มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ห้องนั่งเล่นแห่งความรัก ตอนที่ ๗




เสียงเพลง “ละครชีวิต”ที่ท่านอาจารย์เปิดให้รับฟังก่อนนำความห่วงใยจากใจพ่อมาฝากนั้นทำให้รู้สึกสะท้อนใจ นึกถึงคำพูดที่หลวงพ่อเคยบอกพวกเราว่า …ชีวิตเราทุกวันนี้เรื่องราวมีมาก แต่ในความเป็นจริงเมื่อสรุปลงแล้ว ก็มีแต่ความพอใจ ไม่พอใจเท่านั้น ดูๆ ไปแล้วไม่ต่างไปจากการดูละคร แต่เป็นละครชีวิตที่ตนเองเล่น ซึ่งแต่ละตอนนั้นก็ต้องเล่นไปตามคำสั่งของผู้กำกับ คือ กรรม ที่ตนเองเคยทำมานั่นเอง และต้องเล่นไปจนกว่าละครนั้นจะปิดฉาก แล้วต้องไปเริ่มต้นใหม่ในฉากต่อไป มันน่าเหนื่อยแค่ไหน ? ถ้าเราต้องเล่นฉากแล้วฉากเล่าโดยไม่มีวันหยุดพัก

...ถึงยามสำราญขอท่านฟังฉันหน่อยก่อน แม้นดูละครแล้วกลับมาย้อนดูตัว ละครรำกำช้ำจิตใจ ละครดีใจเราหัวร่อ นี่แหละภาพล้อเราทุกวัน บทในละครมีแต่ยอกย้อนชวนให้ระเริงจิตใจให้เคลิ้มไปพลัน ละครนี่สอนใจกัน ละครเลิกแล้วลืมกัน เหมือนนอนหลับฝันเพียงคืน...

โดย วยุรีดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [17 พ.ค. 2550 , 07:17:23 น.] ( IP = 58.9.140.139 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 1

แล้วก็ยิ่งสะท้อนใจมากยิ่งขึ้นเมื่ออาจารย์ออกมาหน้าชั้นพร้อมคำพูดที่ว่า คงไม่ต่างอะไรกับโอวาทของหลวงพ่อที่พวกเราได้รับฟังมา พร้อมกับร้องเพลงท่อนสุดท้ายที่ว่า...ละครเลิกแล้วลืมกัน เหมือนนอนหลับฝันเพียงคืน...(พูดแล้วอยากร้องไห้)

แต่เพราะด้วยความเมตตาที่อาจารย์มี ท่านก็อดไม่ได้ที่จะทบทวนธรรมปฏิสันถารในตอนที่แล้วเรื่อง “บัวในกระถาง” ให้ผู้ที่ไม่ได้มาในสัปดาห์ก่อนได้รับฟัง ซึ่งสรุปใจความได้ว่าบัวในที่แคบๆ (ไม่ว่าจะเป็นกระถางดิน หรือกระถางลายคราม)ย่อมดูดซึมสารได้น้อย จึงจำเป็นต้องเติมน้ำเติมสารอาหารให้บ่อยๆ (หากขาดก็จะเป็นบัวแล้งน้ำ) ผิดกับบัวกลางบึง ที่ได้รับแสง ได้รับสารจากธรรมชาติ จนสามารถแตกหน่อขยายกิ่งก้านสาขาออกไปไปได้ไกล ...เพราะเหตุนี้เองหลวงพ่อท่านจึงยังไม่เบาใจ เพราะเรายังไม่เป็นบัวในธรรมชาติ วันนี้หลวงพ่อจึงฝากข้อคิดมาให้กับพวกเราเพิ่มเติมอีกว่า

โดย วยุรีดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [17 พ.ค. 2550 , 07:20:34 น.] ( IP = 58.9.140.139 : : )


  สลักธรรม 2

คนส่วนมากประพฤติตามความอยาก และตกอยู่ในอำนาจของความอยาก มีใจพร่องอยู่เป็นนิตย์ บางครั้งมโนรถของเขายังไม่ถึงที่สุด มัจจุราชก็มาเยือนและดึงชีวิตไปแล้ว ไม่มีใครช่วยได้ มาคนเดียวก็ไปคนเดียวตามกรรมของตน

ชีวิตคนเราสั้นนิดเดียว เดี๋ยวก็แก่ เจ็บ ตาย การที่เก็บสะสมอะไรเกินความจำเป็น ทำให้เสียเวลาเปล่าๆ

....เพราะที่พ่อรู้ พ่อเห็น หอบบาปไปด้วยเป็นอันมาก ส่วนทรัพย์สมบัติที่ยืมโลกใช้ก็ต้องทิ้งไว้ในโลกนี้เอง

สงครามที่พ่อเห็นว่ายิ่งใหญ่น่ากลัว และหาทางยุติได้ยากยิ่งนั้น ก็คือ การต่อสู้รบกันระหว่าง ธรรม กับ อธรรม คือ ระหว่างกิเลสกับธรรมภายในจิตใจนั่นเอง รบกันยืดยาวหลายชีวิต หลายพันชาติ ผลัดกันแพ้ผลัดกันชนะ จนกว่าจะบรรลุธรรมอันสูงสุด คือ พระอรหันต์ สงครามชีวิตจึงจะสิ้นสุดลง

อย่ามัววิตกกังวลกับ สงครามภายนอกไปมาก จนลืม สมครามแห่งชีวิต นะลูก ฟังข่าวได้ แต่ควร ดูชีวิตตนให้มาก

เหลือเวลากันน้อยลงๆ แล้ว ต้องรีบทำสิ่งที่จำเป็นนะลูก อะไรไม่จำเป็นอย่าไปทำ ...วางมือเสียบ้าง

ชาติหน้านั้น...น่ากลัวมากนะ ลูกรักของพ่อ และมันอยู่ไม่ไกลลูกเลย เพราะถ้าวันนี้ลูกหมดลมหายใจลง ...วันนี้นั้น ก็คือ ชาติหน้าแล้ว รู้ไหม ?

จำไว้นะ ชาติหน้าไม่ไกล แค่ลมหายใจหยุด สำคัญที่ว่า ชาติหน้าจะได้สุคติ หรือไม่เท่านั้น !

ด้วยรัก
จาก พ่อเสือ
๑๓ พฤษภาคม ๒๕๕๐

โดย วยุรีดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [17 พ.ค. 2550 , 07:30:16 น.] ( IP = 58.9.140.139 : : )


  สลักธรรม 3

อาจารย์ได้ย้ำให้พวกเราเกิดความรู้สึกกับคำว่า มาคนเดียว...แล้วก็ต้องไปคนเดียว โดยยกตัวอย่างลูกศิษย์คนหนึ่งซึ่งตรวจพบว่าเป็นมะเร็งระยะที่ ๔ แต่ยังไม่อยากจบชีวิตลงที่อายุ ๔๐ จึงพยายามทำบุญ ปล่อยวัว เพื่อขออานิสงส์ให้ต่ออายุไปให้ได้สัก ๑๐ ปี เพราะเป็นห่วงลูกซึ่งยังอายุน้อยอยู่ สำหรับเรื่องเช่นนี้ เชื่อว่าผู้ที่เรียนอภิธรรมมาแล้วย่อมรู้ดีว่า ไม่มีใครช่วยใครได้ เมื่อเรามาคนเดียว เราก็ต้องไปคนเดียว แต่ละคนก็ต้องเป็นไปตามอำนาจกรรมของตนที่เขียนไว้เป็นบทละครให้กับตนเอง

แต่ก็เป็นเรื่องธรรมดาที่คนส่วนมากยังมีความอยากได้ และอาศัยตัณหาผลักให้เกิดการกระทำ เพราะ (อาจารย์ได้กล่าวเป็นกลอน)

...อันตัณหาลวงล่อให้ก่อเกิด
ตรองดูเถิดจับสิ่งชั่วตัวตัณหา
ถ้าจับเป็นก็จะเห็นอนัตตา
ว่าตัณหามันเป็นของให้หมองใจ


...แต่สำหรับพวกเราแล้ว บางครั้งคนบางคนมโนรถ (ความปรารถนาในใจ)ยังไม่ถึงที่สุด มัจจุราชก็มาเยือนและดึงชีวิตไปแล้ว โดยที่ไม่ไม่มีใครช่วยได้

ฟังแล้ว ทำให้ต้องกลับมาทบทวนว่า เรายังมีความปรารถนาในใจอะไรบ้าง ...และมันยังไม่ถึงที่สุดหรือไม่ แล้วนึกไปถึงภาพ(ชะลอมเล็กๆ ที่หลวงพ่อท่านใช้มาเป็นอุปกรณ์การสอน)และคำพูดที่ว่า โลภะก็เหมือนชะลอมที่ตักน้ำไม่รู้จักเต็ม เพราะมันรั่วไหลออกหมด...

เพราะแม้แต่ปัจจุบันนี้ เรื่องบางเรื่อง ความรู้สึกบางอย่าง แม้สิ่งของบางสิ่ง(ที่หลวงพ่อท่านเตือนมาว่า...ทรัพย์สมบัติที่ยืมโลกใช้ก็ต้องทิ้งไว้ในโลกนี้เอง) เราก็ยังอยู่ในเกณฑ์ที่ว่า มโนรถยังไม่ถึงที่สุด

โดย วยุรี (วยุรี) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [17 พ.ค. 2550 , 07:37:18 น.] ( IP = 58.9.140.139 : : )


  สลักธรรม 4

ทำให้นึกถึงคำอุปมาที่หลวงพ่อท่านเปรียบพวกเราว่า

“ทุกวันนี้ชีวิตลูกเหมือนแม่กุญแจที่เที่ยวไปล๊อกสิ่งโน้น ล๊อกสิ่งนี้ ล๊อกแล้วเปิด(แก้)ไม่ออก แต่เมื่อมาเรียนธรรมะแล้ว ลูกก็จงเลือกลูกกุญแจเพื่อนำไปใช้ไขแม่กุญแจที่ตนเองนั่นแหละล๊อกเอาไว้”

เพราะเราเอาชีวิตเข้าไปล๊อกกับสิ่งใด เราก็เอาใจเข้าไปยึกติดกับสิ่งนั้น อาจารย์จึงใช้คำว่า หลวงพ่อท่านยังไม่เบาใจ เพราะท่านรู้ ท่านเห็น ท่านจึงพูดว่า .เพราะที่พ่อรู้ พ่อเห็น หอบบาปไปด้วยเป็นอันมาก

อาจารย์ถามพวกเราว่า ความยึดติด เป็นบาปไหม ทุกคนตอบว่า บาป …ความเห็นผิดเป็นบาปไหม ทุกคนตอบว่า บาป …โลภะ เป็นบาปไหม ทุกคนตอบว่า บาป …

ที่สำคัญเวลาที่ผ่านมา นอกจากพวกเราหอบบาปมาแล้ว แถมยังไม่พออีก ยังจะหาบาปมาแบกเพิ่มเข้าไปอีกด้วยการนำใจไปเกาะเกี่ยวกับสถานการณ์รอบๆ ตัว จนหลวงพ่อท่านต้องเตือนมาว่า

...สงครามที่พ่อเห็นว่ายิ่งใหญ่น่ากลัว และหาทางยุติได้ยากยิ่งนั้น ก็คือ การต่อสู้รบกันระหว่าง ธรรม กับ อธรรม คือ ระหว่างกิเลสกับธรรมภายในจิตใจนั่นเอง รบกันยืดยาวหลายชีวิต หลายพันชาติ ผลัดกันแพ้ผลัดกันชนะ จนกว่าจะบรรลุธรรมอันสูงสุด คือ พระอรหันต์ สงครามชีวิตจึงจะสิ้นสุดลง

โดย วยุรี (วยุรี) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [17 พ.ค. 2550 , 07:41:23 น.] ( IP = 58.9.140.139 : : )


  สลักธรรม 5

อย่ามัววิตกกังวลกับสงครามภายนอกไปมาก จนลืม สงครามแห่งชีวิต นะลูก...ฟังข่าวได้ แต่ควรดูชีวิตตนให้มาก

