มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


สิ่งขวางกั้นการปฏิบัติธรรมและแนวทางแก้ไข




สิ่งขวางกั้นการปฏิบัติธรรมและแนวทางแก้ไข



นิวรณ์ ๕
สิ่งที่กั้นจิตไม่ให้ก้าวหน้าในคุณธรรม, ธรรมที่กั้นจิตไม่ให้บรรลุคุณความดี, อกุศลธรรมที่ทำจิตให้เศร้าหมองและทำปัญญาให้อ่อนกำลัง
๑. กามฉันทะ ความพอใจในกาม, ความต้องการกามคุณ
๒. พยาบาท ความคิดร้าย, ความขัดเคืองแค้นใจ
๓. ถีนมิทธะ ความหดหู่และเซื่องซึม
๔. อุทธัจจกุกกุจจะ ความฟุ้งซ่านและร้อนใจ, ความกระวนกระวายกลุ้มกังวล
๕. วิจิกิจฉา ความลังเลสงสัย
องฺ.ปญฺจก.22/51/72 ; อภิ.วิ.35/983/510.



มาร ๕
สิ่งที่ฆ่าบุคคลให้ตายจากคุณความดีหรือจากผลที่หมายอันประเสริฐ, สิ่งที่ล้างผลาญคุณความดี, ตัวการที่กำจัดหรือขัดขวางบุคคลมิให้บรรลุผลสำเร็จอันดีงาม
๑. กิเลสมาร มารคือกิเลส, กิเลสเป็นมาเพราะเป็นตัวกำจัดและขัดขวางความดีทำให้สัตว์ประสบความพินาศทั้งในปัจจุบันและอนาคต
๒. ขันธมาร มารคือเบญจขันธ์, ขันธ์ ๕ เป็นมาร เพราะเป็นสภาพอันปัจจัยปรุงแต่ง มีความขัดแย้งกันเองอยู่ภายใน ไม่มั่นคงทนทาน เป็นภาระในการบริหารทั้งแปรปรวนเสื่อมโทรมไปเพราะชราพยาธิเป็นต้น ล้วนรอนโอกาสมิให้บุคคลทำกิจหน้าที่ หรือบำเพ็ญคุณความดีได้เต็มปรารถนา อย่างแรง อาจถึงกับพรากโอกาสนั้นโดยสิ้นเชิง
๓. อภิสังขารมาร มารคืออภิสังขาร, อภิสังขารเป็นมาร เพราะเป็นตัวปรุงแต่งกรรม นำให้เกิดชาติ ชรา เป็นต้น ขัดขวางมิให้หลุดพ้นไปจากสังสารทุกข์
๔. เทวปุตตมาร มารคือเทพบุตร, เทพยิ่งใหญ่ระดับสูงสุดแห่งชั้นกามาวจรตนหนึ่งชื่อว่ามาร เพราะเป็นนิมิตแห่งความขัดข้อง คอยขัดขวางเหนี่ยวรั้งบุคคลไว้มิให้ล่วงพ้นจากแดนอำนาจครอบงำของตน โดยชัดให้ห่วงพะวงในกามสุข ไม่หายเสียสละออกไปบำเพ็ญคุณความดีที่ยิ่งใหญ่ได้
๕. มัจจุมาร มาร คือ ความตาย, ความตายเป็นมาร เพราะเป็นตัวการตัดโอกาสที่จะก้าวหน้าต่อไปในคุณความดีทั้งหลาย


โดย ธีรวัสดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [7 พ.ค. 2550 , 09:27:50 น.] ( IP = 58.9.111.175 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

อุปกิเลส หรือ จิตอุปกิเลส ๑๖
ธรรมเครื่องเศร้าหมอง, สิ่งที่ทำให้จิตขุ่นมัว รับคุณธรรมได้ยาก ดุจผ้าเปรอะเปื้อนสกปรก ย้อมไม่ได้ดี
๑. อภิชฌาวิสมโลภะ คิดเพ่งเล็งอยากได้ โลภไม่สมควร, โลภกล้า จ้องจะเอา ไม่เลือกควรไม่ควร
๒. พยาบาท คิดร้ายเขา
๓. โกธะ ความโกรธ
๔. อุปนาหะ ความผูกโกรธ
๕. มักขะ ความลบหลู่คุณท่าน,ความหลู่ความดีของผู้อื่น, การลบล้างปิดซ่อม คุณค่าความดีของผู้อื่น
๖. ปลาสะ ความดีเสมอ, ยกตัวเทียมท่าน, เอาตัวขึ้นตั้งขวางไว้ ไม่ยอมยกให้ใครดีกว่าตน
๗.อิสสา ความริษยา
๘. มัจฉริยะ ความตระหนี่
๙. มายา มารยา
๑๐. สาไถยยะ ความโอ้อวดหลอกเขา, หลอกด้วยคำโอ้อวด
๑๑. ถัมภะ ความหัวดื้อ, กระด้าง
๑๒. สารัมภะ ความแข่งดี, ไม่ยอมลดละ มุ่งแต่จะเอาชนะกัน
๑๓. มานะ ความถือตัว, ทะนงตน
๑๔. อติมานะ ความดีตัวว่ายิ่งกว่าเขา, ดูหมิ่นเขา
๑๕. มทะ ความมัวเมา
๑๖. ปมาทะ ความประมาท, ละเลย, เลินเล่อ
ข้อ ๒ มีต่างออกไป คือ ในธัมมทายาทสูตร เป็น โทสะ (ความคิดประทุษร้ายเขา)
ม.มู. 12/26/26



โดย T (tvb) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [7 พ.ค. 2550 , 09:29:49 น.] ( IP = 58.9.111.175 : : )


  สลักธรรม 2

แนวทางแก้ไข
นิวรณ์ ๕
๑.กามฉันทะ : ความพอใจในกาม แก้ด้วยการเจริยอสุภะ มองเห็นว่า ไม่สวยไม่งาม
๒.พยาบาท : ความอาฆาตมาดร้าย แก้ด้วยการเจริญเมตตา ผ่อนคลายความโกรธด้วยอุบายวิธี ๑๐ ประการ จากคัมภีร์วิสุทธิมรรค
๓.ถีนมิทธะ : ความง่วงเหงาหาวนอน เซื่องซึม แก้ด้วยการประกอบความเพียร ขะมักเขม้นมากยิ่งขึ้น
๔.อุทธัจจกุกกุจจะ : ความหงุดหงิดงุ่นง่านฟุ้งซ่านรำคาญใจ แก้ด้วยการทำสมาธิให้จิตตั้งมั่นอยู่กับอารมณ์ใดอารมณ์หนึ่ง (ปัจจุบันอารมณ์)
๕.วิจิกิจฉา : ความลังเลสงสัย แก้ด้วยโยนิโสมนสิการ พิจารณาด้วยความละเอียดรอบคอบ ทำความเข้าใจให้กระจ่าง

มาร ๕
มาร กล่าวโดยปริยาย หมายถึง อุปสรรคขัดขวางนั่นเอง หากรู้ว่ามีมารเข้ามาขัดขวางไม่ว่าจะเป็นอะไร ก็ไม่ต้องสนใจ ให้มั่นอยู่ในความดีที่กำลังกระทำอยู่ อย่าพรั่นหวั่นไหว ตั้งจิตให้มั่นคง หมั่นทำคุณงามความดีต่อไป มารมันจะพ่ายแพ้ไปเอง “มารบ่มี บารมีบ่กล้า”


อุปกิเลส ๑๐ ประการ
อุปกิเลสเป็นกิเลสทั้งหยาบและละเอียดที่เกาะกุมจิตสันดานของมนุษย์มาเป็นช้านาน ไม่สามารถละได้ง่ายๆ ต้องเจริญกรรมฐานอย่างจริงจัง จึงจะค่อยๆ ลดละไปได้ทีละอย่าง ในขณะที่ยังลดละไม่ได้ ก็ขอให้มีสติระลึกรู้เท่าทัน ว่าอุปกิเลสตัวใดกระเพื่อมไหวขึ้นมาในจิตให้รับรู้ ให้มีสติสะกัดยับยั้งมิให้ตกไปสู่กระแสของมัน ในทางปฏิบัติ ให้ตั้งสติกำหนดรู้ตรงๆ เช่น โกรธ ขัดเคือง ไม่พอใจ กำหนดว่า “โกรธหนอๆ” “ขัดเคืองหนอๆ” “ไม่พอใจหนอๆ”



ผลที่ผู้ปฏิบัติได้รับ
๑. ไม่เกิดความกำหนัดกลัดกลุ้ม เย็นใจไม่ถูกไฟราคะรุมเร้า
๒. มีจิตใจอ่อนโยนสุขุมเยือกเย็น ไม่พลุ่งพล่านหุนหันพลันแล่น
๓. มีความแช่มชื่นแจ่มใส เบิกบาน
๔. มีจิตตั้งมั่น ไม่คลอนแคลน กระเทือนไหวไปตามอารมณ์ต่างๆ ที่เข้ามากระทบ
๕.มีความมั่นใจในการทำกิจต่างๆ ไม่โลเลวิตกกังวล
๖.มีปัญญาแก้ไขอุปสรรคต่างๆ เกิดความเจริญก้าวหน้าในกุศลกรรม
๗.บรรลุถึงธรรมอันประณีต สะอาด สว่าง สงบ


โดย T (tvb) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [7 พ.ค. 2550 , 09:32:20 น.] ( IP = 58.9.111.175 : : )


  สลักธรรม 3

อนุโมทนาค่ะ..ที่นำมาฝาก

โดย เซิ่น (เซิ่น) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [8 พ.ค. 2550 , 22:59:51 น.] ( IP = 58.8.47.83 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org