มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


พระศรีอาริย์ คือใคร? (๗)






พระศรีอาริย์ คือใคร? (๗)
จาก วารสารชีวิต มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

ตอนที่ผ่านมา

การบำเพ็ญบารมีของพระศรีอาริย์


อันว่าองค์พระศรีอาริย์ ทรงสร้างพระบารมีมาสิ้นกาลช้านานถึง ๑๖ อสงไขยกำไรแสนมหากัป มีศีลบารมีทานบารมี เป็นต้น เต็มบริบูรณ์ในกองบารมีทั้งหลาย สำเร็จเป็นองค์พระสรรเพชรพุทธเจ้านั้นคือ พระบารมีของพระองค์ครั้งที่ ๑ ปรากฏชัด จัดเป็นปรมัตถบารมี อันยิ่งยอดเท้าบารมีทั้งปวง สมเด็จพุทธเจ้าของเรา จึงนำมาซึ่งอดีตแห่งกองบารมี ของสมเด็จพระศรีอาริยเมตไตรยมาตรัสพระสัทธรรมเทศนา แก่พระสารีบุตรเถรเจ้าว่า

ในกาลล่วงลับมา แล้วช้านาน มีองค์สมเด็จพระพุทธเจ้าพระองค์หนึ่งทรงพระนามว่า พระสิริมิตร์ได้ตรัสในโลก ครั้งนั้นองค์พระศรีอารยเมตไตรยได้เสวยสิริราชสมบัติ ในเมืองอินทปัตย์มหานคร ทรงพระนามว่า บรมสังขจักร์มีแก้ว ๗ ประการ

อยู่มาในกาลวันหนึ่ง พระเจ้าสังขจักร์เสด็จทรงนั่งอยู่ภายใต้เศวตฉัตร์มีพระทัยปรารถนาว่า “ผู้ใดมาบอกข่าวว่าพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ รัตนบังเกิดมีแล้ว” พระองค์จะสละสิริราชสมบัติบรมจักร์พระราชทานให้แก่บุคคลผู้นั้น แล้วพระองค์ก็จะเสด็จพระราชดำเนินไปยังองค์สมเด็จพระพุทธเจ้า

ในกาลนั้น ยังมีกุลบุตรเข็ญใจผู้หนึ่ง ไปบรรพชาเป็นสามเณรอยู่ในพระพุทธศาสนา ด้วยมารดาของสามเณรเป็นทาสทาสีอยู่ในตระกูลหนึ่ง สามเณรนั้นคิดแสวงหาทรัพย์ จะไปให้แก่มารดาให้พ้นจากทาสทาสี จึงเที่ยวโดยลำดับจนถึงกรุงอินทปัตย์มหานคร ฝูงมหาชนชาวพระนครไม่รู้จักว่าสามเณรเป็นอย่างไร ครั้นเห็นเข้าก็พากันสงสัยว่า เป็นมหายักษ์ก็พากันจับไม้ไล่ทุบตีสามเณร

สามเณรกลัวก็วิ่งหนีมหาชนเข้าไปจนถึงพระราชวังไปยืนอยู่ตรงพระพักตร์ของพระองค์ ๆ จึงตรัสถามว่ามาณพนี้มีนามชื่อใด เจ้าสามเณรกราบทูลว่า อาตมาภาพมีนามว่าสามเณร พระองค์ จึงตรัสถามว่าสามเณรนั้น ด้วยเหตุดังฤา สามเณรจึงทูลว่า ข้าพเจ้ามีนามว่าสามเณรนั้น ด้วยเหตุว่าข้าพเจ้า มิได้กระทำบาปในภายนอกแล้วตั้งอยู่ภายในแห่งกุศลเหตุดังนั้น จึงมีนามชื่อว่าสามเณร

โดย วารสารชีวิต [20 มิ.ย. 2550 , 09:27:17 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 1

พระองค์ก็ทรงตรัสถามว่า นามกรของท่านนั้นบุคคลผู้ใดให้แก่ท่าน สามเณรจึงทูลว่าพระอาจารย์ของข้าพเจ้าให้แก่ข้าพเจ้า พระองค์จึงตรัสถามว่า อาจารย์ของท่านนั้นชื่อดังฤา สามเณรจึงทูลว่าอาจารย์ของอาตมาท่านมีนามชื่อว่าภิกษุ

