มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


เรื่องของ..ชีวิต (ตอนที่๑๐)









ชีวิต
โดย พระครูศรีโชติญาณ (พระมหาแสวง โชติปาโล)


ตอนที่ผ่านมา


ถาม ชีวิตของคนเราที่เกิดมาในโลกนี้ มีอยู่ด้วยกันกี่แบบ ขอได้กรุณายกมาแยกให้ฟังพอเข้าใจด้วย

ตอบ แบบชีวิตของคนเรานั้น เมื่อจะพูดกันตามหลักพระบาลีแล้ว ก็พอจะแยกออกได้เป็น ๔ แบบคือ

แบบชีวิตที่มีความสว่างมา แล้วก็สว่างกลับไป
แบบชีวิตที่มีความสว่างมา แต่กลับมืดไป
แบบชีวิตของคนบางคนมืดมา แต่กลับไปสว่าง
แบบชีวิตของคนบางคนมืดทั้งมาและกลับ

ขยายความว่า มนุษย์บางคนเกิดมาในท่ามกลางกองเงินกองทอง มีญาติพี่น้องห้อมล้อมหน้าหลัง มีความเจริญรุ่งเรืองตลอดวิถีชีวิต ตนเองก็ไม่ประมาทลืมตัวรีบเร่งทำแต่คุณงามความดี เพื่อตัวและสังคมส่วนรวมอย่างเต็มกำลัง

เมื่อเขาถึงคราวจะจากโลกนี้ไป ก็มีแต่ความชื่นชมโสมนัส เพราะมาปลื้มใจว่าตนได้ทำความดีไว้แล้ว ชีวิตแบบนี้เรียกว่า “มาก็สว่าง กลับไปก็สว่าง”

โดย พี่เณร...นำมาฝากดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [30 เม.ย. 2550 , 09:03:09 น.] ( IP = 58.9.141.245 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1




มนุษย์บางคนเกิดมาดี มีความสมบูรณ์พูดสุขทุกอย่างมีแต่คนเอาใจส่งเสริม ทำอะไรมีแต่ความก้าวหน้า แต่เพราะเหตุที่เขาลืมตัว ถูกความมืดมัวปิดบังตา ทำให้เห็นกงจักรเป็นดอกบัว เห็นความชั่วเป็นดี มึนเมาในอำนาจราชศักดิ์ เมาในทรัพย์สมบัติ เมาในชาติกระกูล ก็เลยถูกความเมาเหล่านี้เข้ามอมใจให้จมอยู่ในหลุมแห่งความหายนะคือ อบายมุขนานาประการ

เมื่อถึงคราวที่เขาจะจากโลกนี้ไป ก็จะต้องจากไปด้วยความหม่นหมองมืดมน มีแต่ก่อความเศร้าโศกให้แก่ตัวเองตลอดถึงครอบครัวและญาติพี่น้องผู้ที่อยู่ในโลกนี้แบบนี้ “สว่างมาแต่กลับมืด”


มนุษย์บางคน เมื่อเขาเกิดมาก็ไม่ค่อยจะสมประกอบ ขาดตกบกพร่องญาติพี่น้อง เงินทองก็ไม่ใคร่จะสมบูรณ์พูนสุขนัก แต่เพราะค่าที่ตนเติมโตมาแล้วก็รู้สึกสำนึกตัว พยายามทำแต่ความดีมีศีลธรรม บำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์แก่ส่วนรวมสร้างแต่ความรัก ความนับถือให้แก่สังคมที่อยู่ร่วมด้วยอย่างไม่ท้อถอย

เมื่อถึงคราวที่ตนจะจากโลกนี้ไป ก็มีแต่ความชื่นชมโสมนัสดีใจว่า เราทำแต่ความดีไว้ ตายก็นอนตาหลับไม่ต้องห่วงใยเดือดร้อนเพราะความดีของตน แม้จากไปแล้วก็มีแต่คนสรรเสริญเจริญพรตามหลังไปด้วย อย่างนี้ เรียกว่า “ชีวิตที่มืดมา แต่สว่างกลับไป”

โดย พี่เณร...นำมาฝากดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [30 เม.ย. 2550 , 09:03:51 น.] ( IP = 58.9.141.245 : : )


  สลักธรรม 2



ส่วนชีวิตของมนษย์บางคนเกิดมาก็มืดมา มองไม่เห็นเงินทอง ญาติพี่น้องที่จะไม่อุปการะ จะทำอะไรก็มีแต่ความอับเฉา ตกต่ำ ไม่ก้าวหน้า การดำเนินชีวิตของเขาก็มีแต่ความทุกข์ยากลำเค็ญ

แม้กระนั้น เขาก็ยังไม่รู้สึกสำนึกตัว กลับไปหมกมั่วตนอยู่กับความมือ คือ อบายมุขอันเป็นปากทางแห่งความเสื่อมโทรม เป็นคนเกียจคร้านไม่ยอมทำงานมั่วอยู่กับความเป็นนักเลงสุราบ้าง เล่นการพนันบ้าง เที่ยวผู้หญิงบ้าง ผู้ชายบ้าง เป็นนักตีรันฟันแทงบ้าง เป็นโจรหัวโจกบ้าง มีตะรางเป็นที่อยู่อาศัย นอกอยู่กับดิน กินอยู่กับทราย เที่ยวซุกซ่อนอำนาจกฎหมาย เพราะความชั่วช้าสามานย์ของตนเอง

ชีวิตแบบที่วานี้ เมื่อเขาจะจากโลกนี้ไป ก็มีแต่ความเศร้าโศกเดือนร้อนเป็นชีวิตที่ “มืดมิดทั้งการมาและการกลับไป”

โดย พี่เณร...นำมาฝาก (พี่เณร) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [30 เม.ย. 2550 , 09:04:24 น.] ( IP = 58.9.141.245 : : )


  สลักธรรม 3



ส่วนชีวิตของมนษย์บางคนเกิดมาก็มืดมา มองไม่เห็นเงินทอง ญาติพี่น้องที่จะไม่อุปการะ จะทำอะไรก็มีแต่ความอับเฉา ตกต่ำ ไม่ก้าวหน้า การดำเนินชีวิตของเขาก็มีแต่ความทุกข์ยากลำเค็ญ

แม้กระนั้น เขาก็ยังไม่รู้สึกสำนึกตัว กลับไปหมกมั่วตนอยู่กับความมือ คือ อบายมุขอันเป็นปากทางแห่งความเสื่อมโทรม เป็นคนเกียจคร้านไม่ยอมทำงานมั่วอยู่กับความเป็นนักเลงสุราบ้าง เล่นการพนันบ้าง เที่ยวผู้หญิงบ้าง ผู้ชายบ้าง เป็นนักตีรันฟันแทงบ้าง เป็นโจรหัวโจกบ้าง มีตะรางเป็นที่อยู่อาศัย นอกอยู่กับดิน กินอยู่กับทราย เที่ยวซุกซ่อนอำนาจกฎหมาย เพราะความชั่วช้าสามานย์ของตนเอง

ชีวิตแบบที่วานี้ เมื่อเขาจะจากโลกนี้ไป ก็มีแต่ความเศร้าโศกเดือนร้อนเป็นชีวิตที่ “มืดมิดทั้งการมาและการกลับไป”

โดย พี่เณร...นำมาฝากดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [30 เม.ย. 2550 , 09:04:57 น.] ( IP = 58.9.141.245 : : )


  สลักธรรม 4




คนเราเกิดมาในโลกนี้ ถ้าเราจะพูดกันตามสำนวนของพระอริยะผู้ประเสริฐกันแล้ว ก็ไม่มีอะไรที่จะนอกเหนือไปจากความทุกข์ เพราะตามปกติชีวิตนี้ มักก็เป็นตัวทุกข์อยู่ในตัวของมันแล้ว เราซึ่งเป็นผู้ครอบครองชีวิต โดยยึดถือว่าชีวิตนี้มันเป็นของๆ เรา จึงต้องพยายามดิ้นรนช่วยเหลือชีวิตนี้ไปด้วยวิธีการต่าง ๆ เท่าที่ตนเห็นว่ามันจะเป็นความสุข เรียกว่าคอยแก้ทุกข์กันอยู่แทบทุกลมหายใจเข้าออกก็ว่าได้

เช่นนั่งเมื่อย ก็จะต้องแก้ทุกข์ คือการนั่งเสียด้วยการยืน ยืนเมื่อเป็นทุกข์ ก็จะต้องแก้ทุกข์ที่เกิดความยืนเสียด้วยการเดิน หรือเดินนาน ๆ เมื่อยเป็นทุกข์ ก็จำเป็นจะต้องแก้ทุกข์คือ การเดินเสียด้วยการนอน หรือหิวมากเป็นทุกข์ ก็จำจะต้องแก้ทุกข์คือความหิวเสียด้วยการกิน ง่วงมากเป็นทุกข์ทนไม่ไหว ก็จะต้องแก้ทุกข์คือความง่วงเสียด้วยการนอนหลับ ปวดอุจจาระ ปัสสาวะ ก็จะต้องแก้ทุกข์เสียด้วยการถ่ายทุกข์ หนัก ทุกข์เบา

เป็นทุกข์ภายในแล้วยังไม่พอ ยังเป็นทุกข์ข้างนอกอีก เช่น อยากได้ของที่ต้องการ ก็จะต้องลงทุนเที่ยวเสาะหาไปในที่ต่าง ๆ ทั้งทางน้ำ และทางบกเพื่อให้ได้ซึ่งของที่ตนต้องการ อันนี้ก็เป็นทุกข์อีก เรียกว่า “ คเวสนทุกข์” ทุกข์เกิดจากการเสาะแสวงหา

เมื่อได้มาแล้ว ก็จะต้องเป็นทุกข์เพราะการรักษาอีกเพราะเกรงกลัวไปว่า ของที่ตนรักจะเป็นอันตรายหรือต้องการสิ่งใด ไม่สมหวังก็เป็นทุกข์อีก พิจารณาดูแล้ว ดูไม่ต่างอะไรกับคนที่พยาบาลใช้ มิใช่จะเป็นทุกข์แต่คนไข้เท่านั้น แม้คนที่พยาบาลก็พลอยเป็นทุกข์ไปด้วย เพราะต้องอดตามหลับขับตานอนคอยดูแลคนไข้ ผู้มีทุกขเวทนาครอบงำอยู่อย่างแสนสาหัส ฉันใด แม้คนที่ครองขันธ์ ยึดถือขันธ์ว่าเป็นของ ๆเรา ก็ฉันนั้นเหมือนกัน

โดย พี่เณร...นำมาฝากดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [30 เม.ย. 2550 , 09:05:26 น.] ( IP = 58.9.141.245 : : )


  สลักธรรม 5



จึงเห็นได้ว่าชีวิตนี้ทั้งชีวิต ไม่เห็นมีอะไรที่นอกเหนือไปจากความทุกข์ คือ ทุกข์เพราะเกิดขึ้น ทุกข์เพราะตั้งอยู่และทุกข์เพราะดับไป ถ้านอกจากทุกข์คือ ขันธ์เสียอย่างเดียวเท่านั้น ก็ไม่มีอะไรจะเป็นทุกข์ ฉะนั้น โวหาร ของพระอริยะผู้ประเสริฐจึงได้กล่าวไว้ว่า “ เตสํ วูปสโมสุโข ” ความเข้าไประงับดับเสียได้ ซึ่งสังขารทั้งหลาย จึงนับเป็นความสุขแลฯ

ทุกคนควรนึกถึงคำกลอนสอนใจที่ว่า ร่างกายของเรามันเน่าแน่ ยังเหลือแต่ต้นทนบุญกุศล จำต้องทิ้งสมบัติให้ปวงชน ร่างของตนเขายังเอาไปเผาไฟฯ

เกิดเท่าไร ตายหมด

เราท่านเกิดมาได้ร่วมพิภพ..........ต้องเจอจุดจบวันหนึ่งข้างหน้า
ทั้งหญิงทั้งชายต้องไปป่าช้า..........ทั้งศักดินา และกรรมกร
ทั้งขวาและซ้ายทั้งนายและบ่าว..........ทั้งข้าและเจ้าต้องเป็นเหยื่อหนอน
ตายแล้วเหม็นเน่าเป็นที่แน่นอน..........เกยเชิงตะกอนด้วยกันทุกคน
ถึงเป็นเศรษฐีหรือมีอำนาจ..........ก็จะมิอาจติดสินบนท่าน
องค์มัจจุราชหรือยมพบาล..........ให้ไว้ชีวันนั้นอย่าหวังเคย
นี่เป็นความจริงท่านหญิงท่านชาย..........โปรดจำใสใจไว้เถิดท่านเอ๋ย
อย่ามัวขึ้งเคียดเบียดเบียนกันเลย..........ไม่นานก็เกยซึ่งเชิงตะกอนฯ

