| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
สายใยแห่งชีวิต
สลักธรรม 1ว่าแล้ว ท่านอาจารย์ก็สาธิตให้พวกเรายอมรับด้วยการให้ลูกศิษย์ถือกระดาษแผ่นหนึ่งไว้ แล้วท่านก็นำปากกา (ซึ่งอุปมาเหมือนจักขุวิญญาณ) มาวางบนกระดาษแผ่นนั้น (ซึ่งอุปมาเหมือนจักขุปสาท) หลายๆคนอาจจะมองแค่ปากกาที่วางบนกระดาษ แต่ในความเป็นจริงสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ .....คือกระดาษแผ่นนั้นจะอยู่ได้ก็ต้องอาศัยนิ้วที่จับ นิ้วที่จับนั้นก็ต้องมีมือ มือก็ต้องมีแขน สรุปได้ว่าสิ่งหนึ่งก็ต้องอาศัยอีกสิ่งหนึ่งเช่นนี้เรื่อยไป ธรรมนั้น (การเห็นหรืออุปมาปากกาที่วางบนกระดาษ)จึงจะเกิดขึ้นได้ นอกจากนี้เมื่อยกตัวอย่างคนไข้ในห้องไอซียูเราก็จะเห็นได้ชัดว่า น้ำเกลือ, เลือด, ออกซิเจน หรืออาหารเหลว จะเข้าสู่คนไข้ได้ก็ทีละหยดๆ ก็เช่นเดียวกับธรรมที่เข้ามาเกี่ยวข้องนั้นล้วนมีการเกิดดับตลอดเวลา
เมื่อเรายอมรับเหตุผลนี้แล้วจึงเชื่อ เท่ากับเรากำลังดำเนินตามหลักที่ พระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่ชาวกาลามะ ณ หมู่บ้านเกสปุตติยนิคม แคว้นโกศล ซึ่งเรียกพระสูตรนี้ว่า เกสปุตตสูตร หรือ กาลามสูตร ซึ่งสอนไม่ให้เชื่องมงายโดยไม่ใช้ปัญญาพิจารณาให้เห็นจริงก่อนเชื่อ มี ๑๐ ประการคือ
๑. อย่าเชื่อโดยฟังตามกันมา
๒. อย่าเชื่อโดยทำสืบทอดต่อกันมา
๓. อย่าเชื่อโดยการตื่นข่าว(ตามคำเล่าลือ)
๔. อย่าเชื่อโดยอ้างตำรา
๕. อย่าเชื่อโดยนึกเดา
๖. อย่าเชื่อโดยคาดคะเนเอา
๗. อย่าเชื่อโดยตรึกตามอาการ
๘. อย่าเชื่อเพราะถูกกับทฤษฎี(ลัทธิ)ของตน
๙. อย่าเชื่อเพราะคิดว่าบุคคลนั้นน่าเชื่อ
๑๐.อย่าเชื่อเพราะผู้พูดเป็นครูบาอาจารย์ของตนโดย วยุรี [5 มิ.ย. 2550 , 12:10:05 น.] ( IP = 58.9.136.62 : : )
สลักธรรม 2
ดังนั้นการที่เราเรียนปริเฉทต่างๆ แล้วทำความเข้าใจโดยไม่ข้องติดกับเนื้อเรื่องคือปริยัติที่เรียน แต่ควรเรียนโดยการนำชีวิตตนเองออกมาตีแผ่ในเรื่องหรือความจริงที่เรียนนั้น แล้วทำความเข้าใจด้วยเหตุผล เท่ากับเป็นการเชื่อตามหลักทั้ง ๑๐ ประการที่พระบรมศาสดาทรงวางไว้ แล้วลูกจะเกิดความภูมิใจว่า แม้พระพุทธองค์จะดับขันธ์ปรินิพานไปนานแล้ว แต่เราก็ยังถวายความศรัทธาด้วยการเชื่อในหลักที่ท่านวางไว้ให้
ฉะนั้นการเรียน ไม่ใช่เรียนแบบแค่นี้พอแล้ว หรือเรียนไปเพื่อจะได้รู้อะไรมากขึ้น แต่ต้องเรียนด้วยความเข้าใจ แล้วจะเห็นว่าไม่ว่าอะไรๆ ก็ไม่พ้นไปจากรูป และนาม ยิ่งเมื่อถึงปริเฉทที่ ๘ ก็จะเห็นว่าแม้ปัจจัยต่างๆ ก็สรุปลงที่
....นาม เป็นปัจจัยให้แก่ นาม
...นาม เป็นปัจจัยให้แก่ นามรูป
...รูป เป็นปัจจัยให้แก่ นาม
...นาม รูป เป็นปัจจัยให้แก่ นาม หรือ
...นามรูป เป็นปัจจัยให้แก่ นาม รูป
เมื่อเรามีความเข้าใจแล้ว เวลาที่เข้าปฏิบัติ ความรู้ ความเข้าใจที่มีอยู่ก็จะพรั่งพรู เมื่ออารมณ์ใดๆเกิดขึ้น (ก็หนีไม่พ้นรูปและนาม) เราก็จะอ่านออก และจะรู้ได้เท่าทันอารมณ์ที่เกิดในขณะปัจจุบันนั้นๆ
เพราะการปฏิบัติวิปัสสนานั้นไม่ได้ให้ไปดูอะไรอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่ให้ไปดูความจริงที่กำลังเกิด(คือรูปและนาม) ซึ่งมันก็เกิดต่อเนื่องกันตลอดเวลา เราจึงต้องไปดูอย่างต่อเนื่อง
...นี่ไง ประโยชน์ที่ลูกจะได้รับจากการเรียน ตามที่ถามมา !
![]()
โดย วยุรี [5 มิ.ย. 2550 , 12:14:34 น.] ( IP = 58.9.136.62 : : )
สลักธรรม 7
โดย น้องอุ๊ (asomsopon) [6 มิ.ย. 2550 , 21:57:26 น.] ( IP = 125.24.46.124 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |