มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


สติ เป็นหัวใจของพระพุทธศาสนา (๓










สติ เป็นหัวใจของพระพุทธศาสนา (๓)
จากรายการ หันหน้าเข้าวัด โดย บุษกร เมธางกูร
(ออกอากาศวันที่ ๒ มีนาคม ๒๕๔๓)

ตอนที่ผ่านมา

การมีสติควบคุมการคิดจะทำให้การกระทำทางกายวาจา มีความถูกต้อง ติดตามไปด้วยหรือพลอยดีไปด้วยนั่นเอง เพราะสติเป็นกุศลอันทรงพลังยิ่งใหญ่

ดังนั้น เราต้องไม่ประมาท ต้องหมั่นฝึกฝนสติ เมื่อสติเป็นเครื่องรักษาใจ เราจึงต้องมีหลักในการรักษาใจ คือ

๑. ต้องมีสติรักษาใจ อย่าให้หลงใหลในธรรมที่เป็นที่ตั้งแห่งความกำหนัด หรือที่เรียกว่า “กามฉันทะ” นั่นเอง
๒. ต้องมีสติรักษรใจ อย่าขัดเคืองในธรรมที่เป็นที่ตั้งแห่งความขัดเคือง
๓. ต้องมีสติรักษาใจ อย่าให้หลงใหลในธรรมที่เป็นที่ตั้งแห่งความหลง
๔. ต้องมีสติรักษาใจ อย่าให้หลงใหลมัวเมาในธรรมะที่เป็นที่ตั้งแห่งความมัวเมา

หลักทั้ง ๔ ข้อนี้อาจจะทำให้เกิดความรู้สึกว่า ค่อนข้างจะปฏิบัติยาก เพราะในชีวิตของคนเรา รุมเร้าไปด้วยวัตถุนิยมต่าง ๆ อันเป็นเครื่องล่อกิเลสตัณหาที่มีอยู่มากมาย เช่น การสื่อสารที่ไร้พรมแดน การติดต่อสื่อสารโดยทางทีวี หรือทางอินเตอร์เน็ต เราจึงต้องมีหลักเกณฑ์เพื่อควบคุมอารมณ์ต่าง ๆ ไว้ให้เกิดสติอยู่เสมอ โดยรักษาตนเองด้วยวิธีการหลีกเว้นสิ่งที่ต่ำทราม อะไรที่เป็นสิ่งเลวทราม เราต้องพยายามหลีกเร้นต้องพยายามตั้งใจรักษาคุณงามความดียิ่งกว่ารักษาชีวิต ยอมเสียชีวิตดีกว่าผิดศีล เพราะการผิดศีล เป็นที่ไปของอบายภูมิ

โดย น้องกิ๊ฟ นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [28 พ.ค. 2550 , 09:04:49 น.] ( IP = 58.9.98.139 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 1



ฉันทะ คือความพอใจ ฉันทะจะมีได้ก็ต่อเมื่อรู้คุณค่าอย่างแน่นอนชัดเจนว่าความยิ่งใหญ่จะมีอยู่ในความสงบและความสงบมีอยู่ได้ด้วยความมีสติ คนที่ยิ่งใหญ่หรือมีคุณค่าของชีวิตที่ยิ่งใหญ่จริง ๆ นั้นต้องไม่พูดปด เช่น ปฏิญาณตนว่าจะไม่เสพสุรายาเมา เมื่อมีความตั้งใจเกิดขึ้นก็เท่ากับเราได้ปลูกฝังสติให้เกิดขึ้นแล้ว และต้องคิดก่อนพูดว่าจำเป็นหรือไม่

ทุกอย่างเป็นที่เรา เกิดขึ้นที่เรา ได้รับที่เราแน่นอน การกระทำเช่นนี้จะทำให้ชีวิตของเราเป็นชีวิตที่งามได้ คนเราจะเจริญก้าวหน้าได้ดีนั้นก็ต้องอาศัยธรรมเป็นเครื่องประกอบชีวิต

สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสแก่คนบางคนในบางแห่ง ธรรมะเท่านั้นเป็นเครื่องตัดสินคนเราได้ว่าใครดีใครชั่ว ผู้ใดมีธรรมเป็นเครื่องคุ้มครองจิตใจ เรียกได้ว่าเป็นคนดี ผู้ไม่มีธรรมะเป็นเครื่องคุ้มครองจิตใจ เรียกได้ว่าเป็นคนไม่ดี

โดย น้องกิ๊ฟ ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [28 พ.ค. 2550 , 09:06:07 น.] ( IP = 58.9.98.139 : : )


