มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ท่านทำอย่างไร ท่านย่อมได้สิ่งนั้น (๑)








ท่านทำอย่างไร ท่านย่อมได้สิ่งนั้น (๑)
จากรายการ หันหน้าเข้าวัด โดย บุษกร เมธางกูร
(ออกอากาศวันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๓)


สวัสดีค่ะท่านผู้ฟัง เราทั้งหลายต่างมีโอกาสบำเพ็ญเพียรเพื่อส่งเสริมชีวิตของตนให้เกิดความดีที่ถูกต้องชอบธรรมกันมาบ้างแล้ว เพื่อจะได้ผลานิสงส์ติดตามไปในชาติหน้าและชาติต่อ ๆ ไป เพราะเราท่านยังต้องเวียนว่ายตายเกิดอยู่ซึ่งเป็นความทุกข์ยิ่งนัก ในความทุกข์นั้นก็มีทั้งทุกข์ประจำและทุกข์จร

ทุกข์ประจำเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ มี ๓ ประการ คือ ชาติ ชรา และมรณะ ซึ่งทุกคนมีเหมือนกันหมด ส่วนทุกข์จร มี ๘ ประการ คือ ความทุกข์กาย ความทุกข์ใจ ความโศก ความคับแค้นใจ การบ่นเพ้อรำพันตัดอาลัยไม่ขาด ประสบกับสิ่งที่ไม่เป็นที่รัก การพลัดพรากจากสิ่งที่ตนเองปรารถนาและรักใคร่ และหวังสิ่งใดไม่ได้สมความปรารถนา

เราจึงต้องมีความเข้าใจว่า ทำไมชีวิตจึงเป็นอย่างนั้น ทำไมชีวิตของคนเราต้องมีความแตกต่างกัน อาจเป็นคำถามที่เราสงสัยกันมาตั้งแต่เด็ก แต่ไม่สามารถตอบคำถามให้แก่ตนเองได้ แต่ถ้าศึกษาเรื่องหลักของกรรมแล้ว จะทำให้เรามีความรู้ความเข้าใจมากขึ้นว่า

ทำไมคนเราเกิดมาแล้วจึงมีทรัพย์ไม่เท่ากัน บ้างก็เป็นเศรษฐีมั่งมีศรีสุข บ้างก็เป็นคนทุกข์ยากอนาถาเข็ญใจ เป็นคนดีบ้าง คนเลวบ้าง มีทั้งสวยงามและขี้เหร่ บางคนแข็งแรงไม่เจ็บไข้ได้ป่วย แต่บางคนป่วยออด ๆ แอด ๆ อะไรเป็นเหตุให้เขาเป็นอย่างนั้น คำตอบก็คือ กรรมเป็นเหตุ ที่เป็นอย่างนั้นอย่างนี้ไม่เหมือนกันก็เพราะกรรม

โดย น้องกิ๊ฟ นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [21 พ.ค. 2550 , 09:51:16 น.] ( IP = 203.113.67.46 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1


พระพุทธเจ้าตรัสว่า “ยาทิสัง วะปะเต พีชัง ตาทิสัง ละภะเต ผะลัง กัลยาณะการี กัลยาณัง ปาปะการี จะ ปาปะกัง”

หมายความว่า บุคคลหว่านพืชเช่นใด ย่อมได้ผลเช่นนั้น ผู้กระทำกรรมดี ย่อมได้ผลดี ผู้กระทำกรรมชั่ว ย่อมได้ผลชั่ว

พูดถึงตอนนี้แล้วทำให้นึกถึงสุภาษิตในโคลงโลกนิติที่เรียนมาในสมัยอยู่ชั้นมัธยม ว่า

ฟักแฟงแตงเต้าถั่ว...........................งายล
หว่านสิ่งใดให้ผล............................สิ่งนั้น
ทำทานหว่านกุศล............................ผลเพิ่ม พูนนา
ทำบาปบาปกระชั้น.........................ไล่เลี้ยวตามสนอง

โดย น้องกิ๊ฟดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [21 พ.ค. 2550 , 09:52:44 น.] ( IP = 203.113.67.46 : : )


  สลักธรรม 2


หรือมีภาษิตล้านนาที่สะดุดใจอีกบทหนึ่ง คือ “สี่คนหาม สามคนแห่ คนเดียวนั่งแคร่ สองคนนำทาง”

คำว่า สี่คนหาม หมายถึงว่าสี่คนที่หามให้ร่างกายรวมกันอยู่ได้ คือ ธาตุทั้ง ๔ นั่นเอง ได้แก่ ดิน น้ำ ลมไฟ

คำว่า สามคนแห่ หมายถึงสิ่งที่ทำให้ชีวิตผาดโผน โลกแล่นไปในโลกที่เปลี่ยนแปลงก็คือ อนิจจัง ทุกขัง และอนัตตา

คำว่า คนเดียวนั่งแคร่ คือ จิตหรือใจที่เป็นผู้บงการกายซึ่งกว้างศอก ยาววา หนาคืบ บัณฑิตท่านว่า “จิตเป็นนาย กายเป็นบ่าว” เป็นประดุจแคร่ไม้ เมื่อจิตใจจากไป กายก็เปล่าประโยชน์ กลายเป็นเชื้อเพลงคือถูกเผาต่อไป

คำว่า สองคนนำทาง หมายถึง บุญหนึ่ง บาปหนึ่ง ที่มนุษย์สร้างกรรมดีกรรมชั่วเป็นเงาติดตามเราเองไป ฝังลึกลงไปในดวงจิตดวงใจตนเอง เปรียบดังโคที่นำเจ้าของให้ติดตามฉันนั้น

โดย น้องกิ๊ฟ ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [21 พ.ค. 2550 , 09:53:19 น.] ( IP = 203.113.67.46 : : )


  สลักธรรม 3


ดังนั้น ไม่ว่าภาษิตภาคใดก็มีเนื้อความชัดแจ้งตามรอยของสมเด็จพระบรมศาสดาที่บ่งบอกว่า “ทุกอย่างย่อมเป็นไปตามกรรมอันเป็นบุญบาปทั้งสิ้น ทุกอย่างล้วนเป็นอนิจจัง คือ ความไม่เที่ยง ทุกขัง คือ ทนอยู่ได้สภาพเดิมไม่ได้ และอนัตตา คือ ไม่สามารถบังคับบัญชาได้

โคลงบทหนึ่งจากเรื่องลิลิตพระลอ ได้เล่าชีวิตของเจ้านายทางภาคเหนือไว้ในทำนองเดียวกันดังนี้ว่า

ใดใดในโลกล้วน........อนิจจัง
คงแต่บาปบุญยัง..........เที่ยงแท้
คือเงาติดตัวตรัง...........ตรึงแน่น อยู่นา
ตามแต่บาปบุญแล้.......ก่อเกื้อรักษา

เมื่อได้ทราบอย่างนี้แล้ว เราก็ควรตั้งใจสร้างอานิสงส์เอาไว้มาก ๆ ทีนี้มาดูเรื่องอานิสงส์ ที่พูดกันว่า “ทำบุญแล้วมีอานิสงส์” เป็นอย่างไร

โดย น้องกิ๊ฟ ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [21 พ.ค. 2550 , 09:54:17 น.] ( IP = 203.113.67.46 : : )


  สลักธรรม 4


อานิสงส์มีความหมาย ๓ ประการ ได้แก่

๑. ชมเชย
๒. เบียดเบียน
๓. ไหลออกอยู่เป็นนิตย์

ความหมายประการที่ ๑ ชมเชย

หมายความว่า ความดีต่าง ๆ ที่บุคคลได้กระทำไว้แล้ว จะต้องได้รับผลของความดีตอบสนอง เมื่อผู้อื่นเห็นผู้ทำได้รับความสุขความเจริญก็พากันยกย่องชมเชยว่า “เป็นผู้มีบุญนะ” และเราก็คงเคยได้ยินคำพูดว่า “คนนี้มีบุญจังเลย คนนี้บุญบารมีสูงมาก” ในทำนองนี้

ความหมายประการที่ ๒ เบียดเบียน

หมายความว่า ผลของความดีต่าง ๆ ที่ตนได้กระทำแล้วนี้ จะเข้าไปทำหน้าที่เบียดเบียนผลของความชั่วที่เคยได้กระทำไว้ให้ตกไป ไม่มีโอกาสให้ผล และยังสามารถปกป้องผู้กระทำความดีนั้นไม่ให้ตกไปในทางชั่วอีก เพราะจะคอยเบียดเบียนความร้ายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกับเรา และเบียดเบียนพฤติกรรมชั่วต่าง ๆ ให้เราไม่กล้าทำและไม่มีโอกาสได้รับผลของกรรมชั่วนั้น เพราะว่าอำนาจของความดีมีกำลังแรงอยู่

โดย น้องกิ๊ฟ ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [21 พ.ค. 2550 , 09:54:52 น.] ( IP = 203.113.67.46 : : )


  สลักธรรม 5


ความหมายประการที่ ๓ ไหลออกอยู่เป็นนิตย์

หมายความว่า ความดีต่าง ๆ ที่บุคคลได้กระทำแล้วย่อมให้ผลที่ดีตอบสนองเสมอ หรือเรียกว่าให้ผลอยู่เป็นนิตย์ และจะนำไปสู่ผลอันสูงสุดที่พึงปรารถนาของเหล่ามนุษย์ เทวดา และพรหม คือ การบรรลุมรรคผลนิพพานนั่นเอง

หรือจะกล่าวอีกนัยหนึ่งว่าการไหลออกนั้นเป็นการไหลออกของอกุศลมูลเปรียบเสมือนน้ำในอ่างบัวที่ขุ่นข้น เมื่อเราเอาน้ำใส่ผ่านสายยางแล้วหย่อนลงไปในอ่างบัวให้ลึกถึงก้นอ่าง น้ำขุ่นก็จะค่อย ๆ ไหลออกไปจนใสได้ ซึ่งไม่ต่างกับการถ่ายเทความชั่วออกนั่นเอง

โปรดติดตามตอนต่อไป

โดย น้องกิ๊ฟ ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [21 พ.ค. 2550 , 09:55:14 น.] ( IP = 203.113.67.46 : : )


  สลักธรรม 6

สวัสดีครับน้องกิ้ฟ ได้มาอ่านเรื่อง..ท่านทำอย่างไร ท่านย่อมได้สิ่งนั้นตรงใจจริงๆเลยครับ เพราะเพิ่งถูกหลวงพ่อเตือนสอนมาเมื่อวานนี้เองนะครับ ว่าการกระทำทุกสิ่งทุกอย่างในปัจจุบัน มันจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของอนาคต คือเราเป็นเจ้าของผลนั้นเอง

อ่านแล้วได้ข้อยุติปัญหาที่ใจได้อย่างมากมายครับ และเป็นกำลังขับเคลื่อนในการทำความดีได้อย่างวิเศษครับคำนี้นะครับ..ท่านทำอย่างไร ท่านย่อมได้สิ่งนั้น

ขอบคุณมากๆนะครับน้องกิ้ฟ

โดย พี่เณร (พี่เณร) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [21 พ.ค. 2550 , 10:36:18 น.] ( IP = 58.9.148.222 : : )


  สลักธรรม 7

ขอบคุณมากค่ะน้องกิ๊ฟ
แต่ความจริงน่าจะเข้าแถวเร็วกว่าพี่เณรนะคะ

เพราะประเด็นนี้ ต้องเข้ามารับโล่ห์เลย
เห็นเหตุและผลของการกระทำแล้ว
ในอดีตนี่ ก็เป็นผู้รู้น้อยจริงๆ และประมาทอย่างยิ่ง

ความจริงต้องเรียกว่าเป็นผู้รู้น้อยๆๆๆๆๆๆ เลย
ยังไงต้องพยายามสร้างเหตุใหม่ให้ดีกว่านี้

โดย น้องอุ๊ (asomsopon) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [21 พ.ค. 2550 , 20:28:10 น.] ( IP = 125.24.46.22 : : )


  สลักธรรม 8

"ท่านทำอย่างไร ท่านย่อมได้สิ่งนั้น" จะทำให้เป็นผู้ยอมรับในสิ่งดีและไม่ดี เกิดขึ้นมานั้นเพราะเรานั่นเอง

อนุโมทนาและขอบคุณน้องกิ๊ฟมากค่ะ ที่นำเรื่องดีๆ มาฝากเสมอ

โดย เซิ่น (เซิ่น) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [21 พ.ค. 2550 , 22:46:28 น.] ( IP = 58.8.49.146 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org