มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ห้องนั่งเล่นแห่งความรัก ตอนที่ ๑๓




การได้มีโอกาสสำนึกในบุญ เป็นสิ่งดีที่ลูกควรมีไว้ในจิตใจ มากกว่าการฉลองวันเกิด นะลูก เพราะการเกิดนั้นเต็มไปด้วยความทุกข์ที่เกาะติดตามมาอย่างที่หลีกเลี่ยงมิได้

ส่วนการที่ได้เกิดมาในสุคติภพนั้น ต่างก็ต้องอาศัยบุญเป็นเครื่องส่งมาทั้งนั้น ...นี้คือเรื่องที่ควรสำนึกระลึกรู้ และเร่งรีบสร้างบุญกุศลนั้นต่อเนื่องต่อไป เพื่ออาศัยบุญเท่านั้นเป็นที่เชื่อมภพสู่ภพ เพราะเราจะได้สะสมบารมี คืออำนาจเหนือกิเลสกันต่อไป จนกว่าบารมีจะเต็มพร้อม ไงลูก

ชีวิตไม่มีการต่อรอง และร้องขอได้ มีแต่ต้องทำ คือสร้างเหตุเอง และเหตุที่ควรสร้างนั้น คือ บุญเท่านั้น ไม่ควรให้ความสุขที่ไม่จีรังมาเป็นเครื่องหยุดยั้งชีวิตไว้กับความลุ่มหลง ประมาท ขาดปัญญา ในการดำเนินชีวิตที่ดี นะลูก

หมั่นเติมความดีให้กับชีวิตให้ครบให้ได้นะลูก โดยอาศัย บุญกิริยาวัตถุ ๑๐ เป็นกำลังดันชีวิตให้ก้าวไปอย่างมั่นคง และอาศัย สติปัฎฐาน เป็นกำลังดึงชีวิตออกจากวัฏฏะให้จงได้

พ่อจะเป็นกำลังใจให้ลูกก้าวเดินไปสู่ความสุขอันสถาพร ด้วยความรักอย่างมั่นคงเสมอ

ด้วยรัก
จากพ่อเสือ
๒๔ มิถุนายน ๒๕๕๐


โดย วยุรี [26 มิ.ย. 2550 , 19:48:02 น.] ( IP = 58.9.227.232 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 1

ท่านอาจารย์เล่าว่า ตอนแรกที่ได้รับธรรมปฏิสันถารจากหลวงพ่อเพื่อนำมาฝากให้กับพวกเรานั้น พอได้เห็นประโยคแรก ยังเข้าใจว่าหลวงพ่อท่านคงจะส่งสัญญาณอะไรสักอย่างเกี่ยวกับวันเกิด ทั้งนี้เพราะสัปดาห์ที่ผ่านมานี้บรรดาเหล่าลูกศิษย์ทั้งหลายต่างนัดกันทำกุศล โดยเฉพาะการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน เพื่อน้อมนำกุศลมาถวายเนื่องในวาระวันคล้ายวันเกิดของหลวงพ่อเมื่อวันที่ ๒๒ มิถุนายน

นอกจากนี้ตอนเย็นวันศุกร์ก็ได้มีลูกศิษย์ที่ไม่เพียงแค่นำกุศลมาถวายเท่านั้น ยังได้มีเค๊กรูปพวงมาลัยที่สวยงาม พร้อมผลไม้ และซองปัจจัยมาถวาย(ที่รูป)อีกด้วย ..แต่ปรากฏว่าพอวันเสาร์เมื่อท่านอาจารย์ได้ไปทำกุศลอันยิ่งใหญ่คือการไปให้อารมณ์ลูกศิษย์ท่านหนึ่งซึ่งป่วยหนักอยู่ที่โรงพยาบาลศิริราช ทันทีที่เห็นลูกศิษย์คนนั้น อาจารย์จึงเข้าใจในธรรมปฏิสันถารที่หลวงพ่อท่านฝากมาให้ครั้งนี้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะตอนแรกที่ว่า.... การได้มีโอกาสสำนึกในบุญ เป็นสิ่งดีที่ลูกควรมีไว้ในจิตใจ มากกว่าการฉลองวันเกิด นะลูก เพราะการเกิดนั้นเต็มไปด้วยความทุกข์ที่เกาะติดตามมาอย่างที่หลีกเลี่ยงมิได้



เพราะลูกศิษย์ที่ท่านไปเยี่ยมนั้น หากจะถามว่าชีวิตมีความพร้อมและสมบูรณ์ไหม ถ้าพูดถึงทรัพย์สินเงินทองเขามีพร้อมทุกอย่าง มีตำแหน่งหน้าที่การงานดี มีลูกที่ดีที่คอยดูแลให้กำลังใจแม่ มีเพื่อนฝูงที่รักใคร่และห่วงใยมากมาย นอกจากนี้ตัวผู้ป่วยเองก็เป็นผู้ใจบุญ ทำบุญทำทานมากมาย ....แต่ถึงอย่างไรเขาก็หนีไม่พ้นอำนาจกรรมที่เขาทำมาเอง

ด้วยเหตุนี้เอง ...ตอนเริ่มรายการในเช้าวันอาทิตย์นี้ อาจารย์จึงพูดนำเรื่องว่า ...การที่ชีวิตเราต้องเวียนว่ายตายเกิดอยู่ในวัฏฏสงสารนั้น ชีวิตต้องระหกระเหินเผชิญกรรมไปตามลำพัง ซึ่งเราต้องรู้ว่า สิ่งที่ได้รับนั้นคือวิบาก ซึ่งมีทั้งวิบากกุศล และวิบากอกุศล แล้วก็เป็นอย่างที่หลวงพ่อเคยพูดว่า วิบากไม่มีหู วิบากไม่มีตา ที่จะมาคอยสอดส่องว่า ตอนนี้เขาทำดีอยู่ หรือเขากำลังทำชั่วอยู่ เพราะเมื่อทุกอย่างสุกงอมย่อมต้องให้ผล

ฉะนั้นเราจึงเลือกรับ(วิบาก)ไม่ได้ แต่เราก็สามารถเลือกทำกรรมได้ ...การที่พวกเราได้มีโอกาสเช่นทุกวันนี้ นับเป็นโชคมหาศาล ที่ทำให้เราได้เรียนรู้ว่า อะไรเป็นสิ่งที่ควรทำ อะไรเป็นสิ่งที่ควรละ เมื่อเรารู้ เราก็จะสามารถเลือกทำกรรมใหม่ได้ ส่วนสิ่งที่เราได้รับอยู่นั้นล้วนเป็นผลจากการที่เราทำมาเอง เราจึงพร้อมยอมรับ เพราะถูกขัดเกลามาว่า เราหนีไม่พ้นวิบากที่กำลังตามล่าเราอยู่ตลอดเวลา

โดย วยุรี [26 มิ.ย. 2550 , 20:01:01 น.] ( IP = 58.9.227.232 : : )


  สลักธรรม 2

หลวงพ่อเคยอุปมาเรื่องนี้ว่า ทุกวันนี้ชีวิตเราเสมือนยืนอยู่กลางถนนที่มีรถบรรทุกมากมาย(วิบากอกุศล)ที่พร้อมวิ่งมาชนเรา ในขณะเดียวกันก็มีรถบรรทุกอยู่หนึ่งคันที่ขนแก้วแหวนเงินทองเพื่อนำมาให้เรา หากถามว่าระหว่างที่เรากำลังวิ่งหนีรถบรรทุกข์จำนวนมากที่กำลังวิ่งไล่ชนอยู่นั้น เรายังมีความต้องการสมบัติจากอีกรถอีกคันที่กำลังมาหรือไม่ แน่นอนเราย่อมไม่ต้องการ เพราะขณะนั้นเราต้องการเอาตัวรอดจากการถูกรถชนมากกว่า

เช่นเดียวกับลูกศิษย์ที่กำลังป่วยอยู่ แม้เขาจะมีเงินมากมาย มีความพร้อมที่จะรักษาได้ แต่หมอก็หยุดการรักษาให้แล้ว ตอนนี้เพียงแต่บำบัดไปตามอาการ พูดได้ว่าทรัพย์สมบัติที่มีอยู่ตอนนี้ก็ช่วยชีวิตเขาไม่ได้ สิ่งที่ช่วยได้ในขณะนี้คือ น้ำทีละหยดเพื่อแก้กระหาย สารหรือยาที่คอยฉีดให้เพื่อแก้ปวด มันเป็นภาพที่เห็นแล้วทำให้เกิดมรณานุสติ ...ทำให้ไม่อยากมีชีวิต คือไม่อยากเกิด เพราะการเกิดนั้นเต็มไปด้วยความทุกข์ที่เกาะติดตามมาอย่างที่หลีกเลี่ยงมิได้

อาจารย์บอกว่าทำให้นึกถึงคำว่า ชีวิตที่อนาถา ...แต่พวกเรายังถือว่า เป็นชีวิตที่ไม่อนาถา(สักเท่าไรนัก) เพราะยังมีสติ-สัมปชัญญะโอบอุ้มคุ้มครอง พอทำให้เราได้เดินถูกบ้าง แม้จะไม่ถูกมาก และก็ยังรู้ทางที่ถูกต้อง คือ ยังรู้ว่าสิ่งที่เราควรทำคืออะไร และเราจะถูกต้องที่สุดเมื่อการเดินทางของเราก้าวย่างไปสู่สติปัฏฐาน เพราะเป็นทางสายเดียวที่จะทำให้เราสิ้นสุดไปจากความทุกข์ คือถึง ซึ่ง มรรค ผล นิพพาน ได้ เพราะตราบใดที่ยังเกิดก็เป็นทุกข์ทั้งสิ้น เพราะทุกข์ที่ได้รับทุกวันนี้เป็นทุกข์จากการมีขันธ์ ๕ แล้วที่สำคัญเราก็ไม่รู้เลยว่า เราจะตายเมื่อไร ... เช่นกันจะเจ็บป่วยเมื่อไร จะเป็นเหมือนเพื่อนของเราคนนี้ไหม ? ...ทั้งๆที่เป็นพยาบาล แต่มารู้ว่าเป็นมะเร็งก็เข้าระยะที่ ๔ แล้ว และต้องใช้คำว่ากว่าจะมาถึงวันนี้...ชีวิตของเขาต้องผ่านวิกฤตการณ์ที่หนักๆ มาหลายครั้งแล้ว ซึ่งแต่ละครั้งอาจารย์ก็จะไปเป็นผู้ให้อารมณ์เพื่อให้เขาเกิดความนึกคิดที่ดี แม้บางครั้งอาจารย์ไปหาไม่ได้...เช่นเมื่อปีที่แล้ว(อาจารย์ติดไปงานศพพ่อของลูกศิษย์อีกคนหนึ่ง) อาจารย์ก็จะพูดทางโทรศัพท์ว่า (ซึ่งตอนนั้นเขาปวดมากต้องเข้าผ่าตัดลำไส้อย่างเร่งด่วน) ว่า ..“ ชีวิตตอนนี้เหมือน....กำลังขับรถขึ้นเขาที่สูงชัน มันกำลังใกล้จะถึงยอดเขาแล้ว หากอดทนอีกหน่อยพยายามเหยียบคันเร่งไว้ อย่าปล่อยให้รถไหลลง อีกนิดเดียวก็จะผ่านยอดเขานั้นไปได้ ...” แล้วในครั้งนั้นเขาก็ผ่านวิกฤตการณ์นั้นไปได้ แล้วยังได้มีโอกาสกลับมาทำบุญที่มูลนิธิฯ แม้แต่แอร์ฯ ที่ให้ความเย็นแก่นักศึกษาพระอภิธรรมที่ชั้น ๒ ก็เป็นการบริจาคของสหายธรรมผู้นี้ ยังได้มีโอกาสปล่อยปลา และยังได้ทำบุญตามสถานที่ต่างๆ อีกมากมาย...ถึงจะทำบุญมากมายแค่ไหน แต่เมื่อวิบากอกุศลสุกงอม มันก็ย่อมส่งผลให้เขาต้องเป็นอย่างเช่นวันนี้

โดย วยุรี [26 มิ.ย. 2550 , 20:06:43 น.] ( IP = 58.9.227.232 : : )


  สลักธรรม 3

แต่การให้อารมณ์ในครั้งนี้...อาจารย์ได้นำทองคำเปลวไปให้ และบอกให้เขานึกภาพเจดีย์ที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ซึ่งเป็นเหตุที่สอดคล้องอย่างเหลือเชื่อว่า เขากำลังจะสร้างเจดีย์อยู่พอดี ทั้งวางแผนการ พิมพ์เอกสารเอาไว้เรียบร้อยแล้ว แต่ต้องมาเข้าโรงพยาบาลเสียก่อน ฉะนั้นการนึกภาพเจดีย์จึงไม่ยาก แล้วอาจารย์ให้เขาทำสมาธิตั้งใจหยิบทองคำเปลว(ในสมาธิ)ไปปิดพระเจดีย์ทีละแผ่นๆ แล้วอาศัยแสงรัศมีสีทองนี้มาเป็นรังสีฉายมาที่เราในยามที่เจ็บปวด ซึ่งเขาก็ทำตามคำแนะนำของอาจารย์มาโดยตลอด ...ผู้ที่เห็นบอกว่าหลังจากนั้นสีหน้าของเขามีเลือดฝาดดีขึ้น ...

อาจารย์ได้ให้ข้อคิดกับพวกเราว่า ...เพื่อนเราคนนี้เขายังหาอารมณ์ให้ตัวเองได้ (สร้างสิ่งที่ประทับใจอะไรไว้สักอย่าง) ...แล้วเราล่ะ ! สร้างอารมณ์อันเป็นที่หมายไว้แล้วหรือยัง แม้แต่หลวงพ่อแสวง (พระครูศรีโชติญาณ) อดีตเจ้าอาวาสวัดศรีประวัติ ท่านก็มีสิ่งที่ประทับใจในอารมณ์ คืออานันทโพธิ์ กับเรื่องของพระอภิธรรม ฉะนั้นเมื่อตอนท่านอาพาธหนัก อาจารย์ก็สามารถให้อารมณ์แก่ท่านได้ โดยพูดถึงประวัติความเป็นมาของพระอภิธรรมครั้งแล้วครั้งเล่า โดยไม่เห็นแก่ความเหน็ดเหนื่อย ซึ่งก็ได้ผล เพราะเห็นได้ชัดว่าหลวงพ่อแสวงท่านตั้งใจฟัง และทุเลาอาการที่แสดงออกถึงความความเจ็บปวดได้ทุกครั้งที่ที่ได้ยินเสียงอาจารย์พูดในเรื่องที่ท่านรัก



เรื่องที่อาจารย์เล่านี้...จึงเป็นอุทาหรณ์ให้กับพวกเราว่า การเกิดเป็นทุกข์ หลวงพ่อท่านจึงฝากมาเตือนว่า เราทุกคนเกิดมาเพราะกุศล ให้เราระลึกรู้ให้ได้ และให้ทำดีในวันเกิด โดยเมื่อถึงวันเกิดให้ระลึกว่า วันนี้ วันที่ ....เดือน.....เมื่อปี พ.ศ......นั้น และย้อนหลังไปอีก ๙ เดือน การปฏิสนธิของเราก็เกิดขึ้นเพราะมีเหตุปัจจัยพร้อม คือ หนึ่งสตรีมีระดูงาม(ไข่ตก) สองมีการสมสู่(สเปิร์มผสมกับไข่) สามมีสัตว์ตายแล้วมาเกิด ซึ่งตายมาจากไหนไม่มีปัญหา แต่สำคัญอยู่ที่ว่า การตายในอดีตชาติครั้งนั้น เรามีมรณาสันนกาล มรณาสันนวิถี ที่ได้ อาศัยตัวเกี่ยวโยงจากภพนั้นมาสู่ภพนี้ด้วยบุญ ...เราจึงต้องสำนึกในบุญให้มากๆ เพื่อจะได้ไม่เหลิง และจะได้สำนึกว่า เพราะ อำนาจบุญเท่านั้นที่ทำให้เราได้เกิดมาเป็นคนนี้ ในเมื่อเราได้เกิดด้วยบุญแล้ว แล้วจึงควรอาศัยบุญนั้นต่อเพื่อเชื่อมภพนี้สู่ภพใหม่

โดย วยุรี [26 มิ.ย. 2550 , 20:12:59 น.] ( IP = 58.9.227.232 : : )


  สลักธรรม 4

หลวงพ่อต้องการให้พวกเราได้ตระหนักว่า สิ่งศักสิทธิ์สำหรับภพ คือ บุญ ไม่มีใครช่วยใครได้ บุญเท่านั้นที่จะช่วยได้ ...หลวงพ่อท่านจึงบอกว่า ชีวิตไม่มีการต่อรอง และร้องขอได้ มีแต่ต้องทำ คือสร้างเหตุเอง และเหตุที่ควรสร้างนั้น คือ บุญเท่านั้น ...

ฉะนั้นอยู่ที่เราเท่านั้นว่า จะเลือกเดินทางไปทางไหน ถนนแห่งบุญ หรือถนนแห่งบาป แต่สำหรับผู้ที่คิดได้ ก็จะรู้ว่าในเมื่อเราเกิดมาดีแล้ว ก็ควรทำความดี เพื่อจะได้สะสมบารมีจนกว่าบารมีนั้นจะเต็มพร้อม อาจารย์เล่าว่า หลวงพ่อได้เล่าเรื่องการสร้างบารมีของพระพุทธเจ้าเมื่อครั้งเป็นพระโพธิสัตว์ว่า ...ครั้งนั้นมาณพหนุ่มระลึกว่า โพธิญาณสำเร็จด้วยอะไร แล้วนึกไปถึงบารมีทั้งหมด และไล่ไปทีละบารมี และรู้ด้วยว่าบารมีนี้ต้องทำอย่างไร ใครเป็นผู้ทำ...นั่นคือ ตนเอง และจะต้องทุ่มเททำด้วยชีวิต แล้วบุรุษหนุ่มผู้นั้นก็รู้ด้วยว่า ....เราทำได้ แล้วพิจารณาต่อไปอีกว่าบารมีที่สูงกว่านี้ยังมีอีก ไล่ไปทีละบารมี จนถึงเมตตาบารมี ...ว่าจะต้องทำอย่างไร บุรุษผู้นั้นก็รู้ว่าจะต้องมีจิตเมตตาต่อสรรพสัตว์ทั้งหลายให้เหมือนเม็ดฝนที่ตกไปได้ทั่วพสุธา…โดยไม่ได้เลือกว่าจะไปตกที่ไหน และที่สำคัญน้ำฝนนั้นนำความเย็นมาให้ บุรุษหนุ่มผู้นั้นยังรู้ด้วยว่า เมตตานั้นจะต้องเกื้อกูลออกไปยังสรรพสัตว์ และการช่วยเหลือนั้นจะมัวนอนไม่ได้ จะต้องนอนน้อย และตื่นมากเพื่อจะได้รับรู้ถึงความเดือนร้อนของสัตว์ เพื่อที่จะได้ช่วยเหลือได้ แม้ว่าผู้นั้นจะมีใครช่วยอยู่แล้ว ก็ยังมีจิตปรารถนาที่จะช่วยอีก งานเช่นนี้เราทำได้ไหม บุรุษผู้นั้นก็รู้ว่า...เราทำได้

เมื่อพิจารณาครบ ๑๐ บารมี เกิดพสุธาไหว เพื่อโลกได้รับรู้ว่า ขณะนี้มีบุรุษใจเพชรที่ตั้งปณิธานเป็นพระพุทธเจ้าได้เกิดขึ้นแล้ว ซึ่งบารมีทั้ง ๑๐ ที่กล่าวมานี้เป็นเพียงแค่กำลังดันก้าวแรกของการเป็นพระพุทธเจ้า นั่นคือยังเป็นได้เพียงพระโพธิสัตว์อยู่ ซึ่งท่านยังต้องทำบารมีอีกต่อไปอีก และยังต้องอาศัย พุทธการณธรรม เพื่อเป็นกำลังดึงสู่การเป็นพระพุทธเจ้าต่อไป

แต่สำหรับพวกเราผู้ปรารถนาที่จะเดินตามเพื่อหนทางสู่ความพ้นทุกข์นั้น หลวงพ่อท่านจึงฝากบอกมาว่า ...หมั่นเติมความดีให้กับชีวิตให้ครบให้ได้นะลูก โดยอาศัยบุญกิริยาวัตถุ ๑๐ เป็นกำลังดันชีวิตให้ก้าวไปอย่างมั่นคง

ดังนั้น...เราควรใช้ชีวิตตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันตายทำความดีกันสักที โดยอาศัย บุญกิริยาวัตถุ ๑๐ เริ่มจากการตั้งใจว่าภายใน ๗ วันนี้จะทำให้ครบ ๑๐ อย่าง ทำได้แล้วก็บอกตัวเอง เราทำได้ และเพิ่มกำลังให้ตนเองโดยลดลงมาเหลือภายใน ๕ วัน ทำให้ครบ ๑๐ ...จากนั้นมาเป็น ๓ วัน และ ๑ วัน ....นี่เท่ากับเรากำลังดำเนินตามบุรุษใจเพชรผู้ตั้งปณิธานเป็นพระพุทธเจ้า

โดย วยุรี [26 มิ.ย. 2550 , 20:19:42 น.] ( IP = 58.9.227.232 : : )


  สลักธรรม 5

อาจารย์แนะนำว่า ก่อนที่จะทำแต่ละข้อนั้น ให้นึกก่อนว่า..“วันนี้ วันที่ .....เดือน......ปีพุทธศักราช.....ข้าพเจ้ายังมีชีวิตอยู่ ขอทำ..(ชื่อบุญกิริยาที่ทำ).....”บอกทุกครั้งที่ทำ วันต่อวัน เพราะทุกวันนี้ ที่เรามีชีวิตอยู่ก็วันต่อวันเช่นกัน นั่นคือ