  สลักธรรม 2



หลักการสร้างความเจริญให้กับชีวิตเป็นเรื่องสำคัญ เพราะจะได้เป็นคนดี คำว่า คนดี ในภาษาบาลีเรียกว่า สัตบุรุษ หรือสัปบุรุษ แปลว่า คนดี หรือคนสงบ ไม่วุ่นวาย ไม่ยุ่ง เป็นผู้ไม่ก่อความเดือดร้อนแก่ใคร ๆ ธรรมะอันเป็นหลักคุ้มครองจิตใจของสัตบุรุษนี้มีหลายประการด้วยกัน

และธรรมะที่เป็นกำลังสำคัญที่จะต้านสิ่งชั่วร้าย หรือเปรียบได้ว่าเป็นกำลังภายใน ที่จะให้บุคคลนั้นมีชีวิตที่ดีและสมบูรณ์ราบรื่นได้ ต้องอาศัยธรรมะ ๕ ประการ คือ

๑. ศรัทธา คือความเชื่อ

เราต้องปลูกฝังความเชื่อให้เกิดขึ้นในใจของเรา ไม่ว่าเรื่องอะไรที่ได้รับมอบหมายให้กระทำ ต้องบอกตัวเองว่า เราต้องทำให้ได้ ต้องปลูกฝังความมั่นใจให้ได้ตลอดเวลา เพราะว่าเรามีกรรมเป็นของตน เรามีกรรมเป็นทายาท เรามีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์ มีความศรัทธา เชื่อเหตุว่าทำเหตุอย่างไรต้องได้รับผลอย่างนั้น ผลทั้งหลายย่อมไหลมาแต่เหตุ ตั้งแต่เรื่องเล็กน้อยไปจนถึงเรื่องใหญ่ ก่อนที่จะทำอะไรเราต้องพูดกับตนเอง หรืออาจเรียกว่าเป็นคาถาปลุกใจตนเองไว้บ่อย ๆ ว่า เราต้องทำให้ได้ เพราะเรามีความสามารถทำได้เมื่อคนอื่นทำได้ เราก็ต้องทำได้ การเตือนตนเองบ่อย ๆ อย่างนี้เป็นการสร้างกำลังใจให้เกิดขึ้น

โดย น้องกิ๊ฟ ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [28 พ.ค. 2550 , 09:07:16 น.] ( IP = 58.9.98.139 : : )


  สลักธรรม 3



๒. วิริยะ คือ ความเพียร

ศรัทธากับวิริยะนั้น สอดคล้องกัน เมื่อเรามีความเชื่อแล้วว่าทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เมื่อมีศรัทธาคือกำลังใจเป็นสิ่งสำคัญแล้ว เราต้องมีความเพียร ดังพระบาลีที่ว่า “วิริเยน ทุกฺขมจฺเจติ” คนจะพ้นทุกข์ได้เพราะความเพียร หรือคาถาที่พระมหาชนกกล่าวว่า เกิดเป็นคนต้องทำเรื่อยไป จนกว่าจะถึงจุดหมายปลายทาง

คาถานี้ดีมากสำหรับเราทั้งหลายที่ควรจะนำมาบอกตนเองไว้บ่อย ๆ แต่ความเพียรนั้นเป็นดาบ ๒ คม จะเป็นไปในทางที่ดีก็ได้ เป็นไปในทางเสียก็ได้ เราจึงควรเพียรหลีกละสิ่งชั่ว และเพียรทำในสิ่งที่ดีเป็นประโยชน์แก่ส่วนตัวและส่วนรวม

การที่เราจะมีความเพียรได้นั้น เราจะต้องมีจุดมุ่งหมายในชีวิตเสียก่อน จุดมุ่งหมายในชีวิตเป็นเรื่องสำคัญ ทางพระพุทธศาสนาสอนชาวพุทธให้มีจุดมุ่งหมายในชีวิต คือ มีเป้าหมาย เรียกว่า มีเข็มทิศของชีวิต เมื่อเรามีจุดมุ่งหมายแล้วต้องคิดต่อว่าต่อไปเราจะทำอย่างไรจึงจะไปสู่จุดมุ่งหมายนั้น

และเมื่อรู้ว่าเราควรทำอย่างไรแล้ว ก็ต้องทำด้วยความเพียร ไม่ท้อถอยไม่ล้มเลิกในสิ่งที่เราตั้งใจ บุคคลผู้มีความเพียรย่อมไม่กลัวต่ออุปสรรคความยากลำบาก แต่ขอบอกว่า ให้ตั้งจุดมุ่งหมายไว้ในทางที่ดีงาม อย่าตั้งจุดมุ่งหมายในทิศทางที่ก่อให้เกิดความวุ่นวายกับใคร ๆ ถ้าผู้ใดมีความคิดเช่นนี้ จะได้ชื่อว่าเป็นผู้มีความเพียรมาก รับรองได้เลยว่า ชีวิตจะรุ่งโรจน์ในงานที่ตนกระทำ สมดังความตั้งใจไว้เพราะความเพียร

โดย น้องกิ๊ฟ ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [28 พ.ค. 2550 , 09:07:39 น.] ( IP = 58.9.98.139 : : )


  สลักธรรม 4



๓. สติ คือ ความระลึกได้

หมายถึง การนึกได้อยู่เสมอที่จะต้องจัดการเรื่องที่เราต้องทำ สติจึงเป็นเรื่องที่สำคัญ คนไทยมีคำพูดอยู่คำหนึ่งว่า ไปไหนอย่านั่งนาน การงานมีให้เร่งคิด คือให้คิดถึงงาน ให้นึกถึงเรื่องที่เราจะต้องจัดการ จัดทำ คนที่มีสติจะไม่หลงเพลิดเพลินในสิ่งต่าง ๆ บางคนเล่นจนลืมงาน สนุกจนลืมงานเพราะขาดสติ ไม่มีความสำนึกในเรื่องที่จะต้องจัดทำ และไม่มีความตรงต่อเวลาในเรื่องที่ตนเองจะต้องปฏิบัติในหน้าที่นั้น ๆ เพราะลืมนึกถึงเวลา

พระพุทธองค์ทรงเตือนให้เราคิดทุกวันว่า เวลาล่วงไปล่วงไป บัดนี้เราทำอะไรอยู่ การที่เรามีโอกาสเตือนตนให้นึกถึงเวลา เท่ากับมีสติคอยเตือนตนอยู่ตลอดว่า เวลาผ่านไปเอากลับคืนมาไม่ได้ เราจะต้องใช้เวลาทุกวินาทีให้เกิดประโยชน์กับชีวิต ถ้าเรามีความรู้สึกตัวอย่างนี้ตลอดเวลา เรียกได้ว่า เป็นคนมีสติที่ดีและมีสติที่ค่อนข้างสมบูรณ์ขึ้น คนมีสติย่อมไม่ผิดพลาด ไม่ขาดประโยชน์ที่ตนเองพึงมีพึงได้ จะรุดหน้าเรื่อยไป ในการงานของชีวิต

โดย น้องกิ๊ฟ ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [28 พ.ค. 2550 , 09:07:56 น.] ( IP = 58.9.98.139 : : )


  สลักธรรม 5



๔. สมาธิ คือ การตั้งมั่น

เมื่อมีสติแล้วจะต้องมีสมาธิ คือการตั้งมั่นสำรวมใจให้แน่วแน่ คนเราต้องหมั่นฝึกฝนสมาธิไว้บ้าง เพราะเป็นสิ่งที่จำเป็นในการปฏิบัติงานทุกอย่าง ถ้าเรามีสมาธิแล้ว สิ่งที่จะพูดหรือสิ่งที่ทำจะแสดงออกมาอย่างเรียบร้อย ดูดีและถูกต้องไปทั้งหมด องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสว่า “ผู้ที่มีจิตเป็นสมาธิ ย่อมนึกคิดให้รู้แจ้งเห็นจริงได้ง่าย”

๕. ปัญญา คือ ความรู้ความเข้าใจ

ปัญญาเป็นกำลังภายในที่สำคัญ หมายถึง ความรู้ความเข้าใจในเรื่องต่าง ๆ อันเกิดเนื่องมาจากการศึกษา การฟัง การอ่าน และการคิดค้นเมื่อเราพบกับปัญหา เราต้องใช้ปัญญาเป็นเครื่องตัดสิน และชีวิตของเรานั้นจะต้องมีอุดมการณ์ว่า เราอยู่และมีชีวิตเพื่อการศึกษา ผู้ที่ว่างเว้นหรือหยุดจากการศึกษาแล้วมีเพียงบุคคลเดียวคือ พระอเสขบุคคล

โดย น้องกิ๊ฟ ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [28 พ.ค. 2550 , 09:08:27 น.] ( IP = 58.9.98.139 : : )


  สลักธรรม 6



เพราะฉะนั้น คนฉลาดที่เป็นพหูสูตต่างหาความรู้ความฉลาดใส่จิตตนเอง แต่คนโง่นั้นใช้เวลาว่างหาของใส่ท้อง ไม่ได้ใส่จิต พวกเราจึงต้องหาความฉลาดใส่ตนเองบ้าง ไปในที่ใดควรให้มีความรู้ติดกลับมาบ้าง ไปเที่ยวก็เพื่อการศึกษา หรือจะไปทำอะไรก็ต้องมีเป้าหมายเพื่อการศึกษาหาความรู้บ้าง อย่าไปเฉย ๆ แม้จะนั่งคุยอยู่กับเพื่อก็ควรจะคุยให้เกิดความรู้ สนทนากันในเรื่องความรู้ ให้เกิดปัญญาโดยเฉพาะความรู้ที่ดีที่สุดคือ ความรู้เรื่องตนเองว่า เราเกิดมาจากไหน เกิดมาเพราะอะไร ทำไมจึงต้องเกิดมา สุขทุกข์ที่มีอยู่ในชีวิตนั้นมากจากไหน

ตามหลักของพระพุทธศาสนา ผู้ใดที่มีกำลัง ๕ ประการ คือ ศรัทธา วิริยะ สติ สมาธิ และปัญญา เราเรียกผู้นั้นว่า เป็นผู้มีกำลังภายในเป็นพื้นฐานที่จะก้าวหน้าต่อไปในชีวิต

เราทั้งหลายจะต้องเป็นผู้มีวินัย สติ และปัญญา เพราะว่าถ้าหากเราปล่อยชีวิตไปเรื่อย ๆ โดยไม่คิดอย่างแยบคายก็เรียกได้ว่าสูญเปล่า เพราะว่าทุกชีวิตไม่ว่าจะเป็นใคร ต่างรักและหวงแหนชีวิตกันทั้งนั้น เราจึงควรจะมีหลักไว้เป็นเครื่องค้ำจุนชีวิต โดยขอยกกลอนขึ้นมาบทหนึ่งว่า

โดย น้องกิ๊ฟ ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [28 พ.ค. 2550 , 09:08:43 น.] ( IP = 58.9.98.139 : : )


  สลักธรรม 7



อันชีวิตจะดีมีค่าถูก...................................จงอย่าผูกอย่าสานงานตัณหา
เพราะชีวิตต่างคนต่างเกิดมา.....................ทุกข์นำพาเร่งเร้าเข้าประดัง
จงรีบหาทางแก้อย่างแพ้พ่าย......................กลอุบายของตัณหาพาให้หลง
จงรีบเดินตามทางพระพุทธองค์................สติคงปัจจุบันไม่หวั่นเกรง
มีชีวิตคละเคล้าเหล่าตัณหา.......................ก็จะพาให้ทุกข์ไม่สุขศรี
หมั่นประกอบการกระทำกรรมที่ดี............ชีวิตนี้ไม่รอท่าช้าเป็นภัย
อันตัณหาลวงล่อให้ก่อเกิด........................ตรองดูเถิดจับสิ่งชั่วตัวตัณหา
ถ้าจับเป็นก็จะเห็นอนัตต..........................ว่าตัณหามันเป็นของให้หมองใจ
การก้าวไปในชีวิตรับคิดสร้าง...................และปล่อยวางละกิเลสเหตุมัวหมอง
ฝึกสติให้อยู่ในครองครอง.........................อย่ามัวหมองมิอาจย่ำมากล้ำกราย
คิดก่อนพูดทุกครั้งยั้งกิเลส........................ปฏิเสธโทสะผละให้หาย
อย่าทำไปโดยให้สติคลาย..........................เป็นผลร้ายรุนแรงแจ้งไว้เทอญ

นี่คือสิ่งที่นำมาผูกเป็นคำกลอนเพื่อให้เราเห็นคุณค่าของสติ เพราะการขาดสติจะทำให้เรามีแต่ความทุกข์ และมีแต่ธรรมะเท่านั้นที่จะทำให้เราเป็นผู้สงบผู้เจริญได้

โดย น้องกิ๊ฟ ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [28 พ.ค. 2550 , 09:09:05 น.] ( IP = 58.9.98.139 : : )


  สลักธรรม 8



นี่คือสิ่งที่นำมาผูกเป็นคำกลอนเพื่อให้เราเห็นคุณค่าของสติ เพราะการขาดสติจะทำให้เรามีแต่ความทุกข์ และมีแต่ธรรมะเท่านั้นที่จะทำให้เราเป็นผู้สงบผู้เจริญได้

ไม่มีกุหลาบใดที่ปราศจากหนามเช่นเดียวกันกับชีวิตที่ไม่ราบเรียบเสมอไป ต้องมีขรุขระอยู่ตลอดเวลา ความหอมของกุหลาบนั้นมีอยู่ แต่หนามก็มีอยู่ด้วย และที่สำคัญ คำพูดที่ใหญ่โตมักไม่เป็นไปกับการกระทำกรรมที่ดี

ฉะนั้น การกระทำที่เป็นผลงานสำคัญเราจึงต้องคิดพิจารณา ทบทวน ใคร่ครวญแล้วค่อยตัดสินอย่างรอบคอบ ทุกคนควรจะมีเมตตาจิตซึ่งกันและกัน หยุดนินทาว่าร้ายวิพากษ์วิจารณ์กันเสียที และมาร่วมกันแก้ไขให้ความรักเกิดขึ้นในโลกแห่งเราทุก ๆ คน หันหน้าเข้าหากัน หวังดีต่อกัน รักตนเองให้มาก ๆ และคิดให้ได้ว่า เมื่อเรารักตัวเราเองอย่างรา เขาก็รักตัวของเขาอย่างนั้น

โดย น้องกิ๊ฟ ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [28 พ.ค. 2550 , 09:09:34 น.] ( IP = 58.9.98.139 : : )


  สลักธรรม 9



และขอมอบข้อคิดให้อีกสักข้อว่า ความรักคืออะไร จะสนองความรักของตนเองและผู้อื่นได้อย่างไร รักอย่างไรจึงจะไม่ผิดหวัง

ความรักคือความอดทนปนกรุณา
ไม่ริษยาไม่ทะนงไม่สงสัย
ไม่เย่อหยิ่งไม่ท้าทายไม่ขุ่นใจ
รักนั้นไซร้สมหวังดังใจปอง


ทุกอย่างต้องอดทน มีขันติ ต้องปนกรุณา ต้องไม่ริษยา ไม่ทะนง ไม่สงสัย เพราะว่าเรามีกรรมเป็นของตน เรามีกรรมเป็นทายาท และเรามีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์ ต้องมีนิสัยที่ไม่เย่อหยิ่ง อย่าไปท้าทายให้เกิดความขุ่นใจแก่ตนและผู้อื่น ชีวิตก็จะสมหวังดังใจปอง ต้องรู้จักให้อภัยและให้โอกาสแก่กันเพราะน้ำบ่อน้ำคลองก็ยังเป็นรองน้ำใจ

เมื่อเกิดเป็นคนไทยนับถือศาสนาพุทธ มีพระมหากษัตริย์ที่ทรงทศพิธราชธรรม เราควรจะน้อมนำให้ชีวิตของเราให้มีความร่มเย็นอยู่ภายใต้ร่มเงาของพระพุทธศาสนา และร่มเงาแห่งพระบารมีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ด้วยความรักและความสามัคคีกัน รู้รักสามัคคีคือไมตรีที่อบอุ่น

ชีวิตยังต้องเดินต่อไป ดังคำว่า Life go on ชีวิตต้องเดินไปข้างหน้า เดินหน้าไม่ว่าของเก่า ไม่เล่าอดีต คิดแก้ไข ใจให้มีกุศล มองตนให้มาก เรื่อยุ่งยากจะหมดไป


โปรดติดตามเรื่องต่อไป


โดย น้องกิ๊ฟ ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [28 พ.ค. 2550 , 09:09:52 น.] ( IP = 58.9.98.139 : : )


  สลักธรรม 10

สติ เป็นหัวใจของพระพุทธศาสนาก็ได้จลลงชนิดที่เรียกว่า..สร้างความรู้และความรักดีให้แก่ชีวิตได้อย่างดียิ่งเลยครับน้องกิ้ฟ

คุณค่าของสตินี้สามารถขับเคลื่อยชีวิตให้มีโอกาสคิดถูกทำถูกและการกระทำที่เป็นผลงานสำคัญเราจึงต้องคิดพิจารณา ทบทวน ใคร่ครวญแล้วค่อยตัดสินอย่างรอบคอบนี้นั้นจะเป็นตัวจักสานความดีต่างๆให้เกิดมาเป็นขบวนการที่ชอบธรรมจริงๆเลยนะครับน้องกิ้ฟ

ขออนุโมทนาและขอบคุณอย่างยิ่งเลยครับ กับการนำประโยชน์มาหยิบยื่นให้เสมอๆนะครับน้องกิ้ฟ

โดย พี่เณร (พี่เณร) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [28 พ.ค. 2550 , 14:52:12 น.] ( IP = 58.9.96.84 : : )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org