| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
ห้องนั่งเล่นแห่งความรัก ตอนที่ ๑๒
[ 1 ] [ 2 ]
สลักธรรม 1สืบเนื่องจากสัปดาห์ที่แล้วที่หลวงพ่อฝากท่านอาจารย์มาบอกว่า ...พ่อจะคอยเป็นแสงแดดให้ลูกได้เห็นเงาตัวเองเสมอไป
ทำให้ลูกบางคนรู้สึกอบอุ่นว่ามีพ่อมาคอยเป็นแสงแดดให้ หลวงพ่อจึงบอกอาจารย์ว่า แสงแดดอย่างพ่อนอกจากจะทำให้ลูกได้เห็นเงาตนเองแล้ว ยังจะช่วยฆ่าเชื้อโรค(กิเลส) และเชื้อรา(ทิฏฐิ มานะ) ที่เกาะติดอยู่ในใจลูกด้วย ...หากลูกยอมรับ (เพราะทุกวันนี้ธรรมปฏิสันถารที่หลวงพ่อฝากอาจารย์มาให้ในแต่ละครั้ง นั่นก็คือแสงแดดจากพ่อที่ส่องสู่ใจเรา แต่เพราะเชื้อโรค และเชื้อราที่มีอยู่ในใจของพวกเราคงหนาแน่นมากเกินไป จึงทำให้ไม่สามารถรับแสงธรรมนั้นจากพ่อได้เต็มที่ เงาจึงยังไม่ปรากฏให้เห็น ถึงจะวิ่งหาอย่างไรก็ไม่มีวันพบ) มิน่าล่ะ ! อาจารย์จึงให้ผู้ที่ได้รับฟังเรื่องนี้ไปคัดข้อความ(ที่หลวงพ่อสอน) ดังต่อไปนี้มาส่งเป็นการบ้าน ๒๐ จบ คือ
เมื่อใดมีความเห็นผิดว่า..... ตัวเองนั้นเห็นถูก
ไม่ว่าเรา หรือเขา คนนั้นแหละ แก้ยากยาก
เพราะในหลักความจริง จะต้องมีความเห็นถูกว่า....ตัวเองเห็นผิด
ตอนที่คัดอยู่นั้นเกิดความรู้สึกว่า ...ข้อความนี้ก็ คือ แสงแดดของพ่อที่ส่องมาเพื่อทำลายเชื้อโรคและเชื้อราที่มีอยู่ในใจ เพื่อว่าสักวันหนึ่งเมื่อเชื้อนั้นน้อยลง แสงแห่งพระธรรมนั้นคงมีอำนาจคุ้มครองจิตใจของเรา และเมื่อนั้นเราคงจะสามารถเห็นเงาตัวเองได้โดย วยุรี [20 มิ.ย. 2550 , 08:06:47 น.] ( IP = 58.9.135.62 : : )
สลักธรรม 2
ในขณะเดียวกันนั้น สัปดาห์นี้นอกจากจะมีความร้อนจากภายนอก คือสภาพอากาศที่เกิดจากการร้อนระอุของโลกแล้ว ยังมีความร้อนจากภายในคือกิเลสที่มาในรูปของเรื่องราว และปัญหาต่างๆ จนแทบจะหาความสุขไม่ได้ แล้วยังมีผลไปถึงอาจารย์ซึ่งกำลังแพ้อากาศร้อนๆ อยู่ ต้องมารับฟังเรื่องราวและปัญหาร้อนใจจากลูกศิษย์(มากมาย)ที่มาขอความช่วยเหลือ รวมทั้งยังมีเรื่องงานของมูลนิธิที่จะต้องแก้ไขอย่างเร่งด่วนอีกด้วย ...อาจารย์เล่าว่า
