มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


เจ้าชายกับต้นสะเดา




เจ้าชายกับต้นสะเดา


พระเจ้าพรหมทัตแห่งเมืองพาราณสี แคว้นกาสี ทรงมีพระโอรสพระองค์หนึ่งเป็นคนเกเรดุร้ายหยาบคาย ครั้งนั้น พระพุทธเจ้าของเราเกิดเป็นฤาษี ได้รับมอบหมายให้อบรมพระโอรส พระอานนท์เกิดเป็นพระเจ้าพรหมทัต

ฤาษีออกบวชจากตระกูลพราหมณ์ผู้มั่งคั่ง หลังจากบิดามารดาถึงแก่กรรม ครั้งเป็นฆราวาสได้เดินทางไปศึกษาไตรเพทและศิลปวิทยาที่เมืองตักสิลา เมื่อจบการศึกษาแล้วจึงได้สละทรัพย์สมบัติออกบวชเป็นฤาษี อยู่ในป่าหิมพานต์ บำเพ็ญฌานสมาบัติจนได้บรรลุคุณวิเศษต่างๆ คือ ตาทิพย์ หูทิพย์ เหาะเหินเดินอากาศได้

ต่อมา ฤาษีประสงค์จะเดินทางมาเยี่ยมบ้านเกิด จึงเหาะจากป่าหิมพานต์มาลงที่เขตเมืองพาราณสีแล้วเดินทางเข้าไปอาศัยอยู่ในพระอุทยานของพระเจ้าพรหมทัต เช้าวันรุ่งขึ้นท่านภิกขาจารอย่างสำรวมเรื่อยไปจนกระทั่งถึงลานหน้าพระราชวัง ขณะนั้น พระเจ้าพรหมทัตประทับนั่งอยู่ในพระตำหนักทอดพระเนตรลงมาทางช่องพระแกล (หน้าต่าง) เห็นฤาษีเดินภิกขาจารอย่างสำรวมแล้วเกิดเลื่อมใส ตรัสกับตัวเองว่า “ฤาษีนี้สำรวมตา หู สำรวมกาย มองเพียงแค่ชั่วแวบจิตใจคงจะสงบ ท่านเดินอย่างองอาจเหมือนพญาราชสีห์ทุกๆ ย่างก้าว ท่านมีอะไรดีหรือ” จากนั้นทรงคิดได้ว่า “เขาพูดกันว่า ธรรมที่ทำให้สงบมีอยู่ ในจิตใจของท่านน่าจะมีธรรมข้อนั้นอยู่เป็นแน่”

โดย ทับตะวัน...นำมาฝาก [6 ก.ค. 2550 , 10:39:00 น.] ( IP = 58.9.136.238 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

พระเจ้าพรหมทัตจึงทรงรับสั่งมาที่อำมาตย์คนหนึ่ง “ไปนิมนต์ฤาษีมาหาฉัน”

“มีอะไรหรือ เจริญพร” ฤาษีถามอย่างสำรวม

“พระเจ้าพรหมทัตทรงรับสั่งให้นิมนต์พระคุณท่านเข้าไปในวัง” อำมาตย์ชี้แจ้ง

“เจริญพร...” ฤาษีตอบรับ ครั้นแล้วก็เดินตามอำมาตย์เข้าไปในพระราชวังด้วยอาการสำรวม

พระเจ้าพรหมทัตทรงดีพระทัยมาก ที่ฤาษีรับนิมนต์เข้ามาในพระราชวัง พระองค์ทรงไหว้อย่างนอบน้อม แล้วนิมนต์ให้ขึ้นนั่งบนตั่งทอง ซึ่งมีเศวตฉัตรกั้นอยู่เบื้องบน จากนั้นจึงทรงสนทนากับฤาษีนั้น

“พระคุณเจ้า อยู่ที่ไหน” พระเจ้าพรหมทัตตรัสถาม

“อยู่ที่ป่าหิมพานต์” ฤาษีกราบทูล

“แล้วพระคุณเจ้าจะไปไหนต่อ”

อาตมาจะไปหาที่จำพรรษาสัก ๓ เดือน”

“ถ้าอย่างนั้น โยมขอนิมนต์พระคุณท่านอยู่จำพรรษาในอุทยานของโยมก็แล้วกัน”

“ที่ตรงนี้แหละที่โยมขอนิมนต์พระคุณท่านอยู่จำพรรษา” พระเจ้าพรหมทัตทรงชี้ให้ฤาษีดูมุมสงบในอุทยาน ครั้นแล้วทรงรับสั่งให้สร้างบรรณศาลา (โรงที่มุงบังด้วยใบไม้) จากนั้นทรงรับสั่งให้สร้างที่พักกลางคืนและที่พักกลางวัน เพื่อให้ฤาษีใช้ประโยชน์เต็มที่

พระเจ้าพรหมทัตทรงมีเรื่องไม่สบายพระทัยอยู่เรื่องหนึ่ง คือ เรื่องเจ้าชายทุฏฐกุมาร พระโอรสของพระองค์ที่ทรงเกเรนิสัยดุร้ายหยาบคาย พระองค์ทรงพยายามอย่างเต็มที่ที่จะอบรมพระโอรสให้มีนิสัยอ่อนโยนและสุภาพ แต่ก็ไร้ผล พระเจ้าพรหมทัตทรงหนักพระทัยมาก

“ใครจะช่วยอบรมลูกเราได้” พระเจ้าพรหมทัตทรงครุ่นคิดถึงเรื่องนี้ตลอดเวลา

การที่พระองค์นิมนต์ฤาษีให้อยู่จำพรรษาในพระอุทยานของพระองค์ ก็เพื่อให้ได้ช่วยโปรดพระโอรสของพระองค์ด้วย พระเจ้าพรหมทัตเสด็จไปหาฤาษีเสมอที่ทรงว่างจากพระราชภารกิจ จนกระทั่งเกิดความคุ้นเคย

โดย ทับตะวัน...นำมาฝาก [6 ก.ค. 2550 , 10:44:05 น.] ( IP = 58.9.136.238 : : )


  สลักธรรม 2

วันหนึ่ง จึงพาพระโอรสไปหาฤาษีด้วย “พระคุณท่าน ลูกชายโยมคนนี้นิสัยดุร้ายหยาบคาย ไม่มีใครจะอบรมเขาได้ นอกจากพระคุณท่านเท่านั้น” พระเจ้าพรหมทัตทรงกระซิบบอกฤาษี

“ขอถวายพระพร เจ้าชายยังอบรมได้อยู่ แต่ว่าต้องใช้กุศโลบาย” ฤาษีกราบทูล

วันนั้นก่อนเสด็จกลับ ทรงมอบเจ้าชายให้อยู่กับฤาษีในพระอุทยาน

“ลูกพ่อ พ่ออยากให้ลูกอยู่กับพระคุณท่านสักวันหนึ่งก่อนนะ ตกเย็นพ่อจะให้คนมารับ” พระเจ้าพรหมทัตตรัสบอกเจ้าชาย

ครั้นพระเจ้าพรหมทัตเสด็จกลับไปแล้ว ฤาษีก็ได้ชวนเจ้าชายสนทนาด้วยเรื่องต่างๆ “องค์ชายมีพี่น้องกี่คน” ฤาษีเริ่มสนทนา

“องค์เดียว” เจ้าชายตรัสเสียงห้วน

“นับว่าองค์ชายโชคดี”

“โชคดียังไง”

“โชคดีที่ไม่ต้องมีใครแย่งความรักจากพระบิดาพระมารดา”

เจ้าชายทรงพอพระทัยมากกับคำพูดของฤาษี เมื่อคุ้นเคยกับเจ้าชายแล้ว ฤาษีก็พาเจ้าชายไปเดินเที่ยวเล่นในพระอุทยาน “องค์ชายเสด็จมาเที่ยวบ่อยไหม” ฤาษีชวนสนทนาต่อ “นานๆ ที” เจ้าชายตรัสตอบและยิ้มให้

“องค์ชายรู้จักต้นไม้นั่นไหม” ฤาษีตรัสถามพลางชี้ไปที่ต้นสะเดาอ่อนต้นหนึ่งซึ่งสูงได้ ๔ นิ้ว และมีใบ ๒ ใบ

“ไม่รู้จัก” เจ้าชายสั่นพระเศียร

“ลองไปเด็ดมาเคี้ยวดูซี่”

เจ้าชายทรงทำตามที่ฤาษีทูลแนะนำ ไปเด็ดใบสะเดาใบหนึ่งมาเคี้ยว แต่ยังมิทันไรก็ทรงบ้วนทิ้งและตะโกนเสียงดังลั่น “ใบอะไร ขมจังเลย”

“เป็นอะไรไปหรือเจ้าชาย” ฤาษีแกล้งทูลถาม

“ก็ใบไม้นี้นะซี” เจ้าชายชี้ไปที่ต้นสะเดาด้วยท่าทางโกรธ “มันใบต้นอะไร ขมจังเลย ต้นแค่นี้มันยังมีพิษร้ายขนาดนี้ ถ้าโตขึ้นพิษมันจะร้ายขนาดไหน ใครเผลอกินเข้าไปไม่ตายกันหมดหรือ” ว่าแล้วเจ้าชายก็เสด็จรี่ไปถอนต้นสะเดา แล้วขยำจนแหลกละเอียด มิหนำซ้ำยังทรงเหยียบซ้ำ

โดย ทับตะวัน...นำมาฝาก [6 ก.ค. 2550 , 10:51:24 น.] ( IP = 58.9.136.238 : : )


  สลักธรรม 3

ฤาษีเห็นเหตุการณ์กำลังดำเนินไปตามแผน เนื่องจากได้สิ่งเปรียบเทียบ แล้วจึงทูลต่อไปว่า.... “องค์ชาย พระองค์ทรงถอนต้นสะเดาทิ้งก็เพราะพิโรธว่ามันมีรสขม และทรงรังเกียจว่าหากปล่อยให้มันโตใหญ่ขึ้นไปจะเป็นอันตรายต่อคนได้ องค์ชายก็เหมือนกัน ขณะนี้ทุกคนทั้งในและนอกพระราชวัง ต่างเห็นองค์ชายเป็นเหมือนต้นสะเดา และเชื่อได้ว่าต่อไปในภายภาคหน้า พวกเขาจะทำลายองค์ชายเหมือนอย่างที่องค์ชายทำลายต้นสะเดา”

เจ้าชายยืนฟังฤาษีพูดด้วยความตกตะลึง เพราะทรงนึกไม่ถึงว่าจะมีผู้บังอาจสอนพระองค์ได้อย่างแหลมคมเช่นนี้ ฤาษีเข้าใจท่าทีของเจ้าชายได้ดี จึงถือโอกาสนั้นถวายการอบรมว่า “องค์ชายจะต้องไม่ทำตัวเหมือนต้นสะเดาอีกต่อไปนับแต่นี้ ขอให้ทรงมีเมตตากรุณาต่อทุกคน และมีความอดทนหนักแน่นให้มาก ไม่ควรพูดให้ใครเจ็บช้ำน้ำใจ แต่ควรพูดให้เกิดความรักความสามัคคี เพราะคนเหล่านี้ต่อไปก็คือผู้ค้ำบัลลังก์ขององค์ชาย”

