มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ท่านจะโชคดียิ่งกว่ามหาเศรษฐีของโลก (๓)








ท่านจะโชคดียิ่งกว่ามหาเศรษฐีของโลก (๓)
โดย อาจารย์บุญมี เมธางกูร


ตอนที่ผ่านมา

มารตัวร้ายของชีวิต


ท่านทั้งหลาย ตัวการมารร้ายยิ่งใหญ่ของชีวิตเราได้แก่อะไร คือตัวการที่ทำให้เราต้องเกิดใหม่ภายหลังจากความตาย นั่นก็คือตัวสมุทัยอันได้แก่ความยินดีติดใจในอารมณ์ต่างนั่นเอง ที่เป็นตัวการทำให้เกิดใหม่ มันทำให้ชีวิตได้ตั้งต้นขึ้นมาใหม่แล้ว ทำให้ความทุกข์ทั้งหลายเข้ามาอาศัย

ตัวการมารร้ายนี้มันตามชีวิตไปทุกหนทุกแห่งไม่ว่าจะไปเกิดเป็นอะไร ถ้าชีวิตไม่มีเสียแล้วความทุกข์จะมีได้อย่างไร มีชีวิตอยู่ที่ไหน ทุกข์ก็มีอยู่ที่นั่น ชีวิตไปเกิดขึ้นในที่ใดความทุกข์ก็ตามไปอยู่ในที่นั่น ทุกข์มันรักใคร่หวงแหนชีวิตอย่างเหลือเกิน มักจะติดตามชีวิตไปทุกหนทุกแห่งไม่ว่าจะไปอยู่บนดิน อยู่ในน้ำ หรืออยู่ในจักรวาลใด ก็ตาม (เชิญอ่านเรื่องชีวิตภายหลังความตาย)

มนุษย์ทั้งหลายพากันคิดว่า การสนองความทะยานอยากนั้นเป็นความสุข แต่มนุษย์หาได้ทราบไม่ว่าความทะยานอยากนั้นคืออะไร และมันเกิดขึ้นมาได้อย่างไร แม้มนุษย์จะมีความเฉลียวฉลาดล้ำเลิศสักเพียงใด หรือว่ามี ไอ.คิว สูงสักเพียงไหน หรือจะมีพลังอันมหาศาลอย่างไรก็ต้องปราชัยอย่างแน่นอน ถ้ามิได้ศึกษาชีวิตเสียให้เข้าใจ

โดย พี่เณร...นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [26 มิ.ย. 2550 , 13:47:14 น.] ( IP = 203.113.67.46 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1



ด้วยเหตุนี้เอง พระสัมมาสัมพุทธเจ้า จึงได้สอนเรื่องของความพ้นทุกข์ คือสอนให้เข้าใจชีวิตเมื่อศึกษาชีวิตเข้าใจดีแล้วก็จะรู้หนทางเดินที่จะหลุดพ้นไปจากการเวียนว่ายตายเกิดคือไม่ต้องเกิดอีกต่อไป ก็จะถึงซึ่งความสุขอันสถาพร และตลอดกาลนิรันดร

แต่อย่างไรก็ดี ผู้ที่ไม่ได้ศึกษาเรื่องของชีวิต ก็มักจะพากันพูดว่า เกิดซิดี จะได้กินอร่อย จะได้เที่ยวสนุก ทั้งนี้ก็เพราะไม่ได้ศึกษาเรื่องของชีวิตให้เข้าใจก็พากันคิดว่าเกิดแล้วจะได้สบาย

เพราะฉะนั้นคู่รัก ๆ กันมาก ๆ ถ้าตายจากกันไป อีกฝ่ายหนึ่งจะอธิษฐานว่า ถ้าชาติหน้ามีจริงขอให้เกิดเกิดแล้วได้พบอีก บางคนพรรณนาว่าขอให้เกิดในชาติหน้าแล้วขอให้รวย ๆ สวย ๆ ขอให้สาบาย ๆ หน่อย เพราะชาตินี้มันยากจนนัก และชาตินี้ไม่ค่อยจะสบาย ถึงอย่างไรก็อยากเกิดใหม่จนได้

นี่ก็เพราะอำนาจภายในส่วนลึกที่ฝังอยู่ในจิตใจที่มาคอยหนุนหลังให้อยากจะเกิดให้จงได้ ทำให้ไม่สามารถที่จะหลุดพ้นจากการเกิดได้

โดย พี่เณร...นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [26 มิ.ย. 2550 , 13:48:28 น.] ( IP = 203.113.67.46 : : )


  สลักธรรม 2



แต่จะทำอย่างไรเล่า จึงจะไม่ต้องเวียนว่ายตายเกิดอีกต่อไป พระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านได้แสดงหนทางพ้นทุกข์เอาไว้ หนทางหนึ่งท่านเสนอให้ศึกษาเรื่องของชีวิตให้เข้าใจเพราะว่าอยู่ ๆ เราจะเดินทางไปสู่หนทางพ้นทุกข์ไม่ได้ แต่ว่าจะต้องสร้างพื้นฐานคือศึกษาเรื่องชีวิตให้เข้าในเสียก่อน เมื่อเข้าใจชีวิตดีพอสมควรแล้วท่านก็สอนหนทางที่จะเดิน นั่นก็คือการปฎิบัติ เรียกว่าปฎิบัติวิปัสสนากรรรมฐาน (ไม่ใช่ทำสมาธิ)

เมื่อปฎิบัติวิปัสสนากรรมฐานแล้วปัญญาก็จะเกิดขึ้นมาทำลายกิเลสซึ่งเป็นตัวการที่จะส่งให้เราไปเกิดในชาติหน้า และเมื่อเราปฎิบัติวิปัสสนากรรมฐานจนทำลายกิเลสได้จริง ๆ แล้ว เราก็จะได้พ้นจากการเวียนว่ายตายเกิดอย่างแน่นอน แต่ก็จะต้องศึกษาหรืออบรมปัญญาบารมีให้แก่กล้าไปในแต่ละชาติ ๆ ที่เกิดขึ้นมา (ขอเชิญอ่านการปฎิบัติวิปัสสนากรรมฐาน และเทปบันทึกเสียงสัมมนาเรื่องในการปฎิบัติ)

ด้วยเหตุนี้เอง ท่านสาธุชนผู้มีปัญญาทั้งหลาย ก็จะได้เห็นความจริงว่าโลกนี้ไม่มีอะไรที่สำคัญมากที่สุด เท่ากับเรื่องของชีวิต และในเรื่องของชีวิตเล่าก็ไม่มีอะไรที่จะสำคัญเท่ากับปัญญาที่จะพาชีวิตไปให้พ้นจากความทุกข์ได้เด็ดขาดแท้จริงและสิ้นเชิง

โดย พี่เณร...นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [26 มิ.ย. 2550 , 13:49:29 น.] ( IP = 203.113.67.46 : : )


  สลักธรรม 3



สมัยพุทธกาลก็ได้มีผู้ที่พ้นจากทุกข์ไปแล้วเป็นจำนวนมากโดยพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นผู้นำทางให้ แต่อย่างไรก็ดีอำนาจแห่งความเหนียวแน่นในการยึดเหนี่ยวที่จะมีชีวิตอยู่ของแต่ละคน คนสมัยนี้เรียกกันว่าสัญชาตญาณ ได้แก่ความโลภ มันมีกำลังมหาศาล ด้วยเหตุผลดังนี้เอง ถ้าเราอาศัยกำลังธรรมดา ๆ เข้าไปต่อสู้ ก็หาเอาชนมันได้ไม่

ดังนั้นท่านทั้งหลายก็ต้องสร้างความตั้งใจให้แรงขึ้น โดยลองศึกษาเล่าเรียนดูสักพักหนึ่งในวิทยาการที่ว่าด้วยเรื่องชีวิตที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้แสดงเอาไว้ จากในพระอภิธรรมปิฎกว่าจะมีประโยชน์ต่อชีวิตของเราจริง ๆ หรือหาไม่ แล้วก็นำทางชีวิตของเราให้พ้นไปจากทุกข์ได้แน่นอนจริง ๆ หรือเปล่า

ถ้าหากว่าท่านได้ใช้ความพากเพียรเพื่อศึกษาชีวิตให้เข้าใจดังนี้แล้ว วันหนึ่งข้างหน้าก็จะพบตัวเองว่าได้ยืนอยู่บนที่สูง มองเห็นสิ่งต่าง ๆ รู้เห็นแจ่มแจ้งหมดทุก ๆ อย่าง คือมีปัญญาในเรื่องของชีวิตอันนับว่าประเสริฐเหนือวิทยา การทางโลกวิทยาศาสตร์ อย่างเทียบกันไม่ได้เลยแม้แต่น้อย เมื่อรู้จักชีวิตของตนเอง ก็รู้จักชีวิตของคนอื่นแล้วก็จะได้เห็นหนทางที่จะเดินไปสู่ความพ้นทุกข์ด้วย

โดย พี่เณร...นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [26 มิ.ย. 2550 , 13:50:20 น.] ( IP = 203.113.67.46 : : )


  สลักธรรม 4



การที่ผมพรรณนาว่าชีวิตนี้เป็นทุกข์ และพรรณนาว่าทุกข์อย่างนั้นทุกข์อย่างนี้มากมาย บางท่านที่เรียนวิชาการทางโลกมาก อาจจะคิดในใจว่า เอ๊ะ .........ผู้บรรยายคนนี้คงจะมีทุกข์มากกระมัง คงจะมีทุกข์อยู่เบื้องหลังมิใช่น้อย จนกระทั่งเป็นเหตุให้ต้องแสดงออกมาจากความรู้สึกอันเกิดขึ้นมาจากความทุกข์ภายในของตน

ความจริงเรื่องทุกข์ต่าง ๆ เหล่านี้ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านเป็นผู้แสดง และผมเป็นผู้รวบรวมมาเสนอต่อท่านหรือในเรื่องนี้อาจจะมีบางท่านมีความเข้าใจว่า คนที่คิดแต่ทุกข์ ๆ นี้น่ากลัวจะเป็นคนที่ชอบเพ่งเล็งแต่ในแง่ร้าย ทำไม่เล่าเวลาที่เขาไปเที่ยวกันสนุกสนาน เพลิดเพลิน ทำไมไม่เอามาพูด แล้วเอาแต่เรื่องทุกข์มาพูด

โดย พี่เณร...นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [26 มิ.ย. 2550 , 13:51:04 น.] ( IP = 203.113.67.46 : : )


  สลักธรรม 5



ถ้าว่าดังนี้ผมก็ขอเรียนให้ท่านได้ทราบว่า พระอภิธรรมปิฎกนั้น เรียกว่าปรมัตถประโยชน์ คือประโยชน์อย่างยิ่ง เมื่อได้ศึกษาไปให้เข้าใจแล้วก็จะเห็นว่าพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามิได้เพ่งเล็งไปในแง่ร้ายหรือแม้ในแง่ดีก็ตาม แต่เป็นการศึกษาถึงเรื่องของธรรมชาติที่ว่าด้วยเรื่องของชีวิตธรรมชาติว่าด้วยเรื่องของความพ้นทุกข์ เป็นการศึกษาที่ตรงเข้าไปส่าความจริงแท้ ไม่ใช่ความจริงตามสมมติที่ประชาชนทั่วไปเข้าใจกัน ความจริงมีอย่างไรก็ว่าไปอย่างนั้น ตงไปตรงมา ผู้ที่ศึกษาชีวิตเข้าใจแล้วก็จะได้รับประโยชน์อย่างใหญ่หลวง

แทนที่เมื่อได้ศึกษาแล้วจะมีความทุกข์ร้อนแต่กลับเป็นว่าผู้ศึกษาเรื่องของทุกข์มีความเข้าใจ ก็จะเบาสบายผ่อนคลายจากความเศร้ามอง ลดความเร่าร้อนลงได้เป็นอันมากไปตามความเข้าใจที่เพิ่มขึ้น เป็นความเข้าใจผิดของบางคนที่คิดว่าศึกษาถึงความจริงของชีวิตแล้วจะทุกข์มากขึ้น ทั้งนี้ก็เพราะเกิดปัญญาที่ไม่อาจจะหาได้จากที่ไหน

อย่างไรก็ดี เรื่องอาชีพนั้นสำคัญมาก และมิใช่ว่าจะให้ปลีกช่องน้อยแต่พอตัว แล้วหันหลังให้อาชีพที่สนับสนุนการดำรงชีวิตของตนเอง และของครอบครัวไป หากแต่จะต้องต่อสู้ในเรื่องการดำรงอยู่ของชีวิตอย่างเต็มความสามารถ แต่เมื่อมีช่องว่างหรือมีโอกาสแม้จะวันละเล็กละน้อยก็เพียรพยายามที่จะสร้างฐานของชีวิตจิตใจให้สูงขึ้นเท่าที่จะทำได้

โปรดติดตามตอนต่อไป

โดย พี่เณร...นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [26 มิ.ย. 2550 , 13:51:49 น.] ( IP = 203.113.67.46 : : )


  สลักธรรม 6

กราบขอบพระคุณในการแสดงธรรมของท่านพระอาจารย์บุญมี ค่ะ

และอนุโมทนากับกุศลที่พี่เณรได้ทำ
ในวันที่ 26 มิถุนายน 2550 ด้วยค่ะ

โดย น้องอุ๊ (asomsopon) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [26 มิ.ย. 2550 , 18:11:17 น.] ( IP = 125.24.53.241 : : )


  สลักธรรม 7

ตามติดตามอ่านต่อค่ะ..ขอบพระคุณพี่เณรค่ะ

โดย เซิ่น (เซิ่น) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [27 มิ.ย. 2550 , 17:13:41 น.] ( IP = 203.146.147.13 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org