...ขณะที่นำเรื่องบางเรื่องไปปรึกษาหลวงพ่อ ๆท่านนั่งฟังเงียบๆ สักครู่หนึ่งท่านบอกให้หยุดก่อน เพราะท่านกำลังมี แขกที่ไร้มารยาท มาเยือน ทำให้อาจารย์ต้องหันมองหาว่ามีใครมา แล้วหลวงพ่อก็เฉลยว่า แขกไร้มารยาทในที่นี้คือความทุกข์ใจ((ซึ่งเป็นอกุศล)ที่กำลังมาเยือนใจของท่านซึ่งท่านจะต้องกำจัดให้ออกไปก่อน ไม่เช่นนั้นแล้วมันจะรกแล้วเปิดทางให้โมหะอวิชชาไหลเข้ามาครอบครองใจ แล้วเมื่อนั้นก็จะฟังไปด้วยความลำเอียงว่า ใครดี หรือไม่ดี ประการต่อไปถ้าหากเราไม่กำจัดออกไปแล้ว ความโง่นั้นก็อาจจะกระจายออกไปทางวาจา และทางกาย (สีหน้า) ได้ ฉะนั้นเมื่อรู้ตัวว่าแขกที่เราไม่ต้องการกำลังเข้ามา เราต้องรีบขับไล่ออกไปเสีย โดย วยุรี [20 มิ.ย. 2550 , 08:09:29 น.] ( IP = 58.9.135.62 : : )
สลักธรรม 3
อาจารย์เล่าว่า หลวงพ่อท่านจะเปิดรับเฉพาะแขกที่มีมารยาทเท่านั้น หมายถึงท่านจะกระทำใจของท่านให้เกิดกุศลอย่างต่อเนื่องมากที่สุด จากการที่ได้เห็นหลวงพ่อเป็นตัวอย่างก็ดี จากคำสอนของหลวงพ่อที่บอกว่า ... อะไรก็แล้วแต่ที่เข้ามา ขอให้เรารู้ว่า ดี หรือไม่ดี หากไม่ดีก็ให้กำจัดออกไป แต่ถ้าดีก็ให้รักษาไว้ ลูกเอ๊ย ของอย่างนี้ต้องฝึก การฝึกจิตเป็นเรื่องที่สำคัญยิ่ง จิตที่ไม่ฝึกย่อมนำทุกข์มาให้ ดังที่หลวงพ่อเคยบอกลูกๆ หลายต่อหลายครั้งว่า ....ถ้าไม่ฝึกจิต ตลอดชีวิตไม่มีความสุข
เพราะการไม่ฝึกจิตนี่เอง จึงทำให้สิ่งที่เราคิดนึก หรือทำลงไปล้วนมีตัณหาหนุนหลังทั้งสิ้น ชีวิตจึงเป็นไปเพื่อความต้องการ หรือไม่ต้องการ ....อาจารย์ท้วงว่า ถ้ามาบอกลูกศิษย์อย่างนี้จะหนักไปไหม ? หลวงพ่อท่านจึงบอกว่า ถ้าใครไม่ยอมรับความจริง ชีวิตก็ต้องวิ่ง(วน)อยู่ในสังสารวัฏนั่นเอง เพราะในความเป็นจริงแล้วปุถุชนย่อมมีตัณหาหนุนหลัง คือพวกเราส่วนใหญ่มีตัณหามาบงการความคิด และผลักให้เกิดการพูด และการกระทำต่างๆ แล้วก็เกิดอภิชฌา-โทมนัส กันทั้งนั้น ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะเรายังไม่มีอำนาจของพระธรรมเข้าคุ้มครองจิตใจนั่นเอง ฉะนั้นเมื่อมีสิ่งใดมากระทบ ก็เกิดความหวั่นไหว น้อยใจ แล้วก็โทษนั่นโทษนี่ โดยที่ไม่มองไปถึงเหตุ นั่นคือ กรรม และวิบาก ซึ่งเป็นเรื่องที่เรามองไม่เห็น จึงเรียกว่าเร้นลับ แต่ถ้าบุคคลใด เหลียวมองมาในคำสอนที่พระศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ท่านสอนไว้ และหันกลับไปมองดูเหตุแห่งสุขทุกข์เหล่านั้นด้วยปัญญาได้ ก็จะสามารถคลี่คลายความเร้นลับเหล่านั้นได้เอง ซึ่งหลวงพ่อท่านใช้คำว่า คงไม่เหลือความสามารถ(ของลูก)แน่
