สลักธรรม 1

สำหรับนักคิดถามใจตัวเองจะไม่แสวงหาสิ่งที่ยากที่จะเข้าใจในภาวะนี้ซึ่งสามารถที่จะยืนยันความมีอยู่แห่งพระอรหัต และไม่มีภาวะอื่นๆ ไม่โลกนี้ก็อาณาจักรแห่งความสุขที่ล้ำลึกอื่นใด
หากว่าจะรู้สึกถึงความมีอยู่ด้วยการประสบกับสิ่งที่ไม่พอใจจากภาวะตามธรรมชาติ และรู้ว่าลำดับแรกที่จะช่วยในเรื่องของความทุกข์ อันเป็นสิ่งทำให้เสื่อม จะทำให้เกิดความกระหาย, เขาไม่รู้ว่าความเสื่อมจะทำลายล้างอะไร, เพราะว่าเขาไม่เคยประสพ เขาจะเป็นอย่างนั้น เขาจะรู้ว่าความรู้แจ้งด้วยตนเอง และอะไรเป็นภาวะที่ปราศจากความเสื่อม, อะไรเป็นนิพพานหรือความรู้แจ้ง ซึ่งเป็นความรู้สึกที่แท้จริง, ความเป็นพระอรหัตเป็นไวพจน์ของนิพพาน และไม่เกี่ยวกับการบอกเล่า, แต่พระอรหัตไม่สามารถไม่จะกล่าวได้ว่ามีลักษณะแห่งการรู้แจ้งอย่างไร, ซึ่งทำให้เข้าใจภาวะนิพพานในลักษณะอื่น, ใครผู้ซึ่งปล่อยวาง กระหายที่จะรู้ถึงการปลดปล่อยที่เขาได้รับ แต่จะไม่อธิบายภาวะที่ปลดปล่อยต่อใครๆ
อะไรเป็นความแตกต่างที่จะรู้ซึ้งถึงภาวะนิพพาน โดยปราศจากพื้นฐาน เบญจขันธ์เหลือค้าง (อนุปาทิเสสนิพพาน) ในโลกอื่น, การปรินิพพานหรือขั้นสุดท้ายถึงความเป็นพระอรหัต
มีคำกล่าวจากท่านอทุธนะที่ว่า
ดูก่อนภิกขุ มีความไม่เกิด ไม่ริเริ่ม ไม่กระทำ ไม่มีเงื่อนไข หรือว่า ไม่เกิด ไม่ริเริ่ม ไม่กระทำ และไม่มีเงื่อนไข หลบหนีไม่ได้จากการเกิด สิ่งที่ก่อให้เกิดกรรม และสภาวะ เนื่องจากมีความเกิด ไม่มีปัจจัย, ไม่มีการกระทำ, และไม่มีสภาวะ ดังนั้น จึงออกจากการเกิด ปัจจัยทำให้เกิด, กรรม และสภาวะ
ที่นี่ ไม่มีทั้งธาตุ และวัตถุ ธาตุน้ำ ( การประสาน ) ความร้อน, การเคลื่อนไหว ไม่ใช่สังสาระจักรของอวกาศที่ไม่มีขอบเขต ไม่ใช่ทั้งความรู้สึกที่ไม่มีขอบเขตของอวกาศ ไม่ใช่ทั้งระบบจักรวาลไม่มีอะไร ไม่ใช่จักรวาลแห่งความพึงพอใจ หรือไม่ใช่ทั้งความพึงพอใจ และยินดี ไม่ใช่ทั้งโลกนี้และโลกอื่น ไม่ใช่พระอาทิตย์ และพระจันทร์ ขณะนี้ไม่มีการมา ไม่มีการไป ไม่มีการดำรงอยู่ ทั้งไม่มีการตาย ไม่มีการเกิด ปราศจากปัจจัยเกื้อหนุน ไม่มีการดำรงอยู่ ปราศจากเป้าหมายแห่งการรับรู้ โดยแท้จริงนี้ก็คือการสิ้นสุดแห่งการทุกข์ (ทุกข์)
มันเป็นความสะอาดจากภาวะที่เป็นความพ้น เรียกว่า การปรินิพพาน เป็นขั้นตอนซึ่งมีการรวมตัว ๕ ประการ จากความรู้สึก ความเข้าใจ การสร้างจิต และอายตนะ และ ส่วนที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ที่จะยุติการรวมตัว ดังนั้นจึงเป็นขั้นที่ไม่มีสถานที่ มันคือสิ่งที่อยู่ไกลมาก และอยู่ภายนอกจากทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นความเกี่ยวข้อง
มันไม่ใช่ทั้งผลและสาเหตุ ไม่ใช่สาเหตุแห่งการเกิด และผล มันไม่ใช่หนทาง (มรรค) หรือ ผล มันเป็นสภาพสมบูรณ์ ไม่มีภาวะ ไม่มีการปรุงแต่ง
ความทุกข์ และการเกิดขึ้น ซึ่งเป็นความกระหายในทางโลก (โลกียะ) แต่พระนิพพานไม่ใช่สิ่งที่ดำรงอยู่ ในโลก, อยู่ภายนอกสิ่งที่เป็นภาวะ และดังนั้น สาเหตุที่อยู่ไกลออกไป และผลลัพธ์ ทั้งหมดทั้งสิ้น ทุกสิ่งทุกอย่างทางโลกีย์เป็นสิ่งที่เกี่ยวพันกัน, แต่พระนิพพานเป็นภาวะดำรงอยู่ซึ่งไม่เกี่ยวพันกันอย่างแท้จริง
|