ถึงตรงนี้ เจ้าชายมีอาการเศร้าซึมอย่างเห็นได้ชัด พระองค์เริ่มสำนึกผิดน้ำพระเนตรคลอ “พระคุณท่าน นับว่าโชคดีที่เสด็จพ่อได้พาข้าพเจ้ามาพบท่าน มิฉะนั้นแล้ว ข้าพเจ้าคงหลงตัวทะนงตนไปอีกนาน ข้าพเจ้าขอขอบพระคุณท่านมาก”

ครั้นแล้ว เจ้าชายก็ก้มลงกราบฤาษีและทรงกล่าวปฏิญาณตนเป็นคนดีตลอดไป

นิทานธรรมเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า การแก้ไขที่ยากลำบากนั้น คือการแก้ไขนิสัยคน ซึ่งบางครั้งต้องใช้เวลาและกลวิธีที่แยบยล เหมือนพระเจ้าพรหมทัตและฤาษีจากป่าหิมพานต์แก้ไขนิสัยเจ้าชายทุฏฐกุมารได้ ก็เพราะใช้เวลาและกลวิธีที่แยบยลฉะนั้น

โดย ทับตะวัน...นำมาฝาก [6 ก.ค. 2550 , 10:57:58 น.] ( IP = 58.9.136.238 : : )


  สลักธรรม 4

นิทานให้ข้อคิดที่ดีมากค่ะ พร้อมทั้งได้เห็นกลวิธีอันแยบยลในการแก้ไขนิสัยคนของพระฤาษี ซึ่งผู้ถูกสอนก็ยอมรับอย่างศิโรราบเลยค่ะ
กราบขอบพระคุณค่ะ

โดย น้องฟู (suthada.t) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [6 ก.ค. 2550 , 12:38:56 น.] ( IP = 202.6.107.51 : : 172.16.249.223, 202.6.107.51 )


  สลักธรรม 5

ขอบพระคุณค่ะ..ที่นำมาฝาก การแก้ไขนิสัยคนเป็นสิ่งที่ยาก เพราะจะต้องอาศัยทั้งเวลาและกุศโลบาย

โดย เซิ่น (เซิ่น) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [6 ก.ค. 2550 , 12:52:36 น.] ( IP = 203.146.147.13 : : )


  สลักธรรม 6

ขมและคมดีจังกับอุทาหรณ์ในเรื่องนี้
อนุโมทนาและขอบพระคุณมากค่ะที่นำมาให้อ่าน

โดย น้องกิ๊ฟ [9 ก.ค. 2550 , 12:45:44 น.] ( IP = 203.113.67.46 : : )


  สลักธรรม 7

นึกไม่ถึงว่าวิธีสอนที่แยบยลจะให้ผลเลิศได้ขนาดนี้
นับเป็นกุศโลบายยอดเยี่ยมทีเดียว

ชี้ให้เห็นว่าถ้าสอนให้ถูกวิธี ถูกกับจริตของแต่ละคน

ก็มีหวังที่จะอบรมแก้ไขคนให้เป็นคนดีได้

แต่อุบายนี่สิ เป็นของยากที่จะคิดขึ้นมาได้

ฤาษีท่านนี้เป็นผู้ฉลาดเฉียบแหลม ท่านจึงสามารถทำได้สำเร็จ

ขอบพระคุณและอนุโมทนาค่ะ

โดย ธัญธร (ธัญธร) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [10 ก.ค. 2550 , 08:29:37 น.] ( IP = 124.121.174.190 : : )


  สลักธรรม 8


การจะแก้ไขนิสัยของใครสักคน
นอกจากจะต้องอาศัยกุศโลบายที่แยบคายแล้ว

ผู้ที่ถูกอบรมต้องพร้อมที่จะยอมรับ และนำไปแก้ไขปรับปรุงด้วย

กราบขอบพระคุณและอนุโมทนาในนิทานธรรมที่นำมาฝากค่ะ

โดย พี่ดา (พี่ดา) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [10 ก.ค. 2550 , 08:44:04 น.] ( IP = 124.121.174.190 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org