มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ห้องนั่งเล่นแห่งความรัก ตอนที่ ๕





กว่าจะมาถึงวันนี้ พวกเราได้รับคำสอนคำเตือนจากหลวงพ่อมามากมาย หลายๆครั้งที่ท่านมานอกจากสอนธรรมะแล้ว บางครั้งท่านจะให้ให้พวกเราไปทำการบ้านด้วยการคัดลอกข้อความเพื่อเตือนใจให้กับตนเองแล้วนำมาส่งท่าน ตัวอย่างเช่น
- คำพูดจะเป็นพิษ ถ้าไม่คิดก่อนพูด
- พูดมากผิดมาก ไม่พูดเลยไม่ผิดเลย
- ความวุ่นวายจะไม่มีที่สิ้นสุด ถ้าไม่หยุดที่ตน
- คำพูดฟ้องปัญญา กริยาฟ้องขันติ
- เวลาจะมีค่า เวลานั้นต้องประกอบไปด้วยปัญญา

ฯลฯ

ข้อความเหล่านี้บางท่านอาจจะจดจำ และยังพอนึกได้บ้าง หรือไม่ได้บ้าง ...จนมาถึงระยะนี้ แม้หลวงพ่อจะไม่มีคำพูดเหล่านั้นมาให้พวกเราได้ยิน แต่ก็ยังส่งข้อความที่เตือนใจผ่านอาจารย์มาให้พวกเราเสมอมิได้ขาด แต่ละครั้งที่ได้รับ ทุกคนต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า “นี่หลวงพ่อเตือนหนู” “วันนี้หลวงพ่อเตือนพี่ตรงๆเลย” เป็นต้น หลวงพ่อท่านคงได้ยิน แล้วคอยดูการแก้ไขเพื่อความเป็นไปในทางที่ดีของลูกๆ จนมาวันนี้หลวงพ่อคงอดรนทนไม่ได้จึงต้องฝากข้อความคำเตือนตามมาอีกว่า

พ่ออาจจะนำข้อความที่ศักดิ์สิทธิ์มาให้ลูกๆได้เสมอ
หรือลูกเองอาจจะจดจำข้อความที่ศักดิ์สิทธิ์ได้มากแค่ไหนก็ตาม
“มันจะไม่เป็นประโยชน์แก่ลูกเลย ถ้าไม่ลงมือกระทำไปตามความศักดิ์สิทธิ์นั้น”

โดยเฉพาะโจทย์ของชีวิตที่ลูกต้องตอบให้ถูก ด้วยความเชื่อในความศักดิ์สิทธิ์นั้นเสมอ
เพราะไม่เช่นนั้นคำตอบที่ผิดๆ จะทำให้ลูกตกและซ้ำชั้นแห่งชีวิตต่อไป
นั่นก็คือ...ชีวิตที่จำเจซ้ำซากในวัฏฏะสงสาร... นั่นเอง

และสิ่งที่อยากให้ลูกระลึกไว้ด้วยเสมอนั้น ก็คือ ...การลืมอะไรสักอย่าง อาจจะไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ใช่ว่าจะต้องใช้เวลาทั้งชีวิตเพื่อจดจำสิ่งเหล่านั้นไว้หรอกนะ
เพราะนั่นมันคือ.. .ความทรงจำที่เป็นทุกข์...

พ่อเสือ
๒๙ เมษายน ๒๕๕๐

โดย วยุรีดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [2 พ.ค. 2550 , 11:33:00 น.] ( IP = 58.9.141.74 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1


ก่อนอธิบายรายละเอียดของธรรมปฏิสันถารในวันนั้น อาจารย์ได้ทดสอบความจำ(ดี)ของพวกเราถึงข้อความที่หลวงพ่อได้ให้ไว้ (ซึ่งค่อนข้างล้มเหลวพอสมควร) และย้ำให้เห็นว่าข้อความนั้นศักดิ์สิทธิ์ตรงไหน ตัวอย่างเช่น

. ..ที่กระทบ คือวิบาก แต่ที่กำลังกระทำ คือ กรรม … ที่ว่าศักดิ์สิทธิ์ก็เพราะสิ่งที่กล่าวนี้คือ ความจริง ที่ไม่มีใครเถียงได้

โดยเฉพาะ เมื่ออาจารย์อธิบายเกี่ยวกับโจทย์ของชีวิตที่เราควรตอบให้ถูก ด้วยความเชื่อในความศักดิ์สิทธิ์นั้น ทำให้รู้ว่า เรามองข้ามหลายสิ่งหลายอย่างไปโดยไม่รู้ตัว ยิ่งอาจารย์ชี้และอธิบาลไปที่ผังของจิตในกระดานซึ่งเชื่อว่าทุกคนที่เรียนพระอภิธรรมมาแล้วสามารถเขียนและจำแนกได้ว่าเป็นจิตประเภทใดบ้าง

ทำให้เห็นได้อย่างชัดเจนว่า ที่เราเรียนมา ก็ได้แค่เรียน แม้จะเข้าใจแต่ก็ไม่ได้นำความเข้าใจนั้นมาใช้ เลย เพราะเมื่อมีเรื่องราวใดหรือสิ่งใดมากระทบ เราไม่เคยเท่าทันว่านั่นเป็นวิบากซึ่งเป็นผลของการกระทำเก่าๆ(อดีตชาติ) แทนที่เราจะนำธรรมะที่เรียนมาใช้ แต่เรากลับไปคิดว่า เราทำดีขนาดนี้แล้ว ทำไมเขา....อย่างโน้นอย่างนี้ หรือบางคนพยายามสาวหาต้นเหตุของเรื่อง แต่เป็นเหตุในทางโลก(โลกะ=หายนะ) แทนที่จะเป็นเหตุผลในทางธรรมตามที่เรียนมา ซึ่งเป็นการบอกให้รู้ว่า
โจทย์ของชีวิต ข้อนั้น เราตอบผิด


ก็เพราะการไม่เท่าทันอารมณ์ที่มากระทบไม่ว่าจะดี หรือไม่ดีนี่เอง คำตอบที่ผิดนั้นๆจึงมากระตุ้นของเก่าคืออนุสัยกิเลส จากอย่างละเอียดมาเป็นอย่างกลางจนออกมาเป็นการกระทำ คือ กรรม ฉะนั้น กิเลส  กรรม  วิบาก จึงเกิดตลอดเวลา วัฏฏะ ๓ หมุนวนอย่างไม่มีวันหยุด

ผลจากการทำโจทย์ชีวิตผิดหมดทุกข้อ ...เราจึงต้องสอบตกซ้ำชั้นแห่งชีวิตตลอดไป เพราะแม้สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจะอุบัติมากี่พระองค์ก็ตาม แต่ละพระองค์ก็ทรงมาบอกวิธีการคิด การคำนวณโจทย์ที่ถูก บอกสูตรต่างๆ ให้กับเรา ...แต่เราก็ไม่เคยนำสูตรนั้นมาใช้แม้แต่น้อย จึงต้องใส่คำตอบที่ผิดๆไปตลอดเวลา ผลที่ตามมาก็คือสอบตก ทำให้ ชีวิตต้องจำเจซ้ำซากอยู่ในวัฏฏะสงสาร

ท่านอาจารย์ใช้คำว่า ชีวิตพวกเราหลุดรอดจากอุ้งมือพุทธ ตกมาอยู่ในอุ้งมือมาร (ทั้ง ๕ ไม่ว่าจะเป็นขันธมาร กิเลสมาร เป็นต้น) เพราะหากจะคิดไปแล้ว พระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแต่ละองค์นั้น ล้วนมีมากมายเหลือคณานับ แน่นอนพระองค์ปรารถนาที่จะช่วยเหลือเวไนยสัตว์ไปให้พ้นทุกข์ แต่พวกเรายังสู้อุตส่าห์หลุดรอดออกจากข่ายของพระองค์

โดย วยุรี (วยุรี) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [2 พ.ค. 2550 , 11:35:33 น.] ( IP = 58.9.141.74 : : )


  สลักธรรม 2


หากจะว่าไปแล้ว ชาตินี้ ขณะนี้ พวกเรามาตั้งใจเรียนพระอภิธรรมซึ่งล้วนเกิดจากพระปัญญาธิคุณ ทุกคนต่างมีศรัทธาต่อการเรียน ก็เป็นเสมือนหนึ่งว่าเรากำลังถูกประคับประคองอยู่ในอุ้งมือพุทธ หากเรามีความเชื่อในความศักดิ์สิทธิ์ คือ พระธรรมคำสอนของพระพุทธองค์ และสามารถนำคำสอนของพระพุทธองค์ไปใช้ตอบกับโจทย์ของชีวิตได้ถูกต้อง ชีวิตเราคงจะไม่หลุดรอดออกจากอุ้งมือพุทธอย่างแน่นอน

แล้วอาจารย์ก็เฉลยว่า คำตอบที่จะมอบพระนิพพานให้กับเรา นั่นก็คือ
ถาม ใครเดิน
ตอบ รูปเดิน
ถาม ใครนั่ง
ตอบ รูปนั่ง
ถาม ใครได้ยิน
ตอบ นามได้ยิน
...


มาถึงตอนนี้ เชื่อว่าทุกคนย่อมรู้แล้วว่า การปฏิบัติวิปัสสนาเท่านั้น ที่จะทำให้ชีวิตเราไม่ตกซ้ำชั้น ทำให้ชีวิตเราไม่จำเจซ้ำซากอยู่ใรสังสารวัฏ การปฏิบัติวิปัสสนา จึงเป็นการเสมือนเข้าห้องสอบเพื่อเลื่อนชั้นของระดับการศึกษาที่มีถึง ๔ ระดับ ซึ่งเมื่อสอบผ่านแล้วย่อมได้ ใบรับรอง หรือ ใบสุทธิ หรือ ประกาศนียบัตร หรือจะเป็นปริญญาบัตรก็ตาม ที่อาจารย์บอกว่า เราต้องแสวงหามาให้ได้ นั่นก็คือ โสดาปัตติมรรค สกทาคามิมรรค อนาคามิมรรค และอรหัตตมรรค นั่นเอง

แม้ตอนนี้ เราจะตอบถูกบ้างผิดบ้าง ก็ยังดีกว่าไม่เคยเข้าห้องสอบเลย ยังได้มีโอกาสอ่านโจทย์ของชีวิตบ้าง ได้มีโอกาสนำความรู้ที่เรียนไปลองตอบดูบ้าง เพราะทุกปริเฉทที่เรียนมาล้วนแจกแจงเรื่องราวของชีวิตทั้งสิ้น จนถึงปริเฉทที่ ๙ สุดท้ายยังบอกแนวทางการทำข้อสอบให้ด้วย

ด้วยเหตุนี้เอง ...ในอดีตท่านอาจารย์บุญมี เมธางกูร อดีตประธานฯ และผู้ก่อตั้งมูลนิธิฯ เมื่อสอนครบ ๙ ปริเฉทแล้ว ท่านก็ให้นักศึกษาไปเข้าปฏิบัติที่สำนักปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานอ้อมน้อย ที่ท่านสร้างขึ้นมาเพื่อรองรับนักศึกษาพระอภิธรรม เป็นการเข้าห้องสอบเพื่อนำความรู้ที่เรียนมาไปตอบโจทย์ของชีวิต หากยังสอบไม่ผ่านก็กลับมาเรียนอีก (จากปริเฉทที่ ๑ – ๙) เป็นการติวเพิ่มเติมเพื่อกลับเข้าห้องสอบใหม่ นักศึกษาในสมัยนั้นจึงมีการเข้าปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานกันบ่อยครั้ง

โดย วยุรี (วยุรี) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [2 พ.ค. 2550 , 11:41:30 น.] ( IP = 58.9.141.74 : : )


  สลักธรรม 3


แต่มาตอนนี้หลวงพ่อท่านคงทราบว่า ลูกๆ ของท่านหลายๆ คนมีภาระมาก และเรื่องราวที่มากระทบมีมาก ประกอบกับเราไม่ค่อยนำคำสอนไปให้คำตอบกับชีวิต เสมือนไม่ทบทวนเรื่องที่เรียนมาเลย เมื่อพบข้อสอบคือปัญหาและเรื่องราวต่างๆ เราจึงตอบโจทย์ข้อนั้นๆ ผิด และที่สำคัญตอบผิดแล้ว ออกมาแทนที่จะหาคำตอบใหม่ให้ถูก กลับไปคิดถึงโจทย์ข้อนั้นซ้ำๆซากๆ ท่านจึงเตือนมาว่า
การลืมอะไรสักอย่าง อาจจะไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ใช่ว่าจะต้องใช้เวลาทั้งชีวิตเพื่อจดจำสิ่งเหล่านั้นไว้
เพราะนั่นมันคือ... ความทรงจำที่เป็นทุกข์

นี่คือ ความห่วงใยจากใจของหลวงพ่อที่คอยช่วยแก้ไขปัญหาให้กับลูกๆ แม้วันนี้ก็ยังคงได้ยินคำว่า “ตรงกับหนูเลย” “วันนี้หลวงพ่อเตือนพี่แน่ๆเลย” ...ก็เพราะหลวงพ่อคอยเฝ้าติดตามดูพวกเราตลอดเวลา ธรรมะที่ท่านให้อาจารย์นำมาปฏิสันถารในห้องนั่งเล่นแห่งความรักจึงเป็นคำเตือนมาให้ให้พวกเราโดยตรง เมื่อให้แล้วเชื่อมั่นว่าท่านคงติดตามดูพวกเราอีกนั่นแหละว่า ได้นำไปแก้ไขตนเองหรือไม่

แต่อย่างน้อยที่สุด วันนี้ก็มีเหตุการณ์ที่ทำให้พวกเราซึ้งใจไปตามๆ กัน นั่นก็คือ คุณลุงบำรุง ที่มาเรียนพระอภิธรรมทั้งเสาร์-อาทิตย์ เมื่อสัปดาห์ที่แล้วได้รับฟังข้อคิดจากหลวงพ่อในสัปดาห์ที่แล้ว (ลงในห้องนั่งเล่นแห่งความรักตอนที่ ๔) ก็กลับไปคิดแล้วเกิดความไม่สบายใจว่าตนเองมีความบกพร่องที่ไม่เคยแสดงความขอบคุณอาจารย์บุษกร ประธานฯ และคณะกรรมการเลย ทั้งๆ ที่ตนเองมาได้รับผลประโยชน์จากมูลนิธิมากมาย ได้ศึกษาเล่าเรียนเรื่องความจริงของชีวิตที่ไม่เคยรู้มาก่อน ได้นั่งเรียนสบายในห้องแอร์ ได้รับประทานอาหารที่ทางมูลนิธิให้บริการ และแม้ที่อยู่อาศัยที่สับปายะ ณ สำนักปฏิบัติวิปัสสนาอ้อมน้อยที่คุณลุงได้อาศัยอยู่ วันอาทิตย์นี้ทุกคนจึงได้เห็นภาพคุณลุงนำดอกไม้มาขอ กราบท่านอาจารย์และคณะกรรมการพร้อมด้วยสมาชิกเป็นการขอบคุณที่ทุกคนได้ให้ความสะดวกสบายแก่คุณลุง
เชื่อได้ว่านอกจาก คุณลุงจะเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับพวกเราที่แสดงออกถึงความกตัญญูรู้คุณแล้ว หลวงพ่อท่านคงจะปีติใจที่ลูกของท่านคนหนึ่งได้เริ่มต้นกระทำนำให้พี่ๆน้องๆ ได้เดินตามคำสอนของหลวงพ่อที่ท่านอาจารย์นำมาให้กับพวกเราในคราวที่แล้วว่า…


สิ่งที่ต้องทำ ลูกรู้ไหมคืออะไร...... เอาเพียงอย่างเดียวนะ......สำหรับลูกนะ
สิ่งเดียวนั้นคือ..... ความกตัญญู...ไงลูก



กราบแทบเท้าขอบพระคุณหลวงพ่อ ด้วยความเคารพรักยิ่ง

โดย วยุรี (วยุรี) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [2 พ.ค. 2550 , 11:45:14 น.] ( IP = 58.9.141.74 : : )


  สลักธรรม 4

กราบขอบพระคุณหลวงพ่อสำหรับข้อเตือนใจค่ะ


สิ่งดีๆ ที่พยายามจดจำนั้น ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์เลยเพราะไม่ได้นำออกมาใช้ จึงทำให้มีการตัดสินผิดๆ ผลก็คือ…ชีวิตจึงต้องจำเจซ้ำซากในวัฏฏะสงสาร

ขอบพระคุณพี่วยุรีค่ะ ที่ได้นำคำสอนของหลวงพ่อมาฝากค่ะ

โดย เซิ่น (เซิ่น) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [2 พ.ค. 2550 , 16:36:40 น.] ( IP = 203.146.147.13 : : )


  สลักธรรม 5


อ่านๆไปแล้วก็คิดถึงการกระทำ คำพูดและความคิดต่างๆในขณะที่เราเลือกตอบโจทย์ของชีวิตในแต่ละครั้งแล้วก็ยิ่งรู้สึกว่าเราตอบโจทย์ของชีวิตผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า การไม่รู้เท่าทันอารมณ์และถึงแม้จะรู้ทันบ้างเป็นบางขณะแต่ก็แก้ไขอารมณ์นั้นไม่ถูกต้องทำให้เราตอบโจทย์ผิดและยิ่งเราตอบตอบผิดเท่าไหร่เราก็ยิ่งฟุ้งซ่านกลับไปคิดถึงโจทย์เก่านั้นซ้ำๆเดิมๆจนกลายเป็นวงเวียนแห่งอกุศลที่เกิดกับชีวิตอยู่ตลอดเวลาหาทางออกไปสู่แสงสว่างแห่งกุศลไม่ได้เลย


อ่านข้อคิดและแนวทางการดำเนินชีวิตที่หลวงพ่อฝากไว้ให้กับพวกเราในห้องนั่งเล่นแห่งความรักทีไรก็รู้สึกตรงใจทุกทีเหมือนที่อ.วยุรีบอกเลยครับ ส่วนหนึ่งคงเป็นเพราะว่าคำว่า"ทุกข์"ที่พวกเราประสบอยู่นั้น แม้ว่าเนื้อเรื่องและบุคคลในเรื่องจะแตกต่างกัน แต่แก่นหรือใจความอันเป็นสิ่งที่ก่อให้เกิด"ทุกข์"นั้นก็คือการประสบกับสิ่งที่ไม่พอใจ การพลัดพรากจากสิ่งที่ตนรัก การไม่สมปรารถนาในสิ่งที่ตัวเองมุ่งหวัง ฯลฯ ซึ่งต่างก็คือ"ทุกข์"อันเกิดจากขันธ์ที่เราแบกอยู่ทั้งสิ้น


เณรจิ๋วขอก้มกราบแทบเท้าขอบพระคุณในความเมตตาปรานีของหลวงพ่อที่คอยตักเตือนและฉุดดึงชีวิตของลูกๆให้กลับมาสู่กุศลอยู่เสมอ และขอขอบพระคุณอ.วยุรีสำหรับความพยายามในการนำเอาข้อคิดอันเป็นประโยชน์กับชีวิตมาถ่ายทอดให้กับพวกเราฟังเป็นประจำด้วยครับ

โดย เณรจิ๋ว (dong) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [3 พ.ค. 2550 , 13:09:32 น.] ( IP = 202.231.40.148 : : )


  สลักธรรม 6


เป็นคนหนึ่งเหมือนกันที่เมื่อได้รับคำเตือนจากหลวงพ่อแล้วก็ต้องบอกกับตนเองว่า ..นี่หลวงพ่อเตือนเราอีกแล้วนะ...เหมือนเรามีกันสองคนพ่อลูก...

แล้วก็ให้เศร้าใจทุกครั้ง เพราะว่า..ตอบโจทย์ของชีวิตผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ขอน้อมก้มกราบขอบพระคุณในความรักความเมตตาที่หลวงพ่อมีต่อลูกๆเสมอมา

และที่จะลืมไม่ได้ก็คือ ต้องขอกราบขอบพระคุณพี่เณร หากขาดพี่เณรเสียแล้วก็จะมิอาจได้รับคำเตือนจากหลวงพ่อได้

และกราบขอบพระคุณอาจารย์วยุรีเป็นอย่างสูงที่นำธรรมปฏิสันถารของหลวงพ่อพร้อมคำอธิบายของพี่เณรมาลงให้อ่านอย่างละเอียด

โดย พี่ดา (พี่ดา) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [3 พ.ค. 2550 , 16:04:53 น.] ( IP = 124.121.172.191 : : )


  สลักธรรม 7

จริงๆ เลยค่ะ ไม่เป็นประโยชน์เลยไม่ว่าคำสอน คำสั่ง และคำเตือนสตินั้นจะดีและมีความศักดิ์สิทธิ์แค่ไหน..หากไม่นำมาปฏิบัติให้เกิดขึ้นที่ตน ให้สามารถแก้โจทย์ของชีวิตได้อย่างถูกต้อง

กราบขอบพระคุณคำเตือนใจจากหลวงพ่อ ..คำอธิบายจากท่านอาจารย์ฯ และการนำเสนอเรื่องราวอันเป็นประโยชน์อีกครั้งของพี่วยุรีค่ะ

โดย น้องกิ๊ฟ (น้องกิ๊ฟ) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [7 พ.ค. 2550 , 09:05:49 น.] ( IP = 58.9.91.207 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org