อาจารย์อธิบายว่า พื้นฐานของเรา เป็นทั้งคนดี และคนชั่ว แล้วหากเรากลับมาสำรวจตนเองแล้ว ก็จะพบความจริงดังเช่นที่หลวงพ่อว่า บางครั้งมีการสู้รบกันระหว่างความดีและความชั่ว แล้วผลส่วนใหญ่ ความชั่วจะชนะไหลตามกิเลสไปเลย เพราะมันมีกำลังมาก และการสู้รบนี้ก็มีมานานแล้ว นานเท่ากับการเวียนว่ายตายเกิดของเราเอง ...ทำให้นึกถึงว่าบางครั้งในการทำความดี เราก็ยังมีการสู้รบ แม้นจะเป็นสนามรบเล็กๆ ก็ยังมีฝ่ายดีและไม่ดี ตัวอย่างเช่นก่อนหน้านี้ช่วงเข้าพรรษาหลวงพ่อให้พวกเราละกิเลส เรื่องการกินไม่ให้เลือกโดยมื้อกลางวันปีนั้นให้พวกเรารับประทานข้าวผัดกระเพราทุกวัน ก็ยังมีลูกศิษย์ซิกแซก แอบไปสั่งแม่ค้าว่ากลางวันให้ส่งข้าวผัดกระเพราให้(แต่ให้แม่ค้าช่วยเปลี่ยนแปลงรูปโฉมเป็นกุ้งบ้าง หมูบ้าง ใส่ผักอย่างอื่นบ้าง เป็นต้น) เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว ก็จะเป็นเช่นนี้ไปเรื่อยๆ และเชื่อมั่นได้เลยว่า เราคงจะเป็นเช่นนี้ไปอีกนาน เพราะเราไปสนับสนุนกิเลสให้มีกำลังมากขึ้น ....หลวงพ่อท่านจึงเป็นห่วงมาก จึงต้องลงท้ายคำเตือนใจ ในห้องนั่งเล่นแห่งความรักครั้งนี้ว่า

โดย วยุรี (วยุรี) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [17 พ.ค. 2550 , 07:44:34 น.] ( IP = 58.9.140.139 : : )


  สลักธรรม 6

...เหลือเวลากันน้อยลงๆ แล้ว ต้องรีบทำสิ่งที่จำเป็นนะลูก อะไรไม่จำเป็นอย่าไปทำ ...วางมือเสียบ้าง

ชาติหน้านั้น...น่ากลัวมากนะ ลูกรักของพ่อ และมันอยู่ไม่ไกลลูกเลย เพราะถ้าวันนี้ลูกหมดลมหายใจลง ...วันนี้นั้น ก็คือ ชาติหน้าแล้ว รู้ไหม ? สำคัญที่ว่า ชาติหน้าจะได้สุคติ หรือไม่เท่านั้น !

. ..อยากถามท่านผู้อ่านว่า รู้สึกอย่างไรบ้างกับข้อความดังกล่าว

อาจารย์ให้พวกเราอ่านออกเสียงดังๆ ในท่อนที่ว่าเหลือเวลากันน้อยลงๆ แล้ว ต้องรีบทำสิ่งที่จำเป็นนะลูก อะไรไม่จำเป็นอย่าไปทำ ...วางมือเสียบ้าง (ใส่ชื่อตัวเอง)

และอธิบายว่า พวกเราเรียนพระอภิธรรมแล้ว เรียนวิถีจิตผ่านมาแล้ว เคยชินกับภาพวิถีของมรณาสันนวิถี พอลงท้ายก็ จุติ / ปฏิสนธิ แล้วก็แค่อยู่ในกระดาน แล้วคำว่า ชาติหน้า สำหรับหลายๆคนก็คิดว่า โอ้ย ยังไกล แต่พอหลวงพ่อยกมาให้ฟังอย่างนี้ เห็นได้ชัดว่า เรายังประมาทอยู่ เพราะเพียงแค่ตอนนี้เราหยุดหายใจ ชาติหน้าก็คือวันนี้นี่เอง

บางคนตายที่บ้าน จากที่เห็นกันอยู่ชาตินี้...ชาติหน้าแล้ว ทั้งๆ ที่ศพยังไม่ไปถึงโรงพยาบาลเลย

ฉะนั้นทุกวันนี้เราเรียนแค่รู้เนื้อหา แต่เราไม่เคยนำมาเป็นความรู้สึก หลวงพ่อท่านจึงพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้เราเกิดความรู้สึกกับความจริง (พระอภิธรรม)ที่เราได้เรียนมา

โดย วยุรีดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [17 พ.ค. 2550 , 07:48:34 น.] ( IP = 58.9.140.139 : : )


  สลักธรรม 7

ทำให้นึกถึงเวลาที่ผ่านมา ประมาณปี พ.ศ. ๒๕๓๕ หลวงพ่อท่านได้ให้คุณเบญจพรไปตัดกระดาษรูปหัวใจเล็กๆ มาส่งเป็นจำนวนมาก แล้วเมื่อนำมาส่ง ท่านก็แจกให้ลูกศิษย์ทุกๆคนไปนับเท่าจำนวนวันที่ตนเองสามารถมีชีวิตอยู่ตามอายุขัยคือ ๗๕ ปี แล้วนำไปร้อยเป็นมาลัย แต่เป็น “มาลัยชีวิต” ติดไว้ใกล้หัวนอน ตื่นเช้าให้ดึงออกทีละใบ เพื่อให้เตือนใจตนเองว่า เราอายุน้อยลงไป ๑ วันแล้วนะ

ตอนนั้นเคยคิดเหมือนกันว่า ทำไมหลวงพ่อจึงมีอุบายทำเป็นรูปหัวใจ แต่พอได้เรียนเรื่องวิถี และมีคำถามว่า ทำไมในมรณาสันนวิถีจึง ชวนะจึงมีเพียงแค่ ๕ ขณะ ในขณะที่วิถีอื่นๆมี ๗ คำตอบที่ได้คือ หทยวัตถุซึ่งเป็นที่อาศัยของจิตอ่อนกำลัง ...คือดับไม่เกิดแล้ว พอครบ ๑๗ ขณะของนาม (จิต)ก็ตรงที่จุติ พอดี ...จึงนึกถึงอุบายที่หลวงพ่อให้ทำกระดาษเป็นรูปหัวใจ แต่ท่านก็บอกว่าถ้าไม่มีเวลาทำให้ใช้ปฏิทินที่ฉีกเก่าๆ มาตัดแล้วร้อยก็ได้ ถือว่าเป็น “ปฏิทินชีวิต” ของตน และทำเหมือนมาลัยชีวิตนั่นเอง

...จำได้ว่าตอนนั้นเมื่อนับแล้วผู้เขียนยังเหลือเวลามีชีวิตเป็นหมื่นๆ ทำให้รู้สึกว่าอีกตั้งนาน ...โดยไม่คิดเลยว่า นั่นคือความประมาท แต่เมื่อเวลาผ่านไป บัดนี้นับแล้วเหลือเพียง ๕ พันกว่าวัน ...ก็เริ่มรู้สึกตัวแล้วว่า เหลือน้อยลงแล้วนะ แต่พอมาวันนี้ คำว่า ชาติหน้า คือวันนี้ หากลมหายใจสิ้นสุดลง ทำให้รู้สึกว่า มันน่ากลัว เพราะเรายังไม่มีดี พอที่จะประกันตนเองได้ ดังที่ท่านถามว่า ...สำคัญที่ว่า ชาติหน้าจะได้สุคติ หรือไม่เท่านั้น !

โดย วยุรี (วยุรี) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [17 พ.ค. 2550 , 07:54:13 น.] ( IP = 58.9.140.139 : : )


  สลักธรรม 8

เมื่อพูดถึงความตาย ทำให้นึกได้ว่า ที่ผ่านๆ มาหลวงพ่อเตือนพวกเราเรื่องนี้บ่อยๆ จึงขอนำมาฝากทิ้งท้าย เพื่อให้ได้ประจักษ์ในความรัก และความห่วงใยที่หลวงพ่อมีให้พวกเราทุกๆ คน

ในทางโลกเราคิดว่า มีผู้คอยจ้องจับผิดเราตลอดเวลา แต่ในความเป็นจริงผู้ที่(จ้อง)มองเราตลอดเวลา คือความตาย แต่ถ้าเมื่อใดเราสามารถนำธรรมที่ศึกษานั้นมาปฏิบัติจนได้รับผล เราจะเป็นผู้ที่สามารถมองความตายได้ นั่นก็คือ การเกิด-ดับ ที่มีอยู่ทุกขณะ

