| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
เจ้าชายกับต้นสะเดา
สลักธรรม 1
พระเจ้าพรหมทัตจึงทรงรับสั่งมาที่อำมาตย์คนหนึ่ง ไปนิมนต์ฤาษีมาหาฉัน
มีอะไรหรือ เจริญพร ฤาษีถามอย่างสำรวม
พระเจ้าพรหมทัตทรงรับสั่งให้นิมนต์พระคุณท่านเข้าไปในวัง อำมาตย์ชี้แจ้ง
เจริญพร... ฤาษีตอบรับ ครั้นแล้วก็เดินตามอำมาตย์เข้าไปในพระราชวังด้วยอาการสำรวม
พระเจ้าพรหมทัตทรงดีพระทัยมาก ที่ฤาษีรับนิมนต์เข้ามาในพระราชวัง พระองค์ทรงไหว้อย่างนอบน้อม แล้วนิมนต์ให้ขึ้นนั่งบนตั่งทอง ซึ่งมีเศวตฉัตรกั้นอยู่เบื้องบน จากนั้นจึงทรงสนทนากับฤาษีนั้น
พระคุณเจ้า อยู่ที่ไหน พระเจ้าพรหมทัตตรัสถาม
อยู่ที่ป่าหิมพานต์ ฤาษีกราบทูล
แล้วพระคุณเจ้าจะไปไหนต่อ
อาตมาจะไปหาที่จำพรรษาสัก ๓ เดือน
ถ้าอย่างนั้น โยมขอนิมนต์พระคุณท่านอยู่จำพรรษาในอุทยานของโยมก็แล้วกัน
ที่ตรงนี้แหละที่โยมขอนิมนต์พระคุณท่านอยู่จำพรรษา พระเจ้าพรหมทัตทรงชี้ให้ฤาษีดูมุมสงบในอุทยาน ครั้นแล้วทรงรับสั่งให้สร้างบรรณศาลา (โรงที่มุงบังด้วยใบไม้) จากนั้นทรงรับสั่งให้สร้างที่พักกลางคืนและที่พักกลางวัน เพื่อให้ฤาษีใช้ประโยชน์เต็มที่
พระเจ้าพรหมทัตทรงมีเรื่องไม่สบายพระทัยอยู่เรื่องหนึ่ง คือ เรื่องเจ้าชายทุฏฐกุมาร พระโอรสของพระองค์ที่ทรงเกเรนิสัยดุร้ายหยาบคาย พระองค์ทรงพยายามอย่างเต็มที่ที่จะอบรมพระโอรสให้มีนิสัยอ่อนโยนและสุภาพ แต่ก็ไร้ผล พระเจ้าพรหมทัตทรงหนักพระทัยมาก
ใครจะช่วยอบรมลูกเราได้ พระเจ้าพรหมทัตทรงครุ่นคิดถึงเรื่องนี้ตลอดเวลา
การที่พระองค์นิมนต์ฤาษีให้อยู่จำพรรษาในพระอุทยานของพระองค์ ก็เพื่อให้ได้ช่วยโปรดพระโอรสของพระองค์ด้วย พระเจ้าพรหมทัตเสด็จไปหาฤาษีเสมอที่ทรงว่างจากพระราชภารกิจ จนกระทั่งเกิดความคุ้นเคยโดย ทับตะวัน...นำมาฝาก [6 ก.ค. 2550 , 10:44:05 น.] ( IP = 58.9.136.238 : : )
สลักธรรม 2
วันหนึ่ง จึงพาพระโอรสไปหาฤาษีด้วย พระคุณท่าน ลูกชายโยมคนนี้นิสัยดุร้ายหยาบคาย ไม่มีใครจะอบรมเขาได้ นอกจากพระคุณท่านเท่านั้น พระเจ้าพรหมทัตทรงกระซิบบอกฤาษี
ขอถวายพระพร เจ้าชายยังอบรมได้อยู่ แต่ว่าต้องใช้กุศโลบาย ฤาษีกราบทูล
วันนั้นก่อนเสด็จกลับ ทรงมอบเจ้าชายให้อยู่กับฤาษีในพระอุทยาน
ลูกพ่อ พ่ออยากให้ลูกอยู่กับพระคุณท่านสักวันหนึ่งก่อนนะ ตกเย็นพ่อจะให้คนมารับ พระเจ้าพรหมทัตตรัสบอกเจ้าชาย
ครั้นพระเจ้าพรหมทัตเสด็จกลับไปแล้ว ฤาษีก็ได้ชวนเจ้าชายสนทนาด้วยเรื่องต่างๆ องค์ชายมีพี่น้องกี่คน ฤาษีเริ่มสนทนา
องค์เดียว เจ้าชายตรัสเสียงห้วน
นับว่าองค์ชายโชคดี
โชคดียังไง
โชคดีที่ไม่ต้องมีใครแย่งความรักจากพระบิดาพระมารดา
เจ้าชายทรงพอพระทัยมากกับคำพูดของฤาษี เมื่อคุ้นเคยกับเจ้าชายแล้ว ฤาษีก็พาเจ้าชายไปเดินเที่ยวเล่นในพระอุทยาน องค์ชายเสด็จมาเที่ยวบ่อยไหม ฤาษีชวนสนทนาต่อ นานๆ ที เจ้าชายตรัสตอบและยิ้มให้
องค์ชายรู้จักต้นไม้นั่นไหม ฤาษีตรัสถามพลางชี้ไปที่ต้นสะเดาอ่อนต้นหนึ่งซึ่งสูงได้ ๔ นิ้ว และมีใบ ๒ ใบ
ไม่รู้จัก เจ้าชายสั่นพระเศียร
ลองไปเด็ดมาเคี้ยวดูซี่
เจ้าชายทรงทำตามที่ฤาษีทูลแนะนำ ไปเด็ดใบสะเดาใบหนึ่งมาเคี้ยว แต่ยังมิทันไรก็ทรงบ้วนทิ้งและตะโกนเสียงดังลั่น ใบอะไร ขมจังเลย
เป็นอะไรไปหรือเจ้าชาย ฤาษีแกล้งทูลถาม
ก็ใบไม้นี้นะซี เจ้าชายชี้ไปที่ต้นสะเดาด้วยท่าทางโกรธ มันใบต้นอะไร ขมจังเลย ต้นแค่นี้มันยังมีพิษร้ายขนาดนี้ ถ้าโตขึ้นพิษมันจะร้ายขนาดไหน ใครเผลอกินเข้าไปไม่ตายกันหมดหรือ ว่าแล้วเจ้าชายก็เสด็จรี่ไปถอนต้นสะเดา แล้วขยำจนแหลกละเอียด มิหนำซ้ำยังทรงเหยียบซ้ำโดย ทับตะวัน...นำมาฝาก [6 ก.ค. 2550 , 10:51:24 น.] ( IP = 58.9.136.238 : : )
สลักธรรม 3ฤาษีเห็นเหตุการณ์กำลังดำเนินไปตามแผน เนื่องจากได้สิ่งเปรียบเทียบ แล้วจึงทูลต่อไปว่า.... องค์ชาย พระองค์ทรงถอนต้นสะเดาทิ้งก็เพราะพิโรธว่ามันมีรสขม และทรงรังเกียจว่าหากปล่อยให้มันโตใหญ่ขึ้นไปจะเป็นอันตรายต่อคนได้ องค์ชายก็เหมือนกัน ขณะนี้ทุกคนทั้งในและนอกพระราชวัง ต่างเห็นองค์ชายเป็นเหมือนต้นสะเดา และเชื่อได้ว่าต่อไปในภายภาคหน้า พวกเขาจะทำลายองค์ชายเหมือนอย่างที่องค์ชายทำลายต้นสะเดา
เจ้าชายยืนฟังฤาษีพูดด้วยความตกตะลึง เพราะทรงนึกไม่ถึงว่าจะมีผู้บังอาจสอนพระองค์ได้อย่างแหลมคมเช่นนี้ ฤาษีเข้าใจท่าทีของเจ้าชายได้ดี จึงถือโอกาสนั้นถวายการอบรมว่า องค์ชายจะต้องไม่ทำตัวเหมือนต้นสะเดาอีกต่อไปนับแต่นี้ ขอให้ทรงมีเมตตากรุณาต่อทุกคน และมีความอดทนหนักแน่นให้มาก ไม่ควรพูดให้ใครเจ็บช้ำน้ำใจ แต่ควรพูดให้เกิดความรักความสามัคคี เพราะคนเหล่านี้ต่อไปก็คือผู้ค้ำบัลลังก์ขององค์ชาย
ถึงตรงนี้ เจ้าชายมีอาการเศร้าซึมอย่างเห็นได้ชัด พระองค์เริ่มสำนึกผิดน้ำพระเนตรคลอ พระคุณท่าน นับว่าโชคดีที่เสด็จพ่อได้พาข้าพเจ้ามาพบท่าน มิฉะนั้นแล้ว ข้าพเจ้าคงหลงตัวทะนงตนไปอีกนาน ข้าพเจ้าขอขอบพระคุณท่านมาก
ครั้นแล้ว เจ้าชายก็ก้มลงกราบฤาษีและทรงกล่าวปฏิญาณตนเป็นคนดีตลอดไป
นิทานธรรมเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า การแก้ไขที่ยากลำบากนั้น คือการแก้ไขนิสัยคน ซึ่งบางครั้งต้องใช้เวลาและกลวิธีที่แยบยล เหมือนพระเจ้าพรหมทัตและฤาษีจากป่าหิมพานต์แก้ไขนิสัยเจ้าชายทุฏฐกุมารได้ ก็เพราะใช้เวลาและกลวิธีที่แยบยลฉะนั้น
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
โดย ทับตะวัน...นำมาฝาก [6 ก.ค. 2550 , 10:57:58 น.] ( IP = 58.9.136.238 : : )
สลักธรรม 5ขอบพระคุณค่ะ..ที่นำมาฝาก การแก้ไขนิสัยคนเป็นสิ่งที่ยาก เพราะจะต้องอาศัยทั้งเวลาและกุศโลบาย
โดย เซิ่น (เซิ่น) [6 ก.ค. 2550 , 12:52:36 น.] ( IP = 203.146.147.13 : : )
สลักธรรม 6ขมและคมดีจังกับอุทาหรณ์ในเรื่องนี้
อนุโมทนาและขอบพระคุณมากค่ะที่นำมาให้อ่านโดย น้องกิ๊ฟ [9 ก.ค. 2550 , 12:45:44 น.] ( IP = 203.113.67.46 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |