มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


พระศรีอาริย์ คือใคร? (๕)







พระศรีอาริย์ คือใคร? (๕)
จาก วารสารชีวิต มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

ตอนที่ผ่านมา

สภาพสังคมและเศรษฐกิจมั่งคั่งบริบูรณ์


ในยุคพระศรีอาริย์ มนุษย์มาจากผู้มีบุญมาเกิดมีอายุยืนยาวนาน ความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์เป็นไปอย่างสร้างสรรค์ ตั้งอยู่บนรากฐานของคุณธรรม ปัญหาสังคมในแง่ฆ่ากัน ตีรันฟันแทง ลักขโมย ผิดชู้ลูกเมีย การหย่าร้างย่อมไม่มีเนื่องจากมนุษย์มีคุณธรรม ควบคุมกิเลส อันได้แก่ โลภะ โทสะ และโมหะ ไม่ให้กำเริบ

คุณธรรมเสมือนเป็นเตาชีวิต คอยคุมขอบเขตของไฟกิเลสไม่ให้เผาผลาญออกนอกตา การที่จะมาดื่มเหล้าเมายาไม่มีในยุคพระศรีอาริย์ การที่จะมาโฆษณาแง่ทำลายคุณภาพชีวิต เช่นว่า รินน้อยหน่อยผสมมากหน่อย อร่อยกำลังเหมาะ ก็ไม่มีในยุคพระศรีอาริย์ การที่จะมาพูดจาหลอกคนอื่นในการหาเลี้ยงชีพย่อมไม่มี และโรคภัยไข้เจ็บที่คนเราคุ้นเคย เช่นเป็นไข้หวัดใหญ่ อหิวาตกโรคก็ไม่มี ดังปรากฏในหลักฐานในพระไตรปิฎกคัมภีร์พระสูตรในทีฆนิกาย จักกวัตติสูตร ปฏิกวรรค ดังนี้

“ในเมื่อมนุษย์มีอายุ ๘๐,๐๐๐ ปี จักเกิดมีอาพาท ๓ อย่าง คือ ๑. ความอยากกิน ๒. ความไม่อยากกิน และ ๓. ความแก่ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ในเมื่อมนุษย์มีอายุ ๘๐,๐๐๐ ปี ชมพูทวีปนี้จักมั่งคั่งและรุ่งเรือง”

โดย วารสารชีวิต [18 มิ.ย. 2550 , 06:45:58 น.] ( IP = 58.9.92.4 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

จากพุทธพจน์นี้ ก็บ่งถึงว่า การกินดีอยู่ดี อาหารบริบูรณ์ มีแต่โรคกินจนเบื่อหรือโรคอยากกิน และโรคชรา ยังมีพุทธพจน์อีกตอนหนึ่งกล่าวว่า สภาพผู้คนที่อยู่ในมหานครหลวงที่เป็นศูนย์กลางการปกครองในยุคพระศรีอาริย์ดังนี้

“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ในเมื่อมนุษย์มีอยู่ ๘๐,๐๐๐ ปี เมืองพาราณสีนี้ จักเป็นราชธานี มีนามว่า เกตุมดี เป็นเมืองที่มั่งคั่งและรุ่งเรืองมีพลเมืองมาก มีผู้คนคับคั่งและมีอาหารสมบูรณ์

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ในเมื่อมนุษย์มีอายุ ๘๐,๐๐๐ ปี ในชมพูทวีปนี้ จักมีเมือง ๘๔,๐๐๐ เมือง มีเกตุมดีราชธานีเป็นประมุข

ในหนังสือ “พระอนาคตวงศ์” หนังสือเก่าที่ได้รวบรวมเรื่องราวของ พระศรีอาริย์ จากพระคัมภีร์ทางพระพุทธศาสนา ได้กล่าวถึง สภาพของเกตุมดีราชธานีไว้ว่า ยาว ๑๖ โยชน์ กว้าง ๑ โยชน์ มีไม้กามพฤกษ์เกิดขึ้นทั้ง ๔ ประตูเมือง มีแก้ว ๗ ประการ ประกอบด้วยกำแพงแก้ว ๗ ชั้น โดยรอบพระนคร

โดย วารสารชีวิต [18 มิ.ย. 2550 , 06:46:21 น.] ( IP = 58.9.92.4 : : )


  สลักธรรม 2

สภาพการเมืองการปกครองยุคพระศรีอาริย์


ลักษณะระบอบการเมือง ในยุคพระศรีอาริย์ อยู่ในระบอบธรรมธิปไตย อย่างบริบูรณ์ โดยมีพระมหาจักรพรรดิ์ทรงพระนามว่า พระเจ้าสังขะ เป็นประมุขของกลุ่มเมืองต่าง ๆ อันกว้างใหญ่ไพศาลไม่เพียงแต่ในเขตแดนอินเดียในปัจจุบัน ยังรวมถึงดินแดนต่าง ๆ นอกประเทศอินเดียด้วย แม้ว่า พระมหาจักรพรรดิ์จะมีอำนาจอธิปไตยอยู่ในพระหัตถ์ แต่พระองค์ก็ทรงกระจายอำนาจในการปกครองบังคับบัญชาให้แก่ผู้ครองเมืองนครต่าง ๆ พระองค์ทรงชนะข้าศึกได้โดยธรรมไม่ต้องใช้อาวุธเข้าไปห่ำหั่นดังที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน สันติภาพจะเกิดขึ้นมาไม่ได้ถ้ามหาอำนาจไม่ใช้คุณธรรมเป็นแม่บทของการแก้ไขปัญหาสงคราม หากใช้ความโลภอยากได้เป็นมหาอำนาจ และความมั่งคั่งเป็นพื้นฐานการต่อรองในการได้ สันติภาพมาย่อมไม่มีทางที่จะนำสันติภาพสู่โลกได้เลย

พระพุทธเจ้าโคตมพุทธได้ตรัสถึงธรรมราชาของพระจักรพรรดิดั่งปรากฏในเสลสูตรมัชฌินิกาย พระสุตตันตปิฎกไว้ดังนี้

“ภิกษุ ท. จักรพรรดิราชผู้ประกอบในธรรม เป็นธรรมราชา อาศัยธรรมอย่างเดียว สักการะธรรม เคารพธรรม นอบน้อมธรรม มีธรรมเป็นชัย มีธรรมเป็นยอด มีธรรมเป็นอธิบดี ย่อมจัดการอารักขาป้องกัน และคุ้มครองโดยชอบธรรม ในหมู่ชนในราชสำนัก ในกษัตริย์ที่เป็นเมืองออกในหมู่พล ในพราหมณ์และคฤหบดี ในราษฎรชาวนิคม และชนบท ในสมณะและพราหมณ์ และในเนื้อและนกทั้งหลาย ชื่อว่าเป็นผู้ยังจักรให้เป็นไปโดยธรรม และเป็นจักรที่มนุษย์ใด ๆ ผู้เป็นข้าศึกไม่อาจหมุนกลับไปด้วยมือนี้ คำตรัสของพระพุทธองค์เกี่ยวกับลักษณะการเมืองการปกครองในยุคพระศรีอาริย์มีดังนี้

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ในเมื่อมนุษย์มีอายุ ๘๐,๐๐๐ ปี จักมีพระมหาจักรพรรดิ์ทรงพระนามว่า พระเจ้าสังขะ ๆ ทรงอุบัติขึ้น ณ เกตุมดีราชธานี เป็นผู้ทรงธรรม เป็นพระราชาโดยธรรม เป็นใหญ่โตในแผ่นดินมีมหาสมุทร ๔ เป็นขอบเขต ทรงชนะแล้ว มีราชอาณาจักรมั่นคงสมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ คือ จักรแก้ว ๑ ช้างแก้ว ๑ ม้าแก้ว ๑ แก้วมณี ๑ นางแก้ว ๑ คฤหบดีแก้ว ๑ ปรินายกแก้วที่ ๗ พระราชบุตรของพระองค์มีกว่าพัน ล้วนกล้าหาญ มีรูปทรงสมเป็นวีรกษัตริย์ สามารถย่ำยีเสนาของข้าศึกได้พระองค์ทรงชนะโดย ธรรม โดยไม่ต้องใช้อาชญา มิต้องใช้ศัสตรา ครอบครองแผ่นดินมีสาครเป็นขอบเขต

โดย วารสารชีวิต [18 มิ.ย. 2550 , 06:46:40 น.] ( IP = 58.9.92.4 : : )


  สลักธรรม 3

อำนาจทางการเมือง


ในยุคพระศรีอาริย์ ผู้ปกครองมีความซื่อตรง ยุติธรรม และมีปัญญาในการปกครอง พระมหาจักรพรรดิ์ โดยนิตินัยย่อมมีอำนาจสูงสุดในทางการเมือง แต่เนื่องจากที่พระองค์ทรงปกครองอาณาเขตกว้างใหญ่ไพศาล จึงจำเป็นต้องกระจายอำนาจให้กับผู้ปกครองผู้อื่น โดยมีอำนาจสิทธิขาดในการปกครอง ดังนั้น โดยพฤตินัยผู้ปกครอง ที่ได้รับจากการกระจายอำนาจ จากพระมหาจักรพรรดิ์สังขะ ย่อมมีอำนาจทางการเมืองมาก มีบุคคลหนึ่งที่เป็นมหาปุโรหิต ผู้ใหญ่ ของพระมหาจักรพรรดิ์สังขะ ชื่อว่า สุตพราหมณ์ ผู้เป็นมหาพราหมณ์ ประกอบด้วยอิสริยยศเป็นอันมาก หาผู้จะเปรียบเสมอมิได้ และเป็นพุทธบิดาของพระศรีอาริยเมตไตรย์เจ้า

ความเป็นมาของพระมหาจักรพรรดิ์สังขะ ในหนังสืออนาคตวงค์ได้กล่าวถึงชาติก่อนของพระมหาจักรพรรดิ์สังขะว่า เป็นเทวบุตรนามว่า มหาฬกาล และจุติจากเทวโลกลงมา เป็นพระมหาจักรพรรดิ์ เสวยสิริราชสมบัติในเกตุมดีมหานคร ในท่ามกลางมหานครนี้ มีปราสาททองที่ประกอบด้วยแก้ว ๗ ประการ ตั้งอยู่ท่ามกลางพระนคร ประดับด้วยหมู่พระสนมแสนสาวสุรางค์ทั้งหลาย ประมาณ ๘ หมื่น ๔ พันพระองค์ พระองค์มีพระราชโอรสประมาณพันพระองค์ พระราชโอรสผู้ใหญ่นั้นทรงพระนามว่า อชิตราชกุมาร เจ้าอชิตราชกุมารนั้นเป็น ปรินายก แก้วแห่งพระราชบิดาผู้เป็นพระยาบรมสังขจักร อันบริบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ คือ จักรแก้ว ๑ นางแก้ว ๑ แก้วมณีโชติ ๑ ช้างแก้ว ๑ ม้าแก้ว ๑ คหบดีแก้ว ๑ ปรินายกแก้ว ๑ สมบัติบรมจักร นั่นย่อมมีทุกสิ่งทุกประการ เป็นที่เกษมสานต์ยิ่งนัก เหลือที่จะพรรณนา

โดย วารสารชีวิต [18 มิ.ย. 2550 , 06:46:57 น.] ( IP = 58.9.92.4 : : )


  สลักธรรม 4

พระศรีอาริย์จุติจากเทวโลก


เป็นธรรมเนียมของพระบรมโพธิสัตว์ทั้งหลาย ก่อนที่จะจุติจากเทวโลก ลงมาตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระบรมโพธิสัตว์จะต้องเลือกกาลอันเหมาะสม ในวันเพ็ญพระจันทร์เต็มดวง ย่อมมีแสงสว่างส่องทางเดินแก่หมู่สัตว์ พระบรมโพธิสัตว์ผู้เต็มเปี่ยมด้วยปัญญา คือดวงประทีปส่องทางชีวิต ย่อมเลือกกาลที่มีพระจันทร์เต็มดวงอันเป็นเครื่องเตือนสติถึงแสงสว่างของปัญญาได้อย่างดีเยี่ยม

ภายหลังที่พระอาริย์ได้รับอาราธนานิมนต์จากหมู่เทพยดาทั้งหลาย ก็จุติลงมาจากดุสิตสวรรค์เทวโลกและปฏิสนธิในพระครรภ์พุทธมารดา นามว่า นางพราหมณีวดี ภริยาแห่งมหาปุโรหิต นามว่า สุตพราหมณ์ดังกล่าวในวันอุโบสถ วันเพ็ญเดือน ๘ ขึ้น ๑๕ ค่ำ ในเวลาใกล้รุ่งเกิดแสงสว่างอันโอฬารหาประมาณมิได้ยิ่งกว่าอานุภาพของเทวดาทั้งหลายที่จะบันดาลได้ และเกิดแผ่นดินไหวเนื่องจากการจุติจากดุสิต ขณะที่พระศรีอาริย์จุติจากดุสิตมีสติพร้อมบริบูรณ์ นี้เป็นธรรมเนียมของผู้ที่จะเกิดเป็น “พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้งหลาย” รายละเอียดเรื่องนี้พระพุทธองค์ทรงตรัสแก่พระอานนท์ดังนี้

โดย วารสารชีวิต [18 มิ.ย. 2550 , 06:47:12 น.] ( IP = 58.9.92.4 : : )


  สลักธรรม 5

การจุติของพระโพธิสัตว์จากดุสิต


ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้อนี้ข้าพระองค์ได้ฟังเฉพาะพระพักตร์พระผู้มีพระภาคเจ้าได้จำมาแต่ที่เฉพาะกระพักตร์พระผู้มีพระภาคเจ้าว่า “ดูก่อน อานนท์! โพธิสัตว์มีสติรู้ตัวพร้อม บังเกิดในหมู่เทพชั้นดุสิต” ดังนี้ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้อที่พระโพธิสัตว์มีสติ รู้ตัวพร้อม บังเกิดขึ้นในหมู่ชั้นเทพชั้นดุสิตนี้ ข้าพระองค์ย่อมถือได้ว่า เป็นของน่าอัศจรรย์ไม่เคยมี เกี่ยวกับพระผู้มีพระภาค

ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้อนี้ข้าพระองค์ได้ฟังมาเฉพาะพระพักตร์พระผู้มีพระภาคเจ้า ได้จำมาแต่เฉพาะพระพักตร์ พระผู้มีพระภาคเจ้าว่า “ดูก่อน อานนท์ โพธิสัตว์มีสติรู้ตัวทั่วพร้อม ดำรงอยู่ในหมู่เทพชั้นดุสิต” ดังข้าแต่พระองค์ ผู้เจริญ ข้อที่พระโพธิสัตว์มีสติ รู้ตัวทั่วพร้อม ดำรงอยู่ในหมู่เทพชั้นดุสิตนี้ ข้าพระองค์ย่อมถือได้ว่า เป็นของน่าอัศจรรย์ไม่เคยมี เกี่ยวกับพระผู้มีพระภาค

ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้อนี้ข้าพระองค์ได้ฟังมาเฉพาะพระพักตร์พระผู้มีพระภาคเจ้าได้จำมาแต่เฉพาะพระพักตร์พระผู้มีพระภาคเจ้าว่า “ดูก่อนอานนท์ โพธิสัตว์ มีสติรู้ตัวทั่วพร้อม ดำรงอยู่ในหมู่เทพ ขั้นดุสิต จนกระทั่งตลอดการแห่งอายุ” ดังนี้ ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้อที่พระโพธิสัตว์ มีสติรู้ตัวทั่วพร้อม ดำรงอยู่ในหมู่เทพ ขั้นดุสิต จนกระทั่งตลาดกาลแห่งอายุนี้ ข้าพระองค์ย่อมถือได้ว่า เป็นของน่าอัศจรรย์ ไม่เคยมีเกี่ยวกับพระผู้มีพระภาค

โดย วารสารชีวิต [18 มิ.ย. 2550 , 06:47:30 น.] ( IP = 58.9.92.4 : : )


  สลักธรรม 6

การจุติจากดุสิตลงสู่ครรภ์มารดา


ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้อนี้ ข้าพระองค์ได้ฟังมาเฉพาะพระพักตร์พระผู้มีพระภาคเจ้า ได้จำมาแต่ที่เฉพาะพระพักตร์พระผู้มีพระภาคเจ้า “ดูก่อนอานนท์ โพธิสัตว์ มีสติ รู้ตัว ทั่วพร้อม จุติจากหมู่เทพชั้นดุสิต ก้าวลงสู่ครรภ์แห่งมารดา” ดังนี้ ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ แม้ข้อนี้ ข้าพระองค์ย่อมถือไว้ว่าเป็นของน่าอัศจรรย์ ไม่เคยมี เกี่ยวกับพระผู้มีพระภาค


เกิดแสงสว่างเนื่องด้วยการจุติจากดุสิต


ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้อนี้ ข้าพระองค์ได้ฟังมาเฉพาะพระพักตร์พระผู้มีพระภาคเจ้า ได้จำมาแต่ที่เฉพาะพระพักตร์ พระผู้มีพระภาคเจ้าว่า “ดูก่อนอานนท์ โพธิสัตว์มีสติ รู้ตัวทั่วพร้อม จุติจากหมู่เทพชั้นดุสิตแล้ว ก้างลงสู่ครรภ์แห่งมารดา ในขณะนั้น แสงสว่างอันโอฬารจนหาประมาณมิได้ ยิ่งใหญ่กว่า อานุภาพ ของเทวดาทั้งหลายจะบันดาลได้ ได้ปรากฏขึ้นในโลกพร้อมทั้งเทวโลกมารโลก พรหมโลก ในหมู่สัตว์ พร้อมทั้งสมณพราหมณ์ พร้อมทั้งเทวดาและมนุษย์ถึงแม้ในโลกันตริกนรก อันโล่งโถงไม่มีอะไร ปิดกั้น แต่มืดมน หาการเกิดแห่งจักขุวิญญาณมิได้ อันแสงสว่างแห่งพระจันทร์และพระอาทิตย์ อันมีฤทธิ์อานุภาพอย่างนี้ ส่องไปไม่ถึงนั้น แม้ในที่นั้น แสงสว่างอันโอฬารจนหาประมาณมิได้ ยิ่งใหญ่กว่าอานุภาพของเทวดาทั้งหลายจะบันดาลได้ ก็ได้ปรากฏขึ้นเหมือนกัน

สัตว์ที่เกิดอยู่ ณ ที่นั้น รู้จักกันได้ด้วยแสงสว่างนั้น พากันร้องว่า ท่านผู้เจริญทั้งหลายเอ๋ย ผู้อื่นอันเกิดอยู่ในที่นี้นอกจากเรา ก็มีอยู่เหมือนกันดังนี้และ หมื่นโลกธาตุนี้ ก็หวั่นไหว สั่นสะเทือนสะท้านแสงสว่างอันโอฬารจนหาประมาณมิได้ ได้ปรากฏขึ้นในโลกเกินกว่าอานุภาพของเทวดาทั้งหลายจะบันดาลได้” ดังนี้ ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญแม้ข้อนี้ ข้าพระองค์ย่อมถือได้ว่า เป็นของน่าอัศจรรย์ ไม่เคยมี เกี่ยวกับพระผู้มีพระภาคเจ้า

โปรดติดตามตอนต่อไป

โดย วารสารชีวิต [18 มิ.ย. 2550 , 06:47:53 น.] ( IP = 58.9.92.4 : : )


  สลักธรรม 7

ขอบพระคุณมากค่ะ

โดย พี่ดา (พี่ดา) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [18 มิ.ย. 2550 , 09:33:24 น.] ( IP = 124.121.174.125 : : )


  สลักธรรม 8

อนุโมทนาและขอบคุณมากค่ะที่นำมาฝาก

โดย เซิ่น (เซิ่น) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [18 มิ.ย. 2550 , 17:32:51 น.] ( IP = 203.146.147.13 : : )


  สลักธรรม 9

พระไตรปิฏก เป็นเรื่องโกหกมากกว่าจริง
ศึกษาแล้วก็ไม่สิ้นสงสัยเป็นเรื่องโกหกมาเป็น
พันๆปี

โดย sriarn [12 ส.ค. 2550 , 15:46:58 น.] ( IP = 124.121.16.252 : : )


  สลักธรรม 10

ประกาศเตือน : 2553
โลกกำลังวุ่นว่าย จงอยู่กันอย่างสงบ
รักษาศีล 5 ให้มั่น แล้วรอวันฟ้าใส
เราจะพาพวกเจ้าข้ามกาลียุคและมหันตภัย
เข้าสู่อารยธรรมใหม่ในโลกของศรีอารย์

โอวาทปาฎิโมกข์
การไม่ทำบาปทั้งปวง คือ การเป็นคนดี มีศีลธรรม
การทำกุศลให้ถึงพร้อม คือ การเป็นตัวอย่างที่ดี และสอนคนเป็นคนดี
การชำระจิตชองตนให้ขาวรอบ คือ การมองโลกในแง่ดี
ธรรม 3 อย่างนี้คือคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย
“เพราะฉะนั้น จงคิดดี พูดดี ทำดี มองโลกในแง่ดี
และที่สำคัญ ทำแต่พอดี นี่แหล่ะ มรรคมีองค์ 8 หรือ ทางสายกลาง

“ทำความดีอย่ายึดติดผลของความดี
ภูมิที่ดีก็ไม่มีให้ไปเกิด (หมายถึง ชั้นเทวดาและชั้นพรหม)
ไม่ทำความชั่วก็ไม่ตกลงสู่อบายภูมิ
หนทางนี้แล ดับขันธ์นิพพาน”

“ไม่ว่าจะแต่งกายแบบใดเป็นผู้มีความสำรวม กาย วาจา ใจ
ซื่อสัตย์ ไม่เบียดเบียน ไม่ทำร้ายใคร
รักษาสัจจะ ผู้นั่นเป็น ภิกษุ เป็น สมณะ”


แด่ผู้ไม่รู้ทั้งหลาย เกิด แก่ เจ็บ ตาย จะกลายเป็นเรื่องธรรมดา
ความโศกเศร้าเป็นโมฆะ เพราะธรรมมะสอนคนได้
ความร่ำไรจางหาย เพราะได้สวดมนต์คู่ลูกชาย
ความไม่สบายใจสูญหาย เพราะลูกได้ผ้าเหลืองห่มกาย
ความไม่สบายใจสละสิ้น เพราะมีลูกเป็นครูสอนศาสนา
ทุกข์เบื้องนี้ไม่มีอีกแล้ว เพราะได้ชุบเลี้ยงสาวกของศาสดา
ทุกข์เบื้องหน้าไม่รอ เพราะมีพระอรหันต์เดินนำหน้า
ธรรม...จะนำพา พ่อแม่เจ้าเข้านิพพาน
“ไม่มีสิ่งใดที่จะทำให้พ่อแม่หมดทุกข์ได้แล้ว เท่ากับการที่ท่านได้เลี้ยงลูกคนหนึ่งให้เป็นคนดี
และไม่มีอะไรที่ดีกว่า เท่ากับ การที่ลูกเป็นคนดีและสอนคนอื่นให้เป็นคนดีตามไปด้วย”

“รู้จักที่จะมองโลกในแง่ดี และมีไมตรีต่อผู้อื่น”
“ต่ออายุให้โลกใหม่ ด้วยการใส่ใจสิ่งแวดล้อม”
ธรรมะรักษาทุกท่านทุกคนเทอญ
การกลับมาของข้า....เอหิภิกขุอุปสัมปทา
พุทธะ...เรียกข้าว่า....อริยะ..เมตไตย
( นารายณ์... ผู้รักษา)

โดย ศรีอารย์ [13 มี.ค. 2553 , 14:59:34 น.] ( IP = 202.28.52.221 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org