มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


สายใยแห่งชีวิต




สายใยแห่งชีวิต


วันหนึ่งท่านอาจารย์มาเล่าให้ฟังว่า ได้ตั้งคำถามหลวงพ่อว่า การเรียนปัจจัย(ในปริเฉทที่ ๘) มีประโยชน์อะไรต่อชีวิต ?

หลวงพ่อตอบว่า. ..ลูกเคยเห็นคนไข้ในห้องไอซียูไหม ?

...ที่เขาอยู่ได้เพราะมีเครื่องช่วยมากมาย ...มีสายน้ำเกลือหนึ่ง สายออกซิเจนสอง ถ้าผู้ป่วยนั้นขาดเลือด ก็มีสายให้เลือดสาม อาจมีสายให้อาหารเหลวอีกเป็นสายที่สี่ นอกจากนี้มีสายปัสสาวะ และสายถ่ายเลือดที่เสียออก ....สรุปได้ว่า ชีวิตอยู่ได้เพราะมีหลายๆสิ่งเหล่านี้อุปการะอยู่

ก่อนอื่นเราต้องรู้ว่า...การเรียนพระอภิธรรมของเรานั้น ก็เพื่อกระจายออกให้เห็นว่า ชีวิตของเรานั้นแท้ที่จริงคือ รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ ที่เราเรียกว่า ขันธ์ ๕ นี่คือตอนเรียนกับพ่อใหม่ ๆ พอเรียนมากขึ้นในเรื่องจิต เจตสิก รูป นิพพาน ก็จะรู้เรื่องลึกซึ้งขึ้น แล้วก็จะรู้ว่า การเห็น(ที่ต้องเกิดกับชีวิต) ก็เป็นขันธ์ ๕ แล้วยิ่งได้มาเรียนเรื่องปัจจัยก็จะยิ่งรู้ลึกซึ้งเข้าไปอีกว่า การเห็นนั้นนอกจากจะมีเหตุใหญ่ๆ ๔ อย่างแล้ว ยังมีปัจจัยต่างๆเข้ามาเกี่ยวข้องอีกมากมาย เรียนแล้วก็จะยอมรับว่าธรรมทั้งหลายอิงอาศัยกันเกิด ซึ่งดูไปแล้วไม่ต่างไปจากชีวิตของคนไข้ในห้องไอซียูอย่างที่พ่อบอก เพราะการเห็นจะเกิดขึ้นได้ก็ต้องมีเหตุ ๔ (ซึ่งเปรียบเหมือนสายสี่สายที่ทำให้ผู้ป่วยหนักมีชีวิตอยู่ได้) คือ

๑. มีรูป(คลื่นแสง)มากระทบ
๒. มีแสงสว่าง (อโลกะ)
๓. มีประสาทตาดี
๔. มีมนสิการ (จิตและเจตสิก)

หากขาดข้อใดข้อหนึ่งการเห็นย่อมเกิดไม่ได้ ก็เหมือนขาดสายใดสายหนึ่งแล้วคนไข้นั้น ก็จะมีชีวิตอยู่ต่อไปไม่ได้ และเมื่อจำแนกออกไปก็จะเห็นว่าสิ่งเหล่านี้ต้องอาศัยปัจจัยเข้ามาเกี่ยวข้องอีกถึง ๗๓ ปัจจัย

โดย วยุรี [5 มิ.ย. 2550 , 12:05:56 น.] ( IP = 58.9.136.62 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

ว่าแล้ว ท่านอาจารย์ก็สาธิตให้พวกเรายอมรับด้วยการให้ลูกศิษย์ถือกระดาษแผ่นหนึ่งไว้ แล้วท่านก็นำปากกา (ซึ่งอุปมาเหมือนจักขุวิญญาณ) มาวางบนกระดาษแผ่นนั้น (ซึ่งอุปมาเหมือนจักขุปสาท) หลายๆคนอาจจะมองแค่ปากกาที่วางบนกระดาษ แต่ในความเป็นจริงสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ .....คือกระดาษแผ่นนั้นจะอยู่ได้ก็ต้องอาศัยนิ้วที่จับ นิ้วที่จับนั้นก็ต้องมีมือ มือก็ต้องมีแขน สรุปได้ว่าสิ่งหนึ่งก็ต้องอาศัยอีกสิ่งหนึ่งเช่นนี้เรื่อยไป ธรรมนั้น (การเห็นหรืออุปมาปากกาที่วางบนกระดาษ)จึงจะเกิดขึ้นได้ นอกจากนี้เมื่อยกตัวอย่างคนไข้ในห้องไอซียูเราก็จะเห็นได้ชัดว่า น้ำเกลือ, เลือด, ออกซิเจน หรืออาหารเหลว จะเข้าสู่คนไข้ได้ก็ทีละหยดๆ ก็เช่นเดียวกับธรรมที่เข้ามาเกี่ยวข้องนั้นล้วนมีการเกิดดับตลอดเวลา

เมื่อเรายอมรับเหตุผลนี้แล้วจึงเชื่อ เท่ากับเรากำลังดำเนินตามหลักที่ พระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่ชาวกาลามะ ณ หมู่บ้านเกสปุตติยนิคม แคว้นโกศล ซึ่งเรียกพระสูตรนี้ว่า เกสปุตตสูตร หรือ กาลามสูตร ซึ่งสอนไม่ให้เชื่องมงายโดยไม่ใช้ปัญญาพิจารณาให้เห็นจริงก่อนเชื่อ มี ๑๐ ประการคือ

๑. อย่าเชื่อโดยฟังตามกันมา
๒. อย่าเชื่อโดยทำสืบทอดต่อกันมา
๓. อย่าเชื่อโดยการตื่นข่าว(ตามคำเล่าลือ)
๔. อย่าเชื่อโดยอ้างตำรา
๕. อย่าเชื่อโดยนึกเดา
๖. อย่าเชื่อโดยคาดคะเนเอา
๗. อย่าเชื่อโดยตรึกตามอาการ
๘. อย่าเชื่อเพราะถูกกับทฤษฎี(ลัทธิ)ของตน
๙. อย่าเชื่อเพราะคิดว่าบุคคลนั้นน่าเชื่อ
๑๐.อย่าเชื่อเพราะผู้พูดเป็นครูบาอาจารย์ของตน

โดย วยุรี [5 มิ.ย. 2550 , 12:10:05 น.] ( IP = 58.9.136.62 : : )


  สลักธรรม 2

ดังนั้นการที่เราเรียนปริเฉทต่างๆ แล้วทำความเข้าใจโดยไม่ข้องติดกับเนื้อเรื่องคือปริยัติที่เรียน แต่ควรเรียนโดยการนำชีวิตตนเองออกมาตีแผ่ในเรื่องหรือความจริงที่เรียนนั้น แล้วทำความเข้าใจด้วยเหตุผล เท่ากับเป็นการเชื่อตามหลักทั้ง ๑๐ ประการที่พระบรมศาสดาทรงวางไว้ แล้วลูกจะเกิดความภูมิใจว่า แม้พระพุทธองค์จะดับขันธ์ปรินิพานไปนานแล้ว แต่เราก็ยังถวายความศรัทธาด้วยการเชื่อในหลักที่ท่านวางไว้ให้

ฉะนั้นการเรียน ไม่ใช่เรียนแบบแค่นี้พอแล้ว หรือเรียนไปเพื่อจะได้รู้อะไรมากขึ้น แต่ต้องเรียนด้วยความเข้าใจ แล้วจะเห็นว่าไม่ว่าอะไรๆ ก็ไม่พ้นไปจากรูป และนาม ยิ่งเมื่อถึงปริเฉทที่ ๘ ก็จะเห็นว่าแม้ปัจจัยต่างๆ ก็สรุปลงที่

....นาม เป็นปัจจัยให้แก่ นาม
...นาม เป็นปัจจัยให้แก่ นามรูป
...รูป เป็นปัจจัยให้แก่ นาม
...นาม รูป เป็นปัจจัยให้แก่ นาม หรือ
...นามรูป เป็นปัจจัยให้แก่ นาม รูป

เมื่อเรามีความเข้าใจแล้ว เวลาที่เข้าปฏิบัติ ความรู้ ความเข้าใจที่มีอยู่ก็จะพรั่งพรู เมื่ออารมณ์ใดๆเกิดขึ้น (ก็หนีไม่พ้นรูปและนาม) เราก็จะอ่านออก และจะรู้ได้เท่าทันอารมณ์ที่เกิดในขณะปัจจุบันนั้นๆ

เพราะการปฏิบัติวิปัสสนานั้นไม่ได้ให้ไปดูอะไรอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่ให้ไปดูความจริงที่กำลังเกิด(คือรูปและนาม) ซึ่งมันก็เกิดต่อเนื่องกันตลอดเวลา เราจึงต้องไปดูอย่างต่อเนื่อง

...นี่ไง ประโยชน์ที่ลูกจะได้รับจากการเรียน ตามที่ถามมา !


โดย วยุรี [5 มิ.ย. 2550 , 12:14:34 น.] ( IP = 58.9.136.62 : : )


  สลักธรรม 3

ขอบพระคุณท่านอาจารย์ค่ะ ที่ได้นำคำตอบของหลวงพ่อมาถ่ายทอดให้ฟังค่ะ

ทำให้เห็นชัดว่า สิ่งต่างๆ จะเกิดเองตามลำพังไม่ได้ จะต้องอาศัยเหตุปัจจัยสนันสนุนต่าง ๆ จึงจะเกิดขึ้นมาได้

และการศึกษาพระอภิธรรมจะทำให้เป็นผู้มีเหตุมีผล ในเรื่องของชีวิตที่มีแต่รูปและนาม และทั้งรูปและนามต่างก็อาศัยกันและกันด้วย

โดย เซิ่น (เซิ่น) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [5 มิ.ย. 2550 , 13:25:19 น.] ( IP = 203.146.147.13 : : )


  สลักธรรม 4

ขอบพระคุณท่านอาจารย์ และ อ.วยุรีมากค่ะ

คำสอนที่หลวงพ่อนำมาแสดงครั้งใด
ทำให้มองเรื่องราวของชีวิตได้ละเอียดยิ่งขึ้น

ประกอบทั้งเสมือนได้เป็นแม่ครัวคนใหม่
ที่ทำให้เห็นเครื่องปรุงชีวิตที่มีความหลากหลาย

ชีวิตของเราก็ดูจะเป็นอาหารชนิดหนึ่ง
ที่เกิดจากการรวมตัวของเครื่องปรุงชีวิต

ก็เห็นเช่นเดียวกันว่าในปริเฉทที่ 8 ศึกษาแล้ว
ทำให้ตีแผ่ชีวิตที่ละเอียดลึกซึ้งยิ่งนัก
และเห็นความสัมพันธ์ของปัจจัยต่างๆ


เมื่อนำชีวิตมาศึกษาโดยการปฏิบัติแล้ว
เรียกได้ว่ากำลังฝึกแยกปัจจัยชีวิตให้ถูก

เพราะต้องเรียกชีวิตให้ถูก และคอยตามรู้ผลของเหตุ
ซึ่งมากมายด้วยเหตุที่แตกต่างกัน

และต้องอาศัยความเพียรจริงๆ
จึงจะสามารถรู้ความจริงเหล่านี้ได้

โดย น้องอุ๊ (asomsopon) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [5 มิ.ย. 2550 , 19:23:24 น.] ( IP = 125.24.59.213 : : )


  สลักธรรม 5


การเรียนปริจเฉท ๘ ที่ว่าด้วยเรื่องปัจจัยนั้น
เป็นการตีแผ่ชีวิต เห็นได้ชัดว่า ...
ชีวิตเรานั้นแท้จริงแล้ว มีแต่รูปกับนามเท่านั้น
ที่ทำงานสัมพันธ์กันอย่างต่อเนื่องตามอำนาจของปัจจัยต่างๆที่เกิดขึ้นขณะนั้นๆที่มิอาจมีใครไปบังคับบัญชาได้

ขอบพระคุณท่านอาจารย์และอาจารย์วยุรีมากค่ะ

โดย พี่ดา (พี่ดา) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [6 มิ.ย. 2550 , 09:07:23 น.] ( IP = 124.121.173.62 : : )


  สลักธรรม 6

อ่านแล้วนอกจากจะได้รับความเข้าใจยังทำให้เกิดความไม่ประมาท...เพราะเมื่อเหตุ ปัจจัยยังคงอยู่ ธรรมนั้นก็ยังปรากฏอยู่ เมื่อหมดเหตุ ปัจจัย ธรรมนั้นก็สิ้นไป

อำนาจของเหตุ ปัจจัยต่างนั้นๆ ไม่สามารถบังคับบัญชาได้เลย ...การตายจึงไม่ไช่เรื่องใหญ่และไม่ใช่เรื่องยาก เพราะหากปัจจัยไม่สมบูรณ์พร้อมแม้เพียงอย่างเดียว สายใยแห่งชีวิตก็ขาดผึงลงได้ในทันทีในทุกห้วงลมหายใจ

ขอบพระคุณมากค่ะที่นำแสงสว่างจากหลวงพ่อมาส่องฉายอีกครั้ง

โดย น้องกิ๊ฟ (น้องกิ๊ฟ) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [6 มิ.ย. 2550 , 14:26:01 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 7

โดย น้องอุ๊ (asomsopon) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [6 มิ.ย. 2550 , 21:57:26 น.] ( IP = 125.24.46.124 : : )


  สลักธรรม 8

ขอบพระคุณมากๆ ขอรับ น้าแอ๊ะ
ขอบคุณที่นำคำสอนจากหลวงพ่อและท่านอาจารย์มาถ่ายทอดให้ได้อ่าน
อ่านแล้วก็ได้ระลึกได้ว่า ชีวิตก็มีเพียงแค่นามกับรูป
นึกได้อย่างนี้ รู้สึกจิตใจก็สงบลงมากเลยขอรับ
ขอบคุณมากๆ ขอรับ

โดย ซาโย (kamolchanok) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [7 มิ.ย. 2550 , 08:19:56 น.] ( IP = 75.2.243.56 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org