มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ทำอย่างไร...ทานจะมีอานิสงส์มาก








ทำอย่างไร...ทานจะมีอานิสงส์มาก (๑)

จากรายการ หันหน้าเข้าวัด โดย บุษกร เมธางกูร
(ออกอากาศวันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๓)

ตอนที่ผ่านมา

สวัสดีค่ะ ท่านผู้ฟังทุกท่าน วันเวลาได้ล่วงผ่านไปเร็วมาก พระพุทธองค์ทรงเตือนให้เราระลึกรู้สึกตัวอย่างมีสติว่า วันเวลาผ่านไป ๆ เราเหลืออะไรบ้าง เราได้ทำอะไรลงไปแล้วบ้าง และสิ่งที่เราทำนั้นเป็นประโยชน์หรือเป็นโทษอย่างไร เป็นธรรมะหรืออธรรม เราต้องตัดสินให้ถูก

เพราะโดยธรรมชาติแล้วจิตของคนเราไม่ต้องการสิ่งที่เลวร้ายเป็นผล ไม่ต้องการทุกขเวทนาที่เกิดจากความทุกข์กายหรือความทุกข์ใจ เราไม่ต้องการความหายนะใด ๆ ทั้งสิ้น แต่ถ้าเราสร้างเหตุที่ไม่ดีเอาไว้ ผลที่ออกมาก็จะไม่ดี และในทางตรงกันข้ามถ้าเราสร้างเหตุดีเอาไว้ ผลดีก็จะตามมาให้เรา เพราะธรรมทั้งหลายไหลมาแต่เหตุ

ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้เสนอเรื่องทานให้ท่านผู้ฟังได้รับทราบไปแล้วว่า ทานมัยที่ถูกต้องตรงตามพุทธพจน์มีวิธีการอย่างไร

ซึ่งทานนั้นจะต้องประกอบด้วย ทายก คือ ผู้ให้เป็นผู้บริสุทธิ์มีศีล ๕ เป็นต้น ปฏิคาหก คือ ผู้รับต้องเป็นผู้ที่มีศีลมีธรรม และวัตถุธรรมหรือไทยธรรม หรือไทยทาน ก็จะต้องเป็นของที่ได้มาโดยชอบธรรม และที่สำคัญจะต้องประกอบไปด้วย ปุพพเจตนา มุญจนเจตนา และอปราปรเจตนา คือ เจตนาทั้ง ๓ กาลที่ดี ระวังอย่าให้มีกิเลสล้อมหน้าล้อมหลังถ้าหากมีกิเลสอาศัยอยู่ในการกระทำนั้น ก็ชื่อว่าการกระทำยังเป็นไปด้วยโลภะ หรือโทสะ ซึ่งนำความหายนะมาสู่ผู้ทำได้อีก

เราเกิดมาทั้งที เราต้องทำดีให้คุ้ม การทำดีให้คุ้ม หมายถึงการทำดีให้ถูกต้องนั่นเอง

โดย น้องกิ๊ฟ นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [11 พ.ค. 2550 , 10:07:35 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1



ผลานิสงส์ของการทำทานนั้นมีมากถึง ๑๑ ข้อด้วยกัน ยกตัวอย่างเช่น ผู้ให้ย่อมได้รับความสุข เป็นที่ตั้งของโภคทรัพย์ทั้งปวง เป็นที่มาของโภคทรัพย์ทั้งปวง ผูกไมตรีจิตกับผู้อื่นไว้ได้ เทวดาแซ่ซ้องสรรเสริญ มีชื่อเสียงเกียรติคุณดีตายแล้วไปสู่สุคติภูมิ เป็นต้น

วันนี้จะเสนอเรื่องทานต่อไปว่า ทานและอานิสงส์ของทานจะสมบูรณ์ได้อย่างไร เราจึงต้องทำความเข้าใจอีกครั้งหนึ่งเป็นการทบทวนว่า คำว่าทาน คือ การให้ ซึ่งอาจจำแนกออกได้เป็น ๔ ประเภท คือ

๑. เจตนาทาน หมายถึง ความตั้งใจดีก่อนที่จะทำกุศล (ปุพพเจตนา) ความตั้งใจดีนี้จะเป็นเหตุให้เกิดการทำทานเมื่อมีความคิดที่จะทำทาน ก็จะต้องมีการตระเตรียมสิ่งของต่าง ๆ ไว้พร้อม และประกอบไปด้วยความยินดีในการทำทานนั้น พอถึงเวลาที่กำหนดไว้ว่าจะทำทานก็นำสิ่งของต่าง ๆ มามอบให้แก่ผู้รับทาน ซึ่งในขณะที่กำลังให้นี้ก็มีความเต็มใจมอบให้ด้วยความไม่ตระหนี่ถี่เหนียว (มุญจเจตนา) แม้นในเวลาต่อมาจะหวนนึกระลึกถึงทานที่ให้แล้วนั้นอยู่เนือง ๆ ก็มีจิตใจปีติโสมนัส (อปรเจตนา) ความตั้งใจจริงที่เกิดขึ้นทั้ง ๓ กาลที่กล่าวมานี้เรียกว่า เจตนาทาน

๒. วัตถุทาน หมายถึง การให้เครื่องบริโภคอุปโภคต่างๆ ได้แก่ ข้าว น้ำ ยารักษาโรค เสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย ยานพาหนะ ดอกไม้ของหอม หรือประทีปโคมไฟ เป็นต้น

โดย น้องกิ๊ฟ ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [11 พ.ค. 2550 , 10:09:30 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : )


  สลักธรรม 2



๓. อภัยทาน หมายถึง ความเป็นผู้มีจิตเมตตา มีความรักและปรารถนาดีต่อสัตว์ทั้งปวง ไม่เข่นฆ่า ไม่อาฆาต พยาบาทจองเวร ไม่ถือโทษ ไม่โกรธตอบ ไม่ทำร้าย และ ไม่เบียดเบียน เป็นผู้ให้อภัยต่อสัตว์ทั้งปวงได้ เรียกว่า อภัยทาน

๔. ธรรมทาน หมายถึง การให้ธรรมเป็นทาน โดยสาระที่ให้นั้นต้องเป็นไปตามคำสอนของพระพุทธเจ้าไม่บิดเบือน หรือกล่าวตู่ ต้องแสดงธรรมให้ผู้ฟังเกิดสติปัญญา กระทำความดี ละเว้นความชั่ว มีการอบรมจิต อบ หมายถึง ทำให้ทั่ว รม หมายถึง ทำให้ติด คือให้จิตนั้นติดทั่ว ให้เกิดความสงบผ่องใส เพื่อพัฒนาจิตใจให้ก้าวขึ้นสู่การบรรลุอมตะธรรมในที่สุด แม้นการจัดพิมพ์หนังสือธรรมะ หรือทำเทปธรรมะเพื่อบริจาค ก็นับเป็นการให้ธรรมเป็นทานเช่นเดียวกัน

โดย น้องกิ๊ฟ ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [11 พ.ค. 2550 , 10:10:41 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : )


  สลักธรรม 3



การให้ความรัก ความสุข เครื่องอุปโภคบริโภค และสติปัญญาที่เกิดขึ้นจากเมตตาจิตนี้ ล้วนเป็นทานทั้งสิ้น ผู้ที่สามารถให้ทานได้ในขณะใด ในขณะนั้น ผู้นั้นต้องมีจิตที่อ่อนโยนประกอบด้วยเมตตากรุณา มีจิตที่ดีเป็นกุศลจิต เป็นจิตที่ประกอบ ไปด้วยสติปัญญา เมื่อให้ทานแล้วจึงได้บุญ

กล่าวได้ว่าทานเป็นเหตุ บุญเป็นผล สมดังที่พระพุทธดำรัสตรัสว่า “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายอย่ากลัวต่อบุญเลย เพราะบุญนี้เป็นชื่อของความสุข เธอจงสั่งสมบุญไว้ด้วยความไม่ประมาทเถิด”

