มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ทานมัยที่ให้ผลมาก (๑)








ทานมัยที่ให้ผลมาก (๑)

จากรายการ หันหน้าเข้าวัด โดย บุษกร เมธางกูร
(ออกอากาศวันที่ ๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๓)


วันนี้เป็นวันพระ ซึ่งเป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา พวกเราพุทธศาสนิกชนจึงต้องรวบรวมกายและใจ ให้อยู่ในความสังวรระวังมากที่สุด โดยเฉพาะวันนี้จะต้องถือศีล ๕ เป็นปกติวิสัย

บางท่านใช้วันพระเป็นวันเจริญกุศลให้มากขึ้นโดยไปรับศีล ๘ หรือสมาทานศีล ๘ ละเว้นจากความประพฤติชั่วเพราะมีความกลัวบาปกันมากขึ้น จึงขอยกเรื่องราวเกี่ยวกับคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ให้เราทำความดี โดยเฉพาะธรรมของฆราวาสที่จะต้องเป็นพื้นฐานของชีวิต ได้แก่ ทาน ศีล และภาวนา

ทาน หรือทานมัย หมายถึง บุญที่เกิดขึ้นจากการบริจาคทานที่ถูกต้อง พระพุทธองค์ทรงสั่งสอนไว้ว่า ทรัพย์สมบัติที่เราหามาได้แล้ว ควรจะต้องจัดสรรออกเป็น ๔ ส่วน คือ

โดย น้องกิ๊ฟ นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [8 พ.ค. 2550 , 12:40:08 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1



ส่วนที่ ๑ เก็บไว้ใช้สอยในครอบครัว ดูแลรับผิดชอบคนที่เราต้องรับผิดชอบให้มีความสุขและอยู่เย็นเป็นสุขนั่นเอง เช่นในครอบครัวของเรามีคุณพ่อ คุณแม่ ลูก สามีหรือภรรยา เราก็ใช้ส่วนที่ได้มา ส่งเสริมและสร้างสรรค์ให้เกิดประโยชน์กับคนในครอบครัวอย่างถูกต้อง

ส่วนที่ ๒ เก็บไว้สำหรับการลงทุนทำกิจการต่าง ๆ เพื่อเลี้ยงชีพตัวเองและครอบครัวให้มีความสุข

ส่วนที่ ๓ เก็บไว้ใช้ยามจำเป็นหรือยามฉุกเฉิน ได้แก่ความเสียหายที่เกิดขึ้นจากภัยพิบัติต่าง ๆ โดยไม่คาดคิด เพราะเราไม่สามารถรู้ล่วงหน้าได้เลยว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นกับเรา หรืออาจจะเจ็บไข้ได้ป่วยเข้าโรงพยาบาล หรือต้องใช้เงินกะทันหันเนื่องจากเกิดอุบัติเหตุ หรืออุบัติภัยต่าง ๆ เป็นต้น

ส่วนที่ ๔ เก็บไว้ทำบุญกุศลในพระพุทธศาสนา เปลี่ยนจากทรัพย์ภายนอกให้เป็นทรัพย์ภายใจ เรียกว่า อริยทรัพย์

โดย น้องกิ๊ฟ ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [8 พ.ค. 2550 , 12:41:23 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : )


  สลักธรรม 2



การทำบุญกุศลในพระพุทธศาสนาเป็นการสงเคราะห์ตนเอง และเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น ซึ่งแสดงถึงความเป็นคนมีคุณธรรมที่เป็นพุทธศาสนิกชนอย่างแท้จริง เพราะบางคนเมื่อมีทรัพย์แล้วกลับเกิดความหวงแหน ความตระหนี่ หรือความห่วงกังวลมากขึ้น และที่สำคัญเวลามีความทุกข์ก็ไม่ได้ใช้ทรัพย์ให้เป็นประโยชน์

บางครั้งคนเราทุกข์เพราะมีทรัพย์มากมาย เนื่องจากทรัพย์ทำให้เราไม่อิสระ นอกจากนี้ยังเป็นทาสของทรัพย์ คือ ถูกทรัพย์สินเงินทองครอบงำจิตใจ ทำให้เป็นคนโลภหลงใหลในทรัพย์ที่เกิดขึ้น มีการเบียดเบียนตนเอง และเบียดเบียนผู้อื่น บางคนมีเงินมากมายแต่ไม่ยอมจับจ่ายใช้สอย รับประทานก็น้อยหรือไม่ถูกสุขอนามัย มัวแต่กลัวว่าทรัพย์จะหมดไป บางครั้งทะเลาะวิวาทกัน และในที่สุดก็ฆ่ากันตาย

พวกเราชาวพุทธต่างทราบดีว่า ขั้นตอนในการทำบุญของฆราวาสทั้งหลายในพระพุทธศาสนา คือ การทำทาน การรักษาศีล และการเจริญภาวนา เป็นลำดับขั้นตอนในการทำกุศลที่ประณีตยิ่งขึ้นไป

โดย น้องกิ๊ฟ ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [8 พ.ค. 2550 , 12:41:58 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : )


  สลักธรรม 3



การทำทานเป็นกุศลเบื้องต้นที่เราทุกคนสามารถกระทำได้ง่ายกว่าการรักษาศีล และการเจริญภาวนา โดยมักจะกระทำกันอยู่เสมอ ๆ บางท่านก็ทำทุกวัน เพราะทานเป็นกุศลที่ทำให้จิตใจผ่องใส เบิกบาน และเป็นเหตุปัจจัยสำคัญที่ทำให้ร่ำรวย ไม่ขัดสน เป็นที่รักใคร่ของผู้พบเห็น ปรารถนาสิ่งใดก็ได้ดังปรารถนา และจะขอยกบทกลอนที่กวีท่านหนึ่งแต่งไว้ว่า

คนจะงามงามน้ำใจใช่ใบหน้า
คนจะสวยสวยจรรยาใช่ตาหวาน
คนจะแก่แก่ความรู้ใช่อยู่นาน
คนจะรวยรวยศีลทานใช่บ้านโต

คำว่าร่ำรวยในที่นี้หมายความว่า ร่ำรวยน้ำใจ ในการทำทาน และเป็นเหตุปัจจัยสำคัญที่ทำให้มีสุคติภูมิคือสวรรค์เป็นที่ตั้ง ไม่ต้องตกนรก

เมื่อพิจารณาให้ลึกซึ้งแล้วเราต้องยอมรับความจริงว่า โดยปกติเราทำทานตามความรู้ความเข้าใจของเราเอง หรือทำทานตามวิธีที่บรรพบุรุษของเราบอกสืบต่อกันมา หรือกระทำตามประเพณีในสังคมแวดล้อมรอบตัวเรา โดยที่เราไม่ทราบเลยว่า คำว่าทานที่ถูกต้องตรงตามคำสอนขององค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าเป็นอย่างไร

โดย น้องกิ๊ฟ ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [8 พ.ค. 2550 , 12:42:25 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : )


  สลักธรรม 4



การนำเสนอเรื่องทานนี้ก็เพื่อให้เกิดความเข้าใจอย่างถูกต้อง และเป็นรากฐานในการบำเพ็ญทานอย่างสม่ำเสมอโดยจะได้อานิสงส์ของทานกุศลครบถ้วนสมบูรณ์ยิ่งขึ้นไป

เพราะในปัจจุบันเราสามารถมองเห็นความแตกต่างของคนที่เกิดมาในโลกนี้อย่างชัดเจน บางคนมีฐานะยากจน บางคนมีฐานะพอกินพอใช้ไม่ขัดสนทรัพย์ บางคนร่ำรวยถึงขั้นเป็นมหาเศรษฐี แต่ในข้อนี้ไม่ได้รวมถึงความร่ำรวยที่เกิดจากการฉ้อโกงหรือการเบียดเบียนผู้อื่น หรือเป็นคนจนเพราะชอบการละเล่น เที่ยวเตร่ และการพนัน เพราะไม่เกี่ยวกับผลของทาน

ความมีความจนที่พูดถึงนี้ เราเคยมีความสงสัยกันหรือไม่ว่า ทำไมคนเราจึงมีความแตกต่างกันอย่างนี้ ถ้าได้ศึกษาพระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้ว เราจะหมดความเคลือบแคลงสงสัย เพราะพระพุทธองค์ทรงสอนว่า สาเหตุสำคัญประการหนึ่งที่ทำให้คนเรามีฐานะไม่เท่าเทียมกันก็เพราะการทำทาน ซึ่งเป็นหนึ่งในบุญกิริยาวัตถุ ๑๐ ที่พุทธศาสนิกชนต้องทำความเข้าใจให้ถ่องแท้ว่า การทำทานที่ถูกต้องควรทำอย่างไร

