มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ท่านจะโชคดียิ่งกว่ามหาเศรษฐีของโลก (๑)








ท่านจะโชคดียิ่งกว่ามหาเศรษฐีของโลก (๑)
โดย อาจารย์บุญมี เมธางกูร


ท่านสาธุชนที่เคารพ

ในโลกของเรานี้ก็มีอะไร ๆ ที่สำคัญ ๆ อยู่มากมาย เรามาลองคัดเลือกกันดูสักหน่อยจะดีหรือไม่ หวังว่าคงจะได้ประโยชน์มากมิใช่น้อย โดยผมจะขอตั้งคำถามว่า ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้ ไม่ว่าจะมีชีวิตหรือไม่มีชีวิตก็ตาม ขอให้มาลองพิจารณาร่วมกันว่าอะไรเล่าเป็นสิ่งสำคัญ หรือจะถามว่า ในโลกนี้อะไรเล่าที่นับว่าสำคัญมากที่สุด สำคัญชั้นเยี่ยมยอดอย่างที่ไม่มีอะไรมาเทียบเทียมได้

ท่านทั้งหลาย เมื่อลองพิจารณาดูด้วยดีแล้วก็จะเห็นว่า ที่สำคัญที่สุดนั้นมีเป็นอันมาก เช่นภูเขา ต้นไม้ แม่น้ำ ลำคลองมนุษย์ สัตว์และข้าวของเงินทอง อะไรต่ออะไรต่าง ๆ สารพัดอย่าง ล้วนแต่สำคัญไปทั้งนั้น แต่ท่านก็คงจะเห็นพ้องต้องกันว่า ที่สำคัญมากที่สุดจริง ๆ และสำคัญชั้นเยี่ยมยอดนั้นก็ได้แก่ “ชีวิต” นั่นเอง เพราะว่าอะไรก็สำคัญไปทั้งนั้น แต่ “ชีวิต”นั้นสำคัญเป็นอันดับหนึ่ง และชีวิตนั้นก็รวมทั้งจิตใจลงไปด้วย (ตามสภาวธรรมมีรูปชีวิต และนามชีวิต)

โดย พี่เณร...นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [22 มิ.ย. 2550 , 10:00:07 น.] ( IP = 203.113.67.46 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1



แต่ละคนย่อมรักชีวิตของตนยิ่งกว่าสิ่งใด เราต่างก็พากันรักใคร่หวงแหนห่วงใยในชีวิตของตนเองอยู่ตลอดเวลา เฝ้าระแวดระวังประคบประหงมชีวิตกันอย่างเต็มที่ แม้จะเจ็บสักนิดหรือจะปวดสักหน่อยก็รีบแก้ไข ถึงจะเสียเงินเสียทองสักเท่าใดก็ยอมทุ่มเทให้ได้ จะทำทุกทางเท่าที่จะทำได้ ไม่ว่าจะเป็นหนทางใดก็ตาม เพื่อหวังว่าจะให้ชีวิตอยู่อย่างมีสุขสถาพร

เมื่อเรื่องของชีวิตสำคัญที่สุด ดังนี้ แล้วเรามาลองตั้งคำถาม ต่อไปอีกสักข้อหนึ่งว่า เดี๋ยวนี้เรามีความเขาใจเรือง “ชีวิต” ดีแล้วหรือยัง เรารู้จักชีวิตดีแล้วหรือว่า ชีวิตนั้นคืออะไร ชีวิตมีความเป็นมา และเป็นไปอย่างไร ตายลงไปแล้วจะมีชีวิตขึ้นมาอีกได้หรือหาไม่ เพราะเหตุใด และทำไมพอเกิดขึ้นมาชีวิตจงมีสัญชาตญาณ หรือพรสวรรค์ขึ้นมาได้ ในขณะตายและในขณะเกิดมีการงานอะไรบ้าง

น่าประหลาดแท้ ๆ ชีวิตนั้นมีความสำคัญมากที่สุด แต่เราก็มีความรู้ในเรืองของชีวิตน้อยที่สุด

โดย พี่เณร...นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [22 มิ.ย. 2550 , 10:01:27 น.] ( IP = 203.113.67.46 : : )


  สลักธรรม 2



เมื่อไม่มีความรู้ในเรื่องขอชีวิตเสียแล้ว จะแก้ปัญญาให้แก่ชีวิตได้อย่างไรเล่า

วิทยาการทางโลกมากมาย มีวาวิทยาศาสตร์ในสาต่าง ๆ เช่น วิชาชีววิทยา หรือวิชาจิตวิทยาเป็นวิทยาการทางโลกที่นักปราชญ์ราชบัณฑิต ทั้งหลาย ศึกษาค้นคว้ามาได้ ชีววิทยาก็ว่าด้วยเรื่องของชีวิตจิตวิทยาก็ว่าด้วยเรื่องของจิตใจนักวิทยาศาสตร์หรือนักปราชญ์ราชบัณฑิตทั้งหลาย แต่งตำรับตำราเหล่านั้นเอาไว้มากมาย แต่ถ้าเราจะตั้งคำถามว่าชีวิตนี้คืออะไร เขาก็จะตอบว่าชีวิตก็คือ ธรรมชาติที่กินได้ถ่ายได้ เจริญเติบโตได้ สืบพันธุ์ได้ ฯลฯ

ท่านทั้งหลายก็จะเห็นว่า คำตอบนี้จะถือว่าเป็นเรื่องของชีวิตจริง ๆ หาได้ไม่เพราะว่าการกินได้ ถ่ายได้ เจริญเติบโตได้ สืบพันธุ์ได้ เหล่านี้มันเป็นเพียงการแสดงออก คือเป็นพฤติกรรมของชีวิตต่างหาก หาได้ตอบคำถามว่าชีวิตคืออะไรไม่ ยังตอบไม่ตรงกับคำถาม ชีวิตคืออะไร ก็ยังตอบไม่ได้ ชีวิตเกิดขึ้นมาด้วยเหตุอะไรบ้างก็ไม่เข้าใจ แล้วคำถามอื่น ๆ เช่นชีวิตภายหลังความตายเป็นต้น ก็ไม่จำเป็นต้องถามต่อไป

คราวนี้เราลองถามนักวิชาการฝ่ายจิตดูบ้าง ว่าจิตนั้นคืออะไร ก็จะพบความจริงจากคำตอบของนักจิตวิยาว่าจิตใจก็ได้แก่ธรรมชาติที่สนองตอบสิ่งเร้า ซึ่งก็เป็นคำตอบเพียงพฤติกรรมของจิตใจเท่านั้นอีกเหมือนกัน ถ้าเราจะตั้งคำถามต่อไป โดยตั้งคำถามว่าเราเห็นได้ยิน นึกคิดได้อย่างไร ทำไมเราจึงจำ ก.ไก่ ข.ไข สีแดง สีดำได้ การนอนหลับ ละเมอ ตลอดไปจนความฝัน จิตเกิดขึ้นมาได้ด้วยเหตุอะไรบ้าง เกิดอยู่ที่ไหนจิตใจมันทำงานอะไรกันก็ยังไม่จำเป็น เพราะจิตคืออะไร ก็ได้รับคำตอบที่ยังไม่ตรงกับคำถามเสียแล้ว

โดย พี่เณร...นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [22 มิ.ย. 2550 , 10:02:55 น.] ( IP = 203.113.67.46 : : )


  สลักธรรม 3



ด้วยเหตุดังนี้ก็จะเห็นได้ว่า เรื่องของชีวิตจิตใจดังกล่าวเป็นเรื่องลึกซึ้งเป็นอย่างยิ่ง เป็นเรื่องที่ลึกซึ้งอย่างเหลือเกินจริง ๆ แม้บรรดานักวิชาการทั้งหายตั้งแต่ในอดีตที่แสนไกลมาจนถึงในปัจจุบันจะได้เพียร พยายามค้นคว้าหาความรู้จนสามรถไปท่องเที่ยวอยู่ในห้วงอวกาศ และสามารถเดินย่ำอยู่บนดวงจันทร์ซึ่งห่างจากโลกถึง 230,000 ไมล์ ไกลออกไปและไกลออกไปมากขึ้น ๆ มีความเฉลียวฉลาดในสิ่งสารพัดทั้งปวง และมีวิชาการมากมายจนเราศึกษากันไม่ไหว แต่เรื่องของชีวิตจิตใจซึ่งอยู่ติดชิดกับตัวเองแท้ ๆ เองของตัวเรานี้เองก็หาได้มีความเข้าใจไม่

ท่านสาธุชนที่เคารพ เรื่องของชีวิตจิตใจนั้นเป็นการพ้นวิสัยของบรรดาท่านนักปราชญ์ราช บัณฑิตทั้งหลายจะค้นคว้าเข้าไปให้ถึงได้จริง ๆ ทั้งนี้ก็เพราะว่าใช่วิสัยของเขาเหล่านั้นหากแต่จะต้องอาศัยสัพพัญญูจะต้องเป็นความตรัสรู้ของพระสัมมสัมพุทธเจ้าผู้เดียวเท่านั้นที่จะสามารถแสดงเรื่องราวของชีวิตจิตใจได้อย่าง้ำลึกพิสดารทุกแง่ทุกมุม แจ่มแจ้งชดเจนและกว้างขวางจนทำให้พ้นไปจากความสงสัยได้

ถ้าท่านได้ติดตามศึกษาจากในพระอภิธรรมปิฎกเป็นลำดับไป ท่านก็จะตอบคำถามเหล่านี้ได้ อย่าว่าแต่เพียงคำถามว่าชีวิตคืออะไรเลย แม้เมื่อชีวิตสิ้นสุดลง คือชีวิตภายหลังความตายแล้วไปเกิดใหม่ได้หรือไม่ เกิดเป็นอะไรได้ด้วยเหตุผลอย่างไร เกิดที่ไหนเกิดเป็นผีสางเทวดาได้จริงหรือเปล่า เกิดได้ด้วยเหตุอะไรบ้าง มีความเป็นอยู่ มีความเป็นไปประการใดผลของการกระทำบาปและการกระทำบุญจะนำให้ไปเกิดที่ไหน มีเรื่องแปลกประหลายพิสดารน่าอัศจรรย์ใจอย่างไม่อาจคาดฝันว่าจะเป็นไปได้ แต่ก็มีข้อเท็จจริง และมีบทพิสูจน์ พร้อมบริบูรณ์มากมายทั้งในภาคทฤษฎีและในภาคปฎิบัติ

โดย พี่เณร...นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [22 มิ.ย. 2550 , 10:03:49 น.] ( IP = 203.113.67.46 : : )


  สลักธรรม 4



อย่างไรก็ดี พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้แสดงไว้ถึงชีวิตต่าง ๆ ที่เรามองไม่เห็น สัมผัสไม่ได้มากมายนั้น อาจมีบางท่านที่ได้ศึกษาวิชาการทางโลกมา ๆ คิดในใจว่า เรามาเรียนพระอภิธรรมที่น่ากลัวจะเข้ามาสู่มหาอาณาจักรแห่งความเพ้อฝันกระมัง เพราะว่าบางที่พูดเรื่องที่เราไม่รู้ พูดเรื่องที่เราไม่เห็นเช่นพูดเรื่องเปรต อสุรกาย หรือพูดเรื่องเทวดาเป็นต้นในเรื่องนี้ท่านก็ไม่ต้องเป็นห่วง พระสัมมาสัมพุทธเจ้าสอนเรื่องอะไรแล้ว พระองค์ไม่เคยสอบให้ใครเชื่อเฉย ๆ ไม่ได้สอนให้ผู้ใดเพ้อผัน หรือเชื่อตามพระองค์ไป หากแต่พระองค์ทรงสอนให้ค้นค้าหาเหตุผลข้อเท็จจริงและเข้าถึงความลึกซึ่งอันเป็นแก่นแท้ของความจิรงเหล่านั้นด้วย

พระองค์มิได้เกรงผู้ใดที่จะเข้ามาค้นคว้าหาความจริงแล้วจะไม่พบความจริง พระองค์เกรงอยู่ผู้เดียว คือผู้ไม่ยอมเข้ามาค้นคว้าเพื่อหาข้อเท็จจริงเท่านั้น ยิ่งเป็นผู้ที่มีความรู้มาก ๆ มีเหตุผลเป็นของตนเองด้วยแล้วก็ยิ่งดี

เรื่องที่เราไม่เคยรู้ไม่เคยเห็น เพราะว่าเป็นเรื่องไกลหรือเร้นลับอย่างเหลือเกิน เช่น เรื่องเปรต อสุรกาย เทวดา เหล่านั้น พระพุทธองค์ก็ทรงแสดงไว้เป็นอันมากในทั้ง ๓ ปิฎก ท่านทั้งหลายจะได้เรียนเรื่องเหล่านั้น ท่านจะได้รู้จักกับวิธีการแยกสสารและพลังงานในพระพุทธศาสนา เริ่มตั้งแต่เม็ดข้าว เปลือกเม็ดหนึ่ง แยกให้เล็กลง ออกเป็น ๘๒ ล้าน ๓ แสนส่วนเศษ แล้วหนึ่งส่วนเท่ากับหนึ่งปรมาณู

พระพุทธศาสนาแสดงเอาไว้ถึงเรื่องของอณูและปรมาณู แล้วอณู ปรมาณู (นักวิทยาศาสตร์เอาคำเหล่านี้ไปใช้) ท่านก็ได้แสดงไว้ว่าประกอบได้ด้วยธาตุอะไรบ้าง (ธาตุในพระพุทธศาสนา) เกาะกุมกันได้อย่างไร ชีวิตที่เรามองไม่เห็น เช่นเปรต อสุรกาย เทวดา พญานาค พญาครุฑ นางกินนร เกิดขึ้นมาได้ด้วยรูปปรมาณูประการใด

โดย พี่เณร...นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [22 มิ.ย. 2550 , 10:04:28 น.] ( IP = 203.113.67.46 : : )


  สลักธรรม 5



อำนาจของรูปปรมาณูที่ละเอียด ประณีตมากยิ่งกว่าลมที่เราก็มองเห็นมันไม่ได้ ไม่สะท้อนแสงเพราะละเอียดจนแสงทะลุทะลวงผ่านไป ดังนั้น เราก็ไม่มีโอกาสจะมองเห็นหรือสัมผัสกับสัตว์เหล่านี้ได้ บางคนยังเข้าใจผิดคิดว่า ผีสางเทวดาไม่มี ความเข้าใจผิดเช่นนี้ก็เพราะว่า ยังไม่ได้ศึกษาธรรมะในขั้นละเอียด ในขั้นลึกซึ้ง ยังไม่ได้ศึกษาให้เข้าถึงมหาอาณาจักรอันเร้นลับมหัศจรรย์เกี่ยวกับเรื่องของ ชีวิตจากพระอภิธรรปิฎก ดังนั้น จึงยังไม่เข้าใจถึงเรื่องสำคัญและสำคัญอย่างที่สุดที่ควรจะทราบ (เชิญอ่านเรื่อผีสางเทวดา)

ถ้าหากไม่เชื่อเรื่องของการเวียนว่ายตายเกิดและเรื่องผีสางเทวดาแล้ว บุคคลใดที่ไม่เชื่ออย่างหนักแน่นมั่นคง มีความเห็นผิดในเรื่องของชีวิตก็ย่อมจะกระทำอะไรๆ ลงไปเป็นบาปบ้างเป็นบุญบ้าง ถ้าอบรมมาไม่ดีก็จะทำบาปได้ง่ายๆ แล้วบาปที่ร่วมกับความเห็นผิดนี้จะมีกำลังในการให้ผลมากจริงๆ

เพราะบาปและบุญก็อยู่ที่ตรงเจตนา เช่น เจตนาฆ่าสัตว์ เจตนาคดโกง ถูกอุดหนุนด้วยความเห็นผิดคิดว่าตายแล้วก็สูญไป เกิดใหม่อีกไม่ได้ จะเป็นตัวนำที่มีน้ำหนักมากให้ไปสู่ความทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัสในการเกิดในภพชาติต่างๆ

นอกจากนั้น ความเห็นผิดที่เป็นมิจฉาทิฏฐินี้ก็จะติดตัวไปในชาติหน้า และชาติข้างหน้าต่อๆ ไป ทำให้ได้รับความทุกข์ซ้ำแล้วซ้ำอีกจนไม่ทราบว่าเกิดเป็นชาติที่เท่าใด

โดย พี่เณร...นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [22 มิ.ย. 2550 , 10:05:11 น.] ( IP = 203.113.67.46 : : )


  สลักธรรม 6



ขอได้โปรดพิจารณาด้วยดีเพราะเมื่อกระทำอะไรๆ ที่เป็นบาปแล้ว ผลอันเกิดขึ้นจากการกระทำบาปนั้นก็จะนำให้ชีวิตไปสู่ความทุกข์ยากลำบากอย่างแสนสาหัส เพราะเกิดไม่ดีและความทุกข์ยากลำบากนี้จะไม่ใช่ชาติเดียว แต่จะมากชาติเพราะความเห็นผิดติดตามชีวิตไป

ด้วยเหตุดังนี้ การตัดสินใจว่าชาติหน้าไม่มี ผีสางเทวดาก็เกิดไม่ได้ โดยตัดสินใจเอาง่ายๆ ดังนี้แล้ว ชีวิตอันเป็นที่รักยิ่งของตนเองก็ตกอยู่ในความประมาท และเมื่อตกอยู่ในความประมาทแล้วชีวิตก็มีหวังจะเดินทางไปในทิศทางที่ขรุขระทุรกันดารเป็นส่วนมาก แล้วก็อาจจะหลายชาติด้วย เพราะเหตุว่ากุศลที่จะช่วยสนับสนุนในการเดินทางไกล ทำเอาไว้น้อย เหมือนเสบียงที่จะช่วยในการเดินทางไม่เพียงพอและอำนาจของความเห็นผิด ความเข้าใจผิดในเรื่องของชีวิตจิตใจ อาจจะทำผู้เข้าใจผิดให้ได้รับความทุกข์ทรมานเสนสาหัสอยู่ในมหาอาณาจักรที่เรามองไม่เห็นนานแสนนานได้โดยง่าย

ด้วยเหตุดังนี้เอง ท่านทั้งหลายก็จะเห็นได้ว่าเรื่องของชีวิตเป็นเรื่องที่สำคัญยิ่งยวดกว่าสรรพสิ่งทั้งหลายในโลกนี้ หรือว่าสรรพสิ่งทั้งหลายในโลกนี้ไม่มีอะไรที่ยิ่งใหญ่และสำคัญเท่าชีวิต จึงน่าศึกษาหาความเข้าใจเอาไว้ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะนอกจากช่วยให้ได้รับผลที่ดีที่สุดในชาตินี้แล้ว ปัญญาบารมีที่ได้อบรมมาก็จะได้ติดตามตัวไปมิให้ชีวิตไหลไปสู่อบายภูมิได้ง่ายๆ

โปรดติดตามตอนต่อไป

โดย พี่เณร...นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [22 มิ.ย. 2550 , 10:05:51 น.] ( IP = 203.113.67.46 : : )


  สลักธรรม 7

ขอบคุณมากค่ะสำหรับเรื่องดีที่มีประโยชน์

โดย พี่ดา (พี่ดา) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [22 มิ.ย. 2550 , 11:31:08 น.] ( IP = 124.121.174.199 : : )


  สลักธรรม 8

ขอบพระคุณค่ะ..ที่นำประโยชน์มาฝากค่ะ

โดย เซิ่น (เซิ่น) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [22 มิ.ย. 2550 , 22:47:15 น.] ( IP = 58.8.53.152 : : )


  สลักธรรม 9

ได้อ่านบทความของท่านอาจารย์บุญมีทีไร ทำให้นึกย้อนไปถึงครั้งแรกๆที่ได้อ่านหนังสือของท่าน ความรู้สึกในขณะนั้น มีความสนใจใคร่รู้ในเรื่องชีวิตที่ท่านกล่าวถึงเป็นอย่างยิ่ง ก็ได้พยายามอ่านหนังสือที่ท่านเขียนเท่าที่จะหาได้ จนกระทั่งได้มาศึกษาพระอภิธรรม (จากหนังสือคู่มือการศึกษาพระอภิธัมมัตถสังคหะ) ก็ได้มีความรู้ความเข้าใจขึ้นบ้างตามสมควร
พอจะทราบคำตอบที่ท่านได้กล่าวอารัมภบทเอาไว้ในเรื่องต่างๆของชีวิต

จึงใคร่ขอเชิญชวนท่านสาธุชนทั้งหลายที่มีความสนใจเรื่องของชีวิต ได้เข้ามาศึกษาพระอภิธรรม แล้วท่านก็จะได้พบกับคำตอบเหล่านั้น สมดั่งเจตนารมณ์ของท่านพระอาจารย์บุญมี

ขอนอบน้อมกราบถวายกุศลแด่ท่านพระอาจารย์บุญมี ผู้จุดประกายแห่งอภิธรรมให้แก่ข้าพเจ้า

กราบขอบพระคุณพี่เณรค่ะ ที่นำหนังสือของท่านอาจารย์บุญมีมาให้อ่าน

โดย ธัญธร (ธัญธร) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [25 มิ.ย. 2550 , 10:26:03 น.] ( IP = 124.121.174.88 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org