และพระคาถาที่ว่า “บุคคลไม่ควรดูหมิ่นบุญแม้เพียงเล็กน้อย ไม่ว่าบุญเล็กบุญน้อย คนที่ฉลาดจะทำบุญอยู่เสมอ ๆ ทำบุญอยู่เนืองนิตย์ ย่อมเต็มไปด้วยบุญเหมือนดังหม้อน้ำที่เปิดไว้ย่อมเต็มไปด้วยน้ำทีละหยดทีละหยดฉันใด การทำบุญแม้จะทำได้น้อยถ้าทำอยู่อย่างสม่ำเสมอ ก็สมารถทำให้เต็มได้ฉันนั้น”

โดย น้องกิ๊ฟ ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [11 พ.ค. 2550 , 10:11:35 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : )


  สลักธรรม 4



ความหมายของคำว่า “บุญ” ซึ่งเป็นคำพูดก็คือผลของทานนั่นเอง แต่เราไม่ค่อยทราบกันว่าเราไปทำบุญหรือไปทำทานกันแน่

ทุกวันนี้จึงมีคนพูดกันผิด ๆ เพราะเข้าใจว่าการทำทาน หมายถึง การให้สิ่งของแก่วณิพกยาจก คนยากจน ส่วนการทำบุญ หมายถึง การทำบุญกับพระภิกษุสงฆ์ ทำบุญกับคุณพ่อคุณแม่ แท้ที่จริงก็คือ ทานเป็นเหตุ บุญเป็นผล ความหมายของบุญมีหลายประการ คือ

๑. บุญ หมายความว่า “ชำระ” คือ ชำระกายชำระวาจา ชำระใจให้สะอาดบริสุทธิ์ ด้วยการเว้นการฆ่าสัตว์ ไม่ลักทรัพย์ ไม่ประพฤติผิดในบุตร ภรรยา หรือสามีของผู้อื่น ไม่กล่าวคำเท็จ คำหยาบคาย คำส่อเสียดให้บุคคลอื่นแตกแยกกัน ไม่กล่าวคำเพ้อเจ้อ ไม่คิดพยาบาทอาฆาตจองเวรโดยปรารถนาให้ผู้อื่นพบความพินาศ และไม่เห็นผิดจากความเป็นจริง

๒. บุญ หมายความว่า “เต็ม” คือ ทำใจของตนเองให้เต็มปรี่ไปด้วยความยินดี เพราะว่าธรรมดาใจของปุถุชน (ปุถุชน คือ ผู้หนาแน่นด้วยกิเลส) ย่อมมีจิตใจพร่องอยู่เป็นนิจด้วยอำนาจของกิเลสตัณหา ทำให้ไม่รู้จักอิ่ม ไม่รู้จักเต็ม ต่อมาเมื่อจะทำกุศลให้เกิดขึ้นในขณะใด จิตที่เกิดขึ้นในขณะนั้นย่อมเต็มเปี่ยมไปด้วยคุณงามความดี ฉะนั้น การที่เราได้ทำกุศลผลบุญให้เกิดขึ้นก็เท่ากับเป็นการปรับปรุงจิตให้เต็มเปี่ยมไปด้วยคุณงามความดี

โดย น้องกิ๊ฟ ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [11 พ.ค. 2550 , 10:12:22 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : )


  สลักธรรม 5



๓. บุญ หมายความว่า “กรอง” คือ กรองกิเลสตัณหาที่สะสมไว้แล้วเป็นเวลานานแสนนาน ออกไปเสียบ้าง หรือทำให้เบาบางลงไป การให้ทานเป็นการกรองความตระหนี่หวงแหนในสมบัติของตนออกไป การรักษาศีลเป็นการกรองความโลภ และความโกรธออกไป การเจริญภาวนาเป็นการกรองความไม่รู้ ความหลง และความมืดบอดออกไป ดังนั้น ท่านจะเห็นได้ว่า คำว่า “กรอง” นี้จึงเหมือนกับเรากรองน้ำที่สกปรกให้สะอาดขึ้นโดยอาศัย ทาน ศีล ภาวนา เป็นเครื่องชำระนั่นเอง

