| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
สติ เป็นหัวใจของพระพุทธศาสนา (๑)
สลักธรรม 1
ความทุกข์ยากและความผิดหวัดเกิดขึ้นมากมายเพราะการขาดสติ
สติเป็นหัวใจของพระพุทธศาสนา
สติ คือ ความระลึกรู้สึกตัวแต่เพราะขาดสติจึงมีการกระทำในสิ่งที่ก่อให้เกิดความสูญเสียมาสู่ผู้คนมากมายทั้งในอดีตและปัจจุบัน จะเห็นว่าคนที่ติดคุกติดตะรางหรือต้องถูกประหารชีวิต เป็นเพราะเขาเหล่านั้นไม่มีสติในการกระทำปล่อยให้ชีวิตตกเป็นทาสของอารมณ์ คือ ความโลภ ความโกรธ และความหลง
สติจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ควรเร่งรีบฝึกฝนให้มีขึ้นกับตนเอง และเมื่อสามารถมีสติหยั่งรากลงในใจอย่างมั่นคงแล้ว สติจะไม่มีวันถูกถ่ายถอนออกไปได้ง่าย ๆ สติจะครอบครองความเป็นใหญ่ เรียกว่า สตินทรีย์
สติช่วยในกิจทั้งปวง เพราะสติสามารถนำและควบคุมทุกสิ่งทุกอย่างได้ โดย น้องกิ๊ฟ..... นำมาฝาก [24 พ.ค. 2550 , 18:49:22 น.] ( IP = 58.9.144.182 : : )
สลักธรรม 2
ทุกวันนี้มีข่าวสารมากมาย ที่สร้างความสับสนอลหม่านให้แก่ผู้อ่านและผู้ฟัง จนนำไปพิพากษ์วิจารณ์กันต่าง ๆ นานา และสิ่งที่คิดนั้นอาจเป็นเรื่องดีก็ได้ ไม่ดีก็ได้ แต่ล้วนเป็นเรื่องราวในอดีตทั้งสิ้น ชีวิตของคนเราจึงต้องอยู่กับปัจจุบัน มีนักปราชญ์ท่านหนึ่งกล่าวไว้ว่า
อย่ากังวลเรื่องที่ผิดเมื่อวันวาน
ช่วยคิดอ่านงานที่ทำในวันนี้
ทำอย่างไรจึงจะให้ถูกต้องดี
อย่าให้มีที่ติตำหนิเลย
ความหมายคือ อย่าไปกังวลเรื่องที่ผ่านมา แต่ต้องพยายามช่วยกันแก้ไขในสิ่งผิด หรืออย่างเพลงพระราชนิพนธ์ ความฝันอันสูงสุด ที่มีเนื้อเพลงท่อนหนึ่งว่า
.....จะแน่วแน่แก้ไขในสิ่งผิด จะรักชาติจนชีวิตเป็นผุยผง
จะยอมตายหมายให้เกียรติดำรง จะปิดทองหลังองค์พระปฏิมา
ไม่ท้อถอยคอยสร้างสิ่งที่ควร ไม่เรรวนพะว้าพะวังคิดกังขา
ไม่เคืองแค้นน้อยใจในโชคชะตา ไม่เสียดายชีวาถ้าสิ้นไป...
เนื้อความเหล่านี้กินความลึกซึ้งมาก หากเราทุกคนหันหน้าเข้าหากัน ปรับความรู้สึกที่ดี ๆ ให้แก่กัน ใครจะทำผิดก็ช่างเถิด เพราะว่าบาปบุญเป็นเรื่องส่วนตัว แต่ความดีความชั่วเราต้องสนใจเพราะเป็นเรื่องส่วนรวม
โดย น้องกิ๊ฟ นำมาฝาก [24 พ.ค. 2550 , 18:50:22 น.] ( IP = 58.9.144.182 : : )
สลักธรรม 3
ใครทำบาปไว้ เขาก็ต้องได้รับบาปนั้นเอง บาปนั้นต้องตามตอบสนองเขาอยู่แล้ว แต่ความดีความชั่วเป็นเรื่องส่วนรวมเราจึงควรจะช่วยกันแก้ไขและช่วยกันพยุงไว้ เพราะเราต่างก็เป็นคนไทย และนับถือพระพุทธศาสนา จึงไม่ควรพยาบาทหรือคิดปองร้ายกัน เพราะว่าชีวิตของแต่ละคนล้วนเหือดแห้งโหยไห้อยู่ในความทุกข์ทรมาน เราควรมีเมตตาจิตและกรุณาจิตต่อกันเพื่อให้สังคมดีขึ้น
ทางสายเดียวที่จะดำเนินไปด้วยความบริสุทธิ์ของสัตว์ทั้งหลาย เพื่อระงับความโศกเศร้า คร่ำครวญ ทำลายล้าง ความทุกข์โทมนัส และเป็นไปเพื่อความเห็นแจ้งในพระนิพพาน ทางสายนั้นคือการเจริญสติ เรียกว่า สติปัฏฐาน ๔
ความสำเร็จของชีวิตเป็นสิ่งที่ทุกคนปรารถนา ไม่ว่าจะเป็นความสำเร็จในหน้าที่การงาน การศึกษา หรือการมีครอบครัวที่ประสบแต่ความสุขความเจริญ
แต่ในความเป็นจริงแล้วมิอาจประสบความสำเร็จได้ทุกคนไป จึงเป็นสาเหตุให้เกิดความท้อแท้สิ้นหวัง ก่อให้เป็นความทุกข์ติดตามมาเพราะไม่รู้จักสร้างคุณธรรมให้เกิดขึ้นเป็นพื้นฐานของจิตใจเสียก่อน แต่เมื่อเราสร้างพื้นฐานของจิตใจด้วยคุณธรรมให้ดีขึ้นแล้วก็จะสามารถก้าวสู่การกระทำที่ดีต่อไปได้
คุณสมบัติเฉพาะตนจะนำไปสู่ความสำเร็จสมประสงค์ได้ดี ๔ อย่าง คือ
๑. ฉันทะ ต้องพอใจในสิ่งนั้น
๒. วิริยะ เพียรประคองในสิ่งนั้น
๓. จิตตะ เอาใจฝักใฝ่ในสิ่งนั้น
๔. วิมังสา หมั่นตรึกตรองพิจารณาหาเหตุผลในสิ่งนั้น
ผู้ใดก็ตามที่มีความเพียบพร้อมบริบูรณ์ในคุณสมบัติทั้งสี่นี้แล้ว จงมั่นใจเถิดว่าชีวิตจะพบกับความสำเร็จอย่างแน่นอน โดย น้องกิ๊ฟ..... นำมาฝาก [24 พ.ค. 2550 , 18:51:41 น.] ( IP = 58.9.144.182 : : )
สลักธรรม 4
เราทุกคนจึงต้องเริ่มฝึกฝนทางแห่งความมีสติตั้งแต่บัดนี้ด้วยความเพียรสุดความสามารถโดย ไม่ลังเล ไม่ท้อถอย ไม่น้อยใจ และไม่ไหวตาม
ไม่ลังเล หมายถึง ต้องมั่นใจว่าทำดีแล้วย่อมได้ดี และมั่นใจในการทำความดีนั้นโดยรู้ว่าในความเป็นไปของชีวิตต้องได้รับทั้งสิ่งดีและไม่ดี โดยต้องรู้จักว่าสิ่งที่ได้รับนั้นมีสาเหตุมาจากเหตุดีและเหตุไม่ดี จากเหตุไกลที่เป็นอดีตเหตุ
จึงต้องมีข้อสะกิดเตือนใจว่า ที่กระทบทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ว่า ที่กระทบคือวิบาก และที่กำลังกระทำคือกรรม ถ้าเป็นกุศลกรรมก็สร้างความเจริญให้กับผู้ทำ ถ้าเป็นอกุศลกรรมก็สร้างความหายนะให้กับผู้ทำ เพราะทุกสิ่งทุกอย่างใครทำใครได้จึงต้องไม่ท้อถอย ไม่น้อยใจ ไม่ไหวตาม และไม่ท้อแท้น้อยใจในโชคชะตา เพราะว่าไม่มีพรหมลิขิต แต่เราเป็นผู้ลิขิตทางเดินของเราเอง เราลิขิตมาตั้งแต่อดีตชาติแล้ว
ความสุขความทุกข์ที่เราได้รับสลับสับเปลี่ยนอยู่นี้เป็นผลของกรรมในอดีตเหตุที่ส่งมาให้จึงไม่ควรท้อถอย แต่ควรก้าวต่อไปข้างหน้า ดังที่มีคำกล่าวว่า หกล้มเพราะก้าวไปข้างหน้า ดีกว่ายืนเต๊ะท่าอยู่กับที่
โดย น้องกิ๊ฟ..... นำมาฝาก [24 พ.ค. 2550 , 18:53:11 น.] ( IP = 58.9.144.182 : : )
สลักธรรม 5
และต้องไม่น้อยใจ เพราะว่าความน้อยใจเป็นอกุศลจิต ทำให้ความเจริญไม่เกิดขึ้น ความน้อยใจเสียใจ และกลุ้มใจจะกลายมาเป็นกำลังบั่นทอนของชีวิต และต้องไม่ไหวตามไปกับกระแสคำพูด หรือกระแสความคิดของผู้อื่นที่ไม่ตรงต่อทางมรรคผลนิพพาน ทุกอย่างต้องคิดพิจารณาทบทวน ใคร่ครวญ และตัดสินว่าสิ่งเหล่านั้นเป็นไปอย่างไร และสิ่งที่จะต้องตัดสินมากที่สุดคือ ตัดสิ้นอารมณ์ของตนเอง เพราะเรามีชีวิตเนื่องด้วยผู้อื่นมามากแล้ว
การมีชีวิตเนื่องด้วยผู้อื่นเป็นทุกข์ยิ่งนัก จึงต้องพยายามก่อกำลังอันเข้มแข็งให้เกิดขึ้นในชีวิต โดยการใช้สติในชีวิตประจำวันให้มากที่สุด การมองข้ามสิ่งที่เกิดขึ้นจำเจเล็ก ๆ น้อยๆ เท่ากับเป็นการฝึกความคุ้นเคยกับการงานโดยขาดการพิจารณาอย่างรอบคอบ คือ ขาดสติควบคุม เมื่อถึงคราวที่เราจะต้องค้นคว้าด้วยการใช้สติเข้าไปกำหนด เช่น การกำหนดสติปัฏฐาน ความคุ้นเคยกับการงานที่ไม่เป็นระเบียบในเรือนใจ และขาดการพิจารณาอย่างถี่ถ้วน ก็จะเข้ามามีบทบาทกีดขวางการกำหนดนั้น ๆ เพราะเราไม่ได้ฝึกฝนเอาไว้
เราสามารถปลูกฝังสติได้โดยการฝึกฝนอย่างง่าย ๆ ด้วยการหยุดชะงักก่อนทำ ซึ่งเป็นลักษณะเดียวกับการกำหนดเป็นขณะที่จิตไม่ได้ตัดสินใจกระทำอะไรลงไปทันที แต่มีระยะเวลาสั้น ๆ เปิดโอกาสให้สติเข้ามามีบทบาทควบคุมจิต เพื่อชี้แนะการกระทำที่ถูกต้อง โดย น้องกิ๊ฟ..... นำมาฝาก [24 พ.ค. 2550 , 19:00:21 น.] ( IP = 58.9.144.182 : : )
สลักธรรม 6
เมื่อมีอารมณ์มากระทบ อย่าเพิ่งด่วนได้รีบตัดสินใจทันที ควรหยุดนิ่งสักนิดก่อน เพื่อให้สมาธิจิตเกิดสติขึ้นมา และขณะต่อ ๆ ไปสติจะสามารถเปลี่ยนสถานการณ์ให้ดีขึ้น
เช่น ขณะที่เรากำลังโกรธ ทำให้หยุดความรู้สึกนั้นสักนิดแล้วนับถอยหลัง ๑๐-๙-๘-๗-๖-๕-๔-๓-๒-๑ เท่ากับชะลออุณหภูมิความร้อนของโทสะลงไปได้บ้าง
เพราะสามารถเอาชนะต่อแรงกระตุ้นของอาสวะกิเลส และการหยุดชะงักก่อนทำนี้ คือ การหยุดเพื่อให้มีเวลาพอที่จะตัดสินใจอย่างรอบคอบขึ้น การกระทำที่เกิดขึ้นตามมาไม่ว่าจะเป็นทางกาย หรือทางวาจาจะสามารถลดการเกิดอกุศลจิตลงได้
และถ้าเราฝึกฝนจนเป็นนิสัย การหยุดชะลอนี้จะเป็นอาวุธที่มีประสิทธิภาพต่อความหุนหันพลันแล่น ทำให้เกิดการรู้จักหยุดยั้ง รู้จักช้าลงไปจนกระทั่งรู้จักเลิกได้ ทำให้ปฏิกิริยาที่ไม่พึงปรารถนาไม่มีโอกาสเกิดขึ้นได้บ่อยครั้งดังแต่ก่อน
การหยุดชะงักให้เวลาแก่ตนเองเพื่อคิดทบทวนว่า ในสถานการณ์นั้น ๆ การกระทำก็ดี การพูดก็ดี หรือการคิดต่าง ๆ ก็ดีเป็นสิ่งจำเป็นหรือไม่ ควรทำหรือไม่ควรทำ เป็นเรื่องที่ควรฝึกฝน เพราะจะช่วยให้เราสามารถหลีกเลี่ยงจากความทุกข์และความหายนะได้
ความวุ่นวายหรือความยุ่งเหยิง จะสามารถชะลอและหยุดอยู่ได้ ดังคำที่ว่า คิดให้ดีก่อนทำ ควรให้โอกาสกับจิตเพื่อสำรวจสิ่งต่าง ๆ ให้นานและกว้างขวางขึ้น เพื่อยับยั้งแรงเร้าของชีวิตที่ว่า ขอทำให้ได้ ฉิบหายช่างมัน
โปรดติดตามตอนต่อไป ![]()
โดย น้องกิ๊ฟ..... นำมาฝาก [24 พ.ค. 2550 , 19:01:04 น.] ( IP = 58.9.144.182 : : )
สลักธรรม 7"สติ เป็นหัวใจของพระพุทธศาสนา" จึงต้องฝึกฝนจิตให้การกระทำสิ่งต่างๆ ด้วยความมีสติ
ขอบพระคุณค่ะโดย เซิ่น (เซิ่น) [24 พ.ค. 2550 , 23:06:58 น.] ( IP = 58.8.44.212 : : )
สลักธรรม 8
สติเท่านั้นที่จะช่วยได้
ขอบพระคุณมากค่ะโดย พี่ดา (พี่ดา) [25 พ.ค. 2550 , 09:38:06 น.] ( IP = 124.121.173.36 : : )
สลักธรรม 9เยี่ยม จิง ๆ คับ เป็นหัวใจจิงๆ เยย
โดย น้อง บู (jringna) [25 พ.ค. 2550 , 15:40:59 น.] ( IP = 58.9.171.150 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |