| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
ความมหัศจรรย์ของชีวิต..เจตสิกปรมัตถ์ (๒)
![]()
![]()
ความมหัศจรรย์ของชีวิต..เจตสิกปรมัตถ์ (๒)
โดย อาจารย์บุญมี เมธางกูร
ตอนที่ผ่านมา
นอกจากที่ได้กล่าวมาแล้ว ผู้มีปัญญาเพราะได้รับจากการศึกษาพระอภิธรรมย่อมจะได้รับมหากุศลญาณสัมปยุตอันเป็นปัญญา ซึ่งปัญญานั้นไม่เหมือนกับทรัพย์สินเงินทอง เพราะเงินทองนั้นเมื่อตายลงแล้วก็เอาไปไม่ได้ โจรผู้ร้าย อุทกภัย ตลอดจนอัคคีภัยก็ไม่อาจเบียดเบียนได้
ปัญญานี้จะติดตัวไปไม่มีการสูญหายเสียในระหว่างทาง ทั้งจะติดตามไปทุกๆ ชาติด้วย คอยป้องกันภัยอันตราย เป็นเพื่อนเดินทางผู้ซื่อสัตย์ ที่จะติดตามไปทุกหนทุกแห่ง ไม่ว่าจะไปตกทุกข์ได้ลำบากหรือยากดีมีจนอย่างใดก็มิได้ทอดทิ้ง คอยระแวดระวังมิให้เดินทางที่ตรงไปสู่หุบเหวแห่งหายนะ
คือ กุศลจิตที่เกิดขึ้นมีปัญญาเข้าประกอบนี้ จะติดตัวไปทุกหนทุกแห่งโดยไม่มีอันตราย เมื่ออุบัติขึ้นในชาติหน้ามีปัญญาติดตัวไปด้วยแล้ว ก็จะมีความหวังในการปฏิบัติวิปัสสนาว่าจะได้ผลสำเร็จไปสู่ความพ้นทุกข์ได้ เพราะผู้ที่มิได้มีปัญญาติดตัวมาจากอดีตชาติแล้ว จะบรรลุผลสมหวังมิได้เลย เหมือนกับหลานไม่เคยชอบวิชาวาดเขียนมาก่อน ในชาติที่แล้วๆ มาก็มิได้มีความสนใจ แล้วในชาตินี้จะเขียนรูปได้ดีก็ย่อมเป็นไปไม่ได้
โดย พี่เณร...นำมาฝาก [6 ก.ค. 2550 , 09:16:59 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : )
สลักธรรม 1
ผู้ที่เกิดมาแล้วมีความสุขสมบูรณ์พูนสุขมาก ร่ำรวยเงินทอง หรือมียศบรรดาศักดิ์ มีผู้นับหน้าถือตาทั่วไป ถ้าไม่มีปัญญาในเรื่องของชีวิตจากพระอภิธรรมปิฎกเข้าไปช่วยประคับประคองแล้ว ก็มักจะเหลิงลอยลมเตลิดไปยังทางต่างๆ ในทางโลก เพลิดเพลินไปกับลาภ ยศ สรรเสริญ สุข จนมิได้หันกลับมาดูข้างหลัง
สิ่งแวดล้อมที่น่าหลงใหลก็จะชักชวนไปยังสารทิศทั่วไป เพราะไม่มีปัญญาที่จะได้มอง หรือพิจารณาดูชีวิตของตนตามความจริง เมื่อเช่นนี้ภัยอันตรายก็จะเกิดขึ้นได้ ทั้งในชาตินี้และชาติต่อๆ ไป
แต่ถ้ามีปัญญาเพราะได้ศึกษาเล่าเรียนเรื่องของชีวิตติดตัวมาแล้ว แม้จะหลงเตลิดเพลิดเพลินไปอย่างไรก็ไม่ต้องเป็นห่วง เพราะคงจะมีวันใดวันหนึ่งที่กุศลจิตอันประกอบด้วยปัญญาเกิดขึ้นมาก่อให้เกิดความรู้สึกยับยั้ง แล้วถอยกลับมาสู่หนทางที่จะหลุดรอดไปจากความทุกข์ หนทางที่มฤตยูรู้สึกหวาดกลัวไม่กล้าเข้ามาใกล้ โดย พี่เณร...นำมาฝาก [6 ก.ค. 2550 , 09:18:16 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : )
สลักธรรม 2
ผู้ที่เกิดขึ้นมาแล้วมีช้อนทองติดตัวมาด้วยมีความสมบูรณ์พูนสุขทุกประการก็มี หรือเกิดขึ้นมาแล้วต้องได้รับความลำบากอดอยากยากจน หาเช้ากินค่ำ มีหนี้สินรุงรัง ดิ้นรนอย่างเต็มความสามารถที่จะพยุงฐานะของตนเองให้กระเตื้องขึ้นกว่าเดิมก็มี ทั้งนี้เพราะความเป็นไปของชีวิตไม่มีอะไรแน่นอน ย่อมผันผวนเปลี่ยนแปลงไปได้โดยไม่ยากอะไร
ทั้งความมั่งมีศรีสุข ก็ย่อมเป็นเหตุให้หลงเพลิดเพลินหรือหลงงมงายเข้าสู่อบายโดยไม่รู้สึกตัว และถ้าจังหวะใดเกิดความคับขันขึ้นมาก็ย่อมจะชักนำชีวิตให้ไปสู่ความหมายนะไปได้โดยไม่ยากอะไร อาจกลายเป็นคนเล่นการพนัน คดโกง ตลบแตลงหลอกลวงชาวบ้าน หรือหากินทางทุจริต ปีนป่ายเหยียบย่ำไปบนคนอื่น หรืออาศัยน้ำตาของคนอื่นเพื่อหวังจะได้อาศัยเป็นหลักปักมั่นในความเป็นอยู่ของตน
เพราะอำนาจของความโลภที่ได้อบรมมาหรือสิ่งแวดล้อมชักพาไปหรือความยากจนอดอยากนี่เอง ที่ชักนำชีวิตไปสู่ทิศทางที่เป็นทุกข์โทษภัย แม้ตายลงแล้วก็มีหวังไปอบายเป็นแน่ แต่ถ้ามีปัญญาเข้าประกอบด้วยโดยอาศัยอบรมมา ปัญญาก็จะช่วยแก้ไขให้หนักเป็นเบา ปัญญาก็จะมาหันเหให้ชีวิตไม่ต้องเข้าไปสู่ทางหายนะ ทั้งในชาตินี้และชาติต่อๆ ไป
โดย พี่เณร...นำมาฝาก [6 ก.ค. 2550 , 09:18:42 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : )
สลักธรรม 3
ผู้ปฏิบัติที่คิดหาทางลัดที่จะเดินเพื่อหวังว่าจะให้จบเกมของชีวิตเสียเร็วๆ จะได้ไม่ต้องเวียนว่ายตายเกิดอีกต่อไป พอเรียนรู้ได้นิดหน่อยแล้วก็ว่า เรียนกันไปมากๆ ทำไมให้รกสมอง ให้ชักช้าเสียเวลาเปล่าๆ ด้วยเราไม่ได้คิดที่จะเป็นครู รีบๆ ปฏิบัติเร็วๆ โตแล้วเรียนลัดดีกว่า
บุคคลที่มีความคิดดังกล่าวนี้ ยังมีความคิดไม่ถูกต้อง เพราะมีการศึกษาน้อย ยังไม่มีความเข้าใจเพียงพอ ขอให้หลานอย่าได้เชื่อถือ เพราะผู้ปฏิบัติที่จะเข้าถึงหนทางที่จะไปสู่การพ้นทุกข์ได้นั้น จำจะต้องอบรมบ่มนิสัย ทำปัจจัยอันได้แก่ปัญญาบารมีมาแต่อดีตเพียงพอ ด้วยเหตุนี้เอง ถ้าหากขาดปัญญาบารมีแล้ว แม้พยายามตั้งแต่หนุ่มสาวจนถึงแก่เฒ่าแล้วไปจนถึงแก่ความตาย ก็ไม่อาจบรรลุถึงที่หมายได้
เรื่องของบุคคลนั้น ในสภาวธรรมแสดงไว้หลายบุคคล แต่มีผู้เข้าถึงความจริงจากการปฏิบัติธรรมจนถึงขั้นสูงญาณปัญญาเกิดได้มีบุคคลเดียวเท่านั้นคือ ติเหตุกบุคคล อันเป็นบุคคลพิเศษมีเหตุ ๓ ประกอบด้วยปัญญาบารมีนี้อย่างหนึ่ง ซึ่งหลานก็คงจะไม่ทราบว่า ตัวเองเป็นติเหตุกบุคคลหรือเปล่า ในเรื่องนี้หลานจะได้ศึกษาละเอียดต่อไป โดย พี่เณร...นำมาฝาก [6 ก.ค. 2550 , 09:19:10 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : )
สลักธรรม 4
ฉะนั้น ผู้เข้าปฏิบัติที่ไม่ยอมศึกษาให้มีความเข้าใจจึงอาจพบความล้มเหลวได้ง่ายดาย ทั้งความล้มเหลวที่เกิดขึ้นนั้นก็ไม่ทราบเหตุผลด้วยว่า ล้มเหลวเพราะอะไร
จะเป็นเพราะมิได้ปฏิสนธิเป็นติเหตุกบุคคลจึงไม่สู้จะมีความเข้าใจจึงมีโยนิโสมนสิการไม่ถูกต้อง หรือการปฏิบัติย่อหย่อน หรือด้วยหาปัญญามิได้เพราะศึกษาเล่าเรียนมาน้อย ทั้งในอดีตที่จะมาสนับสนุน ทั้งในปัจจุบันที่เกิดจากการศึกษาอบรม ดังนั้น แม้หนทางที่เดินก็อาจจะผิดชนิดหันหลังให้ ก็ไม่อาจทราบได้ เพราะไม่ยอมศึกษาเล่าเรียนให้เกิดปัญญา เกิดความสามารถที่จะช่วยตนเองให้เดินถูกทาง
อาจารย์สั่งให้ทำอย่างนั้นอย่างนี้ ก็ทำไป เหตุผลอย่างไรไม่คำนึงถึง ปฏิบัติตามคำสั่งตะพึดตะพือไป ก็เป็นวิปัสสนาไม่ได้ หรือถ้าคำสั่งเหล่านั้นไม่ถูกต้อง ก็เลยหลงวนเวียนอยู่ท่ามกลางป่า เพราะมิได้หาเข็มทิศติดตัวมาด้วย และที่ร้ายไปยิ่งกว่านั้นบางคนคิดเลยเถิดไปว่าตนได้โสดาหรือพระอรหันต์ไปจริงๆ ไม่ต้องไปอบายภูมิแล้ว จึงถอยจากการปฏิบัติไปเสียเลยก็มี โดย พี่เณร...นำมาฝาก [6 ก.ค. 2550 , 09:20:03 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : )
สลักธรรม 5
บางคนมาศึกษาเล่าเรียนอยู่พักหนึ่งก็หายไปเป็นเวลานาน ครั้นกลับมาพบกันอีกครั้งหนึ่งลุงจึงได้ถามว่า หายไปไหนมา คงจะมีความจำเป็นอะไรกระมังจึงมาศึกษาเล่าเรียนไม่ได้
เขาได้ตอบว่า เปล่า ไม่มีธุระอะไร หากแต่ว่าอายุมากแล้ว เรียนอะไรจำไม่ค่อยได้ ความจำออกจะเต็มที
ลุงจึงได้ถามเขาว่า เมื่อตอนที่คุณยังเป็นเด็กๆ และตอนที่คุณเป็นหนุ่มอยู่นั้น คุณได้ทำบุญอะไรหรือเปล่า
เขาบอกว่า ได้ทำอยู่เสมอ
ลุงจึงได้ถามเขาต่อไปว่า เป็นบุญอะไรบ้าง ทำที่ไหน ทำด้วยอะไร
เขาก็ตอบว่า จำไม่ได้ทั้งหมด ลุงจึงได้เตือนว่า จะทำบุญไปทำไม เสียเงินทองข้าวของทั้งเสียเวลาเปล่าๆ ไม่มีประโยชน์อะไรเลยทำแล้วก็ลืมเสียเช่นนี้
ลุงได้แสดงให้เขาทราบว่า บุญที่ทำเอาไว้ก็ได้เก็บเอาไว้ในจิตใจ มิได้สูญหายไปไหน เมื่อถึงเวลาได้โอกาส ได้ปัจจัยสนับสนุนเพียงพอก็จะผลิดผลขึ้นมา
โดยทำนองเดียวกันนี้ การสร้างปัญญาให้เกิดขึ้นจากการเล่าเรียนก็เหมือนกัน ควรจะตั้งใจเรียน และพิจารณาตามไปด้วย ให้มีความเข้าใจได้ปัญญาจริงๆ แม้ว่าต่อไปนานๆ ถึงจะลืมไปแล้วปัญญานั้นก็มิได้สูญหายไปไหน กุศลอันเป็นปัญญาบารมีก้จะติดตัวตามไปทุกหนทุกแห่ง
โปรดติดตามตอนต่อไป ![]()
โดย พี่เณร...นำมาฝาก [6 ก.ค. 2550 , 09:20:24 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : )
สลักธรรม 6ได้อ่านตอนนี้ ทราบชัดแก่ใจว่า ตราบใดที่ตนเองยังไม่ได้เป็นติเหตุกบุคคลโดยกำเนิด ก็ไม่ควรที่จะชะล่าใจในความมีชีวิตเลย เพราะนอกจากมีภพชาตไม่แน่นอนแล้ว ก็ยังมิสามารถกระทำความแจ้งในหนทางแห่งสันติสุขได้ จึงควรรักงานของพระศาสนาทั้ง ๒ ธุระด้วยความยินดีและศรัทธาในงานนั้นด้วย
ความประมาทในชีวิตนี้ อาจารย์ชี้ให้เห็นได้ชัดเลยครับ มีคำอ้างให้ได้ยินเสมอเลยครับว่า แก่แล้วความจำไม่ดี เรียนไม่ได้ในทำนองนี้ นี่เองคือ ศัตรูตัวร้าย ที่ทำลายเส้นทางที่จะนำไปสู่ความเป็นติเหตุกบุคคลนั่นเอง
![]()
กราบระลึกในพระคุณของท่านอาจารย์อย่างสูงครับ ที่เฝ้าเตือนใจให้กระทำงานที่มีคุณค่า คือการศึกษาเล่าเรียนพระอภิธรรมครับผม
![]()
![]()
![]()
โดย เทพธรรม [6 ก.ค. 2550 , 09:38:28 น.] ( IP = 58.9.136.238 : : )
สลักธรรม 8กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์มากค่ะ
โดย น้องอุ๊ (asomsopon) [6 ก.ค. 2550 , 23:06:22 น.] ( IP = 125.24.55.98 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |