มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


พระศรีอาริย์ คือใคร? (๖)






พระศรีอาริย์ คือใคร? (๖)
จาก วารสารชีวิต มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

ตอนที่ผ่านมา

แผ่นดินไหว เนื่องด้วยการจุติ


“ดูก่อนอานนท์ เหตุปัจจุบันที่ทำให้ปรากฏการไหวแห่งแผ่นดินอันใหญ่หลวง มีอยู่แปดประการ

ดูก่อนอานนท์ เมื่อใดโพธิสัตว์จุติจากหมู่เทพชั้นดุสิต มีสิตสัมปชัญญะก้าวลงสู่ครรภ์แห่งมารดา เมื่อนั้นแผ่นดินย่อมหวั่นไหว ย่อมสั่นสะเทือน ย่อมสั่นสะท้านอานนท์ นี้เป็นเหตุปัจจัยคำรบสามแห่งการปรากฏการไหวของแผ่นดินอันใหญ่หลวง”

โดย วารสารชีวิตดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [19 มิ.ย. 2550 , 18:54:46 น.] ( IP = 58.9.145.220 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

การลงสู่ครรภ์


ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้อนี้ ข้าพระองค์ได้ฟังมาเฉพาะพระพักตร์พระผู้มีพระภาคเจ้า ได้จำมาแต่ที่เฉพาะพระพักตร์พระผู้มีพระภาคเจ้าว่า “ดูก่อนอานนท์ ในการใดโพธิสัตว์กำลังก้าวลงสู่ครรภ์ แห่งมารดา ในกาลนั้นเทพบุตรทั้งหลาย ย่อมทำการอารักขาในทิศทั้งสี่ แก่โพธิสัตว์โดยประสงค์ว่ามนุษย์ หรืออมนุษย์ หรือใคร ๆ ก็ตามอย่าได้เบียดเบียนโพธิสัตว์ หรือมารดาแห่งโพธิสัตว์เลย” ดังนั้น ข้าแต่พระองค์ย่อมถือไว้ว่าเป็นของน่าอัศจรรย์ ไม่เคยมี เกี่ยวกับพระผู้มีพระภาค

พุทธมารดารักษาครรภ์


ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้อนี้ ข้าพระองค์ได้ฟังมาเฉพาะพระพักตร์พระผู้มีพระภาคเจ้า ได้จำมาแต่เฉพาะพระพักตร์พระผู้มีพระภาคเจ้าว่า “ดูก่อนอานนท์ ในกาลใดโพธิสัตว์ก้างลงสู่ครรภ์แห่งมารดา ในกาลนั้นมารดาแห่งโพธิสัตว์ย่อมเป็นผู้มีศีลอยู่โดยปกติเป็นผู้เว้นจากปาณาติบาต เว้นจากอทินนาทาน เว้นจากกาเมสุมิจฉาจาร เว้นจากมุสาวาท เว้นจากสุราและเมรัยอันเป็นที่ตั้งของความประมาท” ดังนี้

ฯลฯ “ดูก่อนอานนท์ ในกาลใดโพธิสัตว์ก้าวลงสู่ครรภ์มารดาในกาลนั้นมารดาแห่งโพธิสัตว์ ย่อมไม่มีความคิดอันเจือด้วยกามคุณ ในบุรุษทั้งหลาย อนึ่งมารดาแห่งโพธิสัตว์ ย่อมเป็นผู้ที่บุรุษใด ๆ ไม่คิดจะล่วงเกินด้วยจิตอันกำหนัดฯ” ดังนี้

ฯลฯ ดูก่อนอานนท์ ในกาลใด โพธิสัตว์ก้าวลงสู่ครรภ์แห่งมารดาในกาลนั้น มารดาแห่งโพธิสัตว์ เป็นผู้มีลาภด้วยกามคุณทั้งห้า มารดาแห่งโพธิสัตว์นั้น อิ่มเอิบด้วยกามคุณทั้งห้า เพียบพร้อมด้วยกามคุณทั้งห้าให้เขาประคบประหงมอยู่” ดังนี้

ฯลฯ ดูก่อนอานนท์ ในกาลใด โพธิสัตว์ย่อมไม่มีอาพาธใด ๆ มีความสุข ไม่อ่อนเพลีย อนึ่งมารดาแห่งโพธิสัตว์ ย่อมแลเห็นโพธิสัตว์ผู้อยู่ในครรภ์มารดา มีอวัยวะน้อยใหญ่สมบูรณ์ มีอินทรีย์ไม่ทราบ เหมือนอย่างว่า แก้วไพฑูรย์ อันงดงามโชติช่วงสดใสเจียระไนดีแล้วมีด้ายร้อยอยู่ในแก้วนั้นสีเขียว เหลืองแกมเขียว แดง ขาว หรือก็ตามบุรุษที่ตาหยั่งดี เอาแก้วนั้นวางบนฝ่ามือแล้วย่อมมองเห็นชัดเจนว่า นี้แก้วไพฑูรย์ อันงดงามโชติช่วงสดใสเจียระไนดีแล้วนี้ด้วย เหลืองแกมเขียว แดง ขาว หรือเหลืองก็ตาม ฉันใดก็ฉันนั้น ที่มารดาแห่งโพธิสัตว์เป็นผู้ไม่มีอาพาธ มีความสบาย ไม่อ่อนเพลีย แลเห็นโพธิสัตว์ผู้นั้นอยู่ในครรภ์มีอวัยวะน้อยใหญ่สมบูรณ์ มีอินทรีย์ไม่ทราม” ดังนี้

โดย วารสารชีวิตดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [19 มิ.ย. 2550 , 18:56:14 น.] ( IP = 58.9.145.220 : : )


  สลักธรรม 2

การอยู่ในพระครรภ์ และการประสูติของพระศรีอาริย์


เป็นธรรมเนียมของมารดาพระบรมโพธิสัตว์ทั้งหลาย ขณะที่อยู่ในพระครรภ์พุทธมารดา พระโพธิสัตว์ย่อมมีสติพร้อมบริบูรณ์ พระศรีอาริย์ก็เช่นเดียวกันในกาลที่มีการประสูติของพระบรมโพธิสัตว์ย่อมเกิดแสงสว่างอันโอฬารอันหาประมาณมิได้ และแผ่นดินไหว เทพยดาทั้งหลายพากันสักการะบูชา ดังห่าฝน พระศรีอาริย์ก็เช่นกัน (รายละเอียดเรื่องนี้ โปรดอ่าน วารสารชีวิต ปีที่ ๒๕ ฉบับที่ ๓ ของอภิธรรมมูลนิธิหน้า ๕๑-๕๖ หรือ ในพระไตรปิฏก อัจริยภูตอัมมสูตร อุปริปัณณาสก์ มัชฌิมนิกาย)


ทำไมพระศรีอาริย์จึงมีพุทธบิดาเป็นมหาปุโรหิตพราหมณ์


ปกติของพระบรมโพธิสัตว์ที่จะตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จะไม่เกิดในตระกูลต่ำไม่เกิดในครอบครัวยากจนเลย เนื่องด้วยบุญบารมีของพระโพธิสัตว์ที่สั่งสมมาแต่ปากก่อน พระโพธิสัตว์ย่อมเกิดในตระกูลกษัตริย์ หรือตระกูลพราหมณ์เท่านั้น ถ้าบุคคลทั้งหลายนับถือตระกูลพราหมณ์ยิ่งกว่าตระกูลกษัตริย์ ตระกูลพราหมณ์สมมุติว่าเป็นมงคลยิ่งใหญ่กว่าตระกูลกษัตริย์ ในกาลใด พระบรมโพธิสัตว์ก็จะเกิดในตระกูลพราหมณ์ในกาลนั้น ในยุคพระศรีอาริย์ แม้จะมีกษัตริย์ แต่ตระกูลพราหมณ์ได้สมมุติกันว่าเป็นมงคลยิ่งกว่า พระศรีอาริย์จึงบังเกิดในตระกูลพราหมณ์ดังกล่าวผิดกับพระพุทธโคตมพุทธ ซึ่งเกิดในตระกูลกษัตริย์ เนื่องจากในยุคนั้น ถือกันว่า ตระกูลกษัตริย์ได้รับการนับถือยิ่งกว่าตระกูลพราหมณ์

โดย วารสารชีวิตดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [19 มิ.ย. 2550 , 18:56:42 น.] ( IP = 58.9.145.220 : : )


  สลักธรรม 3

พระโพธิสัตว์ศรีอาริย์ทรงครองเรือน


เมื่อพระโพธิสัตว์ศรีอาริย์ได้ประสูติออกมา พระองค์ได้อยู่อย่างสุขสำราญในปราสาท ๓ หลัง ตามสมควรแก่ฤดูกาลซึ่งปราสาทหอมฟุ้งด้วยกลิ่นหอมมิรู้ขาด พร้อมด้วยนางนาฎ พระสนม ประมาณ ๗ แสน ส่วนสมเด็จพระอัครมเหสีแห่งสมเด็จพระศรีอาริย์เมตไตรยบรมโพธิสัตว์เจ้าทรงพระนามว่า พระจันทมุนี เป็นประธานแห่งนางบริวารทั้งหลาย ๗ แสน มีพระราชโอรสพระองค์หนึ่ง ทรงนามว่า พระพรหมณ์วัฒนะกุมาร

เป็นธรรมเนียมของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย ก่อนจะตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จะต้องมีทรงมีคู่ครอง และบุตร เพื่อแสดงถึง ความเป็นชายบริบูรณ์ ป้องกันพวกที่ชอบคิดอคติ จะได้ไม่เกิดจิตบาป คิดในทางไม่ดีต่อพระพุทธองค์ และเพื่อทรงแสดงให้ชาวโลกเห็นว่า พระองค์ทรงมีสิ่งบำเรอความสุขทุกสิ่งทุกอย่าง ตามที่ชาวโลกปรารถนาแสวงหา และสิ่งเหล่านั้น ก็ไม่ใช่ทางสันติสุขของชีวิตที่แท้จริง ทางอริยมรรคมีองค์ ๘ นี้แหละเป็นทางที่ไปสู่อมตสุขที่แท้จริง

โดย วารสารชีวิต [19 มิ.ย. 2550 , 18:58:10 น.] ( IP = 58.9.145.220 : : )


  สลักธรรม 4

พระบรมโพธิสัตว์ศรีอาริย์ ในวันหนึ่งเสด็จขึ้นสู่รถแก้วอันเป็นทิพย์วิมาน มีสิริหา เสมอมิได้ เสด็จประภาสอุทยานทอดพระเนตรเห็น นิมิต ๔ ประการ คือ การเกิด แก่ เจ็บ ตาย อันเทวดาได้เนรมิตร ให้เห็นยังธรรมสังเวช มีพระทัยน้อมไปในการบรรพชา พิจารณาเห็นเพศสมณะเป็นอารมณ์ในพระทัยฝ่ายเหล่าเทพยดาทั้งหลายในหมื่นจักรวาล ก็ชอบถือเครื่องสักการะบูชา เหาะตามมากระทำสักการะบูชาในอากาศเวหาแผ่นเนื่องกันเป็นเอนกอสงไขย ทั้งท้าวพระยากษัตริย์ทั้ง ๘ หมื่น ๔ พัน พระนครก็ดี และชาวนิคมประเทศชนบททั้งหลายก็ดี ชวนกันมากระทำสักการะบูชาด้วยดอกไม้ และของหมอ มีประการต่าง ๆ เต็มเดียระดาษกลาดเกลื่อนไปทั้งชามภูทวีป เหล่าพวกอสูร (ยักษ์กายละเอียด) ก็เข้าแวดล้อมรักษาปรางค์ปราสาท ฝ่ายพระยานาคราชกระทำการบูชาด้วยแก้วมณีฯ

เมื่อพระศรีอาริย์เจ้าเสด็จออกบรรพชาเหล่าเทพยดา อินทร์ พรหม ยม ยักษ์ และมนุษย์ นาค ครุฑ คนธรรพ์ ทั้งหลายกระทำสักการะบูชา พระมหาจักพรรดิ์ พร้อมสาวสนมทั้งปวง และทหารจำนวนมากมหาศาลเสด็จไปที่ใกล้สมเด็จพระโพธิสัตว์ครั้งนั้น มหาชนทั้งหลายทั้งปวง มีความปรารถนาจะทรงบรรพชา

ครั้น พระศรีอาริย์บรมโพธิสัตว์ เสด็จถึงควงไม้พระศรีรัตน์มหาโพธิ์ ถือไม้กากะทิงใกล้ ปริมณทลไม้พระมหาโพธิ์ ฝ่ายท้ายมหาพรหมก็เชิญพานผ้าสาวสพัตร์ กับเครื่องบริขารทั้ง ๘ น้อมเข้าไปถวายสมเด็จพระบรมโพธิสัตว์ จึงทรงชักพระแสงดาบแก้ว ตัดพระเกษเกล้าให้ขาด โยนขึ้นอากาศ ถือเอาเครื่องบริขารทั้ง ๘ ประการ ทรงเพศบรรพชา ส่วนบริวารทั้งหลาย ก็ชวนกันบรรพชาตามพระมหาบุรุษศรีอาริย์ พระศรีอาริย์เมตไตรย กระทำความเพียรที่ใกล้พระมหาโพธิ์ ๗ วัน ในเวลาเย็นก็เสด็จสู่ควงไม้พระมหาโพธิ์ทรงนั่งเหมือนตามบัลลังก์ ทรงเข้าฌาณ ได้ญาณ ได้ญานระลึกชาติไม่มี ที่สิ้นสุด ที่เรียกว่า บุพเพนิวาสนุสสติญานในปฐมยาม ในมัชฌิมยาม ทรงได้ญาณแตกฉานการเกิดของสัตว์ทั้งหลายในอนาคตอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ที่เรียกว่าได้ อนาคตญาณ หรือ ทิพยจักขุญาณ ในปัจฉิมยามพระองค์ทรงเจริญสติปัฏฐาน เจริญวิปัสสนา ตรัสรู้พระสัมมาโพธิญาณ เป็นพระอรหันต์ สัมมาสัมพุทธเจ้าพิชิตมวลกิเลสมารลงสำเร็จ ประสพกับอมตธรรมคือ พระนิพพาน

โดย วารสารชีวิต [19 มิ.ย. 2550 , 18:58:43 น.] ( IP = 58.9.145.220 : : )


  สลักธรรม 5

ทรงตีกลองพระธรรม


พระศรีอาริย์พุทธเจ้า ทรงแสดงปฐมเทศนา ประกอบด้วยอริยสัจ ๔ ผลทำให้มนุษย์เทวดาตรัสรู้มรรคผล พระนิพพานประมาณ ๓ แสนโกฎิ์ พระศรีอาริย์พุทธเจ้าทรงเทศนาธรรม ทำให้บุคคลทั้งหลายได้ตรัสรู้เป็นพระอรหันต์จำนวนมหาศาล


พระวรกายของพระศรีอาริย์


ยุคพระศรีอาริย์ เป็นสมัยของคนมีบุญมาก เนื่องจากบุญย่อมมีบุญฤทธิ สามารถนำสิ่งที่น่ายินดี น่าปรารถนาแก่ผู้ทำบุญได้ ด้วยเหตุนี้ การมีบุญมาก อำนาจบุญย่อมสามารถนำสิ่งน่ายินดีแก่ผู้มีบุญมากดั่งเนรมิตร คล้ายในเมืองเทวดา ซึ่งมีของทิพย์ต่าง ๆ มากมาย มีรายละเอียดที่เหลือเชื่อ สำหรับคนยุคใจบุญน้อย บาปมากในปัจจุบันนี้ เมื่อนำหลักฐานมากล่าวถึง รูปร่างของพระศรีอาริย์ซึ่งสูงใหญ่มากแม้ต้นไม้ที่พระศรีอาริย์ทรงอาศัยเพื่อเจริญพระกรรมฐาน จนตรัสรู้นั้นก็สูงใหญ่เช่นกัน

องค์พระศรีอาริย์เมตไตรยเจ้า ผู้ทรงมีรูปลักษณะอันงามนั้น พระองค์มีพระวรกายสูงได้ ๘๘ ศอก พระองค์ใหญ่ กว้างได้ ๒๕ ศอก ตั้งแต่ฝ่าพระบาท ถึงพระฌานุมณฑลเข่ามีประมาณ ๒๒ ศอก ตั้งแต่พระฌานุมณฑลขึ้นไปถึงพระนาภีประมาณ ๒๒ ศอก ตั้งแต่พระนาภีขึ้นไปถึงพระรากขวัญทั้ง ๒ ประมาณ ๒๒ ศอก ตั้งแต่พระรากขวัญขึ้นไปถึงพระเศียรเกล้าที่สุดยอดพระอุณหิศเปลว พระพุทธรัศมีนั้น มีประมาณ ๒๒ ศอก เสมอกันทั้ง ๔ ส่วน พระรากขวัญทั้ง ๒ แต่ละอันนั้นยาวได้ ๕ ศอก อันว่าพระหัตถ์ทั้ง ๒ ซ้ายขวา นั้นยาวได้ ๔๐ ศอก ในระหว่างภายในแห่งพระพาหาทั้ง ๒ ซ้ายขวานั้นมี ประมาณ ๒๕ ศอก พระอังคุลีแต่ละอันยาวได้ ๕ ศอก

ฝ่ายพระหัตถ์แต่ละข้างกว้างได้ ๕ ศอก พระศอโดยกลมรอบ มีประมาณ ๕ ศอก โดยยาวก็ ๕ ศอก พระโอษเบื้องบน เบื้องล่างกว้าง ๑๐ ศอก เสมอกันเป็นอันดี พระชิวหาอยู่ภายในพระโอษยาว ๑๐ ศอก พระนาสิกสูงยาวลงมาได้ ๗ ศอก ดวงพระเนตร์ทั้ง ๒ โดยกว้างได้ ๗ ศอก แววพระเนตร์ทั้ง ๒ ทั้งที่ดำกลมเป็น ปริมณฑลอยู่นั้น มีประมรณ ๕ ศอก พระโขนงแต่ละข้างยาวได้ ๕ ศอก ในระหว่างพระโขนงทั้ง ๒ กว้างได้ ๔ ศอก พระกรรณทั้ง ๒ แต่ละข้างยาวได้ ๗ ศอก ดวงพระพักตร์นั้นเป็นปริมณฑล กลมดังดวงพระจันทร์เมื่อวันเพ็ญ มีประมาณกลมได้ ๒๕ ดอก พระอุณหิศ ที่เวียนเป็นวงทักขิณาวัดรอบพระเศียรเป็นเปลวพระพุทธรัศมี ขึ้นไปนั้นโดยกลมรอบได้ ๒๕ ศอก

โดย วารสารชีวิต [19 มิ.ย. 2550 , 18:59:06 น.] ( IP = 58.9.145.220 : : )


  สลักธรรม 6

รูปลักษณะมหาบุรุษของพระศรีอาริย์


พระศรีอาริย์ทรงมีรูปลักษณะของมหาบุรุษ ๓๒ ประการมีพระฉัพพรรณรังสี พระพุทธรัศมี ๖ ประการ สว่างออกมาจากพระสิริกายอันงดงาม

รูปลักษณะมหาบุรุษ ๓๒ ประการมีดังนี้

๑.มหาบุรุษ มีพื้นเท้าสม่ำเสมอ
๒.มหาบุรุษ ที่ฝ่าเท้ามีจักรเกิดแล้วมีซี่ตั้งพัน พร้อมทั้งกงและดุม
๓.มหาบุรุษ มีส้นเท้ายาว
๔.มหาบุรุษ มีข้อนิ้วยาว
๕.มหาบุรุษ มีฝ่ามือฝ่าเท้าอ่อนละมุน
๖.มหาบุรุษ มีลายฝ่ามือฝ่าเท้าดุจตาข่าย
๗.มหาบุรุษ มีข้อเท้าอยู่สูง
๘.มหาบุรุษ มีแข้งดุจแข้งเนื้อทราย
๙.มหาบุรุษ ยืนไม่ย่อตัวลง แตะเข่าได้ด้วยมือทั้งสอง
๑๐.มหาบุรุษ มีองคชาติตั้งอยู่ในฝัก
๑๑.มหาบุรุษ มีสีกายดุจทอง คือมีผิวหนังดุจทอง
๑๒. มหาบุรุษ มีผิวหนังละเอียด ละอองจับไม่ได้
๑๓. มหาบุรุษ มีขนขุมละเส้น เส้นหนึ่ง ๆ อยู่ขุมหนึ่ง ๆ
๑๔. มหาบุรุษ มีปลายขนช้อนขึ้นสีดุจดอกอัญชัน ขึ้นเวียนขวา
๑๕.มหาบุรุษ มีกายตรงดุจกายพรหม
๑๖.มหาบุรุษ มีเนื้อนูนหนาในที่ ๗ แห่ง (คือหลังมือหลังเท้าบ่าคอ)

โดย วารสารชีวิต [19 มิ.ย. 2550 , 18:59:32 น.] ( IP = 58.9.145.220 : : )


  สลักธรรม 7

๑๗.มหาบุรุษ มีกายข้างหน้า ดุจราชสีห์
๑๘.มหาบุรุษ มีหลังเต็ม (ไม่มีร่องหลัง)
๑๙.มหาบุรุษ มีทรวดทรงดุจต้นไทรกายกับวาเท่ากัน
๒๐.มหาบุรุษ มีคือ กลมเกลี้ยง
๒๑.มหาบุรุษ มีประสาทรับรสอันเลิศ
๒๒.มหาบุรุษ มีคางดุจคางราชสีห์
๒๓.มหาบุรุษ มีฟัน ๔๐ ซี่บริบูรณ์
๒๔.มหาบุรุษ มีฟันเรียบเสมอ
๒๕.มหาบุรุษ มีฟันสนิท (ชิด)
๒๖.มหาบุรุษ มีเขี้ยวสีขาวงาม
๒๗.มหาบุรุษ มีลิ้น (ใหญ่และยาว) เพียงพอ
๒๘.มหาบุรุษ มีเสียงดุจเสียงพรหม พูดเหมือน นกการเวก
๒๙.มหาบุรุษ มีตาเขียวสนิท (สีนิล)
๓๐.มหาบุรุษ มีตาดุจตาวัว
๓๑.มหาบุรุษ มีอุณาโลมหว่างคิ้วขาวอ่อนเหมือนสำลี
๓๒.มหาบุรุษ มีศีรษะรับกับกรอบหน้า

ภิกษุ นี้เป็นมหาปุริสลักขณะ ๓๒ ของมหาบุรุษ

โปรดติดตามตอนต่อไป

โดย วารสารชีวิต [19 มิ.ย. 2550 , 18:59:54 น.] ( IP = 58.9.145.220 : : )


  สลักธรรม 8

ขอบพระคุณค่ะ..ที่นำมาฝาก

โดย เซิ่น (เซิ่น) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [20 มิ.ย. 2550 , 22:24:30 น.] ( IP = 58.8.46.116 : : )


  สลักธรรม 9

ขอบคุณมากค่ะสำหรับเรื่องดีที่มีประโยชน์

โดย พี่ดา (พี่ดา) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [21 มิ.ย. 2550 , 08:50:15 น.] ( IP = 124.121.174.23 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org