....ความตายพร่าผลาญชีวิต ยุติชีวิตให้หยุดละครได้แค่ในฉากหนึ่งๆ เท่านั้น และเมื่อเปิดละครโรงใหม่ ชีวิตนั้นก็ต้องโลดแล่นไปตามบท ซึ่งไม่ต่างกับเกมแก้ไขที่สั้นๆ แต่ไม่มีวันหยุดในแต่ละชาติๆ

เมื่อได้ฟังคำเตือนใจจากพ่อในห้องนั่งเล่นแห่งความรักครั้งนี้ ทำให้เพิ่งจะเข้าใจ และซึ้งใจมากยิ่งขึ้นว่า เพราะเหตุใดคำทักทายของท่านที่มีต่อพวกเราแทบทุกครั้งนั้น คือ
เหนื่อยไหม ลูก ?

กราบแทบเท้าหลวงพ่อด้วยความระลึกถึงพระคุณยิ่ง


โดย วยุรีดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [17 พ.ค. 2550 , 07:58:09 น.] ( IP = 58.9.140.139 : : )


  สลักธรรม 9


อ่านแล้วสะท้อนให้รู้สึกว่า กิเลสห่อหุ้มใจเราไว้อย่างหนาแน่น หลวงพ่อท่านพร่ำเตือนแล้วเตือนอีก ลูกก็ยังเหมือน ดูละคร สนุกไปกับตัวละครแต่เมื่อละครเลิกแล้วลืมกัน...

ความตาย(จุติ)และการเกิด(ปฏิสนธิ) เราเรียนกันซะช่ำชอง จนรู้สึกว่าคุ้นเคย แต่มิได้ทำความเข้าใจให้ลึกซึ้งเลยว่า แท้จริงแล้วชาติหน้าใกล้ชิดเราเหลือเกิน เพราะเมื่อตายแล้วศพยังไม่ได้เคลื่อนย้ายไปไหน หรือญาติเรายังไม่รู้เลยก็ว่าได้ แต่นั่นเราได้ชาติหน้าแล้ว...น่ากลัวมากๆๆซึ่งหลวงพ่อก็เน้นย้ำว่า..อยู่ที่ว่าชาติหน้าได้สุคติหรือไม่เท่านั้น

กราบขอบพระคุณในความรักความเมตตาที่หลวงพ่อมีต่อลูกเสมอมาค่ะ

และกราบขอบพระคุณพี่วยุรีมากค่ะที่นำปุ๋ยมาเติมในกระถางบัวน้อยๆใบนี้ให้ค่ะ

โดย พี่ดา (พี่ดา) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [17 พ.ค. 2550 , 09:11:12 น.] ( IP = 124.121.174.234 : : )


  สลักธรรม 10

น่ากลัวมากเลยค่ะ ที่ความตายคอยเคียงคู่อยู่กับเราทุกขณะจิต และชาติหน้าก็ใกล้ชิดกับเราเหลือเกินเพียงแค่สิ้นสุดลมหายใจ

และที่น่ากลัวยิ่งขึ้นก็คือ ไม่รู้ว่าจะมีสุคติเป็นที่ตั้งของชีวิตหรือเปล่า เสบียงที่สะสมไว้แล้วก็ไม่รู้ว่าเป็นของไม่ดีมากแค่ไหน

เห็นถึงความเหนื่อยทั้งของชาตินี้ และชาติที่จะมีต่อๆ ไป เพราะภาชนะของใจยังมีรูรั่วแบบชะลอม และติดระเบิดไว้แบบพร้อมที่จะทำลายตัวเองตลอดเวลา

กราบขอบพระคุณความเมตตาของหลวงพ่อที่คอยตักเตือนให้รู้จักคิดได้และคิดเป็นอยู่เสมอ กราบขอบพระคุณคำอธิบายและการถ่ายทอดจากท่านอาจารย์ที่ช่วยเน้นย้ำให้เกิดความเข้าใจ และขอบพระคุณพี่วยุรีเป็นอย่างยิ่งที่สรุปสาระสำคัญให้อ่านอีกครั้งค่ะ

โดย น้องกิ๊ฟ (น้องกิ๊ฟ) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [17 พ.ค. 2550 , 14:12:38 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org