โดย พี่เณร...นำมาฝากดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [30 เม.ย. 2550 , 09:05:50 น.] ( IP = 58.9.141.245 : : )


  สลักธรรม 6




ความจริง


สมบัติเป็นของกลางสำหรับโลก ไม่ใช่ของใครทั้งนั้น ใครเกิดมามีบุญมาก ก็ได้ครองสมบัติอยู่นานหน่อย มีบุญน้อยก็ได้ครองสมบัติอยู่น้อยหน่อย แต่จะครองนานหรือไม่นาน ผลสุดท้ายก็จะต้องทอดทิ้งสมบัติไปด้วยกันทั้งนั้น ยังไม่เห็นมีใครจะอยู่ครองสมบัติอยู่ค้ำโลกได้สักคนเดียว แม้พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้เป็นถึงเอกอุของโลกทั้งสาม ยังต้องเสด็จดับขันธปรินิพพานเลย

จึงไม่จำเป็นต้องกล่าวถึงพวกเราๆ ที่ยังมีกิเลสหนาปัญญาหยาบอยู่ อ้ายเรื่องสมบัติมันเป็นของคู่กันกับวิบัติ เมื่อไม่มีสมบัติ จะไปเอาวิบัติมาจากไหนเล่า ฉะนั้น คนที่มีสมบัติมาก เช่น มีข้าวของ เงิน ทองมาก มีลูกเมีย ญาติพี่น้องมาก ก็จะต้องร้องไห้มากกว่าเขา ซึ่งมีสมบัติน้อย มีลูกเมีย ญาติพี่น้องน้อยเป็นธรรมดา

ด้วยเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคจึงตรัสเตือนให้พุทธบริษัทหมั่นใช้ปัญญาพิจารณาเนื่องๆ ทุกๆ วันว่า สพฺเพหิ ปิเยหิ มนาเปหิ นานาภาโว วินาภาโว อภิณฺหํ ปจฺจเวกฺขิตพฺพํ ซึ่งก็พอแปลได้ความว่า พุทธบริษัทควรใช้ปัญญาพิจารณาอยู่เป็นนิตย์ว่า “เราจะต้องพลัดพรากจากของรักของชอบใจทั้งสิ้น” มิวันใดก็วันหนึ่งอย่างแน่นอน ถึงมันไม่จากเรา เราก็จะต้องจากมัน จึงไม่ควรประมาทลืมตัว


จบเรื่อง ปัญหาเกี่ยวกับชีวิต

โดย พี่เณร...นำมาฝากดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [30 เม.ย. 2550 , 09:06:23 น.] ( IP = 58.9.141.245 : : )


  สลักธรรม 7

พระคุณที่หลวงพ่อพยายามอธิบายในเรื่องเกี่ยวกับชีวิตเพื่อให้ผู้อ่านได้เกิดความเห็นที่ถูกต้องนั้น
ขอกราบบูชาพระคุณหลวงพ่อด้วยความเคารพค่ะ

และกราบขอบพระคุณพี่เณรที่นำมาเผยแพร่ให้ได้ทราบค่ะ

โดย น้องกิ๊ฟ (น้องกิ๊ฟ) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [30 เม.ย. 2550 , 11:40:06 น.] ( IP = 58.9.100.96 : : )


  สลักธรรม 8

กราบขอบพระคุณพระครูศรีโชติญาณ สำหรับคำอธิบายถามตอบเรื่องชีวิตค่ะ ทำให้มีความเข้าใจมากขึ้นค่ะ

ขอบพระคุณพี่เณรค่ะ ที่ได้นำความรู้มาฝากค่ะ

โดย เซิ่น (เซิ่น) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [30 เม.ย. 2550 , 17:26:10 น.] ( IP = 203.146.147.13 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org