มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ทำอย่างไร...ทานจะมีอานิสงส์มาก (๓)








ทำอย่างไร...ทานจะมีอานิสงส์มาก (๓)

จากรายการ หันหน้าเข้าวัด โดย บุษกร เมธางกูร
(ออกอากาศวันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๓)

ตอนที่ผ่านมา

๓. ผู้ถวายทานมีจิตมุ่งไปในคุณธรรมของพระอริยสงฆ์ คือ มุ่งไปในมรรค ๔ ผล ๔ และนิพพาน ๑ เท่านั้น กิเลสจะล้อมหน้าล้อมหลังไม่ได้เลย

ส่วนพระอริยสงฆ์ในพระพุทธศาสนานั้น มี ๔ คู่ ๘ บุคคล คือ พระโสดาบันปัตติมรรคพระโสดาปัตติผล ๑ คู่ ๒ บุคคล พระสหทาคามิมรรค พระสกทาคามิผล อีก ๑ คือ ๒ บุคคล พระอนาคามิมรรค พระอนาคามิผล ๑ คู่ ๒ บุคคล พระอรหัตตมรรค พระอรหัตตผล อีก ๑ คู่ ๒ บุคคล รวมเป็น ๔ คู่ ๘ บุคคล และเราต้องเข้าใจด้วยว่าคุณธรรมของพระสาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้านี้ ท่านประกอบไปด้วยคุณธรรม ๙ ประการ คือ

สุปะฏิปันโน เป็นผู้ปฏิบัติดีแล้ว
อุชุปะฏิปันโน เป็นผู้ปฏิบัติตรงแล้ว
ญายะปะฏิปันโน เป็นผู้ปฏิบัติเพื่อพระนิพพาน
สามีจิปะฏิปันโน เป็นผู้ปฏิบัติชอบแล้ว
อาหุเนยโย เป็นผู้ควรแก่ของที่เขานำมาบูชา
ปาหุเนยโย เป็นผู้ควรแก่ของที่เขานำมาต้อนรับ
ทักขิเณยโย เป็นผู้ควรแก่ของที่เขานำมาถวายด้วยศรัทธา
อัญชลีกะระณีโย เป็นผู้ควรแก่การกราบไหว้
อะนุตตะรัง ปุญญักเขตตัง โลกัสสะ เป็นนาบุญอันประเสริฐของโลก ไม่มีนาบุญอื่นยิ่งกว่า

โดย น้องกิ๊ฟ นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [14 พ.ค. 2550 , 15:59:01 น.] ( IP = 58.9.150.174 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1



ด้วยเหตุที่พระอริยะสงฆ์มีคุณธรรม ๙ ประการ ทานที่ถวายแก่สงฆ์ที่เรียกว่า สังฆทาน จึงมีอานิสงส์มาก ถ้าผู้ใดได้ฝึกอบรมจิตของตนให้ตั้งมั่น และยึดในคุณของพระอริยสงฆ์อยู่เนือง ๆ การถวายสังฆทานที่ถูกต้องก็ทำไม่ยาก ดังตัวอย่างบุคคลที่แสดงไว้ในมัชฌิมนิกายข้อที่ ๗๐๖ ความว่า

เศรษฐีผู้หนึ่งมีความศรัทธาเลื่อมใสในคุณของพระรัตนตรัยอย่างยิ่ง จึงบริจาคเงินสร้างวัดให้เป็นที่อยู่อาศัยของพระภิกษุสงฆ์ ต่อมาต้องการถวายสังฆทานที่บ้านของตน จึงได้ไปขอให้ทางวัดจัดภิกษุสงฆ์มาให้

ในวันรุ่งขึ้น เศรษฐีได้ภิกษุทุศีล (ไม่มีศีล) รูปหนึ่งเป็นตัวแทนสงฆ์ที่จะมารับสังฆทานของตน ทั้ง ๆ ที่รู้ดีว่าภิกษุรูปนี้เป็นผู้ไม่มีศีล แต่เศรษฐีก็ต้อนรับด้วยความเคารพนบนอบ ล้างเท้าให้ และนิมนต์ขึ้นไปบนบ้านเช็ดเท้าของพระรูปนั้นจนแห้ง แล้วทาด้วยน้ำมันหอม ให้นั่งบนอาสนะที่ได้ตกแต่งไว้ ถวายอาหารคาวหวานพร้อมเครื่องไทยธรรมด้วยความเคารพยำเกรงต่อสงฆ์เสมือนดังมีความยำเกรงต่อพระพุทธเจ้า