๔. บุญ หมายความว่า “ความสุข” คือ ปราศจากความกระวนกระวายใจ ปราศจากความเดือดร้อนใจ ผู้ใดก็แล้วแต่ที่มีจิตเป็นบุญเกิดขึ้นในขณะใด ในขณะจิตนั้น จะมีแต่ความสงบเยือกเย็น มีแต่ความสุขความเจริญ ทั้งในโลกนี้และโลกหน้า

โดย น้องกิ๊ฟ ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [11 พ.ค. 2550 , 10:13:17 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : )


  สลักธรรม 6



สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงจำแนกอานิสงส์ของการให้ทานว่ามีผลสนองต่างกัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับลักษณะของการให้ซึ่งการให้ทานมี ๒ ลักษณะ คือ

ประการแรก การให้ทานโดยการเจาะจงผู้หนึ่งผู้ใดโดยเฉพาะ เรียกว่า “ปาฏิบุคลิกทาน”

ประการที่สอง การให้โดยไม่เจาะจง เรียกว่า “สังฆทาน”

โดย น้องกิ๊ฟ ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [11 พ.ค. 2550 , 10:14:20 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : )


  สลักธรรม 7



การให้ทานโดยเจาะจง หมายถึง การมุ่งให้โดยเจาะจงต่อบุคคลผู้รับ ซึ่งในกรณีนี้ผลของทานจะมีมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับคุณภาพและคุณธรรมของผู้รับ โดยจำแนกออกเป็น ๑๔ ประเภท ดังที่ได้กล่าวแล้วเมื่อสัปดาห์ก่อน สรุปสาระสำคัญโดยย่อ คือ

๑. การให้ทานแก่เดรัจฉานทุกประเภท นับตั้งแต่ ช้าง ม้า โค กระบือ กุ้ง หอย ปู ปลา มดแดง มดดำ ฯลฯ มีผลตอบสนองแก่ผู้ทำทานถึง ๑๐๐ ชาติ คือ มีอายุยืนนาน มีผิวพรรณผ่องใส มีความสุขกายสุขใจ มีพละกำลังที่แข็งแรง มีปฏิภาณไหวพริบว่องไว และเป็นคนฉลาดเฉียบแหลม

๒. การให้แก่บุคคลที่ทุศีล ไม่มีศีล เช่น คนขี้เหล้า เมายา คนเล่นการพนัน เจ้าชู้ ฆ่าสัตว์ ลักทรัพย์ ถึงกระทำทานแก่คนเหล่านี้ก็มีผลแก่เราโดยตรง บุญย่อมให้ผลตอบสนองถึงหนึ่งพันชาติมากกว่าการให้สัตว์เดรัจฉาน

๓. การให้แก่ปุถุชนผู้มีศีล เช่น พระภิกษุสงฆ์ พระภิกษุสงฆ์มีศีล ๒๒๗ ข้อ สามเณรมีศีล ๑๐ อุบาสกอุบาสิกามีศีล ๑๐ ศีล ๘ ศีล ๕ ผลตอบสนองที่ผู้ทำจะได้รับถึงแสนชาติ

๔. การให้ทานแก่ผู้นอกศาสนา เช่น นักบวช หรือฤาษี เจริยสมถภาวนาได้บรรลุฌานจิต หรืออภิญญาจิต เหาะเหินเดินอากาศได้ จะมีผลตอบสนองถึงแสนโกฏิชาติ

การให้ทานทั้ง ๔ ประเภทนี้ เป็นการให้โดยเจาะจงซึ่งสามารถกำหนดนับผลของทานที่เกิดขึ้นตอบสนอง โดยประมาณได้ว่ากี่ชาติ


โปรดติดตามตอนต่อไป

โดย น้องกิ๊ฟ ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [11 พ.ค. 2550 , 10:15:08 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : )


  สลักธรรม 8

ขอบพระคุณน้องกิ๊ฟค่ะ...มาติดตามอ่านต่อ ทำให้รู้ประเภทของทานมี ๔ แบบ รวมทั้งอานิสงส์ของทานด้วย

โดย เซิ่น (เซิ่น) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [11 พ.ค. 2550 , 23:00:12 น.] ( IP = 58.8.45.228 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org