บางท่านทำตามบรรพบุรุษสืบต่อกันมา เช่น การทำทานตามเทศกาลต่าง ๆ บางท่านทำตามฐานะทางสังคมคือเสียไม่ได้ เพราะว่ามีสังคมเป็นใหญ่ ถ้าไม่ทำก็อยู่ในสังคมไม่ได้ บางท่านทำเพื่อแสดงถึงความเป็นคนมีจิตใจดี บางท่านทำเพื่อปรารถนาบำรุงพระพุทธศาสนา บางท่านทำเพื่อภพภูมิที่สูงขึ้นจากปัจจุบัน และบางท่านทำตามพระพุทธบัญญัติ

โดย น้องกิ๊ฟ ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [8 พ.ค. 2550 , 12:42:51 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : )


  สลักธรรม 5



จะเห็นได้ว่าการทำทานของแต่ละบุคคลนั้น แตกต่างกันเพราะมีความรู้ความเข้าใจที่แตกต่างกัน และมีความปรารถนาในการทำทานไม่เหมือนกัน

พระพุทธองค์ทรงสอนว่า ความรวยความจนในปัจจุบันเป็นผลมาจากการทำกุศลและอกุศลในอดีตชาติ หรือที่เราเรียกกันว่า บุพกรรมในอดีต โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การทำงานกุศลในอดีตชาติที่ผ่านมานั้น หากท่านใดทำทานถูกต้องตามพุทธบัญญัติ ผลที่ได้จะเป็นผู้มีฐานะดี รูปร่างและผิวพรรณผ่องใส อายุยืน

ส่วนท่านใดทำทานที่สักแต่ว่าทำ หรือทำตามความเชื่อของตนเองซึ่งได้รับถ่ายทอดจากบรรพบุรุษหรือครูบาอาจารย์ที่ไม่ได้ศึกษาพระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้า ก็จะเป็นผู้มีฐานะยากจน ขัดสน รูปร่างผิวพรรณไม่ผ่องใส อายุสั้น ดังที่พระพุทธองค์ทรงตรัสว่า เมื่อหว่านพืชเช่นใด ย่อมได้ผลเช่นนั้นตอบสนองเสมอ ดังจะขอยกตัวอย่างเรื่อง พระนางมหาปชาบดีโคตมี ซึ่งเป็นพระน้านางของเจ้าชายสิทธัตถะ

โปรดติดตามตอนต่อไป


โดย น้องกิ๊ฟดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [8 พ.ค. 2550 , 12:43:29 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : )


  สลักธรรม 6

ดีจังเลยนะครับน้องกิ้ฟการทำบุญการสงเคราะห์ตนเองได้ประโยชน์มากด้วยทั้งชาตินี้และหลายๆชาติ เพราะโดยทั่วไปจะคิดไม่ได้ว่าตนนั้นได้ประโยชน์จึงไม่ค่อยมีใจทำทานกันมากพอกระมัง

เมื่อเป็นเช่นนี้คือ..การทำบุญกุศลในพระพุทธศาสนาเป็นการสงเคราะห์ตนเอง และเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น ..แล้วจะได้มีจิตที่เลื่อมใสในเหตุแห่งความดีกันมากๆ

ขอบคุณน้องกิ้ฟมานะครับ สำหรับเรื่องที่เป็นประโยชน์มากมายนี้ครับผม

โดย พี่เณร [8 พ.ค. 2550 , 13:51:25 น.] ( IP = 58.9.152.74 : : )


  สลักธรรม 7

ขอบคุณน้องกิ๊ฟมากค่ะ...ที่ได้นำเรื่อง "ทานมัยที่ให้ผลมาก" มาฝาก จะได้รู้วิธีว่าควรทำอย่างไร ไม่ใช่สักแต่ว่าทำ

โดย เซิ่น (เซิ่น) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [8 พ.ค. 2550 , 23:13:09 น.] ( IP = 58.8.47.83 : : )


  สลักธรรม 8


เรื่องนี้มีประโยนช์มากทีเดียว ต่อไปการทำทานก็จะไม่ใช่ว่าสักแต่ว่าทำ เพราะทุกครั้งที่หยิบยื่นอะไรให้ใคร ก็เท่ากับยื่นสิ่งนั้นให้แก่ตนเอง

.. ดังที่พระพุทธองค์ทรงตรัสว่า เมื่อหว่านพืชเช่นใด ย่อมได้ผลเช่นนั้นตอบสนองเสมอ..

อนุโมทนาและขอบคุณมากค่ะ

โดย พี่ดา (พี่ดา) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [9 พ.ค. 2550 , 09:48:25 น.] ( IP = 124.121.175.113 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org