เมื่อฉันอาหารเสร็จภิกษุทุศีลรูปนั้นก็กลับวัดไปต่อมาอีกเพียงครู่เดียวก็ได้กลับมาที่บ้านเศรษฐีอีกครั้งเพื่อขอยืมจอบ ในครั้งนี้เศรษฐีได้ใช้เท้าเขี่ยจอบให้แล้วกล่าวว่า “จงรับไป”

ชาวบ้านที่อยู่บริเวณนั้น มองเห็นกิริยาท่าทางของเศรษฐีที่แสดงออกด้วยความไม่เคารพต่อภิกษุรูปดังกล่าว จึงถามขึ้นว่า “เมื่อเช้านี้ ท่านได้ถวายทานแก่ภิกษุรูปนี้ด้วยความยำเกรง ทำไมเดี๋ยวนี้ กิริยาท่าทางของท่านจึงเปลี่ยนไป ที่ท่านแสดงออกมาอย่างนี้ ไม่มีความเคารพยำเกรงเช่นนี้เป็นเพราะเหตุใด”

เศรษฐีตอบว่า “เมื่อเช้านี้เรากระทำสังฆทาน จึงยำเกรงต่อสงฆ์ แต่บัดนี้เราไม่มีความเคารพต่อภิกษุทุศีลรูปนี้เป็นส่วนตัวเลย”

โดย น้องกิ๊ฟ ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [14 พ.ค. 2550 , 16:02:00 น.] ( IP = 58.9.150.174 : : )


  สลักธรรม 2



จากพระสูตรเรื่องนี้ แสดงให้เห็นว่า การถวายทานที่เรียกว่า สังฆทาน จะต้องเกิดจากจิตที่ได้อบรมสั่งสมดีแล้ว และต้องเป็นจิตที่มีความนอบน้อมยำเกรงต่อสงฆ์เท่านั้น

สมกับที่พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสไว้ว่า “แม้นในอนาคตกาลโน้น จะคงเหลืออยู่แต่โคตรภูสงฆ์ (หมายถึง ผู้มีเพียงเศษผ้าเหลืองพันคอ ผูกข้อมือ เป็นคนไม่มีศีล ทำมาหาเลี้ยงตนเอง เลี้ยงบุตร และเลี้ยงภรรยา) แม้บุคคลทั้งหลายปรารถนาจะถวายสังฆทานแล้วไซร้ มีจิตน้อมไปในพระสงฆ์เคารพยำเกรงต่อสงฆ์ ทานที่ให้แล้วก็จะมีผลมากเช่นกัน”

ในปัจจุบันนี้ คนยากจนมีมากที่สุด คนฐานะปานกลางมีน้อย ส่วนคนที่มั่งมีเป็นเศรษฐียิ่งมีน้อยนับจำนวนได้ คนมั่งมีที่กล่าวนี้ไม่ได้หมายถึงคนรวยที่รวยเพราะฉ้อโกง ลักทรัพย์เขามา หรือทำทุจริตกรรมต่าง ๆ แต่จะกล่าวถึงผู้ที่ร่ำรวย หรือยากจนเพราะผลของกุศลที่เกิดจากการให้ทานในอดีต มามีผลตอบสนองให้ต่างกันในปัจจุบันชาติอย่างไร

โดย น้องกิ๊ฟ ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [14 พ.ค. 2550 , 16:04:49 น.] ( IP = 58.9.150.174 : : )


  สลักธรรม 3



ผลของทานย่อมเกิดมาจากเหตุที่ว่าได้ให้อะไรเป็นทาน เป็นของดีหรือเลว ให้ด้วยความเต็มใจหรือไม่เต็มใจให้ด้วยปัญญาหรือสักแต่ว่าให้เท่านั้น เป็นความจำเป็นที่ท่านผู้ฟังควรทำความเข้าใจในลักษณะของทานที่ให้ซึ่งจำแนกออกเป็น ๓ ประเภท คือ

๑. ทาสทาน คือ การให้ข้าวปลาอาหาร หรือ เครื่องนุ่งห่มและสิ่งของต่าง ๆ ที่เลวกว่า หยาบกว่าที่ตนเองใช้ บางครั้งเป็นของเหลือเดนที่จะทิ้งอยู่แล้วแต่นำมาให้ทาน

การกระทำเช่นนี้จัดเป็นบุญที่มีผลเหมือนกัน แต่ผลของทานที่ตอบสนองเป็นผลที่ไม่น่ายินดี ไม่น่าพอใจ จะได้รับแต่ของที่เลวและหยาบไม่น่ากินไม่น่าใช้ในชีวิตประจำวัน เพราะว่าได้ทำเหตุนี้มาผลที่เกิดขึ้นก็เป็นเช่นเดียวกัน สมดังที่พระพุทธองค์ตรัสว่า “เมื่อหว่านพืชชนิดใดย่อมได้ผลชนิดนั้นตอบสนอง” ทาสทานนี้จัดเป็นทานชั้นต่ำกว่าทานทั้งปวง

โดย น้องกิ๊ฟ ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [14 พ.ค. 2550 , 16:05:24 น.] ( IP = 58.9.150.174 : : )


  สลักธรรม 4



๒. สหายทาน คือ การให้ข้าวปลาอาหาร เครื่องนุ่งห่ม และสิ่งของต่าง ๆ ที่เสมอกับตน ตนเองเคยใช้อยู่ปกติอย่างไร เคยกินอาหารอย่างไรก็ให้ทานอย่างนั้น เคยนุ่งห่มใช้สอยเสื้ออย่างใดก็ให้ทานอย่างนั้น

ครั้นเมื่อเวลาที่ทานให้ผลตอบสนอง ก็จะได้รับสิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภคต่าง ๆ ที่ดีเป็นที่น่าพอใจไม่ต่ำต้อยนัก จัดว่าอยู่ในระดับปานกลาง แต่ไม่ประณีตเลอเลิศเท่าใด เพราะผลของทานที่เกิดขึ้นตอบสนองแก่เหตุที่ตนเองได้ทำไว้ในอดีตนั่นเอง

โดย น้องกิ๊ฟ ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [14 พ.ค. 2550 , 16:06:19 น.] ( IP = 58.9.150.174 : : )


  สลักธรรม 5



๓. ทานบดี หรือสามีทาน คือ การให้ข้าวปลาอาหารเครื่องนุ่งห่ม และสิ่งของต่าง ๆ ด้วยของที่ดีประณีตกว่าที่ตนเองมีอยู่ น่ากินน่าใช้กว่าที่ตนเองกินอยู่ใช้อยู่เป็นปกติประจำวัน

เช่น การให้ทานแก่พระภิกษุสงฆ์ที่บิณฑบาต หรือภิกษุที่นิมนต์มาในงานต่าง ๆ ด้วยอาหารที่มีรสดีกลมกล่อมสมควรแก่การบำรุงร่างกายให้แข็งแรง อาหารนั้นไม่มีโทษ ผลไม้หรือของหวานก็ต้องคัดเลือกที่แก่จัด รสดี จีวร สังฆาฏิที่นำมาถวายต้องเนื้อดี ละเอียด นุ่มนวล พอสบายไม่แคบ ไม่กว้าง ไม่ยาวจนเกินไป ดังนี้เป็นต้น

การให้ทานประเภทนี้เป็นการทำทานที่สูงกว่าสหายทาน และทาสทาน เพราะผู้ให้มีความเคารพในทานของตนเอง และยังมีความยำเกรงในผู้รับทานอีกด้วย ครั้นเมื่อเวลาที่ทานให้ผลตอบสนอง ก็จะได้รับสิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภคต่าง ๆ ที่ประณีตเลอเลิศน่ายินดี น่าพอใจ เพราะผู้ในสิ่งที่เลอเลิศย่อมได้รับสิ่งที่เลอเลิศตอบสนองอย่างแน่นอน

โปรดติดตามตอนต่อไป

โดย น้องกิ๊ฟ ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [14 พ.ค. 2550 , 16:06:50 น.] ( IP = 58.9.150.174 : : )


  สลักธรรม 6

มาติดตามวิธีทำทานที่จะทำให้มีอานิสงส์มากต่อค่ะ

ขอบพระคุณค่ะ

โดย เซิ่น (เซิ่น) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [14 พ.ค. 2550 , 19:14:17 น.] ( IP = 58.8.53.2 : : )


  สลักธรรม 7

ขอบคุณมากคะสำหรับสิ่งดี..ดีที่นำมาเผยแพร่

โดย จารุนันท์ [28 ต.ค. 2552 , 15:48:02 น.] ( IP = 117.47.180.132 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org