มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ท่านจะโชคดียิ่งกว่ามหาเศรษฐีของโลก (๒)








ท่านจะโชคดียิ่งกว่ามหาเศรษฐีของโลก (๒)
โดย อาจารย์บุญมี เมธางกูร


ตอนที่ผ่านมา

ความสุขที่แท้จริงแน่นอนอยู่ที่ไหน


ทุกๆ ชีวิตต่างก็ดิ้นรนเสาะแสวงหาความสุขต่างก็ทุ่มโถมตัวเองเข้าไปเพื่อหวังว่าจะให้พ้นทุกข์ดังนั้นเราก็ดิ้นรนแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นเพื่อจะให้ผ่อนคลายลงไป เช่น นั่งท่านี้เมื่อย เปลี่ยนเป็นท่าโน้น เพื่อจะแก้ให้หายเมื่อย ดูนานนักก็ลำบากทนดูอยู่ไม่ไหว เปลี่ยนเสียใหม่เป็นได้ยินเพื่อจะแก้ความทุกข์ที่เกิดให้ได้ จากการดูการได้ยิน หรือได้กลิ่น ลิ้มรส ตลอดจนคิดนึก ซึ่งจะต้องแก้ปัญหาให้ชีวิตอยู่ตลอดเวลา หยุดไม่ได้เลย

ดังนั้น ก็จะเห็นได้ว่า ตั้งแต่ตื่นนอนลืมตาขึ้นมาในตอนเช้า เราต้องเปลี่ยนแปลงแก้ไขไม่ได้หยุดเลย ประเดี๋ยวเห็น ประเดี๋ยวได้ยินประเดี๋ยวกินและถ่าย และเปลี่ยนอิริยาบถไปซ้ำ ๆ ซาก ๆ ไม่ขาดสาย ในเรื่องนี้ ถ้าไม่พิจารณาให้ดี ๆ ก็ไม่ทราบว่าจะต้องแก้ปัญหา เพราะเคยชินหรือมีความสันทัด จัดเจนเสียแล้ว พอเริ่มเมื่อยสักนิดก็เปลี่ยนใหม่ พอปวดสักหน่อยก็เปลี่ยนไปอีก ก็เลยไม่สังเกตว่า ที่ต้องเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ๆ นั้นเพราะทุกข์มันบังคับให้เราต้องผันแปรเปลี่ยนแปลงไป

บางท่านอาจจะบอกว่า ถ้าอย่างนั้นในเวลานอนกลางคืนคงจะสบายกระมัง เพราะตอนกลางคืนนอนหลับไม่ได้รู้สึกสำนึกตัว ความจริงเวลานอนกลางคืนก็มีทุกข์เหมือนกัน เพราะ “ทุกข์” ตามหลักปรมัตถธรรมก็คือความทนอยู่ในสภาพเดิมไม่ได้ มันต้องผันแปรเปลี่ยนแปลงไปทั้งกายและใจ และมันจะต้องเปลี่ยนไปอย่างแน่นอน

โดย พี่เณร...นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [25 มิ.ย. 2550 , 12:02:05 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1



ดังนั้น การนอนหลับของเราจึงเป็นความสุขความสบายจริงตามสามัญสำนึก แท้จริงตามสภาวธรรมหาได้สุขไม่ เพราะตลอดเวลาที่นอนหลับเราก็ต้องหายใจ หยุดไม่ได้ร่างกายภายในต้องเคลื่อนไหว ปอดก็ไม่ได้หยุดอยู่เฉย ๆ หัวใจก็ต้องเต้น กระเพาะอาหารและลำไส้ก็มิได้หยุดนิ่งหลังงานต้องเสียไปทั้ง ๘ ชั่วโมงที่เรานอนหลับสนิท

ดังนั้น เช้าวันรุ่งขึ้น เราต้องเติมอาหารชดเชยพลังงานที่เสียไป และพลังงานที่เติมเข้าไปก็ไม่ใช่ได้มาง่าย ๆ เพราะฉะนั้นเราจะต้องมีทุกข์อย่างแน่นอน ถ้าไม่ใช่โดยตรงก็โดยปริยาย

โดย พี่เณร...นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [25 มิ.ย. 2550 , 12:02:56 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 2




ผู้ยิ่งใหญ่คนใดหนอดลบันดาชีวิตขึ้นมาให้เราต้องแก้ปัญหา ต้องครุ่นคิด กังวลห่วงใย ทุกข์ร้อนสารพัดอย่างแก้ปัญหาให้มันสารพัดวีก็ไม่รู้จับสิ้นลงได้ แล้วชาติข้างหน้าก็จะต้องแก้กันต่อๆ ไป

ท่านทั้งหลายก็จะเห็นได้ว่า ชีวิตของเรานี้น่ารักไหม ต้องแก้ปัญหาใช้ชีวิตอยู่ตลอดเวลา ตั้งแต่เกิดไปจนกว่าจะตายแล้วเมื่อเกิดใหม่อีก ก็ต้องแก้ปัญหากันใหม่ต่อไปอีก

ดังนั้น ลองพิจารณาด้วยดีว่าชีวิตนี้มีอะไรดีหรือว่ามีอะไรที่วิเศษให้น่ารักบ้างไหม ผมขอเสนอให้ท่านได้พิจารณา ว่ามันมีอะไรที่แอบแฝงออยู่เบื้องหลัง ที่คอยชี้นิ้วบงการให้เราทำอะไร ๆ ให้มันอยู่ตลอดเวลา มันจะกินก็ต้องให้มันกิน มันจะนอนก็ต้องให้มันนอน

เราทำให้มันทุก ๆ อย่าง แต่ถึงอย่างมันก็ไม่รู้จักพอ พรุ่งนี้มันก็จะเอาอีก มะรืนนี้มันก็อุตส่าห์หาเงินมาให้มันไปเที่ยวเตร่ มันเที่ยวแล้วก็ไม่จบมันจะเที่ยวต่อไปในจังหวัดอื่น ๆ อีก เที่ยวไปในประเทศเสร็จแล้วมันก็อยากจะไปประเทศต่างๆ ต่อไป แล้วเราก็รักมันแล้วมันประคบประหงมมันเหลือเกิน แถมระแวดระวังมันจะแทบจะล้มตาย แล้วชีวิตมันทำอะไรให้เราบ้างให้สาสมกับที่เรารักใคร่มันอย่างเหลือแสน มันทนอยู่ในสภาพเดิมได้บ้างไหม

โดย พี่เณร...นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [25 มิ.ย. 2550 , 12:03:59 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 3



ท่านทั้งหลายลองพิจารณาดูให้ดี ๆ ก็จะเห็นว่าชีวิตนี้มันน่ารักที่ตรงไหน มันมาก่อความยุ่งยาก มาทำให้เราลำบาง ทั้งนี้ไม่ว่าชีวิตที่เป็นไปอย่างราบรื่นหรือไม่ หรือเป็นชีวิตที่ต้อง ระหกระเหินเดินเข้าไปในแดนกันดารก็ยิ่งจะหนักเข้าไปอีก เงินทองไม่ค่อยพอใช้ หรือแม้มีเงินทอง มีบ้านช่องก็ใหญ่โต ความทุกข์มันก็ทะลุทะลวงกำแพงไปทำให้น้ำตานองหน้าจนได้ แม้อยู่ในห้องแอร์ ร่างกายนั้นเย็นจริง แต่ใจนั้นเร่าร้อนอย่างเหลือเกินราวกับสุมด้วยไฟ

ด้วยเหตุนี้ก็จะเห็นว่า เราอุตส่าห์รักชีวิต ทะนุถนอมชีวิตเอาใจใส่มันทุกอย่างตังแต่เกิดมาจนกระทั่งเดี๋ยวนี้ อายุมากขึ้นมาแล้ว มันไม่เห็นนำความยินดีมาให้เราชื่นใจอย่างแท้จริงและยืนนานสักที แล้วเรายังจะต้องแก้และแก้ปัญหาให้มันต่อไปอีกจนแก่และจนกระทั่งตาย มันก็จะต้องแก่ ต้องเจ็บ และต้องตายตั้งอยู่ไม่ได้ แล้วเมื่อเกิดใหม่ก็ต้องคอยไปตามแก้ให้มันอีกในเรื่องนี้มีผู้ใดบ้างเล่าที่มาให้หลักประกันแก่เราได้ว่า คนตายแล้วก็สูญไป

เพียงคำว่า “สัญชาติญาณ” คำเดียวก็อธิบายไม่ได้ว่ามันเกิดขึ้นมาได้อย่างไร แล้วจะว่าตายแล้วสูญได้หรือพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงสอนว่า ความเกิดเป็นทุกข์ และย้ำแล้ว ย้ำอีกว่าอย่าประมาท

