มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ห้องนั่งเล่นแห่งความรัก ตอนที่ ๑๐




วันนี้ท่านอาจารย์เริ่มต้นด้วยคำคมที่กินใจทุกๆคนว่า ...วัน(เวลา)ยังขยับเลย ชีวิตเราก็ขยับเช่นกัน นั่นคือขยับไปสู่ความเสื่อม แล้วก็ต้องตายในที่สุด ฉะนั้นเราก็ต้องขยับความดีขึ้นไปให้ได้โดยเฉพาะเราจะต้องดีแบบมีปัญญาตั้งใจให้ได้ว่าเราจะต้องเป็นผู้ที่ย้อมได้ด้วยพระธรรม อย่างคราวที่แล้วหลวงพ่อท่านก็มาย้อมใจเราให้มีเราเมตตา และรู้จักให้อภัยให้มากขึ้นกว่าเดิม เพราะจะว่าไปแล้ว ชีวิตแต่ละคนน่าสงสาร ไม่ว่าเขา หรือ เรา ต่างคนต่างต้องแบกภาระที่หนักกันทั้งสิ้น ดั่งที่เราสวดมนต์ตอนเช้าในบทภารสุตตคาถา ที่กล่าวว่า


ภารา หะเว ปัญจักขันธา.......ขันธ์ทั้งห้าเป็นของหนักเน้อ
ภาระหาโร จะ ปุคคะโล.........บุคคลนั่นแหละ เป็นผู้แบกของหนักพาไป
ภาราทานัง ทุกขัง โลเก........ การแบกถือของหนัก เป็นความทุกข์ในโลก
ภาระนิกเขปะนัง สุขัง........... การสลัดทิ้งของหนักลงเสีย เป็นความสุข
นิกขิปิตะวา คะรุง ภารัง........... พระอริยะเจ้า สลัดทิ้งของหนัก ลงเสียแล้ว
อัญญัง ภารัง อะนาทิยะ............ ทั้งไม่หยิบฉวยเอาของหนักอันอื่น ขี้นมาอีก
สะมูลัง ตัณหัง อัพพุยหะ........... ก็เป็นผู้ถอนตัณหาขึ้นได้ กระทั่งราก
นิจฉาโต ปะรินิพพุโต................ เป็นผู้หมดสิ่งปรารถนา ดับสนิทไม่มีส่วนเหลือ

...พระอรหันต์เจ้าท่านดับสนิทแห่งพืชเชื้อ(สมุทัย)ลงหมดแล้ว แต่เรายังมี ซึ่ง
ตราบใดที่พืชเชื้อนั้นยังมีอยู่ การเวียนว่ายตายเกิดก็ยังคงมีอยู่ร่ำไป หมายถึงเรายังต้องแบกถือของหนักอันเป็นความทุกข์ในโลกต่อไปโดยไม่มีที่สิ้นสุด หลวงพ่อท่านจึงฝากธรรมปฏิสันถารมาให้กับพวกเราว่า

โดย วยุรี [7 มิ.ย. 2550 , 08:16:33 น.] ( IP = 58.9.141.122 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 11

กราบขอบพระคุณหลวงพ่อด้วยความเคารพค่ะ


เมื่อเราเป็นผู้สร้างหนี้กรรมแล้ว ต้องรู้จักการใช้หนี้ด้วย จะต้องใช้หนี้อย่างผู้รู้ และจ่ายหนี้ออกไปอย่างมีปัญญา

ความคิดว่าทุกข์นั้น สร้างความทุกข์ให้มากกว่าทุกข์จริงๆ ทั้งๆ ที่ทุกข์จริงๆ ดับไปแล้ว แต่เรายังอยู่กับความคิดนั้นวนไปวนเวียน ไม่ยอมจบ

ขอบพระคุณท่านอาจารย์ที่นำมาถ่ายทอดและพี่วยุรีด้วยค่ะ

โดย เซิ่น (เซิ่น) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [7 มิ.ย. 2550 , 20:59:26 น.] ( IP = 58.8.50.66 : : )


  สลักธรรม 12

กราบนมัสการหลวงพ่อที่รักและเคารพยิ่ง

ด้วยภาระการงานอันยุ่งเหยิงทำให้ลูกต้องรีบวิ่งตามพี่ๆเข้ามานั่งในห้องนั่งเล่นแห่งความรักของพ่ออย่างเหนื่อยหอบเพราะกลัวว่าจะไม่ทันได้มารับข้อคิดคติธรรมจากพ่อ ...ตอนนี้ก็ยังหอบไม่หายเลยค่ะ

ขอสารภาพกับพ่อและพี่ๆว่า พอลูกห่างหายจากห้องนั่งเล่นแห่งนี้ไปหลายๆวันเข้า กิเลสก็เริ่มเกาะกิน จะทำอะไรก็รู้สึกหงุดหงิดใจไปหมด ไม่ปลอดโปร่งโล่งใจเหมือนเคย แต่วันนี้ ณ บัดนี้ ลูกได้เข้ามานั่งพักในห้องนั่งเล่นแห่งนี้ ได้ไออุ่นแห่งกระแสธรรมและกระแสเมตตาจากพ่อแล้วรู้สึกเย็นใจขึ้นมากๆเลยค่ะ

คำสอนของพ่อในเรื่องบัญชีหนี้กรรมที่เป็นรายรับรายจ่ายซึ่งมีระบบที่ตรงข้ามกับทางโลกนั้น ทำให้ลูกรู้สึกทึ่งมากๆเลยค่ะ ตอนแรกลูกคิดว่าวิบากที่เราได้รับนั้นคงจะเปรียบเหมือนกับ"รายรับ" แต่จริงๆแล้วกล้บเป็น"รายจ่าย"เพราะเท่ากับเราใช้มันออกไป และเมื่อใช้จ่ายออกแล้วหนี้ก้อนนั้นก็จบลง
แต่ปัญหามีเพียงว่าเราจะใช้มันออกไปอย่างมีปัญญาหรือไม่นั้น ก็เป็นเรื่องที่เราต้องเลือกกระทำเอง ถ้าเราใช้มันออกไปอย่างไร้ป้ญญา หนี้ในบัญชี"รายรับ"นั้นก็จำต้องเพิ่มพูนออกไปในทางเสื่อมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แทนที่จะได้ใช้"รายจ่าย"ออกไปอย่างสมเหตุสมผล กลับกลายเป็นว่าเราไปเพิ่มหนี้นอกระบบสะสมเป็น"รายรับ"(ของอกุศล)เข้าไปอีก

คำของพ่อที่ว่า "... ความทุกข์อยู่กับเราไม่นาน แต่...ความคิดว่าทุกข์นั่นซิ อยู่กับเรานานกว่า" ทำให้ลูกนั่งคิดพิจารณาอยู่นานเลยค่ะ คิดแล้วก็เห็นเป็นอย่างที่พ่อบอกจริงๆ เรามักจะคิด(ฟุ้ง)ไปล่วงหน้าเสมอว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นในอนาคต พอคิดแล้วใจก็เป็นทุกข์ไปกับสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้นนั้น
ในขณะเดียวกัน เมื่อทุกข์นั้นจบไปแล้ว เราก็ยังเก็บเอาทุกข์นั้นมาคิดทบทวน เสียใจ น้อยใจ จมปลักอยู่กับความคิดนั้นไม่รู้จักจบจักสิ้น
สิ่งเหล่านี้นี่เองคงเป็นสิ่งที่พ่อบอกว่า "... ความทุกข์อยู่กับเราไม่นาน แต่...ความคิดว่าทุกข์นั่นซิ อยู่กับเรานานกว่า"

ลูกจะพยายามจัดระบบบัญชีรายรับรายจ่ายของตัวเองเสียใหม่ จะพยายามจำกัด"รายจ่าย"ให้ฟุ่มเฟือยน้อยลงโดยจะเพียรพยายามเป็นผู้รู้และผู้ฉลาดในการรับวิบากให้มากขึ้นค่ะ

กราบแทบเท้าขอบพระคุณในความรักความเมตตาที่พ่อมีให้กับลูกๆเสมอ ขอบพระคุณอาจารย์วิชิตผู้นำความรู้มาสู่พวกเราและขอบพระคุณอ.วยุรีที่มีความเพียรพยายามในการนำธรรมะจากพ่อมาถ่ายทอดเป็นตัวอักษรลงเป็นกระทู้อย่างสม่ำเสมอด้วยค่ะ

โดย ลูกแก้ว (dong) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [8 มิ.ย. 2550 , 20:50:48 น.] ( IP = 202.231.40.148 : : )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org