มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


สติ เป็นหัวใจของพระพุทธศาสนา (๒)








สติ เป็นหัวใจของพระพุทธศาสนา (๒)
จากรายการ หันหน้าเข้าวัด โดย บุษกร เมธางกูร
(ออกอากาศวันที่ ๒ มีนาคม ๒๕๔๓)

ตอนที่ผ่านมา

คำว่า สติ นอกจากจะสามารถหยุดชะงักความวุ่นวายได้แล้ว ยังสอนให้เราเผชิญหน้ากับปัจจุบันได้ โดยไม่ต้องพยายามหลีกหนีเข้าไปอยู่ในความคิดที่เกี่ยวกับอดีต และอนาคต เพราะอดีตคือความปด อนาคตคือความฝัน แต่ปัจจุบันคือความจริง เรื่องของอดีตและอนาคตไม่ใช่เรื่องที่จะต้องนำมากำหนด แต่เป็นเพียงเรื่องที่ใช้สำหรับพิจารณาไตร่ตรอง เพื่อนำมาเป็นบทเรียนเท่านั้น

ถ้าหากเราให้ความสำคัญกับเรื่องของอดีตและอนาคตมากกว่าปัจจุบัน ความฟุ้งซ่านจะเป็นศัตรูสำคัญของสติ ชีวิตของเราได้สูญเสียพลังงานไปมากมายเหลือเกิน โดยเฉพาะการสูญเสียไปกับความคิดถึงอดีตที่ไร้ประโยชน์

ผลเสียที่ตามมาก็คือ ความเศร้าโศกเสียใจอย่างไร้สาระในความผิดพลาดที่ผ่านไป ตอนเกิดเรื่องนั้นก็เสียใจไปครั้งหนึ่งแล้ว และเก็บเอามาคิดอีกก็เสียใจอีก จิตก็เป็นอกุศลอยู่เรื่อยไป ด้วยการคิดหรือการพูดเพ้อเจ้อไร้สาระซ้ำซากในเรื่องเก่า ๆ ในเรื่องความฝันหรือความนึกคิดไปในเรื่องอนาคต ความหวังลม ๆ แล้ง ๆ ความกลัว ที่ไม่มีเหตุผล และความวิตกกังวลอย่างไร้ประโยชน์

โดย น้องกิ๊ฟ นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [25 พ.ค. 2550 , 13:04:20 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1



ทั้งหมดทั้งมวลนี้ เป็นสาเหตุของความเศร้าโศกเสียใจ และความผิดหวัง แต่เรายังมีโอกาสที่จะหลีกเลี่ยง และสามารถขจัดออกไปจากชีวิตได้ ด้วยการรู้จักความมีสติ สติจะนำอิสรภาพอันมีคุณค่ายิ่งกลับมาให้กับเรา เพราะสติสามารถตัดความผูกพันที่มนุษย์มีอยู่กับอดีตได้

สติ จะช่วยยังยั้งมนุษย์ให้หยุดพันธนาการตนเองไว้กับความคิดอันเพ้อฝัน ความกลัว และความหวังต่อเหตุการณ์ที่คิดเอาเองในอนาคต ทุกวันนี้เราจะเห็นว่า เรื่องที่นำมาวิพากษ์วิจารณ์กันก็คือเรื่องของอดีต ส่วนเรื่องที่ถกเถียงเพื่อแก้ไขป้องกันโดยการวางแผนก็คือ เรื่องของอนาคต แต่จริง ๆ แล้วท่านลองคิดดูสักนิดว่า สุขทุกข์เกิดขึ้นที่ไหน เกิดขึ้นที่ปัจจุบัน ความรู้สึกหิวก็เกิดขึ้นที่ปัจจุบัน

เพราะฉะนั้นปัจจุบันจึงมีความสำคัญมาก ผู้ใหญ่จึงบอกว่า ทำปัจจุบันให้ดีที่สุด แล้วอนาคตจะดีเอง แต่บางครั้งจำเป็นจะต้องวางแผนหรือวางนโยบายในอนาคตไว้ โดยมีหน้าที่ไตร่ตรองวางระเบียบในเรือนใจ วางทิศทางของชีวิต เมื่อกำหนดทิศทางของชีวิตแล้วก็อยู่กับปัจจุบันให้ดีที่สุด ไม่ใช่มัวแต่คิดเรื่องของอนาคตแต่ไม่ได้ทำปัจจุบันอย่างนี้ไม่ถูกต้อง

โดย น้องกิ๊ฟ ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [25 พ.ค. 2550 , 13:05:19 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 2



ในชีวิตของบางคนอาจจะเรียนรู้สภาวะของความจริงมาบ้างแล้ว การที่แต่ละท่านสามารถมีสติอยู่กับปัจจุบันได้ จุดหมาย คือ ความพ้นทุกข์ เพราะอดีตกับอนาคตเปรียบเสมือนสิ่งที่รังควาญชีวิตจิตใจ แต่ถ้าผู้ใดรู้แล้วไม่ปฏิบัติตามความรู้นั้นผู้นั้นก็ได้ชื่อว่า เป็นผู้รู้แต่ไม่สมบูรณ์

นอกจากหลักในการหยุดยั้งการกระทำนี้แล้ว ยังต้องฝึกฝนตนเองให้เป็นผู้มีระเบียบในเรือนใจให้ถูกต้อง การมีระเบียบในเรือนใจ หมายถึง การสะสางงานต่าง ๆ ให้ถูกต้องเป็นระเบียบ เช่นกระทำอะไรก็ให้มีสติ ทำให้เสร็จสิ้นไปทีละอย่าง อย่าด่วนได้จนเสียระเบียบสภาพความเป็นจริงไป

ขอยกตัวอย่างว่า เมื่อมีงานที่จะต้องทำ เช่น รับประทานอาหาร ก็ควรจะมีสติกำหนดรู้อยู่กับหน้าที่ในการรับประทานอาหารนั้น ไม่ควรรับประทานไปพูดไป หรืออ่านหนังสือพิมพ์ไปพลาง ชีวิตของคนเรารีบเร่งมาก ชีวิตต้องแข่งกับเวลาเสมอ แต่เราทำอะไรหรือแข่งกับอะไรก็แล้วแต่ ในที่สุดจุดสุดท้ายคือ ความตาย และชีวิตภายหลังความตายคือการเริ่มต้นชีวิตใหม่อีกแล้ว

โดย น้องกิ๊ฟ ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [25 พ.ค. 2550 , 13:05:54 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 3



หากเราสามารถปรับปรุงระเบียบให้เกิดขึ้นภายในจิตใจของเราได้ เมื่อถึงเวลาที่เราจะถ่ายถอนความไม่มีสาระแก่นสารออกไปจากชีวิตก็จะง่ายขึ้น และเป็นระเบียบขึ้น เปรียบเสมือนบ้านที่จัดไว้เป็นระเบียบดีแล้ว เมื่อถึงคราวที่จะหยิบยืม หรือหาสิ่งของออกมาใช้ หรือจะกำจัดออกไปก็จะทำได้อย่างสะดวกรวดเร็วกว่าบ้านที่ไม่เคยจัดให้เป็นระเบียบ

นอกจากการมีระเบียบในเรือนใจแล้ว สติยังช่วยขจัดความฟุ้งซ่านได้ เพราะการที่เรามีจิตใจตั้งมั่นโดยมีสติเข้าประกอบหรือเข้าประคองชีวิตให้จดจ่ออยู่กับหน้าที่ จิตจะมีพลังงานมาก แต่ถ้าหากไม่มีระเบียบในเรือนใจ ความฟุ้งซ่านความวุ่นวายจะมีมาก เพราะการทำงานของจิตไม่เคยถูกควบคุมไว้ด้วยความมีระเบียบ ความโลภ ความโกรธ และความหลงจึงมีอิทธิพลทำให้เกิดความนึกคิดไปในอารมณ์ต่าง ๆ ได้สารพัด

เช่น ถ้าไม่มีระเบียบในการรับประทานอาหาร ขาดสติคอยควบคุมรับประทานอาหารไปอ่านหนังสือไป บางคนก็พอใจในเนื้อหาเหล่านั้น บางครั้งสร้างภาพพจน์โดยคิดจินตนาการเองบ้าง บางคนไม่พอใจในเนื้อหาสาระที่ตนได้อ่าน ก็เกิดความขุ่นมัวขึ้นในจิตใจ สิ่งนี้เกิดขึ้นเพราะการขาดระเบียบในเรือนใจ

โดย น้องกิ๊ฟ ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [25 พ.ค. 2550 , 13:06:31 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 4



ความพอใจเป็นโลภะ ความไม่พอใจเป็นโทสะ เราไม่เคยนึกคิดเลยว่า มีโลภะ และโทสะ เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา เมื่อศึกษาแล้วว่าโลภ โกรธ หลง หรือกิเลสเป็นเหตุเป็นพืชเชื้ออันสำคัญ ทำให้เราต้องมีการเวียนว่ายตายเกิด ซึ่งเราจะเห็นได้จากการกระทำในแต่ละวันของเราไม่เคยมีการตัดการเกิดเลย มีแต่สร้างการเกิดอยู่ตลอดเวลา จึงเป็นเหตุให้มีชาติหน้า และชาติต่อ ๆ ไป

การเวียนว่ายตายเกิดอันยาวนานในสังสารวัฏ ทำให้เราการอบรมสั่งสมถักสานความเคยชินกับโลภ โกรธ และหลงอย่างหนาแน่น ด้วยสัญชาตญาณแห่งการตอบสนองสิ่งเร้าทั้งที่เป็นประโยชน์และเป็นโทษ และยังสั่งสมอคติแห่งอารมณ์ที่ไม่เคยถูกซักถามถึงเหตุผล จึงเป็นต้นเหตุให้เกิดความยุ่งเหยิงในจิตใจมากมาย

เราจะสามารถแก้ไขความยิ่งเหยิงไม่มีระเบียบนี้ได้ โดยจะต้องเริ่มต้นสร้างระเบียบให้เกิดขึ้นในใจอย่างตรงแบบแผน และการฝึกเรียกชื่อหรือความหมายของชื่อให้ถูกต้องว่า ชื่อนั้น ๆ ดีหรือชั่วให้ผลอย่างไร ซึ่งเป็นแนวทางแห่งความมีสติเช่นกัน

โดย น้องกิ๊ฟดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [25 พ.ค. 2550 , 13:06:55 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 5



การเรียกชื่อหรือการรู้จักความหมายของชื่อนั้น ๆ เท่ากับเป็นการรู้จักแขกที่มาเยือนบ้านของเรา บ้านองเรานี้เปรียบเสมือนจิตใจ จะได้รู้ว่าคนใดควรต้อนรับ คนใดควรหลีกหนีหรือกีดกันไม่ให้มาสู่บ้านเราได้ ตัวอย่างเช่น เมื่อมีอารมณ์โกรธเคืองขึ้น ต้องรู้ตัวว่าขณะนี้โทสะมาเยือนจิตใจของเราแล้ว

ความหมายของโทสะคือ ความไม่สบายใจ ความรำคาญใจ และให้ผลคือ ทำให้จิตใจหดหู่เศร้าหมองเป็นอกุศลจิต

หรือเมื่อเวลาใดเกิดความปีติขึ้น ต้องรู้จักว่าให้ผลอย่างไร เช่น จิตเป็นกุศล ก็เท่ากับรู้คุณภาพการงานของจิตที่ถูกปรุงแต่งอย่างถูกต้อง และเป็นการฝึกให้เกิดผลดีต่อผู้ปฏิบัติอย่างมาก ช่วยทำให้ไม่ฝักใฝ่ ไม่ลุ่มหลง ไม่เพลิดเพลินไปในอารมณ์ที่เป็นฝ่ายไม่ดี และไม่มีประโยชน์ เป็นการพัฒนาสติให้เกิดขึ้นรวดเร็ว

การเรียกชื่อต่าง ๆ การรู้คุณสมบัติของชื่อนั้น ๆ เป็นความสำคัญ และเป็นการกระทำที่ถูกต้อง ไม่ใช่เป็นการหลบหนีหรือซ่อนเร้น แต่เป็นการฝึกจิตใจให้กล้าเผชิญหน้าด้วยความเข้าใจที่ถูกต้อง และเป็นการเผชิญหน้าอย่างมีเหตุผลกับการกำจัดในสิ่งที่เรารู้ดีว่า ดีหรือชั่ว ให้ผลอย่างไร ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นคนที่รู้จักคิดถูกนั่นเอง

โปรดติดตามตอนต่อไป


โดย น้องกิ๊ฟ ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [25 พ.ค. 2550 , 13:07:33 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 6

การมีระเบียบในเรือนใจและการเรียกชื่อต่าง ๆ การรู้คุณสมบัติของชื่อนั้น ๆ ...เป็นวิธีที่ช่วยในการฝึกสติ จะได้ไม่ฟุ้งไปในเรื่องราวต่างๆ

ขอบคุณน้องกิ๊ฟมากค่ะ ที่นำมาฝาก

โดย เซิ่น (เซิ่น) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [25 พ.ค. 2550 , 17:36:54 น.] ( IP = 203.146.147.13 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org