มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ห้องนั่งเล่นแห่งความรัก ตอนที่ ๑๑




สัปดาห์นี้ก่อนสวดมนต์ ท่านอาจารย์ได้ให้พวกเราจ้องมองไปที่พระพุทธรูป พร้อมๆกับที่เสียงเพลงสมเด็จพระพุทธเจ้า (ที่อาจารย์บุษกรแต่งขึ้นมาเอง ขับร้องโดยคุณโมฬี) ดังขึ้นมา

...แม้ว่าทะเลกว้างจะมล้างมลายไป เหือดแห้งกระนั้นไซ้ร ฤทัยฉันยังมั่นคง ถึงดินและหินต้องสุรีย์ส่องมลายลง ยังรักและมั่นคง สิฉะนั้นนิรันดร

…ฉันมั่นฤทัยสร้างจะไม่ร้างไม่ลืมลง ความคิดยังมั่นคงต่อองค์พระราชินส์

สมเด็จพระพุทธเจ้า โปรดเราให้ทุกข์สิ้น ทางนี้เป็นทางจริง สติล้ำค้ำจุนเจือ

...ขอตั้งมโนมอบขอบคุณพระคุณให้ ด้วยรักและมั่นใจ ตราบชีวิตนิจนิรันดร์.

นับเป็นกลยุทธที่ดี เพราะช่วยทำให้จิตใจของผู้ที่ได้รับฟังไม่ซัดส่ายไปไหนๆ โดยเฉพาะเนื้อร้องทุกถ้อยความเป็นแรงกระตุ้นใจ ให้มีความรู้สึกมั่นคงตรงต่อเจตนาที่จะเดินทางไปสู่เป้าหมายตามที่ได้อธิษฐานไว้ และแล้วเมื่อสวดมนต์เสร็จ อาจารย์ได้พูดถึงความรู้สึกว่า

...เมื่อมองไปที่พระพุทธรูปแล้ว เกิดความรู้สึกสลดใจว่า สมเด็จสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านทิ้งเราไปแล้ว ไม่ว่าเราจะถามอะไร จะพูดอะไร พระพุทธรูปก็ไม่สามารถตอบเราได้ คงเหลือไว้แต่เพียงธรรมะที่เป็นของเบื้องสูง เพราะผู้ที่มีจิตใจสูงเท่านั้นจึงจะเข้าถึงได้ แต่ถึงอย่างไรพวกเราก็ยังสบายใจได้ว่าเราไม่ใจต่ำไปเลยทีเดียว เพราะขณะนี้เรากำลังปรับระดับจิตใจให้มีค่าสูงขึ้น แล้วเชื่อว่า...สักวันชีวิตของพวกเราก็คงจะสามารถเป็นไปดั่งเนื้อเพลงที่ว่า ขอตั้งมโนมอบ ขอบคุณพระคุณให้ ...ด้วยรัก และมั่นใจตราบชีวิตนิจนิรันดร์

โดย วยุรี [15 มิ.ย. 2550 , 09:10:15 น.] ( IP = 58.9.145.50 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 1

เพราะถึงอย่างไร ในเส้นทางแห่งวัฏฏสงสารนั้น ก็ยังมีท่านผู้มีจิตใจประเสริฐ ที่ตั้งแรงอธิษฐานเป็นพระโพธิสัตว์ ซึ่งตอนนี้พวกเราก็ทราบกันดีว่านิยตโพธิสัตว์ที่จะอุบัติมาเป็นพระพุทธเจ้าองค์ต่อไปก็คือ พระศรีอารยเมตไตรย์ แล้วก็ยังมีอีกหลายๆท่านที่ปรารถนาพุทธภูมิและกำลังบำเพ็ญเพียรสร้างบารมีกันอยู่ ซึ่งถ้าหากเราตั้งใจ ตั้งมั่น รักและซื่อตรงต่อเป้าหมายแล้ว เท่ากับเรากำลังสร้างทาง เพื่อทำให้ชีวิตเราได้พบพระพุทธเจ้าที่อุบัติขึ้นมาอย่างแน่นอน และแล้วเมื่อนั้นเราคงจะได้ยินพระสุรเสียงที่ตอบคำถามที่เราคับข้องใจ ...บอกหนทางให้เราได้แก้ไข และบอกหนทางให้กับเราเพื่อความพ้นทุกข์ได้

แต่ตอนนี้ เราต้องระลึกให้ได้ว่า ไม่มีอะไรที่สำคัญไปกว่า ...ธัมมัง สรณัง คัจฉามิ เพราะบัดนี้ยังมีพระธรรมอยู่ และพวกเราก็ยังโชคดี เพราะแม้จะไม่มีพระสุรเสียงให้ได้ยิน แต่ก็ยังมีผู้ที่บำเพ็ญเพียรสร้างบารมี และมีความปรารถนาดีต่อพวกเราด้วยการนำพระธรรมของพระพุทธองค์นั้นมาบอกกล่าว เพื่อให้พวกเราได้ปรับระดับจิตใจให้สูงขึ้น นั่นคือ หลวงพ่อเสือ พ่อของพวกเรา ซึ่งสัปดาห์นี้ท่านได้ฝากข้อคิดมาให้พวกเราในห้องนั่งเล่นแห่งความรักนี้ว่า

โดย วยุรี [15 มิ.ย. 2550 , 09:13:13 น.] ( IP = 58.9.145.50 : : )


  สลักธรรม 2

ดูแลและสร้างความเจริญให้แก่ชีวิตให้ถูก นะลูก ถูกอย่างไร ? ก็คือ ต้องรู้แน่ลงไปว่า ชีวิตนั้นประกอบไปด้วย ๒ ส่วน คือ กาย กับใจ ...สิ่งนี้พ่อรู้ว่า ลูกรักทุกคนรู้มานานแล้ว แต่บางครั้ง บางคน เพียงแค่รู้ แต่ยังไม่ได้สร้างความเจริญให้เกิดขึ้น จิตใจนั้น จะต้องเป็นการทำให้กุศลกรรมเกิดมีขึ้นในใจ ทำให้จิตใจแต่ละขระที่เกิดขึ้น คือในขณะจิตหนึ่งๆ นี้มีกุศลกรรมเกิดขึ้น ถ้าทำได้อย่างนี้ก็จะเป็นความเจริญงอกงามของจิตใจ เมื่อได้ความเจริญงอกงามของร่างกายและจิตใจครบทั้ง ๒ ประการ ก็จะเป็นชีวิตที่สมบูรณ์

ในส่วนของร่างกาย จะมีการเสื่อมโทรมลงไป ยิ่งในระยะปลายแล้วยิ่งมีความเสื่อมมองเห็นชัดมากขึ้น แต่สิ่งที่ลูกๆทุกคนจะทำได้ ก็คือ ด้านจิตใจ เราสามารถทำให้เจริญงอกงามมากขึ้นๆ โดยไม่มีวันเสื่อม พ่อจึงปรารถนาให้ลูกรัก หันมาเหลียวแลจิตใจของตนเองให้มากขึ้นกว่าเดิม และเพิ่มเติมคุณค่า คือความเจริญ มากกว่าเพิ่มความรู้นะลูก เพราะในบางอย่างที่รู้ ก็ยังมีสิ่งที่ไม่สามารถนำมาสร้างความเจริญได้อย่างแท้จริง มิหนำซ้ำอาจเป็นสิ่งที่มาเพิ่มความเสื่อมให้จิตใจได้ นั่นคือ ความหมกมุ่นวุ่นวายใจ

ลูกอาจจะมีคำถามนี้บ่อยมากเกิดขึ้นในจิตใจ นั่นก็คือ ทำอย่างไรถึงจะมีความสุข ทั้งๆที่พยายามค้นหามาตลอดชีวิตนี้แล้ว ทั้งทางโลก จนกระทั่งเข้ามาค้นในทางธรรม ก็ยังไม่พบ ดูประหนึ่งลูกกำลังวิ่งไล่จับเงาของตนเอง ยิ่งไล่ก็ยิ่งห่างออกไป จนบางครั้งเงาที่โยกไหวใหญ่น้อยนั้นเลือนลางจนหายไป

พ่อไม่มีเคล็ดลับในการหาความสุขหรอก เพียงอยากบอกลูกว่า...