๑. ทาน การให้ทานเป็นเรื่องที่สำคัญมาก เพราะความอดอยากยากจนนั้นจะเป็นอุปสรรคของการเดินทางสู่ความพ้นทุกข์ ฉะนั้นเราต้องสร้างเหตุไว้ให้พร้อมด้วยการทำทาน ...ให้หากระปุกใส่เงินเตรียมไว้ ถ้าไม่มีก็ให้ใช้กล่อง เขียนตัวโตๆหน้ากล่องว่า กล่องทำทาน จะทำตอนตื่นนอน หรือ ก่อนออกจากบ้านก็ได้ หลวงพ่อบอกว่า...แค่เงินวันละบาท คงไม่เกินความสามารถของลูกแน่ ก่อนทำระลึกรู้ ผลของทานว่าเป็นที่ตั้งแห่งความเจริญให้กับชีวิต นั่งหน้ากล่อง ตั้งใจว่า “เงินในมือของข้าพเจ้า ๆ พร้อมที่จะสละเป็นทาน วันนี้ วันที่ .....เดือน......ปีพุทธศักราช.....ข้าพเจ้ายังมีชีวิตอยู่ ข้าพเจ้าขออาศัยชีวิตนี้ที่เกิดด้วยกุศล ทำทาน เพื่อไว้สงเคราะห์เพื่อนร่วมเกิดแก่เจ็บตายให้พ้นจากความทุกข์” ...(เวลามีข่าวว่าที่ใดน้ำท่วม เกิดเหตุอะไรๆ เราก็นำเงินนี้ไปช่วยเขาได้)

แล้วอาจารย์ก็เล่าว่า หลวงพ่อท่านก็ให้ถอนเงินของท่านสองแสนบาทมาทำบุญวันเกิด ด้วยการประเดิมทุนซื้อเครื่องฟอกไตเพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ป่วย....วันนั้นพวกเราหลายๆคนเลยได้โอกาสทั้งอนุโมทนา และทำทานร่วมกับหลวงพ่อด้วย ...เป็นการสร้างบุญได้แล้ว ๒ ข้อ)

๒. ศีล ให้พวกเราอาราธนาศีลทุกวัน เพื่อเพิ่มน้ำหนักให้กับการรักษาศีล

๓. เจริญภาวนา ให้ทำสมถกรรมฐาน(สมาธิ)บ้าง จะมากน้อยให้เกิดทุกวัน เช่นเวลานั่งรถเมล์ก็กำหนดลมหายใจไป แทนที่จะมองไปข้างนอกเห็นอะไรแล้วเกิดอกุศลจิต และเมื่อมีเวลาก็ให้เจริญวิปัสสนากรรมฐาน เช่นก่อนนอน

๔. อ่อนน้อมถ่อมตน ไปที่ทำงานพบเจ้านายก็ไหว้ทักทาย หรืออยู่บ้านก็ไหว้พี่ หรือผู้ที่สูงอายุกว่า จะทำความดีก็ไม่ต้องอายใคร หากมีใครถาม ก็บอกว่า หนูอยากได้บุญ

๕. ขวนขวายในกิจการงานที่ชอบ เห็นใครทำอะไรพอที่จะช่วยเหลือได้ ก็ควรช่วย ไม่นิ่งดูดาย

โดย วยุรี [26 มิ.ย. 2550 , 20:25:00 น.] ( IP = 58.9.227.232 : : )


  สลักธรรม 6

๖. แผ่เมตตา ให้ทำทุกเมื่อที่มีเวลา ไม่ใช่เฉพาะก่อนนอนเท่านั้น (แม้ขณะนั่งอยู่ในรถ) บางคนอะไรๆ ก็เก็บไว้ทำก่อนนอน พอถึงเวลาง่วงมากเลยไม่ได้ทำ

๗. อนุโมทนา เห็นใครทำบุญ ทำดี ให้อนุโมทนา แม้แต่ฟังวิทยุได้ยินชื่อใครบริจาคสร้างอะไรก็ให้อนุโมทนา หรือเราอาจจะนึกถึงสหายธรรมสักคนหนึ่ง และรู้ว่าตอนนี้เขาทำบุญอยู่ ก็นึกอนุโมทนา เป็นต้น

๘. ฟังธรรม ตั้งใจว่าจะเติมบุญโดยการฟังธรรม(ทิ้งงานอื่นให้หมด) และนั่งฟังอย่างตั้งใจสักวันละ 5 – 10 นาที เป็นการสร้างทางไปพบสัตบุรุษ แล้วไม่ใช่ฟังไป ทำอย่างอื่นไปด้วย

๙. แสดงธรรม เวลามีใครทุกข์ใจ เราก็พูดให้กำลังใจด้วยการนำธรรมะที่เป็นเหตุเป็นผลมาพูดให้ฟัง (การพูดวาจาที่เป็นเหตุเป็นผลคือการแสดงธรรม)

๑๐. ทำความเห็นให้ถูกต้อง นั่นคือเห็นว่าวันนี้ที่เราตั้งใจทำบุญกิริยาวัตถุ(จะกี่ข้อก็แล้วแต่) เป็นหนทางที่ถูกต้อง

ประการสำคัญ สิ่งเหล่านี้เมื่อเราทำบ่อยๆ แล้ว มันก็จะเป็นอาจิณกรรม พอถึงเวลาใกล้ตาย พอใครมาพูดกระตุ้นเรื่องนี้ เราก็จะคิดได้ทันที นี่ไง ! หลวงพ่อท่านจึงกล่าวเตือนมาว่า ....ให้เราเร่งรีบสร้างบุญกุศลนั้นต่อเนื่องต่อไป เพื่ออาศัยบุญเท่านั้นเป็นที่เชื่อมภพสู่ภพ ... ดังนั้นเราต้องแสวงหา(สร้าง)เหตุ(สุข)ให้ตนเอง ไม่มีใครช่วยเราได้

จะเห็นได้ว่าพระโพธิสัตว์ท่านอาศัย บารมี ๑๐ เป็นกำลังดัน และอาศัย พุทธการณธรรม เป็นกำลังดึงให้สำเร็จเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ...ในขณะที่เราต้องอาศัย บุญกิริยาวัตถุ ๑๐ เป็นกำลังดัน และอาศัย สติปัฎฐาน เป็นกำลังดึงให้ชีวิตออกจากวัฏฏทุกข์

โดย วยุรี [26 มิ.ย. 2550 , 20:31:35 น.] ( IP = 58.9.227.232 : : )


  สลักธรรม 7

อาจารย์ยังย้ำอีกว่า ...ชีวิตน่ากลัวจริงๆ ฉะนั้น จงรีบทำบุญกันเถอะ หากอยู่กับบุญกิริยาวัตถุ ๑๐ ได้ ๑ วัน เท่ากับวันนั้นเรามีอำนาจเหนือกิเลสแล้ว นี่ก็คือบารมีที่เรากำลังสร้าง เพราะชีวิตของคนเรานี้สั้นนัก ...แล้วอาจารย์ก็กล่าวเป็นกลอนว่า

เมื่อสิ้นลมล้มตายกลายเป็นศพ
ถึงจุดจบเกมชีวิตปิดฉากฉาย
นอนในโลงใบแคบแคบโอบแนบกาย
ไม่มีสหายญาติหรือทรัพย์ไปกับเรา


(แล้วอาจารย์ก็ให้เราได้พูดตาม เพื่อเป็นข้อเตือนใจให้เราได้คิดว่า ทรัพย์สมบัติต่างๆ นั้นไม่สามารถติดตามเราไปได้ จะมีแต่เพียงบุญ และอริยทรัพย์เท่านั้นที่จะติดตามไปช่วยเราได้ จบท้ายรายการในวันนั้นด้วยสิ่งที่ประทับใจ นั่นคืออาจารย์ตั้งคำถามว่า

....ไหน มีใครรู้ตัวว่ามีคนไม่ชอบเราบ้าง ? (มีคนยกมือกันมากมาย)
....ไหน ใครคิดว่าชาตินี้ เราหมดคนที่เป็นพิษภัยกับเราแล้ว ? (ไม่มีใครยกมือ)


แล้วอาจารย์ก็เฉลยว่า ถ้าเราคิดอย่างนี้ ก็เที่ยงแล้ว ซึ่งจริงๆ ไม่ใช่ และสาธิตให้พวกเราดู ด้วยการเรียกลูกศิษย์ไปนั่งหน้าชั้น ๖ ท่าน แล้วพวกที่เหลือก็ให้นั่งรวมกันเป็นกลุ่มใหญ่ พร้อมกล่าวนำให้รู้ว่า ขณะนี้เพื่อนของเราได้รับทุกขเวทนาอยู่ที่ห้อง ๙๒๕ โรงพยาบาลศิริราช เราจะพร้อมใจกันส่งกระแสจิต สวดโพชฌังคปริตตังเพื่อให้เขาบรรเทาจากทุกขเวทนา (พวกเรากลุ่มใหญ่พร้อมใจกันสวด ยกเว้นผู้ที่นั่งอยู่หน้าชั้น ๖ ท่าน ที่อาจารย์ให้นั่งมองดูเฉยๆ) เสร็จแล้วอาจารย์ก็นำเรากล่าวแผ่กุศลให้สหายธรรมท่านนั้น เสร็จแล้วก็สัมภาษณ์ผู้ที่นั่งมองว่า รู้สึกอย่างไร ? แทบทั้ง ๖ ท่านจะบอกว่า...ได้เห็นถึงความอ่อนโยนของจิตใจ รับรู้กระแสใจอันมีพลังที่ทุกคนได้ทำ รวมทั้งได้เห็นความสงบที่เกิดขึ้น...