จึงทรงตรัสถามต่อไปว่า พระอาจารย์ของท่านมีนามว่าภิกษุนั้นด้วยเหตุดังฤา สามเณรจึงทูลว่าอาจารย์ของข้าพเจ้านั้น ชื่อรัตนะเป็นแก้วอันหาค่ามิได้ ครั้นทรงฟังว่าพระสังฆะรัตนะ ในพระพุทธศาสนาจะหาได้มีอันยากยิ่งนัก พระองค์มีความชื่นชมยินดาหาที่จะอุปมามิได้ คำนึงอยู่ในพระราชหฤทัยจะเสด็จลงจากอาสน์ ไปนมัสการเจ้าสามเณรที่ใกล้ ด้วยความปิติกายของพระองค์ก็ลอยไปตกลงตรงหน้าาสามเณร

เดชะที่พระองค์มีพระราชหฤทัยเลื่อมใสในพระสังฆะรัตนะ ดอกประทุมชาติก็บังเกิดผุดขึ้นมารองรับพระองค์ไว้มิได้เป็นอันตราย จึงถวายนมัสการเจ้าสามเณรโดยเบญจางคประดิษฐ์ แล้วจึงตรัสถามสามเณรต่อไปว่า พระสังฆรัตนะอาจารย์ของท่านนั้นบุคคลดังฤาให้นามกร

สามเณรก็ทูลว่า อาจารย์ของข้าพเจ้านั้น คือองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้ทรงนามชื่อว่าพระสิริมิตรสัพพัญญู พระองค์โปรดประทานให้นามชื่อว่า พระสังฆรัตนะแก่พระอาจารย์ของข้าพเจ้า เมื่อสมเด็จพระบรมโพธิสัตว์ ผู้ทรงพระอุตสาหะในพระพุทธศาสนา ได้ทรงฟังสามเณรออกวาจาว่า องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว พระองค์ก็ถึงวิสัญญีภาพ สลบลงอยู่กับที่

โดย วารสารชีวิต [20 มิ.ย. 2550 , 09:27:51 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 2

ครั้นพระองค์ได้สติขึ้นมา จึงตรัสถามสามเณรอีกเล่าว่า ดูกรเจ้าสามเณรผู้เจริญ บัดนี้องค์สมเด็จพระพุทธเจ้า เสด็จยับยั้งอยู่ในฐานะที่ดังฤา สามเณรจึงบอกว่า สมเด็จพระมหากรุณาธิคุณเข้า ยับยั้งอาศัยอยู่ในบุพพารามวีหารอันมีอยู่ในอุตรทิศ แต่กรุงอินทปัตย์มหานครนี้ไปไกลนั่นมีประมาณ ๑๖ โยชน์

ได้ทรงฟังสามเณรแจ้งความว่า สมเด็จพระพุทธเจ้าบังเกิดแล้วในโลกจึงตรัสว่า ดูกรสามเณร แม้นว่าองค์สมเด็จพระสัญญูเจ้าเสด็จอยู่ในฐานะทิศใด เราก็จะไปในประเทศที่นั้น สมเด็จพระเจ้าสังขจักร์ บรมบพิตรผู้ประเสริฐ หาความเอื้อเฟื้อในสิริราชสมบัติบรมจักร์ของพระองค์มิได้ ด้วยมีพระทัยนั้นผูกพันธ์อยู่ในที่จะพบเห็นองค์สมเด็จพระพุทธเจ้า เป็นที่ยิ่งอย่างอุกฤษ ก็กระทำการราชาภิเษกเจ้าสามเณรนั้น ให้สึกออกเสวยสิริราชสมบัติแทนพระองค์ เป็นพระยาอันประเสริฐ

ครั้นกระทำการราชาภิเษกเจ้าสามเณรแล้ว แต่พระองค์เดียวเสด็จโดยอุตระภิมุขมีพระทัยเฉพาะต่ออุตระทิศ ตั้งพระทัยในบุพพารามวิหาร อันเป็นที่อยู่แห่งองค์สมเด็จพระสิริมิตร สัญญูสัมมาสัมพุทธเจ้า สมเด็จพระบรมสังขจักร์ จอมทวีปเป็นสุขุมชาติ พระสรีรกายนั้นละเอียดอ่อนเป็นอันดีเมื่อเสด็จพระราชดำเนินไปตามมรรคา หนทางแต่พระบาทเปล่าเวลาวันเดียวพระบาททั้งสองข้าก็แตกออก จนพระโลหิตไหลตามฝ่าพระบาทั้ง ๒

เมื่อพระบาททั้ง ๒ เจ็บจะเกิดไปมิได้แล้ว ในกาลนั้น พระองค์ก็ลงนั่งคุกเข่าคลานไปทีละน้อย ค่อยคมนาการไปตามหนทางที่เจ้าสามเณรชี้แจงบอกมานั้น จะได้ละความเพียรเสียหามิได้ครั้นล่วงไปถึง ๔ วันพระหัตถ์ซ้าย ขวาและพระองค์ทั้ง ๒ ข้างนั้น ก็แตกช้ำโลหิตไหลออกมา จะคลานไปบ่มิได้ให้เจ็บปวดแสนสาหัส เห็นขัดสนพระทัยนักแล้วถึงกระนั้นพระองค์ก็ได้คิดท้อถอยย้อนรอยกลับคืนมาหามิได้ อาตมาก็คงจะไปให้ถึงสำนักนี้ องค์สมเด็จพระผู้ทรงพระภาคเจ้าให้จงได้

ครั้นว่าพระองค์คุกเข่าคลานไปมิได้แล้วก็ลงพังพาบไถลไปทีละน้อย ด้วยพระอุระของพระองค์ไปด้วยทุกขเวทนาเหลือที่จะอดกลั้น พระองค์ก็หยุดหน่วงเอาพระพุทธคุณของสมเด็จพระพุทธเจ้าเป็นอารมณ์ ด้วยเจตนาจะใคร่พบเห็นเป็นอธิบดีอันใหญ่ยิ่งแล้วก็อดกลั้นซึ่งทุกขเวทนานั้นเสีย หาเอื้อเฟื้ออาลัยในร่างกายของพระองค์ไม่

โดย วารสารชีวิต [20 มิ.ย. 2550 , 09:28:15 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 3

ครั้นนั้นสมเด็จพระสิริมิตรสัพพัญญูผู้ประเสริฐ พระองค์ทรงพระมหากรุณาเล็งดูสัตว์โลกทั้งหลาย ด้วยสัพพัญญตญาณ ก็รู้แจ้งเห็นด้วยกำลังความเพียรแห่งบรมสังขจักร์นั้น เป็นอุกฤษยิ่งโดยวิเศษ แล้วก็ใช่อื่นใช่ไกลเป็นหน่อพระพุทธางกูรพุทธวงศ์ อันเดียวกับพระตถาคต สมควรที่พระตถาคตจักเสด็จไปสู่ที่ใกล้ แห่งบรมสังขจักร์

เมื่อพระองค์ ทรงพระดำริแล้วก็เสด็จ พระพุทธดำเนินมา ด้วยพระสิริวิลาศเป็นอันงาม แล้วพระองค์กระทำอิทธิฤทธิ์ นฤมิตร พระบวรกายของพระองค์ให้อันตรธานสูญหาย กลับกลายเป็นมาณพหนุ่มน้อยขึ้นขับรถทวนมรรคามา เฉพาะหน้าแห่งสมเด็จบรมสังขจักรนั้น

แล้วพระพุทธสัพพัญญูเจ้าจึงร้องถามไปว่าผู้ใดมานอนอยู่กลางทาง ขวางหน้ารถเราให้หลีกไปเสียเราจะชักรถไป ฝ่ายพระบรมโพธิสัตว์ จึงตรัสตอบพระพุทธฎีกาว่า ดูกรนายสารถีผู้ขับรถท่านจะมาขับเราไป ให้พ้นจากหนทางนั้นด้วยเหตุดังฤา ตัวเราผู้รู้จักคุณสมเด็จพระพุทธเจ้า เป็นอารมณ์ยิ่งนักชอบแต่นายสารถีจะยั้งรถของท่านหลีกเราเสียจึงจะสมควร ถ้าท่านไม่หลีก ก็ให้ท่านขับรถไปเหนือหลังเราเถิด ซึ่งจะให้เราหลีกนั้น เราหาหลีกท่านไม่

แล้วจึงมีพระพุทธฎีกาว่า ถ้าท่านจะไปยังสำนักพระพุทธเจ้าแล้วจงมาขึ้นรถไปกับเราเถิด เราจะพาท่านไปให้ถึงสำนักสมเด็จพระพุทธเจ้า ให้สมความปรารถนา พระจอมขัตติยะจึงตอบว่า ถ้าท่านเอ็นดูกรุณาแก่เราก็มีความยินดีสาธุ อนุโมทนาด้วย ท่านว่าแล้วหน่อพุทธางกูร ก็อุตส่าหะดำรงทรงพระกายขึ้นสู่รถ แห่งสมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้า

โดย วารสารชีวิต [20 มิ.ย. 2550 , 09:28:37 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 4

สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าก็หันหน้ารถไปมรรคาพาพระยาสังขจักรไป ครั้นถึงกึ่งกลางมรรคาหนทางแล้ว สมเด็จอัมรินทราธิราชกับองค์ดวงสุชาดาผู้เป็นอัครมเหสีนั้น นำเอาโภชนาหารอันเป็นทิพย์ กับทั้งน้ำทิพย์ลงมา จำแลงเพศเป็นบุรุษยืนอยู่ตรงหน้ารถแล้วร้องว่า ดูกรนายสาระถีผู้จำเริญเอ๋ย ท่านอยากข้าวน้ำโภชาหารฤาเราจะให้

เมื่อโกสีย์อัมรินทราธิราช กับนางสุชาดากล่าวดังนั้น สมเด็จพระสัพพัญญูเจ้า ซึ่งแปลงเพศเป็นนายสารถี ขับรถจึงว่า มาณพผู้จำเริญบุรุษพลภาพผู้หนึ่งมาในรถด้วยเรามีความลำบากเวทนานัก ท่านจะให้ข้าวน้ำโภชนาหารแก่เราก็ให้เถิด เราจะได้ให้แก่บุรุษทุพลภาพนั้นบริโภค

ท้าวโกสีย์อัมรินทร์กับนางสุชาดา ก็ให้ข้าวน้ำโภชนาหารอันเป็นทิพย์ แก่องค์สมเด็จพระมหาบุรุษสัทธรรม สารถีผู้ประเสริฐพระองค์ก็ทานให้พระองค์ก็ประทานให้แก่พระบรมโพธิ์สัตว์บรมสังขจักร เสวยข้าวน้ำโภชนาหารอันเป็นทิพย์ อุปัจทวะโทมนัสทุกขเวทนาในสรีรกายอันตรธานหาย พระองค์ก็มีสรีรกายเป็นสุขเสมอเหมือนแต่ก่อน

องค์สมเด็จพระพุทธเจ้า ก็พาพระยาสังขจักรไปใกล้บุพพารามวิหารแล้ว พระองค์ก็ทรง นั่งในพระบวรพุทธาอาสนะ ในพระวิหาร ส่วนสมเด็จพระบรมโพธิสัตว์ ก็เสด็จลงจากรถเข้าไปสู่บุพพารามวิหาร ทอดพระเนตรแลไปได้ทัศนากรเห็นองค์สมเด็จพระพุทธเจ้าอันประกอบไปด้วย มหาบุรุษลักขณะ ๓๒ ประการ ประดับทั้งพระพุทธรัศมีอันโอภาสสว่างรุ่งเรือง ออกจากพระวรกายอันเสด็จทรงนั่งอยู่ในที่นั้น

โดย วารสารชีวิต [20 มิ.ย. 2550 , 09:29:00 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 5

พระองค์ก็ทรงวิสัญญีภาพสลบลงตรงพระพักตร์แห่งสมเด็จพระผู้ทรงพระภาค ด้วยความโสมนัสสา การเกิดความปีติยินดีหาที่สุดมิได้ ส่วนสมเด็จพระสัพพัญญูเจ้า จึงมีพระพุทธฎีกาตรัสว่า ดูกรมหาบุรุษผู้เป็นอภิชาติชายอันประเสริฐ พระตถาคตเสด็จอยู่ในที่นี้แล้ว

ครั้งนั้นสมเด็จพระบรมสัมขจักรก็ได้ ซึ่งอัสสาสะ ประสาท เกิดความยินดี ชื่นชมก้มเศียรเกล้าคลานเข้าไปในสำนักสมเด็จพระพุทธองค์เจ้า เสด็จนั่งยังที่อันสมควรแล้วจึงยกพระกรขึ้นประนมบังคมเหนือศิโรจม์กระทำอภิวาทนมัสการกราบทูลว่า ข้าแต่สมเด็จพระพุทธองค์เจ้าบัดนี้ ข้าพระบาทถึงสำนักพระองค์เจ้าแล้วขอจงทรง พระกรุณาเป็นที่พึ่งแก่ข้าพระพุทธเจ้า โปรดตรัสแสดงพระสัทธรรมเทศนาธรรม อันอุดมให้ข้าพระบาทฟังในกาลบัดนี้

สมเด็จพระผู้ทรงพระภาคเจ้า จึงตรัสว่าดูกรคหบดีผู้ประเสริฐ จงตั้งโสตประสาทสดับรสพระสัทธรรมเทศนาของพระตถาคตแล้วพิจารณาธรรมกถาอันกล่าวในคุณพระนิพพานบัดนี้ ปางนั้นสมเด็จพระชินศรีก็ตรัสพระสัทธรรมเทศนา โปรดแก่พระยาสังขจักร

เมื่อพระองค์ได้ทรงสดับพระสัทธรรมเทศนาบทหนึ่ง ขาดเนื้อความลงแล้ว ก็ทูลห้ามสมเด็จพระพุทธเจ้าเสียว่าขอพระองค์จงหยุด พระสัทธรรมเทศนาเสียเถิด อย่าสำแดงต่อไปเลย

โดย วารสารชีวิต [20 มิ.ย. 2550 , 09:29:26 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 6

เหตุไฉนพระสังขจักร์ จึงมาทูลห้ามสมเด็จพระพุทธเจ้าเสียดังนี้ เดิมทีมีพระทัยผูกพันธ์ในพระพุทธศาสนา ระลึกถึงซึ่งคุณพระพุทธเจ้าพระธรรมเจ้า พระสังฆเจ้า เป็นอันมาก สู้เสียสละสิริราชสมบัติบรมจักร์ เสด็จมาด้วยความลำบากแทบถึงซึ่งชีวิต ครั้นมารประสบพบภควันตะบพิตร พระองค์ประทานธรรมเทศนาแล้วห้ามเสียด้วยเหตุประการใด

ตอบว่า สมเด็จบรมสังขจักร์ทรงคิดเห็นว่า ถ้าสมเด็จพระพุทธเจ้าโปรดประทานพระสัทธรรมเทศนา เป็นอันมากแล้ว พระองค์ก็เสด็จมาแต่พระองค์เดียว เปลี่ยวพระทัยนัก จะหาเครื่องไทยธรรมอันสมควรที่จะสักการบูชาให้สมควรแก่รสพระสัทธรรมนั้นหามีไม่

บัดนี้เราได้สดับรับรสพระสัทธรรมเทศนาแต่บทเดียว เครื่องสักการบูชาของอาตมานี้มีพอสมควรกับกับพระสัทธรรมแล้ว พระองค์ทรงคิดดังนั้น จึงทูลห้ามสมเด็จพระพุทธเจ้าเสีย พระองค์จึงกราบทูลว่าข้าพระพุทธเจ้าเกล้ากระหม่อมฉันได้สดับฟังพระสัทธรรมของพระองค์ ในกาลบัดนี้ พระองค์ทรงพระกรุณาตรัสพระสัทธรรมเทศนา สำแดงพระนิพพานอันเดียว เป็นที่สุดพระสัทธรรมอยู่แล้วข้าพระพุทธเจ้าจะตัดเศียรเกล้า อันเป็นสุดสรีรกายแห่งข้าพเจ้าออกกระทำ สักการบูชา พระสัทธรรมเทศนาของสมเด็จพระพุทธองค์ก่อน

ตรัสดังนั้นแล้วพระองค์สังขจักร์ผู้มีอัชฌาสัยอันยิ่ง จึงทรงอธิษฐาน ขอให้เล็บของพระองค์คมดังพระแสงดาบ เด็ดซึ่งพระศอให้ขาดแล้ววางไว้บนฝ่าพระหัตถ์ ตั้งปณิธานตามความปรารถนา ออกพระโอษฐ์ตรัสด้วยวาจาว่า ภันเต ภะคะวา

ข้าแต่พระองค์ผู้ทรงสิริ เป็นที่เฉลิมโลก เชิญพระองค์เสด็จเข้าสู่เมืองแก้วอันเกษมสานต์ คือพระอมตมหานิพพานอันสำราญ ก่อนข้าพระบาท ข้าพระบาทจะตามเสด็จไปสู่พระนิพพาน อันสำราญต่อภายหลัง ด้วยข้าพุทธเจ้าได้ถวายเศียรเกล้าบูชาพระสัทธรรมเทศนาของพระองค์ในกาลบัดนี้

ในที่สุดขาดพระวาจา ปณิธานปรารถนาลงพระบรมโพธิสัตว์ก็จุติจิตสิ้นชีวิตไปบังเกิดในดุสิตาสวรรค์เทวโลก

โดย วารสารชีวิต [20 มิ.ย. 2550 , 09:29:51 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 7

ดูกรสำแดง สารีบุตรครั้นเมื่อบรมโพธิ์สัตว์ศรีอาริยเมตไตรยเจ้าได้ตรัสเป็นสัพพัญญูสัมมาพุทธเจ้าแล้ว พระองค์ท่านสูงได้ ๘๘ ศอก ด้วยผลทานที่เด็ดพระเศียรกระทำสักการบูชาพระสัทธรรมพระองค์ทรงพระรัศมี สิ้นทั้งกลางวันกลางคืนมิได้ขาดนั้น

ด้วยผลอานิสงส์ที่พระองค์ทรงอุตสาหะไปในมรรคหนทาง ปรารถนาจะพบเห็นสมเด็จพระพุทธเจ้า จนพระโลหิตไหลออกจากพระบาทและพระองค์ พระอรหัตถ์ พระอุระของพระองค์ เมื่อเป็นสมเด็จพระสัมพุทธเจ้าแล้วนั้น หนึ่งพระพุทธรัศมี ของพระองค์แผ่ซ่านตลอดไป เบื้องบนจนถึงพรหมโลก เบื้องต่ำตลอดลงไปจนถึงมหาอเวจีนรก

ด้วยผลอานิสงส์ที่พระองค์เด็ดพระเศียรออกกระทำสักการบูชาพระสัทธรรมมีโลหิตไหลออกจากพระเศียรหนึ่งในพระศาสนาพระศรีอาริยเมตไตรยเจ้า ได้บังเกิด มีไม้กามพฤกษ์ นึกได้สำเร็จตามความปรารถนานั้น

ด้วยผลอานิสงส์ที่พระองค์เสด็จไป ตามมรรคาหนทาง จะใคร่พบองค์สมเด็จพระพุทธเจ้า ถ้วนถึง ๗ วันเป็นกำหนดจึงได้ประสบพบปะ

ดูกรสำแดงสารีบุตรผู้เป็นพญาธรรมของพระตถาคตฝูงคนทั้งหลายที่มิได้เห็นรูปกายพระตถาคตนี้ แม้นได้พบเห็นแต่พระพุทธศาสนา ของพระตถาคตแล้วได้กระทำทานรักษาศีล จำเริญเมตตาภาวนา ด้วยเดชะผลานิสงส์นั้นฝูงคนทั้งหลายเหล่านั้นจักได้บังเกิดเป็นพระสัพพัญญูสัมมาสัมพุทธเจ้าในอนาคต

จบเรื่องพระศรีอาริย์


โดย วารสารชีวิต [20 มิ.ย. 2550 , 09:30:13 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 8

ขอบคุณมากค่ะสำหรับเรื่องดีที่มีประโยชน์

โดย พี่ดา (พี่ดา) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [20 มิ.ย. 2550 , 09:50:03 น.] ( IP = 124.121.173.183 : : )


  สลักธรรม 9

ขอบพระคุณมากค่ะ

โดย น้องอุ๊ (asomsopon) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [20 มิ.ย. 2550 , 21:05:57 น.] ( IP = 125.24.55.101 : : )


  สลักธรรม 10

ขอบพระคุณค่ะ..ที่นำความรู้มาฝาก

โดย เซิ่น (เซิ่น) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [20 มิ.ย. 2550 , 22:36:25 น.] ( IP = 58.8.46.116 : : )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org