เป็นเพราะลูกจริงจัง และมีใจจดจ่อมากเกินไป ...เพียงหยุดค้นหา หันเหความสนใจไปสู่ปัจจุบันเท่านั้น เงาที่ลูกกำลังไล่จับอยู่นั้น แท้ที่จริงมันเกาะติดแน่นอยู่กับกายของลูกนั่นแหละ เพียงแต่ลูกมองไปไกลเกินตัวเท่านั้น ลูกจึงยังไม่พบความสุขสักที

มองใหม่นะลูกพ่อ มองด้วยสติปัญญา พ่อจะคอยเป็นแสงแดดให้ลูกได้เห็นเงาตัวเองเสมอไป


ด้วยรัก จากพ่อเสือ
๑๐ มิถุนายน ๒๕๕๐



โดย วยุรี [15 มิ.ย. 2550 , 09:21:06 น.] ( IP = 58.9.145.50 : : )


  สลักธรรม 3


อาจารย์บอกว่า ธรรมปฏิสันถารในครั้งนี้ หลวงพ่ออธิบายรายละเอียดมาแล้วแทบไม่ต้องขยายความซ้ำ แต่ด้วยความเมตตาของอาจารย์ ท่านก็ยังสู้อุตส่าห์แสดง(สาธิต)ให้พวกเราได้เห็นตามที่หลวงพ่อเปรียบความสุขประดุจเป็นเงาที่เรากำลังวิ่งไล่จับ ...แท้ที่จริงมันอยู่ติดกับกายของตนเอง แต่ที่เราไม่เห็นเพราะไกลเกินตัว





....เพียงหยุดค้นหา หันเหความสนใจไปสู่ปัจจุบันเท่านั้น เงาที่ลูกกำลังไล่จับอยู่นั้น แท้ที่จริงมันเกาะติดแน่นอยู่กับกายของลูกนั่นแหละ เพียงแต่ลูกมองไปไกลเกินตัวเท่านั้น ลูกจึงยังไม่พบความสุขสักที




โดย วยุรีดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [15 มิ.ย. 2550 , 09:36:44 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 4

อาจารย์หันหน้าเข้าหากระดาน แล้วถามพวกเราว่า มีอะไรบ้างที่ปรากฏให้เห็นตอนนี้ ...มีแค่ตัวเราที่รู้อารมณ์ กับกระดานซึ่งเป็นสิ่งที่รู้อารมณ์ไม่ได้เท่านั้น แต่เมื่อใดที่หันออกจากกระดาน (หันหน้ามาทางพวกลูกศิษย์) มีสิ่งต่างๆมากมาย ที่เราต้องไปใส่ใจ ทั้งบุคคล และสิ่งของต่างๆ ...ล้วนเป็นบัญญัติที่มีชื่อเรียกต่างๆ กันมากมาย มีทั้งสิ่งที่รู้อารมณ์ และไม่รู้อารมณ์

....นี่ไงเรามองออกไปไกลเกินตัว แต่ถ้าเมื่อใดหันหน้าเข้ากระดานมีแค่ตัวเอง ซึ่งกระดานก็เป็นแค่รูป แม้ตัวเราก็มีแค่รูปแค่นาม เท่านั้น แล้วเมื่อใดที่เราดูรูป ดูนามตามสภาพธรรมที่เกิดในปัจจุบันนั้นๆ สักวันเราก็จะเห็นระเบียบรูป ระเบียบนาม นั่นก็คือ อุปจยะ สัตติ อนิจจตา ชรตาของรูป และ อุปาทะ ฐีติ ภังคะ ของนาม หรือพูดง่ายๆ ก็คือ เห็นการเกิดดับของรูปนามนั่นเอง ..นี่คือหนทางที่จะนำเราไปสู่ความสุขที่เรากำลังแสวงหากันอยู่ ฉะนั้นความสุขที่แท้จริงไม่ต้องไปวิ่งหาที่ไหน หลวงพ่อท่านจึงบอกว่า... แท้ที่จริงมันเกาะติดแน่นอยู่กับกายของลูกนั่นแหละ

อาจารย์ใช้คำว่า ...หากชีวิตเรามีแต่ การสำรวม และสำรวจตนเองแล้ว พฤติกรรมก็จะเป็นไปในลีลา และจังหวะของสติสัมปชัญญะ

ก่อนหน้านี้ หลวงพ่อเคยสอนพวกเราเสมอว่า ... อย่าคิดมาก คิดให้น้อย แต่คิดให้ถูก ซึ่งในความหมายนั้นก็คือ อย่าคิดมาก คือ อย่าฟุ้งไปในเรื่องราวต่างๆ ที่ผ่านมาแล้ว และยังไม่เกิดขึ้น แต่พยายามคิดให้น้อย คือ คิดหรือพิจารณาแต่รูป –นาม เท่านั้นที่เกิดในปัจจุบันเท่านั้น

หลวงพ่อยังฝากเตือนมาว่า...

ลูกพ่ออย่ากลัวความตายให้มาก เพราะนั่นเป็นเพียงแค่จบการแสดงละครฉากหนึ่งๆ เท่านั้น แต่ควรระวังว่า ฉากต่อไป ลูกจะเป็นตัวอะไร พระเอก หรือผู้ร้าย (คนดีหรือคนเลว) เพราะจะเป็นตัวอะไรนั้น มันอยู่ตรงที่ว่าลูกประทับใจตัวอะไร นั่นคืออารมณ์ใกล้ตาย ที่เกิดขึ้นจากการกระทำบ่อยๆของเรานั่นเอง

โดย วยุรี [15 มิ.ย. 2550 , 09:45:10 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 5




พ่อจึงขอเตือนลูกว่า ละครแห่งโลก และละครแห่งชีวิตนั้น ไม่ผูกขาดพระเอกและนางเอก …ละครแห่งโลกในความหมายนี้ ก็คือ ภพภูมิ ส่วนละครแห่งชีวิต ก็คือ การแสดงของเรา

แต่เราซิ ? มักชอบผูกขาดในการแสดง คือสันทัดในบทใดก็เล่นไปตามบทนั้น แล้วก็เป็นบทที่ซ้ำๆ กัน คือบทบาทแห่งทุกข์ หากเราไม่ปรับเปลี่ยนการกระทำ ฉากต่อไปคือชาติหน้าเราก็ต้องแสดงในบทเดิมๆ คือทุกข์อีก

ฉะนั้นในฉากนี้ (ชาตินี้)ที่เรากำลังแสดงอยู่นั้น จงระวังให้ดี ที่สำคัญเราต้องคำนึงถึงค่าตอบแทน คือรางวัลที่จะได้รับ (เมื่อแสดงจบ) เพราะเราจะต้องนำค่าตอบแทนจากการแสดงนั้นมาใช้ทั้งก่อนตาย(อารมณ์ที่กระทำบ่อยๆ ซึ่งจะมาปรากฏในมรณาสันนกาลและมรณาสันนวิถี) และหลังตาย (ความสันทัดที่ติดตามไปในชาติใหม่)

ท่านอาจารย์ยังได้ทิ้งท้ายไว้เป็นข้อคิดให้กับพวกเราว่า

.....ชีวิตของพวกเราโลดแล่นอยู่ในเส้นทางแห่งวัฏฏะกันมานานมากแล้ว ตอนนี้เรามาหัดคืบหัดคลานอยู่ในเส้นทางแห่งมรรคผลกันบ้างก็จะดี อย่างน้อยก็เป็นการปรับเปลี่ยนบทบาทที่แสดงแบบเดิมๆ เพื่อละครฉากใหม่ที่จะมีต่อไปๆ จะได้มีบททุกข์น้อยลง หากเราทำได้ ....สักวันหนึ่ง วันที่พวกเรารอคอยก็จะมาถึง เป็นวันซึ่งเราสมควรจะลาโรงกันเสียที นั่นคือ....เป็นการจบฉากละครแห่งชีวิต และละครแห่งโลกได้อย่างสิ้นเชิง

โดย วยุรี [15 มิ.ย. 2550 , 10:04:25 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 6


ชีวิตประกอบด้วยกายและใจ เรามักจะมุ่งดูแลกายเป็นประการสำคัญ ทั้งๆที่ทราบว่ามิอาจจะห้ามได้โดยลืมนึกถึงจิตใจ ซึ่งนอกจากจะสามารถทำให้เจริญขึ้นได้แล้ว ยังไม่มีวันเสื่อมอีก

ความรักความเมตตาของหลวงพ่อที่รวมอยู่ในคำเตือนที่ผ่านมาครั้งแล้วครั้งเล่าคอยประคับประคองจิตใจลูก มิให้เสื่อมมากไปกว่าที่เป็นอยู่ อีกทั้งเป็นแรงกระตุ้นให้มุ่งสร้างความเจริญให้แก่จิตใจ

ทุกวันนี้ลูกกำลังกำจัดงานที่ไม่เป็นสาระให้ออกไปจากชีวิตประจำวัน

เพื่อสร้างงานที่เป็นสาระให้มากขึ้น คืองานดูตนเอง
เมื่อวันก่อนลูกเพิ่งเดินตามดูเงาตัวเอง และรู้ว่าเงานี้เกิดจากแสงที่สาดส่องมาจากด้านหลัง
และเราเห็นได้ด้วยตาเนื้อ พร้อมกับบอกกับตนเองว่า ..เมื่อไหร่หนอเราจะได้เห็นเงานั้นด้วยปัญญาเสียที
ถัดมาเพียงหนึ่งวัน พ่อก็มาตอบคำถามลูกว่า...

มองใหม่นะลูกพ่อ .... มองด้วยสติปัญญา พ่อจะคอยเป็นแสงแดดให้ลูกได้เห็นเงาตัวเอง
เงาที่ลูกกำลังไล่จับอยู่นั้น แท้ที่จริงมันเกาะติดแน่นอยู่กับกายของลูกนั่นแหละ เพียงแต่ลูกมองไปไกลเกินตัวเท่านั้น ลูกต้องอยู่กับปัจจุบัน..ค่ะ..ลูกจะมองใหม่ โดยมีพ่อคอยเป็นแสงแดดให้ค่ะ

ขอก้มกราบบูชาหลวงพ่อด้วยความรักและเคารพยิ่ง

โดย พี่ดา (พี่ดา) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [15 มิ.ย. 2550 , 15:34:33 น.] ( IP = 124.121.176.38 : : )


  สลักธรรม 7

ขอน้อมกราบบูชาหลวงพ่อด้วยความเคารพสักการะบูชายิ่ง

ในทุกๆครั้งที่ได้รับฟังคำสอนของหลวงพ่อ
เสมือนว่า ได้มีโอกาสฟังคำสอนที่เกี่ยวกับตนเองในทุกๆครั้ง

ภาษาของพ่อ..จึงเสมือนคำสอนที่มอบให้ลูกๆด้วยความรักและความอบอุ่นเสมอ

ลูกแต่ละคน ไม่เคยเหลียวไปมองใคร
เพราะ แต่ละเรื่องเป็นเรื่องตนเองทั้งสิ้น


ภายในใจลูกก็ละอ้ายละอาย...ใจ
แต่คำตอบในใจก็มักจะตอบว่า
จะพยายามให้ดีขึ้นนะคะหลวงพ่อขา


หลายๆครั้งต้องหาคำสอนของหลวงพ่อที่เด่นชัดเฉพาะตน
มาเตือนตนเองบ่อยๆ .....
เพราะเสมือนจะเป็นเครื่องควบคุมจิตได้ดีขึ้น


ความเมตตาของหลวงพ่อจึงหาประมาณไม่ได้
คราวนี้หลวงพ่อได้เป็นแสงแดดให้แก่ลูกๆทั้งหลาย
นอกจากจะคอยสาดส่องใจที่มืดมิด ให้มีทางสว่างแล้ว
ยังทำให้เห็นเงา..ตนเอง


แหละเงานี่แหละจึงเป็นสิ่งที่บ่งบอกความจริงของตนเองได้ทั้งหมดในเวลานั้นๆ
ไม่ว่าจะเป็นเวลที่สงบ เวลาที่วุ่นวาย เวลาที่แก้กำลังทุกข์ทั้งหลายที่ไม่เคยมองเห็น
ให้กลับมามองเห็นสักที


ขอบพระคุณ อ.วยุรี ค่ะที่นำสิ่งที่มีค่ามาฝากเสมอ
อนุโมทนาค่ะ

โดย น้องอุ๊ (asomsopon) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [15 มิ.ย. 2550 , 19:00:01 น.] ( IP = 125.24.59.152 : : )


  สลักธรรม 8

กราบขอบพระคุณหลวงพ่อด้วยความเคารพค่ะ

เท่าที่ผ่านมา ความรู้ที่ได้รับมานั้น ก็เพียงแค่รู้ แต่ก็ยังไม่ค่อยนำมาใช้ด้วยการสร้างความเจริญให้เกิดขึ้นในจิตใจ ลูกก็จะพยายามให้เวลามองตนด้วยสติปัญญาให้มากกว่านี้ค่ะ

ขอบพระคุณท่านอาจารย์และพี่วยุรีด้วยค่ะ

โดย เซิ่น (เซิ่น) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [15 มิ.ย. 2550 , 22:24:36 น.] ( IP = 58.8.46.244 : : )


  สลักธรรม 9

กราบขอบพระคุณในความเมตตาของหลวงพ่อ
และขอบพระคุณพี่วยุรีมากค่ะ

โดย น้องกิ๊ฟ (น้องกิ๊ฟ) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [16 มิ.ย. 2550 , 19:58:00 น.] ( IP = 58.9.98.66 : : )


  สลักธรรม 10

เพลงกำแพงบุญ

เราต่างมีชีวิต เราต่างมีหัวใจ
เราต่างก็อยากได้สิ่งอันมากมาย
อยากให้คนรัก อยากให้คนสนใจ
เสาะหาไม่เคยเว้นวาย เพราะเราต่างไม่เคยพอ

*เราต่างก็ร้องขอ ขอเป็นคนสมหวัง
เราต่างก็ชิงชังที่จะเสียใจ
คิดเห็นแก่ตัว ทำเพื่อตนเป็นใหญ่
กอบโกยเก็บไว้จนตาย เอาไปไม่ได้สักอย่าง
http://www.zshare.net/audio/229205500cecaf/ โหลดไปฟังกันได้นะครับ..
สร้างกำแพงบุญ ทำบุญเถิดหนา
ด้วยศรัทธา ปัญญาจะเกิดแก่เรา
หมั่นทำความดี ความดีจะอยู่คู่เรา
หลุดพ้นจากความหมองเศร้า ที่พาให้เรามืดมน

โดย โอ๊ด (โอ๊ด) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [16 มิ.ย. 2550 , 22:53:47 น.] ( IP = 58.64.54.225 : : )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org