มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ห้องนั่งเล่นแห่งความรัก ตอนที่ ๘




กว่าจะมาถึงห้องนั่งเล่นแห่งความรักตอนที่ ๘ ครั้งนี้ ...ก็ต้องตั้งคำถามว่า ๗ ตอนที่ผ่านมายังมีใครจำได้บ้าง? หลายๆท่านคงต้องร้องเพลง อยากจำกลับลืม อยากลืมกลับจำ ...แต่เชื่อมั่นได้เลยว่า หลวงพ่อท่านคงไม่ต้องการให้เราจำเนื้อหา แต่ต้องการให้เรานำธรรมอันเป็นความห่วงใยจากใจท่านที่ส่งมาให้ในแต่ละครั้งนั้นไปปฏิบัติและแก้ไขที่ตนเองมากกว่า ไม่ว่าจะเป็นธรรมปฏิสันถารตอนไหนๆ ที่ผ่านมา เราลองมาทบทวนกันนะว่ามีอะไรบ้าง

ตอนที่ ๑ – ต้องแพ้เป็น ไม่ใช่แพ้พ่าย …โดยสอนให้เรารู้จักสังเกตและเรียนรู้ว่า ที่ผ่านๆมาเราแพ้เพราะเหตุใด และอย่าทำอีก ข้อสำคัญต้องยอมรับความแพ้ด้วยความเข้มแข็ง เพื่อจิตใจจะได้เจริญเติบโต และก้าวหน้าไปในทางที่ดีกว่าเดิม

ตอนที่ ๒ – ชะตากรรมเป็นสิ่งที่รู้ไม่ได้ แต่ความเพียรเป็นสิ่งที่เรารู้ได้ และอยู่ในอำนาจของเราเอง … และเพิ่มเติมว่าในยามที่เกิดปัญหา เราควรหลบใจจากกิเลส แต่ไม่ควรหลบคนหรือปัญหา แต่ในยามที่รุ่มร้อน การได้คุยกับผู้ที่มีรู้และมีความสงบมากกว่า จะทำให้เรามีความสงบตามไปด้วย

ตอนที่ ๓ – ทุกข์ เพราะความคิด ท่านสอนให้เรารู้จักหัดคิดเสียใหม่โดย... ใช้ชีวิตอยู่กับสุขให้ได้ สุขที่เป็นคนดี มีศีลมีธรรมประจำชีวิต

ตอนที่ ๔ – เป็นคน...ต้องทำสิ่งที่จำเป็นสำหรับตนเอง ด้วยตนเอง...ต้องไม่ทำสิ่งที่ทำให้ตนเองต้องอับอาย โดยกำชับพวกเราว่า...สิ่งที่ต้องทำ เอาเพียงอย่างเดียวก่อน สำหรับพวกเรา คือ.... ความกตัญญู...

ตอนที่ ๕ – โจทย์ของชีวิต ..... สอนให้เราได้ตระหนักว่าการจดจำข้อความที่ศักดิ์สิทธิ์(ที่พ่อสอน) ได้มากแค่ไหนก็ตาม มันจะไม่เป็นประโยชน์เลย ถ้าไม่ลงมือกระทำไปตามความศักดิ์สิทธิ์นั้น เพราะเราต้องตอบโจทย์ของชีวิตให้ถูก ด้วยความเชื่อในความศักดิ์สิทธิ์นั้นเสมอ ไม่เช่นนั้นคำตอบที่ผิดๆ จะทำให้เราต้องตกซ้ำชั้นแห่งชีวิตต่อไป คือ...ชีวิตที่จำเจซ้ำซากในวัฏฏะสงสาร