แล้วอาจารย์ก็อธิบายว่า ...ต้องการให้พวกเราได้เห็นว่า บุคคลที่เราควรคบ คือใคร ? ...คือผู้ที่มีความสงบ มีงานทำที่ดี เพราะบุคคลที่สงบ และเลือกงานที่ดีทำ บุคคลผู้นั้นย่อมไม่เป็นพิษภัยแก่ใครๆ ...เช่นเดียวกันคนที่กำลังสวดมนต์อยู่นั้น ก่อนหน้านี้ บางคนเขาอาจจะเคยว่าเรา ไม่ชอบเรา แต่ขณะที่เขากำลังอยู่กับเนื้อมนต์ที่เขาตั้งใจท่องอยู่นั้น เขาก็เป็นบุคคลที่ปลอดภัยต่อใครๆ เราเองก็เช่นเดียวกัน ดังนั้นการเลือกงานทำที่ดี ย่อมสร้างความปลอดภัยให้กับตนเอง และผู้อื่น (หลวงพ่อท่านจึงให้เราเลือกงานที่ดีทำ ด้วย บุญกิริยาวัตถุ ๑๐) ฉะนั้นเมื่อเห็นอย่างนี้แล้ว อยากให้ทุกคนคลายความรู้สึกที่ว่า มีคนไม่ชอบเรา มีคนว่าเรา ....เพราะทุกอย่าง ไม่มีอะไรเที่ยง

โดย วยุรี [26 มิ.ย. 2550 , 20:40:14 น.] ( IP = 58.9.227.232 : : )


  สลักธรรม 8

ในที่สุดอาจารย์ก็เฉลยว่า ที่ทำทุกอย่างมานี้ ก็เพราะอาจารย์รักพวกเราลูกศิษย์ทุกคน มีความหวังดีต่อทุกคน ตั้งใจว่าจะทำอะไรที่ดีๆ ให้

...ให้พวกเราสามารถเดินออกจากความทุกข์ได้
...ให้พวกเราได้เดินไปสู่ความสุข (ทางที่ดี)
....ไม่ว่าจะวันนี้ หรือวันไหนๆ แม้ยามใกล้ตาย อาจารย์จะไปหาทุกคน

นี่คือ ....คำปวารณาตัวของอาจารย์ ....พี่ที่แสนดีของพวกเรา ที่นอกจากจะนำชีวิตมาเป็นสะพานทอดข้ามภพเพื่อนำเอาความห่วงใยจากใจพ่อมาให้กับพวกเราในห้องนั่งเล่นแห่งความรักแล้ว ...อาจารย์ท่านยังเทใจให้ความรักกับพวกเรา ลูกศิษย์ทุกๆคนอีกด้วย

ขอกราบแทบเท้าขอบพระคุณหลวงพ่อ ด้วยความเคารพยิ่ง
และขอกราบแทบตักอาจารย์ ...พี่ที่แสนดี ด้วยความรักยิ่ง

โดย วยุรี [26 มิ.ย. 2550 , 20:45:44 น.] ( IP = 58.9.227.232 : : )


  สลักธรรม 9

เป็นเช้าที่รู้สึกอบอุ่นในใจ หลังจากได้อ่านคำสอนของหลวงพ่อ
ทำให้ได้สติ และเพิ่มกำลังใจให้ชีวิตขึ้นมากๆ

กราบขอบพระคุณหลวงพ่อด้วยความเคารพอย่างสูง
กราบขอบพระคุณอาจารย์วิชิตที่คอยดึงให้ชีวิตมีสาระ ว่าลูกจะอยู่ที่ไหนก็ตาม
ขอบพระคุณน้าแอ๊ะ ที่ได้เก็บถ้อยคำที่มีประโยชน์และแสดงถึงความรักความห่วงใยจากครูบาอาจารย์ทุกท่าน มาแบ่งปันด้วยความเมตตา

อนุโมทนาค่ะ
กมลชนก.

โดย ลูกมด [26 มิ.ย. 2550 , 21:14:29 น.] ( IP = 58.9.227.232 : : )


  สลักธรรม 10

ความการุณย์และบุญคุณท่วมล้นจิต
ที่พ่อเพียรลิขิตเส้นทางให้
พร้อมจูงมือโอบอุ้มคอยดูใจ
จารึกไว้เหนือเกล้าตราบเนาว์นาน


ทุกเส้นทางที่พ่อคอยตีกรอบให้ลูกๆเดินนั้น ล้วนเป็นเส้นทางแห่งความปลอดภัยที่สุดเลยครับ และกระผมจะอาศัยความเพียรเดินไปตามเส้นทางที่พ่อปูให้ด้วยใจศรัทธายิ่งครับ

กราบบูชาระลึกในพระคุณของหลวงพ่ออย่างสูงยิ่งครับ.

โดย พี่เณร [26 มิ.ย. 2550 , 21:23:24 น.] ( IP = 58.9.227.232 : : )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org