มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ห้องนั่งเล่นแห่งความรัก ตอนที่ ๑๔




บรรยากาศในห้องนั่งเล่นแห่งความรักสัปดาห์นี้เข้มข้นไปด้วยเนื้อหา และอบอวลไปด้วยความรักที่ทุ่มเทออกจากใจ “ผู้ให้” คือท่านอาจารย์ ที่เริ่มต้นด้วยการชี้ให้เราเห็นว่าเนื้อความที่พวกเราแผ่เมตตา(หลังจากสวดมนต์เสร็จ) ในท่อนที่ว่า...ขอ(เพื่อนร่วมเกิดแก่เจ็บตาย)อย่าได้มีความทุกข์กาย ทุกข์ใจเลย ...นั่นก็คือความปรารถนาของเรา และยังเป็นความต้องการของสรรพสัตว์ทั้งปวงด้วย ...แต่ก็เป็นเพียงแค่ความปรารถนาเท่านั้น เพราะเป็นสิ่งที่เรายังมีไม่ได้ ยิ่งได้มาเรียนพระอภิธรรมก็รู้ว่า การที่จะหมดจากความทุกข์กาย และทุกข์ใจได้นั้น หมายถึงต้องสิ้นสุดจากการเกิด เพราะเมื่อมีการเกิด ก็ย่อมต้องมีความแก่ ความเจ็บ แล้วความตาย และต้องประสบความทุกข์ที่มีถึง ๑๑ อย่างด้วยกัน คือทุกข์ประจำ ๓ และทุกข์จรทั้ง ๘

อาจารย์เล่าว่า ภาพลูกศิษย์กำลังป่วยที่ได้ไปเยี่ยมในสัปดาห์ที่แล้วนั้นกระแทกใจอาจารย์อย่างรุนแรง ทำให้เกิดความ กลัวชีวิต เพราะเราไม่อาจบอกได้เลยว่า อนาคตข้างหน้านั้นเราจะไม่เป็นเช่นนี้แล้ว ยิ่งเห็นภาพยิ่งทำให้นึกถึงอดีตที่มีลูกศิษย์คนหนึ่ง ซึ่งก่อนจะเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็ง(ตับ)นั้น อาจารย์ได้ไปให้อารมณ์ ตอนที่กอดเขาไว้เพื่อให้กำลังใจนั้น อาจารย์ยังได้ยินเสียง กร็อบดังจากข้อมือของเขา เพราะด้วยความเจ็บปวดที่มีอยู่ทำให้เขาต้องบิดตัวแต่เพราะมือของเขาข้างนั้นจับราวเตียงไว้แน่น กระดูกข้อมือข้างนั้นจึงหัก แต่เขาไม่รู้สึกเพราะความเจ็บปวดที่เกิดจากอาการมะเร็งนั้นรุนแรงยิ่งกว่า (เคยนำเรื่องนี้มาเขียนเรื่องสิตางศุ์ ตอน เปิดประตู สู่ความตาย และเคยได้นำลงกระทู้ในลานธรรมนี้มาแล้ว)

อาจารย์ได้ไปเรียนถามหลวงพ่อว่า ที่ต้องรับผลเช่นนี้ (เป็นมะเร็ง) เกิดจากการทำเหตุอะไรมา และได้คำตอบมาว่า ผลที่ได้รับนี้คือเศษของครุกรรมเท่านั้น (คือฆ่าพ่อ ฆ่าแม่) ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อทำแล้วต้องไปชดใช้กรรมในอบายก่อนเป็นเวลานาน แม้กระนั้นเศษกรรมก็ยังมีอยู่ และยังตามมาให้ผลด้วยการทรมานจากการเป็นมะเร็งนั่นเอง

โดย วยุรี [3 ก.ค. 2550 , 16:41:43 น.] ( IP = 58.9.144.73 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 11

"อย่าปล่อยให้ความโชคดี... เป็นเพียงความรู้สึก"
"
ประโยคสั้นๆประโยคนี้ กระทบใจเณรจิ๋วเข้าอย่างจังเลยครับ หลายครั้งหลายหนที่เรารู้สึกได้ที่ใจว่า เราช่างโชคดีเหลือเกินที่มีโอกาสได้มาอยู่ในร่มเงาของพุทธศาสนา มีโอกาสได้เจอกับหลวงพ่อ ได้เจอกับท่านอาจารย์ ได้เจอกับบัณฑิตผู้เจริญไปด้วยปัญญาและถึงพร้อมไปด้วยความเมตตากรุณาหลายๆท่าน มีโอกาสได้เล่าเรียนธรรมะ มีโอกาสได้มองเห็นหนทางในการปฏิบัติตนให้พ้นจากความทุกข์ทั้งทุกข์ประจำและทุกข์จรต่างๆ

"
อย่างไรก็ดี หลายต่อหลายครั้งอีกเช่นกันที่เราปล่อยให้ความโชคดีเหล่านี้เป็น"ความรู้สึก"ที่ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป เราลืมเก็บเกี่ยวความสันทัดคุ้นเคยในบุญ ลืมใส่กุศลกรรมความดีเต็มเข้าไปในบัญชีแห่งความโชคดีของเรา ลืมใช้โอกาสที่เรามีให้คุ้มค่ากับสิ่งอันมีค่าที่เราได้รับ ลืมแม้กระทั่งว่า"ความโชคดี"นั้นก็มิอาจอยู่กับเราได้ตลอดไป

"
เข้ามานั่งในห้องนั่งเล่นฯแห่งนี้แล้วได้ข้อคิดและสติเตือนใจอย่างมากเลยครับ ตั้งแต่วันแรกที่ได้เข้ามานั่งในห้องนั่งเล่นฯแห่งนี้ เณรจิ๋วก็รู้สึกโชคดีเหลือเกินที่ได้มีห้องนั่งเล่นฯแห่งนี้ไว้เป็นที่รักษาใจ เณรจิ๋วจะพยายามพัฒนาความโชคดีนี้ให้เป็นกระทำที่ตนเองต่อไปก่อนที่ความโชคดีนั้นจะหมดลง จะไม่ปล่อยให้ความโชคดีนั้นหยุดอยู่แค่เพียงความรู้สึกอย่างที่เป็นมาอีกแล้วครับ

"
กราบแทบเท้าขอบพระคุณหลวงพ่อผู้เมตตาให้ข้อคิดข้อธรรมนำแสงสว่างมาสู่ลูกอยู่เสมอ
กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์ผู้คอยห่วงใยและดึงใจให้กลับมาอยู่ในกุศลอยู่เสมอ
และกราบขอบพระคุณอาจารย์วยุรีที่ช่วยเป็นสื่อนำเอาธรรมะอันมีค่ายิ่งกว่าสมบัติใดๆมาสู่ห้วงแห่งความคิดของพวกเราด้วยครับ

โดย เณรจิ๋ว [4 ก.ค. 2550 , 10:36:44 น.] ( IP = 202.231.41.1 : : )


  สลักธรรม 12


มาทบทวนอีกครั้งถึงสิ่งที่ได้รับ คำสอนที่ได้รู้ ความลึกซึ้งของธรรมที่ได้สัมผัส

ได้แต่ระลึกถึงพระคุณของหลวงพ่อ และครูทุกท่านที่มอบความเมตตาและกรุณาให้แก่พวกเราทั้งหลาย...กราบขอบพระคุณค่ะ

และขออนุโมทนาและขอบพระคุณพี่วยุรีด้วยค่ะที่นำความร่มเย็นมาฝากไว้ในบ้านหลังนี้เสมอ

โดย น้องกิ๊ฟ [4 ก.ค. 2550 , 11:04:36 น.] ( IP = 203.113.67.46 : : )


  สลักธรรม 13



ระลึกถึงบ้าน(อภิธรรมมูลนิธิ) และความอบอุ่นของบ้านที่มีทั้งหลวงพ่อ ท่านอาจารย์ทุกท่านและพี่ๆน้องๆทุกคนเสมอค่ะ


เป็นความโชคคี ที่ไม่ควรปล่อยให้เป็นเพียงความรู้สึกจริงๆ ดังคำพ่อสอน จะเพียรทำความดีให้ยิ่งๆค่ะ ทั้งกำลังดันและกำลังดึงเพราะรู้สึกสัมผัสได้ถึงความน่ากลัวของการมีชีวิต ค่ะ


โดย ทวีพร (ทวีพร) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [4 ก.ค. 2550 , 12:28:27 น.] ( IP = 61.47.26.1 : : 61.47.26.253 )


  สลักธรรม 14


การมีชีวิต น่ากลัวจริงๆค่ะ เพราะเราไม่รู้ว่าเราจะต้องรับวิบากอะไรบ้าง แม้กระทั่งเป็นเพียงเศษกรรม ยังมีผลให้ทุกข์ได้มากมายขนาดนั้น
แล้วกรรมดีกรรมชี่วที่เราทำมา เมื่อชั่งน้ำหนักแล้ว ฝ่ายอกุศล ย่อมมากมายกว่าอย่างเทียบกันไม่ได้ ฉะนั้น ผลที่รอเราอยู่ข้างหน้าจึงน่ากลัวยิ่งนัก

หลวงพ่อและอาจารย์จึงเตือนให้ตระหนักแก่ใจ ให้รีบขวนขวายงานที่ตรงต่อทางพ้นทุกข์ ก่อนที่ความโชคดีที่ได้รับในชาตินี้จะปิดฉากลง

กราบขอบพระคุณหลวงพ่อเป็นอย่างสูงที่เมตตาชี้แนะหนทางเดินค่ะ

กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์มากค่ะที่เพียรอบรมบ่มเพาะสิ่งที่ดีๆให้กับศิษย์ทุกคนเสมอมา
กราบขอบพระคุณพี่วยุรีที่เรียงร้อยถ้อยคำอันทรงคุณค่ามาให้ได้ทราบกันอย่างทั่วถึงค่ะ

โดย ธัญธร (ธัญธร) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [4 ก.ค. 2550 , 16:00:04 น.] ( IP = 124.121.174.52 : : )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org