หรือเมื่อใดที่เราสามารถควบคุมความคิด และพฤติกรรมต่างๆด้วย โยนิโสมนสิการ (มองด้วยปัญญา) เราก็จะสามารถปลดฉนวนความพอใจ และไม่พอใจได้ แล้ว ...อารมณ์ที่ดีๆ ก็จะเกิดตามมา และหยุดคิดอย่างโง่เขลา ให้ร้ายโทษใครต่อใครลงได้โดย วยุรี [20 มิ.ย. 2550 , 08:14:17 น.] ( IP = 58.9.135.62 : : )
สลักธรรม 4
ก่อนหน้านี้ ลูกศิษย์หลายคนอาจจะยังจำได้ พ่อสอนพวกเราให้ฝึก(จิต)สติ ไม่ว่าจะทำอะไรๆ ให้ใช้หลัก ...คิด พิจารณา ทบทวน ใคร่ครวญ แล้วจึงค่อยตัดสิน ที่กล่าวอย่างนี้ หมายถึงให้เรา
- คิด ให้ถูก
- พิจารณาให้ตรง
- ทบทวนให้ดี
- ใคร่ครวญ ให้ตลอด และ
- ตัดสิน แบบคำสอนของพระพุทธเจ้า
ข้อสำคัญเราต้องรู้ว่า พระพุทธเจ้าตัดสินแบบไหน ?
คือตัดสินว่า.... กรรมเขา กรรมเรา เพราะ(คน)เรามีกรรมเป็นแดนเกิด มีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์ มีกรรมเป็นทายาท สรุปก็คือ ตัดสินด้วย กรรม หมายความว่า ทำดี ต้องได้ดี ...ทำชั่ว ต้องได้ชั่ว
สุดท้ายหลวงพ่อยังฝากมาบอกว่า......แค่วันนี้ ลูกพ่อมีความคิดและทำชีวิตต่อไปให้ดีได้ (ความผิด)วันวานก็ไม่มีความหมายสำหรับชีวิตเราแล้ว
ที่สำคัญ ...ตอนนี้ ขณะนี้ ตรงนี้ เรามีความพร้อมแล้ว ยังจะไม่อาศัยความพร้อมนั้นทำดีอีกหรือ ! ลูกลองคิดดูซิ หากตอนนี้เรานั่งอยู่ตรงหน้าพระ มีจิตใจที่สงบ แล้วจู่ๆก็มีรถแทรกเตอร์มาตักเราไปวางไว้ในบ่อนไก่ เราจะเป็นอย่างไร ...ก็เหมือนกับตอนนี้เราเกิดอยู่ในสุคติภูมิแล้ว หากตายไปเกิดในทุคติภูมิล่ะ จะเป็นอย่างไร ?
พ่อจึงมาบอกว่าตอนนี้เราโชคดีแล้วที่มีความพร้อมทุกอย่าง จงอาศัยความพร้อมนั้นเดินทางไปสู่จุดหมายกันเสียที
ลูกขอกราบแทบเท้าหลวงพ่อด้วยความระลึกถึงพระคุณเป็นอย่างยิ่ง
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
โดย วยุรี [20 มิ.ย. 2550 , 08:21:54 น.] ( IP = 58.9.135.62 : : )
สลักธรรม 5
กราบขอบพระคุณในคำเตือน ความห่วงใย
ความรัก ความเมตตา ที่พ่อมีต่อลูกเสมอมาค่ะ
ทุกวันนี้กำลังเพียรนำคำสอนของพ่อมาปฏิบัติให้ได้มากที่สุดค่ะ เพื่อให้เชื้อโรคและเชื้อราที่อยู่กันอย่างหนาแน่นได้เบาบางลง
ขอนอบน้อมก้มกราบบูชาพ่อผู้มีแต่ให้ด้วยความรักค่ะโดย พี่ดา [20 มิ.ย. 2550 , 08:39:33 น.] ( IP = 124.121.173.183 : : )
สลักธรรม 6ถ้อยที่ชัดจัดทางไว้อย่างสวย
คือคำสั่งบ่งด้วยความมุ่งหมาย
ไม่เยิ่นเย้อเพ้อพล่ามจนวุ่นวาย
ทราบแล้วสิ้นเสี่ยงทายในตีความ
ผู้รับฟังคำสั่งดั่งได้แสง
จึงจะแจ้งทางไปไร้คำถาม
เช่นซ้ายหันขวาหันเมื่อทำตาม
จึงงดงามในระเบียบงานพิธี
คำสั่งจึงเหมือนดั่งทางสายเดียว
หมดทางเลี้ยวทางแยกออกวิถี
คำสั่งนั้นมีทั้งดีและไม่ดี
แต่ทุกคำล้วนชี้นัยสำคัญ
คำสั่งนั้นหาได้สร้างศรัทธา
แต่เป็นกรอบมรรคาไร้บิดผัน
คือเรื่องของวินัยใช้ป้องกัน
ความล้มเหลวร้อยพันที่กรายมา
คำที่สร้างศรัทธาคือคำสอน
ทุกขั้นตอนอธิบายให้ศึกษา
ยกตัวอย่างสร้างความรู้ในวิชา
คำสอนจึงตรึงตราเป็นฐานจินต์
คำสอนนั้นมีมากให้หลากเลือก
ทั้งแก่นเปลือกกิ่งกะพี้มีไม่สิ้น
อยู่ที่ใครไขว่คว้ามาเชยชิน
จึงต่างกลิ่นแตกก้านจนบานปลาย
คำสอนนั้นทำให้เกิดความรู้
แต่คำสั่งกอบกู้กิจทั้งหลาย
คำสอนนั้นมีให้เลือกอยู่มากมาย
แต่คำสั่งมุ่งหมายสำเร็จเดียว
ละความชั่วทำความดีที่ชีพตน
ล้างจิตพ้นกิเลสทุกส่วนเสี้ยว
คือคำสั่งประกาศทางอย่างกลมเกลียว
สู่สุขเดียวอมตะ พระนิพพาน
พี่เณรขอร่วมนำกลอนที่พี่ดอกแก้วเขียนเอาไว้ในลานกวี มาลงร่วมกับคำสั่งสอนที่เกิดขึ้นจากจิตเมตตาของหลวงพ่อท่านด้วยนะครับ เพื่อเป็นการย้ำเตือนให้เห็นคุณค่าของคำสั่งสอน ด้วยความเคารพอย่างสูงครับ
![]()
โดย พี่เณร [20 มิ.ย. 2550 , 08:41:36 น.] ( IP = 58.9.135.62 : : )
สลักธรรม 7
มีความประทับใจและก่อให้เกิดเป็นกำลังใจอย่างมาก
เมื่อได้ทราบถึงความสำคัญของแสงรักจากใจพ่อที่ส่องสว่าง..ให้ทาง และกำจัดความมืดบอดที่เป็นสิ่งสกปรกในใจ ที่หลวงพ่อสอนให้คิดและพิจารณาอย่างผู้มีปัญญา เพื่อที่จะเดินไปบนทางของผู้มีปัญญาได้อย่างราบรื่น มีชีวิตที่รับแขกที่ไร้มารยาทได้น้อยลง
มาถึงวันนี้คำพูดของหลวงพ่อที่ให้ไว้เป็นคติสอนใจที่เคยฟังง่ายและดูเหมือนเข้าใจง่าย กลับกลายเป็นคำสอนที่ลึกซึ้งและมีคุณค่ายิ่งแก่การปฏิบัติชีวิตเพื่อความพ้นทุกข์ ยิ่งเรียนพระปริยัติมากขึ้นเท่าใด ก็ยิ่งพบความลึกซึ้งในคติธรรมที่หลวงพ่อให้ไว้มากยิ่งขึ้น
กราบขอบพระคุณค่ะหลวงพ่อ
กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์ และพี่วยุรีที่นำมาถ่ายทอดให้ด้วยค่ะโดย น้องกิ๊ฟ [20 มิ.ย. 2550 , 10:51:07 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )
[ 1 ] [ 2 ]
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |