มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ไม่มีความสุขใดจะเสมอด้วยความสงบ (๒)








ไม่มีความสุขใดจะเสมอด้วยความสงบ (๒)
จากรายการ หันหน้าเข้าวัด โดย บุษกร เมธางกูร
(ออกอากาศวันที่ ๖ เมษายน ๒๕๔๓)

ตอนที่ผ่านมา

ครั้นถึงรัชกาลที่ ๔ ซึ่งเป็นพระเจ้าแผ่นดินสยามในยุคใหม่พระองค์แรก พระองค์ได้ทรงนำทัศนคติใหม่มาใช้ในราชการแม้ในพระสุพรรณบัฎ ประการแรก พระองค์ไม่ทรงทิ้งพระนามเดิมคือเจ้าฟ้ามงกุฎนั่นเอง ดังนั้นในพระสุพรรณบัฏจึงเริ่มต้นด้วย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหามงกุฎ

และเป็นที่น่าสังเกตว่ามี “จักรีบรมนาถ มหาชนนิกรสโมสรสมมุติ” แทรกอยู่ในพระสุพรรณบัฏ และลงท้ายด้วยพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในปีแรกของรัชการนี้ได้ทรงแปลงท้ายพระนามพระพุทธปฏิมากรปางห้ามสมุทรนี้จาก “พระพุทธเลิศหล้าสุราลัย” เป็น “พระพุทธเลิศหล้านภาลัย”

และในปีเดียวกันนี้เอง เมื่อวันที่ ๑๐ มีนาคม พ.ศ. ๒๓๙๔ ได้ทรงประกอบพระราชพิธี ถวายพระนามพระเจ้าแผ่นดินที่เสด็จสวรรคตแล้ว เช่นเดียวกับพระนามของพระพุทธรูปดังกล่าว และพระนามรัชกาลที่ ๓ ว่า “พระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว” โดยมีเหตุผลละเอียดในการประชุมประกาศรัชกาลที่ ๔ เมื่อ พ.ศ. ๒๓๙๕

จึงเป็นที่น่าสังเกตว่า พระนามของรัชกาลที่ ๑ นั้นมีประโยคที่ว่า “มหาจักรีบรมนาถ” อยู่ด้วยพึงสันนิษฐานได้ว่า คำว่า “พระราชวงศ์จักรี” คงเป็นพระราชดำริในพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

และคงเป็นพระราชดำริจากระเบียบแบบแผนเดิมที่ปรากฏในเหรียญกษาปณ์สมัยรัชกาลที่ ๑ ซึ่งมีข้อความจากพงศาวดารรัชกาลที่ ๑ “เงินตราในรัชกาลที่ ๑ นี้ เป็นเงินพดด้วงเช่นของเดิม แต่แรกเป็นตรารูปจักรดวงหนึ่ง รูปตรีศูลดวงหนึ่ง ต่อมาพระบรมราชาภิเษกครั้งหลังในปี พ.ศ. ๒๓๒๘ จึงโปรดเกล้าให้เปลี่ยนรูปตราตรีศูลเป็นรูปบัวผัน เรียกว่าบัวอุณาโลม และคงตราจักรนี้ไว้ในเงินพดด้วงตลอดมาจนถึงรัชกาลที่ ๔

โดย น้องกิ๊ฟ นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [8 มิ.ย. 2550 , 09:21:17 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1



ในรัชกาลที่ ๔ นี้ได้เริ่มทำเหรียญกษาปณ์เป็นรูปแบบต่าง ๆ แบบสากลมีตราจักรอยู่ด้วย ส่วนตราจักรี ซึ่งเป็นรูปจักรกับรูปตรีศูลรวมกันครั้งแรกในตราเครื่องหมายแผ่นดิน เรียกว่า ตรา “อาร์ม” (ซึ่งใช้เป็นหน้าหมวกของข้าราชการตำรวจในปัจจุบัน) มีหลักฐานจากหนังสือ เรื่อง เหรียญกษาปณ์ของนายเฉลิม ยงบุญเกิด ว่าเป็นฝีพระหัตถ์ของ ม.จ.ประวิทย์ (ในกรมขุนราชสีวิกรม) ทรงผูกขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๔๑๖

และตราจักรีนี้ก็ได้ปรากฏที่ใช้แสดงพระเกียรติยศแห่งพระราชวงศ์จักรีโดยตรง คือ เครื่องขัตติราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติคุณอันรุ่งเรืองยิ่งกว่ามหาจักรีบรมราชวงศ์ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๔๒๕ เพื่อเป็นเครื่องระลึกถึงพระมหากรุณาคุณ แห่งพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก อันเป็นปฐมบรมกษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี เนื่องในโอกาสครบรอบ ๑๐๐ ปี ที่ได้ทรงสถาปนากรุงเทพมหานคร เป็นราชธานี

ส่วนความหมายของคำว่า “พระราชวงศ์จักรี” ก็เช่นเดียวกัน ยังไม่มีเอกสารทางราชการชัดเจนที่อธิบายถึงความหมายแท้จริงประการใด นอกจากเป็นที่เข้าใจกันว่า เนื่องจากพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกทรงเคยดำรงบรรดาศักดิ์เป็นเจ้าพระยาจักรีอยู่ถึง ๑๐ ปี พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์ได้แสดงไว้ในหนังสือ “เจ้าชีวิต” ว่า พระราชบิดานั้นทรงเคยดำรงตำแหน่งพระยาจักรีที่เมืองพิษณุโลก จึงเป็นอันตกลงเรื่องพระราชวงศ์ใหม่ว่า “พระบรมวงศ์ราชวงศ์จักรี”

โดย น้องกิ๊ฟดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [8 มิ.ย. 2550 , 09:22:09 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 2



ข้อมูลที่นำมาเล่าสู่กันฟังนี้ได้ค้นคว้าจากหนังสือ “กรุงเทพ ๒ ศตวรรษ” ซึ่งคุณอัมพา พึ่งเกตุ อาจารย์ประจำโรงเรียนทวีธาภิเษกได้กรุณานำหนังสือมามอบให้ค้นคว้า ทำให้ได้รับความรู้จากหนังสือนี้ถึงเรื่องต่าง ๆ จากอดีตสู่ปัจจุบันและนำเรื่องราวมาเล่าสู่กันฟังได้อีกต่อหนึ่ง

จะเห็นได้ว่า ทุกอย่างล้วนมีที่มาทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับพงศาวดาร หรือเรื่องราวเกี่ยวกับพระไตรปิฎกเราผู้ซึ่งเป็นอนุชนรุ่นหลัง บางครั้งก็ไม่ทราบและไม่เคยคิดจะทราบด้วย เพราะมัวแต่สนใจกับการแก้ปัญหาชีวิตอย่างไม่มีหยุดหย่อน

แต่การที่เรามีโอกาสได้ทราบถึงวันสำคัญของประเทศไทย หรือความสำคัญทางพระพุทธศาสนา จะทำให้เราระลึกนึกถึงความงดงามที่เกิดขึ้นจากพระราชหฤทัยของพระราชวงศ์ผู้สืบสันตติวงศ์มาตราบเท่าปัจจุบันนี้ เพราะทำให้เรามีดี กินดี อยู่ดี และจะได้มีโอกาสที่จะต้องทำดีต่อไป

คำว่า “ไทย” หรือประเทศไทย เป็นประเทศที่อิสระไม่ตกเป็นทาสของใคร ดังนั้น เราจะต้องเพียรพยายามอาศัยชีวิตซึ่งได้มาโดยยากและอยู่ยากนี้ ทำความดีให้มากขึ้นเพราะว่าความดีเท่านั้น ที่จะผลักดันให้เรามีกำลังก้าวไปในสิ่งที่ดีขึ้น

โดย น้องกิ๊ฟ ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [8 มิ.ย. 2550 , 09:23:25 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 3



ไม่มีใครทำอะไรเราได้ แต่ “เวรกรรมจำเพาะเจาะจงมุ่งส่งอุดหนุนเงื่อนไข” “เงื่อนไข” ในที่นี้คือ “ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว” เป็นเงื่อนไขที่ไม่มีใครเปลี่ยนแปลงได้ เราทุกคนต่างต้องการมีอนาคตที่ดี ทำอย่างไรเราจึงจะมีอนาคตที่ดี

อนาคตจะดีได้ก็อยู่ที่ความเอื้ออารีและอาทรต่อกันอย่างแท้จริง ด้วยการให้ทุกสิ่งทุกอย่างที่ดีแก่ปัจจุบัน ดังที่คำโบราณท่านกล่าวไว้ว่า “ทำปัจจุบันให้ดีที่สุด อนาคตจะดีเอง” และในการกระทำนั้นต้องทำด้วยหัวใจที่มั่นคงด้วยเมตตากรุณาธรรมที่ประกอบไปด้วยการมีปัญญา เราจึงจะรู้ได้อย่างถ่องแท้ว่า สิ่งสำคัญที่เราไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตา คือ “ธรรมะ” เป็นสิ่งที่เราจะต้องเอาใจเข้าไปศึกษา ขวนขวายใฝ่หาความรู้

ทุกสิ่งทุกอย่างเกิดขึ้นที่เรา เป็นที่เรา ได้รับที่เรา จึงต้องกระทำที่เราด้วยการแก้ไข และเมื่อรู้ว่าผิดแล้วจะต้องแก้ไขด้วยใจที่มีกุศลด้วย แล้วมองตนเองให้มากอย่าโทษผู้อื่นเพียงฝ่ายเดียว เรื่องยุ่งยากก็จะหมดไป

นอกจากนี้เราเรียนรู้ความจริงว่า ชีวิตคืออะไร อะไรคือประโยชน์แท้ อะไรคือประโยชน์เทียม เมื่อรู้แจ้งแก่ใจแล้ว เราต้องตั้งใจเดินหมากชีวิตไปในทางที่ถูกต้องและดี โดยที่ไม่คิดกลับคือ เพราะเราทราบแน่ชัดแล้วว่า “ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว”

โดย น้องกิ๊ฟ ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [8 มิ.ย. 2550 , 09:24:15 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 4



การที่เรามาศึกษาให้เกิดความรู้ความเข้าใจ หรือเรียกว่า “การหันหน้าเข้าวัด” จึงเป็นการหาที่พึ่งอันประเสริฐ เพราะว่าไม่มีที่พึงอันประเสริฐเพราะว่าไม่มีที่พึ่งอื่นที่จะดีไปกว่าพระธรรม แม้พระพุทธองค์ก็ทรงยืนยันอย่างนั้นว่า

“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย คนในโลกส่วนใหญ่เต็มไปด้วยความกลับกลอกและหลอกลวง หาความจริงไม่ค่อยได้ แม้แต่ในการนับถือศาสนา ด้วยอาการดังกล่าวโลกจึงเปรียบเสมือนระงมอยู่ตลอดเวลาด้วยพิษไข้อันเรื้อรังภายในอาคารมหึมาประดุจปราสาทแห่งกษัตริย์ มีลมพัดเย็นสบายแต่สถานที่เหล่านั้น ๆ มักบรรจุเต็มไปด้วยคนซึ่งมีจิตใจเร่าร้อนเป็นไฟอยู่เป็นจำนวนมาก ภาวะอย่างนั้นจะมีความสุขสู้ผู้มีจิตใจสงบด้วยโคนไม้ได้อย่างไร

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย การแสวงหาทางออกอย่างพวกเธอนี้ เป็นเรื่องประเสริฐแท้ การแก่งแย่งกันเป็นใหญ่นั้น ในที่สุดทุกคนก็รู้เองว่า เหมือนแย่งกันเข้าไปสู่กองไฟ มีแต่ความรุ่มร้อน กระวนกระวาย”

ตรงนี้จะเห็นได้ว่า ไม่ว่าจะอยู่บ้านใหญ่โตหรือบ้านเล็ก ทุกอย่างสำคัญที่ใจทั้งสิ้น ถ้าหากจิตใจไม่สงบมีกิเลสตัณหามากจะอยู่อย่างไรก็เร่าร้อน ยิ่งขณะนี้กำลังเข้าสู่หน้าร้อน เราต้องใช้เครื่องปรับอากาศ แต่ถ้าหากจิตใจของเรามีแต่ความเร่าร้อน กระวนกระวาย เพราะมีเหตุอดีตส่งผลให้เราได้รับวิบากไม่ดีจิตใจของเราจึงเร่าร้อน

ถ้าเราไม่รู้เท่ากันกับวิบากว่าที่กระบททางตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจนี้เป็นวิบากเก่า แต่ที่กำลังกระทำลงไปนั้นคือ กรรมใหม่ เราก็จะเร่าร้อนไปกับวิบากกรรมนั้น และจะสร้างกรรมใหม่ให้เป็นเครื่องพันธนาการชีวิตต่อไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ซึ่งเป็นเครื่องที่น่ากลัวมาก เพราะคำว่า “ชีวิต” นั้นถูกร้อยรัดไว้ด้วยวงกลม ๓ เปลาะ คือ กิเลส วัฎฎ์ กรรมวัฏฏ์ และวิบากวัฏฏ์


โปรดติดตามตอนต่อไป

โดย น้องกิ๊ฟ ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [8 มิ.ย. 2550 , 09:26:14 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 5


ขอบคุณมากค่ะน้องกิ๊ฟ

โดย พี่ดา (พี่ดา) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [8 มิ.ย. 2550 , 12:20:13 น.] ( IP = 124.121.174.126 : : )


  สลักธรรม 6

"เวรกรรมจำเพาะเจาะจงมุ่งส่งอุดหนุนเงื่อนไข"

อนุโมทนากับงานกุศลที่น้องกิ๊ฟทำสม่ำเสมอด้วยค่ะ

โดย เซิ่น (เซิ่น) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [8 มิ.ย. 2550 , 12:27:12 น.] ( IP = 203.146.147.13 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org