนสกปรกทั้งสิ้น ....แล้วดอกไม้หอมของพ่อตอนนั้นจะเป็นอย่างไร.... ซึ่งมันน่ากลัวยิ่งนักแม้จะได้เกิดในมนุษยภูมิก็ตาม

นี่จึงเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้หลวงพ่อซึ่งมีความเป็นห่วงเป็นใยต่อชีวิตพวกเราทุกคนจึงต้อง ฝากคำเตือนใจให้อาจารย์มาบอกในห้องนั่งเล่นแห่งความรักในสัปดาห์นี้ว่า....

โดย วยุรีดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [25 เม.ย. 2550 , 16:00:46 น.] ( IP = 58.9.146.238 : : )


  สลักธรรม 2

ความสำเร็จที่ให้ผลทาง วัตถุ จำเป็นสำหรับการมีชีวิตที่ดีอยู่กับสังคม

ส่วนความสำเร็จที่ให้ผลทาง จิตใจ จำเป็นสำหรับการมีชีวิตที่ดีที่จะอยู่กับตนเอง

ดังนั้น ......ลูกพ่อจึงควรคิดและใคร่ครวญให้ดีว่า ....ขณะนี้ลูกขาดสิ่งไหน และเร่งหามาเพิ่มชีวิตให้สมบูรณ์เสียเถิด

อย่าคิดเพียงแค่พอใจที่จะทำ..... บางครั้งการจำใจทำ ...มันจะเป็นที่พอใจได้ในภายหน้า
และนำมาซึ่งความสงบใจได้ อย่างในสังคมชีวิตที่ลูกกำลังเดินอยู่

เป็นคน...ต้องทำสิ่งที่จำเป็นสำหรับตนเอง ด้วยตนเอง

เป็นคน...ต้องไม่ทำสิ่งที่ทำให้ตนเองต้องอับอาย

สิ่งที่ต้องทำ ลูกรู้ไหมคืออะไร...... เอาเพียงอย่างเดียวนะ......สำหรับลูกนะ สิ่งเดียวนั้นคือ..... ความกตัญญู ...ไงลูก

ส่วนสิ่งที่ทำให้ชีวิตต้องอับอาย เป็นที่รังเกียจของบัณฑิต สิ่งนั้นก็คือ..ความอกตัญญู ไงลูก

ด้วยรักและเป็นห่วง
พ่อเสือ
๒๒ เมษายน ๒๕๕๐




โดย วยุรี (วยุรี) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [25 เม.ย. 2550 , 16:10:04 น.] ( IP = 58.9.146.238 : : )


  สลักธรรม 3

เพราะจะว่าไปแล้ว กว่าพวกเราจะมาถึงวันนี้ วันที่มีอาชีพ มีการงานทำ เราต้องผ่านการเรียน และการสอบมานานมากกว่าสิบปี ...ยิ่งตอนนี้ได้มาเรียนธรรมะรู้จักบาป บุญ คุณ โทษ ได้เรียนรู้เรื่อง กรรม – วิบาก ได้รับการขัดเกลาจากหลวงพ่อ และครูบาอาจารย์จนทำให้เราเป็นคนดีในสังคมได้ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นความสำเร็จที่ให้ผลทางวัตถุ ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการมีชีวิตที่ดีอยู่กับสังคม

แต่...ความสำเร็จที่ให้ผลทางจิตใจ นั้น ยังเป็นสิ่งที่เราขาดอยู่อีกมาก ไม่ว่าจะเป็นคุณธรรมขั้นพื้นฐานคือ พรหมวิหาร ๔ ...ที่ประกอบด้วยจิตอันมีเมตตาไม่ปรารถนาร้ายต่อใครๆ ..เป็นต้น หรือธรรมะที่มีอุปการะมาก คือ ขันติ-โสรัจจะ และ สติ-สัมปชัญญะ ...ซึ่งพวกเรายังขาดๆหายๆ หรือมีก็กระพร่องกระแพร่ง หลวงพ่อท่านจึงเตือนให้รีบหามาเพิ่มเติมให้สมบูรณ์ อย่าคิดว่าพอใจที่จะทำก็ทำ ในเมื่อเรารู้ว่าสิ่งนั้นดี และสามารถให้ผลดีในภายภาคหน้า ก็ควรที่จะทำ แม้ว่าจำใจต้องทำก็เป็นสิ่งที่สมควร ดังเช่นที่หลวงพ่อท่านเคยสอนพวกเราตลอดเวลาว่า


...อยากให้เขารัก เราต้องรักเขาก่อน
...อยากให้เขาดีกับเรา เราต้องดีกับเขาก่อน
ฯลฯ




หากเราสร้างเหตุไว้ในชาตินี้ดี เช่นมีความอ่อนน้อมถ่อมตน พูดจานิ่มนวล สร้างมนุษยสัมพันธ์ที่ดีกับคนรอบข้าง คนที่ไม่เคยทำแรกๆ อาจจะฝืนเหมือนจำใจทำ แต่เมื่อทำไปได้ก็เป็นเรื่องปกติ และย่อมเป็นที่แน่นอนว่า เมื่อเราสร้างเหตุ ผลในภายภาคหน้าย่อมต้องเกิด นั่นคือ ย่อมเป็นที่รักของคนทั้งหลาย ...นี่คือผลสำเร็จทางจิตใจ ซึ่งจำเป็นสำหรับการมีชีวิตที่ดีที่จะอยู่กับตนเอง

โดย วยุรี (วยุรี) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [25 เม.ย. 2550 , 16:16:37 น.] ( IP = 58.9.146.238 : : )


  สลักธรรม 4

อย่าลืมว่า...ชาตินี้ ไม่ใช่ชาติเดียวของเรา เราไม่ได้อยู่คนเดียว เรายังต้องพบคนอีกมากมายในสังคม หากชาตินี้เราไม่สร้างเหตุสุข ชาติหน้าเราก็ไม่มีวันสุขอย่างแน่นอน


(มาถึงตอนนี้ อาจารย์ได้สาธิตให้ดู โดยใช้ตนเองเป็นอุปกรณ์ถามลูกศิษย์ทีละคนว่า...หากท่านป่วยไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ จะมาดูแลท่านได้หรือไม่ ถ้าได้ให้มานั่งข้างๆ ท่าน แค่ถาม ๘ คนก็มาทั้ง ๘ คน)

อาจารย์บอกว่ากว่าจะมาถึงวันนี้ ท่านเองก็ต้องสร้างเหตุเอาไว้มาก แม้ลูกศิษย์บางคนท่านก็สามารถกราบได้ (อาจารย์ยกตัวอย่างความดีของลูกศิษย์ทีละคนพร้อมเดินเข้าไปกราบ ทำให้นึกถึงภาพเก่าๆ เวลาที่อาจารย์ให้ทานใคร แม้กระทั่งขอทาน ท่านก็จะให้ด้วยความเคารพในทานนั้น ซึ่งนอกจากจะเป็นความประณีตในการทำบุญแล้ว ยังมีความอ่อนน้อมถ่อมตนอีกด้วย)

ทำให้พวกเราต้องหวนกลับมานึกถึงตนเองว่า หากเป็นเราจะมีใครบ้างที่จะมาช่วยดูแล ..แม้ผู้ที่มีลูกแล้ว ก็อย่าคิดว่าลูกนั้นจะมาดูแลให้ได้ เพราะไม่แน่นอนเสมอไป เนื่องจากได้พบเห็นมามากว่า ผู้ที่เป็นอาจารย์สอนธรรมะที่อาวุโสหลายๆ ท่าน ในบั้นปลายชีวิตล้วนได้ลูกศิษย์ไปดูแลในยามที่เจ็บป่วย แม้ว่าท่านจะมีลูกหลานหลายคนก็ตาม นี่เป็นการยืนยันผลสำเร็จที่ท่านได้สร้างเอาไว้เอง

โดย วยุรี (วยุรี) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [25 เม.ย. 2550 , 16:19:26 น.] ( IP = 58.9.146.238 : : )


  สลักธรรม 5

สำหรับความสำเร็จที่ให้ผลทางจิตใจ ที่สูงสุดนั้น อาจารย์บอกว่า ก็คือ การละคลายทิฎฐิ มานะ มีหลวงพ่อท่านหนึ่งกล่าวว่า “พวกเรามีมานะล้นฟ้า มีอวิชชาล้นหัวใจ” ฟังแล้วรู้สึกเป็นอย่างไรบ้าง

บางคนอาจรู้สึกว่า ถ้าอย่างนั้นเราต้องรีบปฏิบัติ เพราะเรียนรู้มาว่าการปฏิบัติวิปัสสนาเท่านั้นที่จะสามารถทำลายกิเลสได้ โดยเฉพาะเมื่อได้อรหัตตมัคคจึงจะทำลายมานะและอวิชชา หลายๆท่านจึงพอใจที่จะปฏิบัติ แต่เราต้องไม่ลืมที่หลวงพ่อเคยอุปมาให้ฟังว่า

“การปฏิบัติวิปัสสนานั้นเป็นเสมือนกำลังดึง ที่ดึงให้เราออกจากสังสารวัฏ แต่คุณธรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นพรหมวิหาร ๔ และการกระทำบุญกิริยาวัตถุ ๑๐ เป็นเสมือนกำลังดัน เมื่อลูกสร้างกำลังดันไว้พร้อมแล้ว เมื่อถึงเวลาปฏิบัติวิปัสสนา เหตุปัจจัยมีกำลังพร้อม ก็จะดึงลูกออกจากสังสารวัฏได้เอง แต่ถ้าลูกไม่สร้างกำลังดัน ต่อให้ออกแรงดึงอย่างไรมันก็ขึ้นยาก ...นั่นคือดึงลูกออกจากปุถุชน คือ ผู้หนาแน่นด้วยกิเลสได้ยากนั่นเอง”

แต่สำหรับวันนี้ สิ่งหนึ่งที่หลวงย้ำนักย้ำหนาเพื่อให้พวกเราได้สร้างกำลังดันให้กับตัวเอง นั่นก็คือ

เป็นคน...ต้องทำสิ่งที่จำเป็นสำหรับตนเอง ด้วยตนเอง คือ ความกตัญญู เป็นคน...ต้องไม่ทำสิ่งที่ทำให้ตนเองต้องอับอาย คือ ความอกตัญญู

จึงขอนำเรื่องความกตัญญู (ซึ่งเป็นมงคลชีวิตข้อที่ ๒๕ ) ซึ่งมีคำกล่าวว่า “คนมีกตัญญูถึงแม้จะนัยน์ตาบอดมืดทั้งสองข้าง แต่ใจของเขาใสกระจ่างยิ่งกว่าดวงจันทร์ดวงอาทิตย์รวมกันเสียอีก” มาเป็นของฝากให้พี่ๆ น้องๆ แถมท้ายค่ะ

โดย วยุรี [25 เม.ย. 2550 , 16:28:59 น.] ( IP = 58.9.146.238 : : )


  สลักธรรม 6

ความกตัญญู คือความรู้คุณที่ผู้อื่นกระทำแล้วแก่ตน ผู้ใดก็ตามที่ทำคุณแก่ตนแล้ว ไม่ว่าจะมากก็ตามน้อยก็ตาม เช่น เลี้ยงดู สั่งสอน ให้ความรู้ ให้ที่พัก ให้งานทำ ดูแลในยามที่เราป่วย ฯลฯ เราควรระลึกถึงด้วยความซาบซึ้งอยู่เสมอ ไม่ลืมคุณนั้นเลย

อีกนัยหนึ่ง ความกตัญญู หมายถึงความรู้คุณของบุญที่ตนได้ทำไว้แล้ว รู้ว่าที่ตนเองได้ดีมีสุขอยู่ในปัจจุบัน ก็เพราะบุญทั้งหลายที่เคยทำไว้ในอดีตส่งผลให้ จึงไม่ลืมคุณของบุญนั้นเลย และตั้งใจสร้างสมบุญใหม่ให้ยิ่งๆ ขึ้นไป

สิ่งที่ควรแก่ความกตัญญู คือทุกสิ่งที่มีคุณแก่เรา ซึ่งอาจแบ่งได้เป็น ๕ ประการ ได้แก่

๑. กตัญญูต่อบุคคล คือใครก็ตามที่เคยมีพระคุณต่อเรา ไม่ว่าจะมาก น้อยเพียงไร จะต้องกตัญญูรู้คุณท่าน ติดตามระลึกถึงเสมอด้วยความซาบซึ้ง พยายามหาโอกาสตอบแทนคุณท่านให้ได้

๒. กตัญญูต่อสัตว์ คือสัตว์ที่มีคุณต่อเรา เช่น ช้าง ม้า วัว ควาย ที่ใช้งาน จะต้องใช้ด้วยความกรุณาปรานี ไม่เฆี่ยนตีมันจนเหลือเกิน ไม่ใช้งานหนักจนเป็นการทรมาน ขณะเดียวกันต้องเลี้ยงดูให้อาหารไม่ให้อดอยาก ให้ได้กินได้นอนได้พักผ่อนตามเวลา

๓. กตัญญูต่อสิ่งของ คือของสิ่งใดก็ตามที่มีคุณต่อเรา เช่นหนังสือธรรมะ หนังสือเรียน สถานศึกษา วัด ต้นไม้ ป่าไม้ วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการหาเลี้ยงชีพ ฯลฯ จะต้องปฏิบัติ ช่วยดูแลรักษาสิ่งเหล่านี้ให้ดี ไม่ลบหลู่ดูแคลน ไม่ทำลาย

๔. กตัญญูต่อบุญ คือรู้ว่าคนเราเกิดมามีอายุยืนยาว ร่างกายแข็งแรง ผิวพรรณดี สติปัญญาเฉลียวฉลาด มีความสุขความเจริญ มีความก้าวหน้า มีทรัพย์สมบัติมาก ก็เนื่องมาจากผลของบุญ จะไปสวรรค์กระทั่งไปนิพพานได้ก็ด้วยบุญ กล่าวได้ว่า ทุกอย่างสำเร็จได้ด้วยบุญ ทั้งบุญเก่าที่ได้สั่งสมมาดีแล้ว และบุญใหม่ที่เพียรสร้างขึ้นประกอบกัน จึงมีความรู้คุณของบุญ มีความอ่อนน้อม ในตัว ไม่ดูถูกบุญ ตามระลึกถึงบุญเก่าให้จิตใจชุ่มชื่น และไม่ประมาทในการสร้างบุญใหม่ให้ยิ่งๆ ขึ้นไป

๕. กตัญญูต่อตนเอง คือรู้ว่าร่างกายของเรานี้เป็นอุปกรณ์สำคัญที่เราจะใช้อาศัยในการทำความดี ใช้ในการสร้างบุญกุศลนานาประการ เพื่อความสุขความเจริญก้าวหน้าแก่ตนเอง จึงทะนุถนอมดูแลร่างกาย รักษาสุขภาพให้ดี ไม่ ทำลายด้วยการกินเหล้า เสพสิ่งเสพย์ติด เที่ยวเตร่ดึกๆ ดื่นๆ และไม่นำร่างกาย นี้ไปประกอบความชั่ว เช่น ฆ่าสัตว์ ลักทรัพย์ เจ้าชู้ อันเป็นการทำลายตนเอง

โดย วยุรี [25 เม.ย. 2550 , 16:32:34 น.] ( IP = 58.9.146.238 : : )


  สลักธรรม 7

อ า นิ ส ง ส์ ก า ร มี ค ว า ม ก ตั ญ ญู


๑. ทำให้รักษาคุณความดีเดิมไว้ได้
๒. ทำให้สร้างคุณความดีใหม่เพิ่มได้อีก
๓. ทำให้เกิดสติ ไม่ประมาท
๔. ทำให้เกิดหิริโอตตัปปะ
๕. ทำให้เกิดขันติ
๖. ทำให้จิตใจผ่องใส มองโลกในแง่ดี
๗. ทำให้เป็นที่สรรเสริญของคนดี
๘. ทำให้มีคนอยากคบหาสมาคม
๙. ทำให้ทั้งมนุษย์และเทวดาอยากช่วยเหลือ
๑๐. ทำให้ไม่มีเวรไม่มีภัย
๑๑. ทำให้ลาภผลทั้งหลายเกิดขึ้นโดยง่าย
๑๒. ทำให้บรรลุมรรคผลนิพพานโดยง่าย ฯลฯ


ดังนั้นจะเห็นได้ว่า ความกตัญญูเป็นคุณธรรมพื้นฐานที่ทุกคนควรกระทำให้มี เพราะนำมาซึ่งธรรมที่มีอุปการะมาก ไม่ว่าจะเป็นขันติ สติ หิริโอตตัปปะ ….หลวงพ่อท่านจึงต้องมาย้ำกับพวกเราว่า…


สิ่งที่ต้องทำ ลูกรู้ไหมคืออะไร...... เอาเพียงอย่างเดียวนะ......สำหรับลูกนะ
สิ่งเดียวนั้นคือ..... ความกตัญญู...ไงลูก



โดย วยุรี [25 เม.ย. 2550 , 16:35:45 น.] ( IP = 58.9.146.238 : : )


  สลักธรรม 8


ได้รับการอบรมถึงคำว่า ความกตัญญูเป็นเครื่องหมายของคนดี
แล้วก็พิจารณาถึงคำนี้อยู่เสมอ..แล้วก็ได้พบว่า บุคคลที่มีความกตัญญู ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนหรือนับถือศาสนาอะไรก็ได้รับการยกย่องในคุณความดีด้วยกันทุกคน

ห้องนั่งเล่นในครั้งนี้...สิ่งหลวงพ่อบอกให้ทำแม้จะเป็นเพียงสิ่งเดียวแล้วดูเหมือนจะทำง่าย แต่ไม่ง่ายเลยสำหรับบุคคลที่ไม่รู้จักคุณของใคร

ความจำใจ..จึงเป็นความจำเป็นพื้นฐานในการดัดจริตดื้อๆ ให้มาเป็นคนดีๆ เพราะทำบ่อยๆ ก็เคยชินจนสั่งสมเป็นนิสัย

สิ่งที่ได้การการสอนในครั้งนี้ก็เป็นเสมือนกระจกที่ให้ย้อมมองดูเงาของตนเองว่ายังบกพร่องอยู่มากน้อยแค่ไหน และเป็นแรงผลักดันให้เพียรพยายามแก้ไขให้ดียิ่งขึ้นต่อไป
รับทราบถึงความเมตตาและความปรารถนาดีของหลวงพ่อตลอดจนครูบาอาจารย์ทุกท่าน ที่ใส่ใจคอยดูแล คอยขัดเกลาและส่งเสริมให้เป็นคนดีมีความงดงาม เพื่อจะได้มีที่ตั้งของชีวิตที่ไม่ยากลำบากต่อไป

กราบขอบพระคุณเป็นอย่างสูงไว้ในที่นี้ค่ะ และขอบพระคุณคุณวยุรีที่มีเมตตาจิตนำมาถ่ายทอด สรุปความ และยกตัวอย่างให้ทราบให้สัมผัสถึงสิ่งดีๆ เหล่านี้อีกครั้ง

โดย น้องกิ๊ฟ (น้องกิ๊ฟ) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [25 เม.ย. 2550 , 16:55:46 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : )


  สลักธรรม 9

คราวนี้ได้มีโอกาสเข้ามาพักใจในห้องนั่งเล่นแห่งความรักเป็นคนแรกๆเลยครับ เข้ามาแล้วก็ไม่เคยผิดหวังเลย ได้รับธรรมะและข้อคิดกลับไปมากมายเช่นเคย ยิ่งได้อ่านถึงตอนที่อ.วยุรีบอกว่า

"...แล้วด้วยสภาพสังคมในปัจจุบันที่ลูกเห็นอยู่แล้วว่ามันมีความวุ่นวายมากแค่ไหน หากลูกเกิดในตอนนั้นลูกจะเป็นอย่างไร ? ผ้าที่เรียบของพ่อพอถึงตอนนั้นมิถูกขยำจนยับยู่ยี่หรอกหรือ ? แล้วถ้าตายไปและได้เกิดเป็นมนุษย์ในชาติต่อๆไปอีก ก็ต้องพบสภาพสังคมที่เลวร้ายลงไปอีก ...ลูกพ่อจะเป็นอย่างไรในตอนนั้น โอกาสที่เราพ่อลูกจะได้พบกันมันคงยากขึ้นไปอีก..."

อ่านถึงตรงนี้แล้วก็น้ำตารื้นขึ้นมาเลยครับ ใจหายอย่างบอกไม่ถูก ถ้าชีวิตของเราจะต้องกลายเป็นผ้าที่ถูกขยำจนยับยู่ยี่อย่างนั้นจริงๆ เราจะมีความเข้มแข็งพอที่จะฝืนลุกขึ้นมารีดตัวเองให้เรียบเหมือนเดิมและเดินกลับไปตามหาพ่อที่รออยู่ในเส้นทางแห่งความดีได้ไหมหนอ ... น่ากลัวเหลือเกิน...

ในขณะที่ชีวิตแห่งความเป็นมนุษย์ ณ วันนี้ยังมีหลวงพ่อยังมีอาจารย์ที่คอยตักเตือนและคอยช่วยฉุดรั้งให้เรากลับมาเดินอยู่ในเส้นทางที่ดีอยู่ เราจะต้องพยายามสร้างภูมิคุ้มกัน(อกุศล)ให้กับใจตัวเองให้ได้ กุศลบางอย่างแม้จะต้องจำใจทำบ้าง แต่ถ้ามันจะนำมาซึ่งความสงบใจได้ในภายหน้าก็ต้องหมั่นสร้างสมไว้เพื่อชีวิตในอนาคตชาติของเราเอง

ขออนุโมทนากับอ.วยุรีที่ช่วยนำธรรมะจากหลวงพ่อมาถ่ายทอดให้ฟังพวกเราอยู่เสมอ ขอขอบพระคุณจากใจจริงครับ

โดย เณรจิ๋ว ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [25 เม.ย. 2550 , 17:03:10 น.] ( IP = 202.231.41.1 : : )


  สลักธรรม 10

ทุกคำข้าวคำน้ำยามลองลิ้ม
ทุกความอิ่มมีบุญแทรกคุณค่า
ทุกคำสอนคำสั่งของครูบา
ทุกเวลามีคุณอุดหนุนใจ

กี่ครั้งคราวเหน็บหนาวร้าวรานสุข
กี่คำสอนปลอบปลุกช่วยแก้ไข
กี่ถ้อยคำพร่ำกล่าวให้อภัย
กี่รอยยิ้มละไมให้มีแรง

จักจดจำจารึกผนึกแน่น
จักทดแทนคุณท่านมิหน่ายแหนง
จักเดินตามคำสอนที่แสดง
จักมิแปลงเปลี่ยนใจในพระคุณ


น้อมรับคำสอนและเตือนจากหลวงพ่อด้วยความเคารพอย่างสูงครับ และจะหมั่นสำรวจตนเองเสมอว่า มงคลชีวิต ข้อใดยังขาดไปจากชีวิตกระผมกระรีบเร่งสร้างให้สมบรูณืที่สุดสุดความสามารถครับ

ด้วยเจตนาและในการกระทำกุศลทั้งปวงนั้น ผมขอกราบถวายเป็นเครื่องบูชาพระคุณแด่หลวงพ่อ พระผู้เมตตาต่อลูกๆอย่างแน่วแน่เสมอมาครับผม.

โดย เทพธรรมดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [25 เม.ย. 2550 , 17:05:56 น.] ( IP = 58.9.146.238 : : )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org