ผมได้พรรณนาเรื่องความทุกข์ให้ฟังบ้างแล้ว ท่านทั้งหลายก็อาจจะว่า เอ๊ะ ความเกิดเป็นทุกอย่างไร ฉันมีสามี ภรรยา บุตร ธิดา อยู่ที่บ้านก็สนุกรื่นเริง แล้วจะว่าเป็นทุกข์ได้หรือ ที่ว่านั้นก็จริงชั่วครั้งชั่วคราวตามสามัญสำนึกตามที่มีความรู้สึกประทับใจในเรื่องอะไร แต่ว่าเรื่องแก้ปัญหานี้ มันมากเสียเหลือเกิน ด้วยเหตุดังนี้เอง บรรดาผู้ที่มีความเข้าใจในเรื่องของชีวิต หรือคิดพิจารณาชีวิตอย่างละเอียดลออดีแล้ว ก็จะเห็นได้ว่า ความเกิดเป็นทุกข์จริง ๆ ตามที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ทรงแสดงเอาไว้

โดย พี่เณร...นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [25 มิ.ย. 2550 , 12:05:31 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 4



พระสัมมาสัมพุทธเจ้าอุบัติขึ้นมาก็ไม่ใช่จะมาสอนศีลธรรมจรรยาเพื่อให้คนปฎิบัติดีปฎิบัติชอบแต่เพียงเท่านั้น คือพระองค์สอนให้ขยันหมั่นเพียรเพื่อจะให้ตั้งตัวได้ เพื่อให้เป็นประโยชน์ในชาตินี้ แล้วก็สอนให้ทำบุญให้ทานรักษาศีลเจริญภาวนา เพื่อว่าจะได้เป็นประโยชน์ในชาติข้างหน้า และสอนปรมัตถประโยชน์ คือ ประโยชน์อย่างยิ่งจะได้ไม่ต้อแก้ปัญหาให้แก่ชีวิตอีกต่อไป ได้แก่ปรมัตถประโยชน์ซึ่งก็คือ เรื่องของชีวิตจิตใจตลอดไปจนถึงการปลูกสร้างปัญญา เพื่อจะพัฒนาให้ชีวิตพ้นจากการเวียนว่ายตายเกิด

เพราะไม่ว่าเกิดเป็นอะไรภพภูมิไหนก็หนีความทุกข์ไปไม่ได้ทั้งนั้น แต่ถ้าไม่ต้องมีชีวิตขึ้นมาเสียแล้ว จะเอาความทุกข์มาจากไหน ด้วยความทุกข์ทั้งหลายจะต้องอาศัยอยู่บนชีวิตจิตใจทั้งสิ้น

พระองค์สอนให้ต่อสู้เพื่อจะได้ตั้งตัวได้ แต่ก็มิได้สอนให้หลงต่อสู้อย่างสุดเหวี่ยง ต่อสู้จนสุขภาพกายสุขภาพจิตเสียหาย และบางทีก็ต่อสู้เสียจนตัวตาย แล้วก็ต้องต่อสู้ทุกชาติไป ไม่มีจบสิ้นลงได้ พระองค์สอนให้รู้จักคู่ต่อสู้คือศัตรูตัวร้ายที่แอบแฝงซ่อนมาภายในอย่างลึกซึ้ง แล้วเห็นตัวมันได้แสนยากยิ่ง มันเป็นคู่ต่อสู้ตัวฉกรรจ์ที่ซ่อนเร้นอย่างใกล้ชิดตัดกับตัวอยู่ตลอดเวลา แต่เราหาได้รู้จักหน้าตาของมันจริง ๆ ไม่ถ้าเราเอาชนะมันได้ ก็จะไม่ต้อต่อสู้กับผู้ใดอีกต่อไป เพราะเป็นการชนะได้ตลอดกาลนิรันดร

พระองค์เกรงว่าพระพุทธศาสนาจะสลายตัวไปโดยเร้เพราะนักคิด นักวิจารณ์ นักตีความพระธรรม เอาตาม ชอบ พระองค์จึงได้แสดงตัวเลขควบคุมไว้ทั่วไป เพื่อมิให้ผู้ใดแสดงธรรมเอาได้ตามชอบใจ ( ขอเชิญอ่านหนังสือชื่อ “พระอภิธรรมเครือญาติ”)

โปรดติดตามตอนต่อไป

โดย พี่เณร...นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [25 มิ.ย. 2550 , 12:06:15 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 5

ขอบพระคุณค่ะ..ที่นำเรื่องดีๆ มาฝากค่ะ

โดย เซิ่น (เซิ่น) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [25 มิ.ย. 2550 , 17:28:47 น.] ( IP = 203.146.147.13 : : )


  สลักธรรม 6

ขอบคุณมากค่ะสำหรับเรื่องดีที่มีประโยชน์

โดย พี่ดา (พี่ดา) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [26 มิ.ย. 2550 , 09:06:35 น.] ( IP = 124.121.171.25 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org