ตอนที่ ๖ – บัวในกระถาง ท่านสอนว่าอย่าเป็นบัวในกระถางที่รอวันเหี่ยวเฉาไป เพราะหลงว่าบัวบานได้แล้ว ด้วยเพราะมีความรู้ (ปริยัติ) ด้านเดียวเท่านั้น และอย่าลืมที่ท่านเคยสอนว่า “ที่กระทบนั้นคือวิบาก ที่กำลังกระทำนั้นคือกรรม” แต่พวกเราควรจะเตือนตนเองมากขึ้นลงไปว่า ....กรรมที่ทำลงไปนั้น เป็นกรรมชนิดไหน “วัฏฏะหรือวิวัฏฏะ”

ตอนที่ ๗ – สงครามชีวิต โดยเตือนพวกเราว่าอย่ามัววิตกกังวลกับสงครามภายนอกมากไป จนลืม สงครามแห่งชีวิต ซึ่งเป็นการสู้รบกัน ระหว่างกิเลสกับธรรมภายในจิตใจ ท่านบอกว่า...ฟังข่าวได้ แต่ควรดูชีวิตตนให้มาก เพราะเราเหลือเวลากันน้อยลงๆ แล้ว ให้รีบทำสิ่งที่จำเป็น อะไรไม่จำเป็นอย่าไปทำ ...หัดวางมือเสียบ้าง ท่านเน้นให้เราได้รู้สึกตัวว่า ชาติหน้านั้น...น่ากลัวมากเพราะมันอยู่ไม่ไกลเลย เพียงแค่วันนี้หมดลมหายใจลง ...วันนี้นั้น ก็คือ ชาติหน้าแล้ว สำคัญที่ว่า ชาติหน้าเราจะได้สุคติ หรือไม่เท่านั้น !

โดย วยุรีดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [23 พ.ค. 2550 , 18:18:30 น.] ( IP = 58.9.142.162 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

ได้นำมาเพื่อเป็นการทบทวนและสำรวจตนว่า เราได้กระทำตนสมกับที่ท่านรักและห่วงใยหรือไม่ ....เพราะเหตุว่ามีครั้งหนึ่งอาจารย์มาถามพวกเราว่า ยังต้องการธรรมปฏิสันถารจากหลวงพ่ออีกหรือไม่ ซึ่งท่านคงมีความรู้สึกว่าพวกเราอยากได้แค่เนื้อหา รู้ว่าสิ่งที่หลวงพ่อสอนนั้นดี แต่ไม่ได้นำไปปฏิบัติ .

..มีน้องคนหนึ่งได้อุปมาเรื่องนี้ว่า ขณะนี้พวกเราเหมือนคนที่อยู่ในทะเลทราย อ่อนเปลี้ยเพลียแรงเพราะขาดน้ำ ท่านอาจารย์มีเมตตา สู้อุตส่าห์ไปขอน้ำจากหลวงพ่อใส่คนโฑแบกมาให้ แต่พอมาถึง ...พวกเราบางคนพอรับน้ำนั้นมาแทนที่จะดื่มกลับค่อยๆ รินน้ำเททิ้งลงบนพื้นทราย ซึ่งสร้างความผิดหวังให้แก่ผู้ที่นำมาให้เป็นอย่างยิ่ง แต่ก็ยังคงมีอีกหลายๆคนที่รับน้ำนั้นมาดื่มแก้กระหายได้ อาจารย์จึงมีกำลังใจที่จะนำน้ำมาให้ดื่มอีก ซึ่งในครั้งนี้น้ำเย็นที่ได้รับจากพ่อนั้นมีอยู่ว่า



ลูกรัก...จงเชื่อเถิดว่า ชะตากรรมเป็นสิ่งที่สัตวโลกยากที่จะหลีกเลี่ยงได้ เมื่อวิบากส่งมาแล้วก็ต้องยอมรับแบบ ผู้รู้ และปล่อยให้มันผ่านไปอย่าง ผู้ฉลาด

ผู้รู้......คือผู้ที่เข้าใจถึงเหตุและผล
ผู้ฉลาด......คือผู้ที่ไม่จมปรักกับอารมณ์ทั้งหลาย


เพราะชะตากรรมก็เหมือนพายุฝน ใครจะไปห้ามได้บ้างละว่าอย่าตก
การกระทำความเพียร.......เป็นหน้าที่ของลูกพ่อ
ส่วนการให้ผล.....เป็นหน้าที่ของกรรม
แต่ถึงอย่างไรก็ต้องไม่ทอดทิ้ง ความเพียร นะลูก เพื่อเป้าหมายแห่งชีวิตที่ลูกได้เลือกไว้

จงใช้ชีวิตทุกวันที่มีอย่างรอบคอบเสมอนะลูก และตั้งใจทำทุกสิ่งให้ดีที่สุด เว้นชั่วกลัวบาปให้มากๆกว่านี้ เพราะเมื่อเวลาผ่านไป เราไม่สามารถย้อนกลับมาแก้ไขได้เลย และทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ก็จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของอนาคตนั่นเอง

จำไว้นะลูกพ่ออยากมีอนาคตที่ดี มีโอกาสที่เราพ่อลูกได้พบกันตามเจตนาแล้วละก็ เราต้องทำดีเสมอ เพราะเมื่อเวลากรรมดีที่มีกำลังนั้นส่งผล เราพ่อลูกจะได้พบกันและจูงมือไปในเส้นทางแห่งความสงบต่อไปด้วยความรักไงลูก เพื่อเป้าหมายแห่งสันติสุข.

ด้วยรัก
จากพ่อเสือ
๒๐ พฤษภาคม ๒๕๕๐



โดย วยุรีดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [23 พ.ค. 2550 , 18:30:05 น.] ( IP = 58.9.142.162 : : )


  สลักธรรม 2

ขณะที่กำลังอ่านข้อความในกระดานอยู่นั้น เสียงเพลง “อิ่มอุ่น”ที่ดังขึ้น ยิ่งทำให้ระลึกถึงหลวงพ่อมากๆ ....นึกถึงแววตาที่ท่านทอดมองมาที่พวกเราลูกๆ แต่ละคนๆ

...อิ่มใดๆ โลกนี้ไม่มีเทียบเทียม อิ่มอกอ้อมแขน อ้อมกอดพ่อประคอง น้ำคำจากพ่ออาหารของความอาทร พ่อพร่ำเตือนพร่ำสอน สอนสั่ง ...ให้เจ้าเป็นเด็กดี ให้เจ้ามีพลัง ให้เจ้าเป็นความหวังของพ่อต่อไป…

อาจารย์เล่าว่า หลวงพ่อท่านนั่งทำอะไรก็ไม่ทราบอยู่บนตักของท่าน มันเหมือนกับว่าท่านกำลังใช้ใจของท่านถักออกมาเป็นผ้าผืนเล็กๆ(อุปมาคล้ายผ้าอ้อม) เหมือนที่รองนั่งในห้องหลวงพ่อ เป็นการเตรียมไว้เพื่อรองรับลูกๆ แต่ละคน ท่านไม่เคยลืมสัญญาที่ว่าจะรับลูกๆไปอยู่กับท่าน แต่อยู่ที่ว่าลูกๆได้จูนเครื่องตรงกับหลวงพ่อท่านหรือไม่ หากเครื่องส่งเครื่องรับจูนตรงกัน ย่อมไม่มีปัญหา โอกาสต้องเป็นไปตามที่หลวงพ่อท่านบอกว่า ...เราพ่อลูกจะได้พบกันและจูงมือไปในเส้นทางแห่งความสงบต่อไปด้วยความรักไงลูก เพื่อเป้าหมายแห่งสันติสุข.

ได้ฟังอาจารย์เล่าแล้วนึกถึงความรักของผู้ที่เป็นแม่ ที่เพียงแค่รู้ว่ามีท้องก็พยายามประคบประหงม ทนุถนอมลูกตั้งแต่อยู่ในครรภ์ เตรียมถักเสื้อคอยวันที่ลูกคลอด ...ตอนนี้หลวงพ่อเองก็ไม่ต่างจากแม่คนนั้น เพราะท่านพยายามประคบประหงมเรา พอเห็นว่าบางคนกำลังจะออกนอกลู่นอกทางก็ส่งข้อฝากคำเตือนมาให้ เพื่อให้ชีวิตเราอยู่รอดปลอดภัยจากบาปอกุศล มีความดีหล่อเลี้ยงตนจนสามารถไปเกิดในที่ที่ท่านเตรียมไว้ให้ โดยเฉพาะข้อคิดที่ท่านฝากมาในวันนี้ย่อมเห็นได้ชัดว่าท่านห่วงใยเราแค่ไหน

โดย วยุรีดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [23 พ.ค. 2550 , 18:34:22 น.] ( IP = 58.9.142.162 : : )


  สลักธรรม 3

ก็เช่นเคย ก่อนจะพูดธรรมปฏิสันถารครั้งนี้ อาจารย์ได้ทบทวนคำฝากจากพ่อในคราวที่แล้วเพื่อให้เราเห็นความน่ากลัวของชาตินี้ที่อาจจะเป็นวันนี้ เพียงแค่ลมหายใจหยุดเท่านั้น และชี้ให้เห็นว่ากว่าจะมาถึงวันนี้บางคนอาจสะสมคุณงามความดีมามาก แต่เสบียงที่เราสะสมมานั้นก็ยังไม่อาจรับประกันได้เลยว่า เราจะได้สุคติหรือทุคติ หมั่นพยายามเตือนตนว่าเมื่อลมหายใจสิ้นสุดลง สิ่งต่างๆที่เราสะสมมาก็จบ เหลือเพียงแค่บาปและบุญที่จะตามเราไปตลอด

ฉะนั้นอย่าลืมคำเตือนพ่อที่ว่า เหลือเวลากันน้อยลงๆ แล้ว ต้องรีบทำสิ่งที่จำเป็นนะลูก อะไรไม่จำเป็นอย่าไปทำ ...วางมือเสียบ้าง สิ่งที่จำเป็นสำหรับเราคือ เมื่อเรียนธรรมะแล้ว ก็ให้นำธรรมนั้นมาระลึกเพื่อล้างมลทินในใจของเราออก ด้วยการสวดมนต์ ทำสมาธิ และเจริญวิปัสสนา เพื่อกระชากวัฏสงสารให้หยุด ดังนั้นเราต้องนำธรรมะมาปรับปรุงจิตใจไม่ใช่นำธรรมะไปเปลี่ยนแปลงร่างกาย

หากตั้งคำถามถามว่า ชีวิตเราต้องการ(เลือก)อะไรมากที่สุด คำตอบคงไม่พ้นคำว่า “ความสุข” สุขในที่นี้คือสันติสุข (พระนิพพาน) นั่นคือไม่ต้องการความทุกข์ ซึ่งหมายถึงต้องไม่เกิด เราทุกคนปฏิเสธการเกิด แต่ขณะเดียวกันเราก็ทำงานเกิดอยู่ตลอดเวลา มาถึงตอนนี้เราเรียนรู้แล้วว่าหนทางที่จะไม่เกิด ที่ไม่ต้องประสบความทุกข์ต่อไป ก็มีทางเดียวเท่านั้น คือการปฏิบัติวิปัสสนา หลวงพ่อท่านจึงมาบอกพวกเราว่า

การกระทำความเพียร (เพียรละ เพียรระวัง เพียรสร้าง เพียรรักษา).......เป็นหน้าที่ของลูกพ่อ

ส่วนการให้ผล.....เป็นหน้าที่ของกรรมทั้งกรรมดี กรรมชั่ว เราเลือกไม่ได้ เพราะกรรมย่อมให้ผลตามหน้าที่ ...ตามกาล ดั่งที่เรียนมาแล้ว

โดย วยุรี [23 พ.ค. 2550 , 18:39:23 น.] ( IP = 58.9.142.162 : : )


  สลักธรรม 4

แต่พวกเรา ส่วนใหญ่ พอทำดีอะไร ก็อยากจะเห็นผลทันที แต่ขณะเดียวกันก็ยังเผลอทำบาปอยู่ หลวงพ่อท่านจึงต้องมาเตือนอีกว่า

...จงใช้ชีวิตทุกวันที่มีอย่างรอบคอบเสมอนะลูก และตั้งใจทำทุกสิ่งให้ดีที่สุด เว้นชั่วกลัวบาปให้มากๆกว่านี้ เพราะเมื่อเวลาผ่านไป เราไม่สามารถย้อนกลับมาแก้ไขได้เลย และทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ก็จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของอนาคตนั่นเอง

ก็เช่นเดียวกัน สุข ทุกข์ที่เราได้รับทุกวันนี้ ก็มาจากส่วนหนึ่งของอดีตเหตุ เช่นการป่วยเจ็บ หรือการมีสุขภาพแข็งแรง ก็เป็นส่วนหนึ่งของอดีตเหตุ คือการทำกรรมในอดีตชาติของเรา แล้วถ้าปัจจุบันกรรมที่เราทำไม่ดี ทำทุกวันๆ มันก็จะเป็นกรรมหนัก ในที่สุดมันก็จะกลายไปเป็นส่วนหนึ่งของอนาคต ส่วนหนึ่งที่ว่านี้ อาจเป็น หาง เป็นเขา ฯลฯ นั่นคือเราต้องเกิดในอบาย เป็นสัตว์เดรัจฉานก็ได้

ฉะนั้นเรียนอะไรไปแล้ว ต้องหัดหมั่นไประลึก โดยเฉพาะเรื่องของเหตุ-ผลซึ่งในทางพระพุทธศาสนา ก็คือ กรรม-วิบาก นั่นเอง

ยิ่งตอนนี้สถานการณ์รอบด้านมีแต่เรื่องวุ่นวาย น่ากลัว เช่นแผ่นดินไหวที่เชียงราย มีข่าวว่าเกิดรอยแยกฯ หากจะถามว่า เราควรจะไปอยู่ที่ไหนดี ผู้ที่เรียนธรรมะแล้วก็น่าจะตอบได้ ....เพราะคนเราหนีอะไรๆหนีได้ แต่หนีสิ่งที่ตนเองทำมาไม่ได้เพราะอำนาจกรรมยุติธรรมเสมอ คนเราคิดจะหนีเพื่อพ้นภัย แต่ถึงอย่างไรหนีไม่พ้นกรรม ในเมื่อสร้างเหตุ(กรรม)ไว้ ผล(วิบาก)ย่อมตามไปให้ได้ถึงที่เสมอไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนๆ แม้เวลาจะผ่านมานานแค่ไหนก็ตาม ตัวอย่างเช่นบุคคลใดสร้างเหตุของการฆ่าสัตว์ไว้แล้ว ผลที่จะต้องได้รับย่อมมี ๙ ประการ คือ เป็นคนทุพพลภาพ รูปไม่งาม ร่างกายอ่อนแอ กำลังกายเฉื่อยชา กำลังปัญญาไม่ว่องไว เป็นคนขลาดหวาดกลัวง่าย เป็นต้น เมื่อเราได้รับผลข้อใดข้อหนึ่งก็จะได้รู้ว่ากรรมที่เราทำไว้เองในอดีตชาติมาตามล่าเราทันแล้ว

ในช่วงนี้ ลูกศิษย์หลายๆคนเกิดอกุศลจิตจากการที่ต้องได้รับวิบากอกุศล บางคนกำลังจะได้รับสิ่งดีๆ ที่ทำให้เกิดความก้าวหน้าในชีวิตการงาน เตรียมการไว้ทุกอย่างแล้ว แต่พอถึงเวลากลับมีอุปสรรค ...แล้วยังไม่เท่าทันอารมณ์ที่เกิดขึ้นนั้นด้วย ทั้งๆที่เรียนธรรมะมาก็มากก็มาก นานก็นาน ยังต้องจมอยู่กับความเศร้าหมอง หลวงพ่อท่านจึงต้องฝากคำเตือนของท่านมาให้ว่า

โดย วยุรี [23 พ.ค. 2550 , 18:56:29 น.] ( IP = 58.9.142.162 : : )


  สลักธรรม 5

...ชะตากรรมเป็นสิ่งที่สัตวโลกยากที่จะหลีกเลี่ยงได้ เมื่อวิบากส่งมาแล้วก็ต้องยอมรับแบบผู้รู้ และปล่อยให้มันผ่านไปอย่างผู้ฉลาดนั่นคือ ผู้รู้......คือผู้ที่เข้าใจถึงเหตุและผล ส่วน ผู้ฉลาด......คือผู้ที่ไม่จมปรักกับอารมณ์ทั้งหลาย

ตอนอธิบายเรื่องนี้นั้น อาจารย์ให้เราต่อคำพูดของท่าน
(อาจารย์)...ที่กระทบ (พวกเราต่อ) คือวิบาก
(อาจารย์)...ที่กำลังกระทำ (พวกเราต่อ) คือกรรม
(อาจารย์)...เราได้ดี เพราะ (พวกเราต่อ) ทำดี
(อาจารย์)...เราได้รับไม่ดี เพราะ (พวกเราต่อ) เราทำไม่ดี

สรุปได้ว่า ธรรมะทุกวันนี้ ทุกอย่างเรารู้(เนื้อหา) แต่ยังไม่เป็นผู้รู้ที่เข้าใจถึงเหตุและผล ฉะนั้นเมื่อกระทบจึงจมปลักอยู่กับอารมณ์นั้นๆ ส่วนผู้ที่ฉลาดแล้วจะไม่จมปลักอยู่กับอารมณ์ทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นอภิชฌาหรือโทมนัส แต่จะปล่อยให้ผ่านไป เพราะท่านรู้และยอมรับโดยสิ้นเชิงแล้วว่าชะตากรรมเปรียบเหมือนพายุที่เราห้ามไม่ได้เลยว่าจะไม่ให้เกิด โบราณจึงกล่าวว่า ฝนจะตก ฟ้าจะร้อง คนจะคลอด พระจะสึก ห้ามไม่ได้

เมื่อมาถึงตอนนี้ เรารู้แล้ว ว่าผู้รู้เป็นอย่างไร ผู้ฉลาดเป็นอย่างไร แล้วหลวงพ่อท่านก็เตือนมาว่า เราจงอย่าทอดทิ้งความเพียร ความเพียรเป็นหน้าที่ของเรา แต่เมื่อเพียรแล้วก็อย่าหวังผล เพราะการให้ผล เป็นหน้าที่ของกรรม ไม่ใช่เรา

โดย วยุรี [23 พ.ค. 2550 , 19:09:15 น.] ( IP = 58.9.142.162 : : )


  สลักธรรม 6

ประการสำคัญหลวงพ่อฝากบอกว่า อยากมีอนาคตที่ดี ดั่งเช่นที่เรากันว่าอธิษฐานกันว่า เมื่อถึงวันนั้น...เราจะขอไปหนุนตักพ่อ เราก็ต้องทำดีเสมอเพราะเมื่อกรรมดีมีกำลังก็จะส่งผลให้เป็นไปตามคำมั่นสัญญา เราจะได้ไปนั่งในที่ๆ พ่อของเราได้ถักเตรียมไว้ให้ด้วยใจของท่าน

และแล้วเมื่อจบท้ายในห้องนั่งเล่นแห่งความรักวันนี้ พวกเราก็ได้รับฟังเพลงๆหนึ่ง ซึ่งซึ้งใจมาก และเป็นเพลงที่พวกเราควรจะร้องให้หลวงพ่อได้รับฟัง

...เมื่อพ่อมองลงมาครั้งใด อยากให้พ่อชื่นใจที่ลูกเชื่อฟัง อดีตที่ผันผ่านไป วันวานอาจไม่ใส่ใจ ...แต่วันนี้ นาทีนี้ ลูกมีใจใหม่ ใจที่พ่อขัดเกลาจนใส ใจที่พ่อคอยเหนี่ยวคอยรั้ง ใจที่พร้อมจะแก้ไข เพียงเพื่อวันนั้น วันที่พ่อสุขใจ

*ได้ฟังมานานแสนนานว่าเรามีเพียงสองคนพ่อลูกที่พันผูกกันอยู่ในวังวน พ่อยอมสละแล้วทุกสิ่ง ลูกจะนิ่งอยู่ได้ฉันใด ต่อแต่นี้ต่อไป จะเป็นลูกคนใหม่ ลูกที่ทำให้พ่อสุขใจ

ทำได้ไหมคะ ?
เพราะคิดว่า พ่อคงจะสุขใจที่เมื่อถึงวันนั้น วันที่พวกเราได้คลอดอยู่บนผืนผ้าอ้อมที่ท่านถักเตรียมไว้ให้ด้วยใจที่เปี่ยมล้นด้วยความรักที่ท่านมีต่อพวกเรา ลูกๆ ทุกคน !

กราบแทบเท้าบูชาหลวงพ่อด้วยความระลึกถึงพระคุณยิ่ง


โดย วยุรี [23 พ.ค. 2550 , 19:25:28 น.] ( IP = 58.9.142.162 : : )


  สลักธรรม 7

กราบขอบพระคุณหลวงพ่อด้วยความเคารพค่ะ


"เมื่อวิบากส่งมาแล้วจะต้องยอมรับแบบผู้รู้ และปล่อยให้มันผ่านไปอย่างผู้ฉลาด" เป็นข้อเตือนใจที่ดีค่ะ เพื่อช่วยจิตใจจะได้ไม่จมปรักอยู่กับบาป จะต้องเป็นผู้รู้และผู้ฉลาดให้ได้

และลูกก็จะเพียรละบาป และเพียรในบุญกุศลให้มากกว่านี้ค่ะ เพื่อจะได้เป็นลูกที่ทำให้พ่อสุขใจ

ขอบพระคุณพี่วยุรีค่ะ ที่นำคำสอนมาฝากอีกครั้ง

โดย เซิ่น (เซิ่น) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [23 พ.ค. 2550 , 23:06:27 น.] ( IP = 58.8.48.137 : : )


  สลักธรรม 8


ยิ่งอ่านก็ยิ่งรู้สึกละอายใจตนเอง
เพียรหลายครั้งที่จะให้พ่อได้สุขใจ
แต่ก็เหมือนหัดตั้งไข่ ตั้งได้แป๊ปเดียวก็ล้ม กอปร์กับจิตที่ไม่กล้าแกร่งพอ จึงต้องพ่ายแพ้ต่อกิเลส

แต่หลวงพ่อก็ยังคงรักษาคำมั่นสัญญาอย่างไม่เสื่อมคลายเลยแม้แต่นิด

ได้เห็นซึ้งถึงความรักความห่วงใยที่หลวงพ่อมีต่อลูกๆ

สักวันหนึ่ง ลูกคนนี้ จะต้องทำให้พ่อได้สุขใจให้ได้ค่ะ

ขอนอบน้อมก้มกราบบูชาด้วยความรักและเคารพยิ่งค่ะ

โดย พี่ดา (พี่ดา) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [24 พ.ค. 2550 , 08:05:47 น.] ( IP = 124.121.173.237 : : )


  สลักธรรม 9


น้ำคำจากพ่ออบอุ่น อ่อนโยนและนุ่มนวลเหลือประมาณ


เณรจิ๋วอ่านแล้วก็รู้สึกเหมือนพี่ดาเลยว่า น่าละอายใจเหลือเกิน ที่ต้องให้พ่อคอยมาบอกคอยมาเตือนซ้ำแล้วซ้ำเล่า
เราเรียนรู้จากพ่อมาหลายต่อหลายครั้งว่า ทำอย่างไรจึงจะเป็น "ผู้รู้"ในวิบากและ"ผู้ฉลาด"ในการละคลายจากอารมณ์ทั้งหลาย
แต่ในที่สุด เมื่อเจอวิบากเข้ามากระทบ เราก็ลืมตัวลืมใจ ปล่อยให้กิเลสเข้าแก้ปัญหาเสียทุกทีไป

เมื่อเราไม่สามารถย้อนเวลากลับมาแก้ไขอะไรได้ และทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบันก็จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของอนาคต แม้เพียงนาทีหนึ่งของอกุศลก็ทำให้ชีวิตอัปปางได้ และในขณะเดียวกันเพียงเสี้ยววินาทีหนึ่งของกุศลก็มีค่ากับชีวิตมากมายเหลือเกิน


ลูกจะเพียรพยายามประคับประคองตัวเองให้อยู่ในกุศลต่อไปให้ได้ เพื่อวันหนึ่งในอนาคต ลูกจะได้มีโอกาสรับผ้าผืนนั้นที่พ่ออุตส่าห์ถักทอขึ้นด้วยใจจากพ่อด้วยมือของลูกเอง


กราบแทบเท้าหลวงพ่อด้วยความเคารพรักยิ่ง กราบขอบพระคุณอาจารย์ผู้ยอมเหนื่อยแบกคนโฑใส่น้ำมาให้กับพวกเราเสมอ และขอบพระคุณอาจารย์วยุรีที่ช่วยนำมาทบทวน สรุปและขยายความเป็นกระทู้ให้ได้อ่านโดยทั่วกัน

โดย เณรจิ๋ว (dong) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [24 พ.ค. 2550 , 14:21:35 น.] ( IP = 202.231.41.1 : : )


  สลักธรรม 10

ขอน้อมกราบขอบพระคุณในความเมตตาของหลวงพ่อ ด้วยความเคารพสักการะอย่างสูงค่ะ

รู้สึกละอายใจที่จะต้องเป็นลูกที่ยังบกพร่อง
และผิดพลาดกับความคิดในบ่อยๆครั้ง

โดยเฉพาะการจมปลักกับอารมณ์
คำสอนของหลวงพ่อจึงเป็นเครื่องขัดเกลา และเป็นเครื่องมือที่เป็นปัญญาอาวุธ
ที่ทำให้ความเห็นผิดชลอตัวและหยุดยั้งได้

ความรักและความเมตตาของหลวงพ่อ
กว้างใหญ่ยิ่งกว่าสิ่งใด มิอาจเทียบเทียมได้

และเป็นความรู้สึกที่กระทบใจครั้งใด
ย่อมทำให้ใจหวั่นไหว และสยบกับความดีในทุกครั้ง

อบอุ่นจริงๆนะคะ

แต่ก็นำมาระลึกเสมอว่า จะพยายามเป็นลูกที่ดี
และหมั่นสร้างชีวิตให้ดีขึ้น เพื่อให้พ่อสุขใจ ตามที่บทเพลงได้กล่าวขาน

ขอขอบพระคุณอาจารย์วยุรีเป็นอย่างสูงค่ะ
ที่นำธรรมะที่มีค่าจากหลวงพ่อมาฝากอย่างสม่ำเสมอ

โดย น้องอุ๊ (asomsopon) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [24 พ.ค. 2550 , 20:26:34 น.] ( IP = 125.24.55.237 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org