
ผู้ปฎิบัติหนทางสู่ความหลุดพ้นย่อมเห็นประจักษ์แจ้งแก่ใจว่า
อันว่านามรูปเป็นของคู่กัน
ทั้งคู่ต่างอาศัยกันและกัน
เมื่ออย่างหนึ่งแตกทำลายไป
ก็แตกทำลายทั้งคู่ ตามกันไป
สภาวธรรมทั้งห้า ที่รู้รูป รู้กลิ่น และรู้อื่นๆ
ไม่ได้เกิดจากตา ไม่ได้เกิดจากรูป
แต่ก็ไม่ได้ต่างหากจากสองสิ่งนั้น
เป็นสภาวะที่มีเหตุและปัจจัยให้เกิดขึ้น
เช่นเสียงเกิดขึ้น เมื่อตีกลอง
สภาวธรรมทั้งห้า ที่รู้รูป รู้กลิ่น และรู้อื่น ๆ
ไม่ได้เกิดจากหู ไม่ได้เกิดจากเสียง
แต่ก็ไม่ได้ต่างหากจากสองสิ่งนั้น
เป็นสภาวะที่มีเหตุผลและปัจจัยให้เกิดขึ้น
เช่นเสียงเกิดขึ้นเมื่อตีกลอง
สภาวธรรมทั้งห้า ที่รู้รูป รู้กลิ่น และรู้อื่น ๆ
ไม่ได้เกิดจากจมูก ไม่ได้เกิดจากกลิ่น
แต่ก็ไม่ได้ต่างหากจากสองสิ่งนั้น
สภาวธรรมทั้งห้า ที่รู้รูป รู้กลิ่น และรู้อื่น ๆ
ไม่ได้เกิดจากลิ้น ไม่ได้เกิดจากรส
แต่ก็ไม่ได้ต่างหากจากสองสิ่งนั้น
สภาวธรรมทั้งห้า ที่รู้รูป รู้กลิ่น และรู้อื่น ๆ
ไม่ได้เกิดจากกาย ไม่ได้เกิดจากโผฏฐัพพะ
แต่ก็ไม่ได้ต่างหากจากสองสิ่งนั้น
ธรรมเหล่านี้ไม่ได้เกิดจากวัตถุรูป
และไม่ได้เกิดจากมนายตนะ
เป็นสภาวะที่มีเหตุและปัจจัยให้เกิดขึ้น
เช่นเสียงเกิดขึ้น เมื่อตีกลอง
กิจของธรรมเหล่านี้ ปราศจากความแข็งแรง
เหตุเก่าก่อน ก็อ่อนกำลัง
ที่มาใหม่ก็อ่อนแอ
สิ่งที่ผูกพันกัน ก็ไม่แน่นหนา
ภาวะที่เกิดร่วมกัน ก็อ่อนกำลัง
ไม่มีพลังในการรวมกันเสียเลย
และสิ่งที่หมุนไปก็ไม่มีเรี่ยวแรง
และหมุนกันไปอย่างไม่มีแรง
ไม่มีแก่น และไม่อาจทำให้เกิดขึ้นได้
ปราศจากแก่นสาร เหมือนเมืองคนธรรพ์
ไม่มีใครทำให้เกิดขึ้น ไม่ได้เกิดขึ้นเอง
ไม่มีความแข็งแรงเหลืออยู่
และเพราะอาศัยปัจจัยจึงเกิดขึ้น
เมื่อเกิดแล้วก็เสื่อมโทรมไป