มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ความมหัศจรรย์ของชีวิต เจตสิกปรมัตถ์ (๔)









ความมหัศจรรย์ของชีวิต..เจตสิกปรมัตถ์ (๔)
โดย อาจารย์บุญมี เมธางกูร


ตอนที่ผ่านมา


ป. ประเดี๋ยวก่อนขอรับคุณลุง ผมขอความกรุณาให้ช่วยชี้ทางเรื่องบทเรียนที่จะต้องเรียนต่อไปข้างหน้าว่า จะเดินทางอย่างไร จะเรียนตั้งแต่ปริจเฉทที่ ๑ ไปจนถึงปริจเฉทที่ ๙ หรืออย่างไร แล้วถ้าจะอธิบายวิธีเรียนด้วย ก็จะเป็นพระคุณมาก

ก. หลานถามมาดังนี้ ถูกกับจังหวะพอดีทีเดียว เพราะเมื่อเรียนจบปริจเฉทที่ ๑ แล้ว ก็ควรจะทราบว่าจะเรียนปริจเฉท ๒ - ๓ - ๔ ต่อไปหรืออย่างไร ต่อไปนี้ลุงก็ขอให้บทเรียนอันเป็นบทที่ ๒ หรือปริจเฉทที่ ๒ ของอภิธรรมมัตถสังคหะ ขอให้หลานศึกษาโดยใช้ความคิดที่เกิดจากการไตร่ตรองร่วมด้วยการศึกษาก็จะได้ผลดี

หลานได้ศึกษาปริจเฉทที่ ๑ ของอภิธรรมมัตถสังคหะ ที่ว่าด้วยเรื่องจิตปรมัตถะไปแล้ว ต่อจากนี้หลานก็จะได้ศึกษาปริจเฉทที่ ๒ ที่ว่าด้วยเจตสิกปรมัตถะต่อไป

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [10 ก.ค. 2550 , 12:45:32 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 1



เจตสิกคืออะไร


ก. เมื่อเราจะเรียนรู้เรื่องของใครหรืออยากจะรู้เรื่องอะไร ก็จำเป็นที่จะต้องค้นคว้าทำความเข้าใจในผู้นั้น และสิ่งนั้นเสียให้ดีว่า เขาชื่ออะไร ทำงานอะไร ที่ไหน เมื่อมีความเข้าใจดีพอสมควรแล้ว บทบาทที่เขาจะแสดงออกก็ย่อมจะไม่ยากเย็นเท่าใดนัก

ในเรื่องของเจตสิกนี้ก็เหมือนกัน หลานจะต้องทำความเข้าใจให้มากจนเข้าใจตัวของเจตสิกดีจริงๆ แม้หน้าที่การงานของเจตสิกแต่ละตัวก็ไม่สงสัย เมื่อได้พื้นฐานดังนี้แล้ว ไปพบเห็นเรื่องราวอะไรที่เกิดขึ้นกับจิตใจ หรือไปพบธรรมะอะไร ก็จะช่วยให้ตัดสินใจได้โดยง่าย และถูกต้อง แล้วก็จะเห็นหนทางที่จะแก้ปัญหาให้แก่ชีวิตได้อย่างแยบคาย

ก่อนที่จะศึกษาว่า เจตสิกนั้นคืออะไร ลุงจะขอถามบางสิ่งบางอย่างแก่หลานเสียก่อน เพื่อเป็นการนำหลานเข้าสุ่เรื่องราวของเจตสิก ซึ่งจะทำให้กลานบังเกิดความเข้าใจง่าย และจำได้แม่นยำด้วย จึงขอถามหลานสักหน่อยว่า แก้วน้ำที่ลุงถือในมือนี้ทำขึ้นมาจากอะไร?

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [10 ก.ค. 2550 , 12:46:15 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 2



ป.แก้วน้ำนี้ทำขึ้นมาจากทรายที่ขาวบริสุทธิ์กับโซเดียมคาร์บอเนต เมื่อต้องการให้เป็นสีก็เติมธาตุบางอย่างเข้าไป สำหรับแก้วน้ำใบนี้ไม่มีสี ก็ต้องเติมผงมังกานิสไดออกไซด์ลงไปด้วย แล้วละลายด้วยความร้อน เรื่องย่อๆ ก็มีเท่านี้ ผมไม่ทราบว่า คุณลุงถามเรื่องแก้วน้ำไปทำไม

ก.อากาศที่เราหายใจกันอยู่ทุกวี่ทุกวันนี้เล่า มีอะไรบ้าง

ป. ก็มีอ๊อกซิเจน ไนโตรเจน คาร์บอนไดออกไซด์ ฝุ่นละอองเล็กๆ และไอน้ำเป็นต้น รวมๆ กันอยู่

ก.หลานลองยกสิ่งใดสิ่งหนึ่งขึ้นมาดูทีหรือจะเป็นอะไรก็ได้ ที่เป็นตัวเดียวโดดๆ เป็นอิสระ ไม่มีอะไรปะปนเลย เพราะถามหลานถึงเรื่องแก้วใส่น้ำ หลานก็เอาอะไรๆ หลายอย่างมารวมกัน จึงได้เป็นแก้ว ถามถึงเรื่องอากาศที่เราหายใจ หลานก็ยกเอาสิ่งนั้นมาแต่อย่างเดียวโดดเดี่ยวไม่ได้ ด้วยเหตุนี้ลุงจึงขอให้หลานลองค้นหาสิ่งของอะไรสักสิ่งหนึ่งที่มิได้มีอะไรมาปะปนกันเลยมีบ้างไหม

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [10 ก.ค. 2550 , 12:46:38 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 3



ป.ในเรื่องของธาตุที่ไม่มีอะไรมาปนเลย เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ และที่เกิดขึ้นมาเพราะนักวิทยาศาสตร์ได้ผลิตสร้างขึ้นก็มีอยู่ร้อยกว่าธาตุ

ก.ธาตุทั้งหลายที่มีอยู่ในโลกนี้ ๑๐๓ ธาตุด้วยกัน แต่อย่างไรก็ดี ก็มิได้เกิดขึ้นตามธรรมชาติเสียทั้งหมด ๑๐๓ ธาตุ หากแต่มนุษย์ได้ค้นคว้าทดลองแล้วประดิษฐ์คิดทำขึ้นหลายธาตุด้วยกัน เฉพาะที่เป็นธรรมชาติจริงๆ ก็มีอยู่เพียง ๙๒ ธาตุเท่านั้น นอกจากนั้นทั้ง ๙๒ นี้ก็เป็นธาตุที่หาได้ยากยิ่งเสียเป็นอันมาก ส่วนที่อาจพบได้บ่อยๆ ก็มีอยู่ไม่มากเท่าใด

ธาตุใดๆ ก็ตามส่วนที่เล็กที่สุดที่มี และยังคงรักษาลักษณะคุณสมบัติของธาตุ นั้นๆ เอาไว้ เราเรียกว่า ปรมาณู และปรมาณูทุกๆ ตัว ย่อมประกอบด้วยแกนกลางอันแน่นทึบ เรียกว่า นิวเคลียส (nucleus) และมีอิเล็กตรอน (electron) แวดล้อมนิวเคลียสอยู่ และนิวเคลียสประกอบด้วยอนุภาคที่สำคัญที่สุดอยู่สองชนิดคือ โปรตอน( proton) และนิวตรอน( neutron) ซึ่งทั้งสองชนิดนี้ โปรตอนมีประจุไฟฟ้าบวก ส่วนนิวตรอนไม่มีประจุไฟฟ้า

นิวตรอนที่ถูกกระแทกให้ออกมาจากนิวเคลียสที่ได้หลุดออกมาด้วยความเร็วอย่างสูง และด้วยเหตุที่มันไม่มีประจุไฟฟ้ามันจึงสามารถทะลุทะลวงไปได้ในทุกหนทุกแห่ง อำนาจของแม่เหล็กหรืออำนาจของไฟฟ้าก็ไม่อาจที่จะต้านมันไว้ได้ ดังนั้น เขาจึงใช้ยิงเข้าไปในปรมาณูของธาตุทุกๆ ชนิดได้ และเมื่อยิงเข้าไปให้แตกออกและเป็นปฏิกิริยาลูกโซ่ต่อๆ กัน ไปแล้ว ก็เกิดอำนาจ เกิดแรงหรือพลังงานและกัมมันตภาพรังสี

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [10 ก.ค. 2550 , 12:47:03 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 4



ด้วยเหตุผลดังนี้เอง หลานก็จะเห็นได้ว่า สรรพสิ่งทั้งหลายในโลกนี้ ไม่มีสิ่งใดเลยที่จะเป็นสิ่งเดียว โดดเดี่ยว มิได้มีอะไรมาปะปน เพราะสิ่งที่ปะปนนั้นแต่ละอย่างก็ย่อมจะมาทำหน้าที่การงานต่างๆ กันไป

ขอให้หลานดูบ้านของเราหลังนี้ มันก็จะต้องมีเสา มีหลังคา มีพื้น มีข้างฝา และมีประตูหน้าต่าง แต่ละอย่างที่มารวมกันนี้ก็มีหน้าที่การงานต่างๆ กัน เช่น เสาก็มีหน้ที่ค้ำยันให้บ้านเกิดความมั่นคงไม่ซวนเซ หลังคาก็มีเอาไว้กันแดดกันฝน ข้างฝาก็กันลมกันแดด กันขโมย หน้าต่างก็สำหรับให้แสงสว่างเข้ามา ให้อากาศถ่ายแท และใช้ประตูสำหรับจะได้เข้าออก

หลานก็จะได้เห็นว่า ไม่มีบ้านหลังใดที่ไม่ต้องอาศัยของหลายอย่างผสมกัน ไม่มีบ้านหลังใดที่มีแต่ไม้ชิ้นเดียว หรือมีประตูแต่เพียงบานเดียว เพราะไม้ชิ้นเดียว ประตูบานเดียว เราไม่เรียกว่า "บ้าน" แม้แต่หลานกินก๋วยเตี๋ยวชามหนึ่ง ก็มีของผสมรวมกันไม่ต่ำกว่า ๑๐ อย่าง

โดยทำนองเดียวกันนี้เอง จิตใจของสัตว์ทั้งหลายที่มีหน้าที่เห็น ได้ยิน คิดนึก จึงมิได้เป็นตัวเดียวโดดๆ ไม่มีอะไรปนเลย แล้วก็สามารถเห็นได้ ได้ยินได้ คิดนึกได้ ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่พากันเข้าใจดังนั้น แล้วก็พากันพูดต่อๆ มาว่า จิตใจนั้นเกิดขึ้นมาโดดเดี่ยวลำพัง เป็นสิ่งกายสิทธิ์และอมตะ จิตใจนั้นผ่องใสบริสุทธิ์มีกิเลสจรมาภายหลังทำให้มัวหมอง

และมากท่านทีเดียวที่หาทางออกสำหรับจิตใจที่รู้เห็นยากนี้ไม่ได้ จึงเลยปัดไปว่าเป็นฝีมือของพระพรหมหรือพระผู้เป็นเจ้าเป็นผู้ดลบันดาลขึ้นมา และเมื่อเป็นสิ่งกายสิทธิ์ เป็นฝีมือของผู้ใหญ่บนสวรรค์ชั้นฟ้าที่บันดาลขึ้นมาเป็นพิเศษดังนี้แล้ว จิตใจจึงมิได้มีอะไรมาปะปน จึงเป็นที่น่าอัศจรรย์ใจ และจะมีสภาพเหมือนกับสิ่งทั้งหลายไปไม่ได้

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [10 ก.ค. 2550 , 12:47:26 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 5



ความเข้าใจของคนส่วนมากดังกล่าวมา เป็นความเข้าใจที่ยังไม่ถูกต้องตรงกับข้อเท็จจริง เพราะเป็นการเกิดขึ้นมาโดยมิได้อาศัยเหตุ ธรรมชาติทั้งหลายจะเกิดขึ้นมาโดยปราศจากเหตุหาได้ไม่ และทั้งไม่มีธรรมชาติใดเกิดขึ้นมาโดดเดี่ยวลำพังโดยมิต้องพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน

ยกตัวอย่าง เช่น หลานได้ยินเสียง ก็จะต้องมีตัวการทำหน้าที่รับการกระทบเสียง ตัวที่ทำหน้าที่เก็บจดจำเสียงนั้นเอาไว้ ตัวที่ทำหน้าที่ให้ตั้งมั่นอยู่ที่เสียงนั้น ตัวที่เกิดชอบหรือไม่ชอบเสียงนั้น เหล่านี้เป็นต้น

ฉะนั้น ผู้ใดก็ตามที่คิดว่าจิตใจเป็นสิ่งกายสิทธิ์ และทำได้สารพัดทุกอย่าง เมื่อเสียงมากระทบแล้วก็ทำหน้าที่รับกระทบด้วย เก็บจดจำเสียงนั้นเอาไว้ด้วย ทำให้ตั้งมั่นอยู่ที่เสียงนั้นด้วย และจิตใจนี้เองเป็นตัวการที่เกิดชอบหรือไม่ชอบด้วย

จิตดวงเดียวทำงานต่างๆ มากมายดังนี้ หลานก็จะเห็นได้ว่า ความคิดนั้นๆ เป็นความฝันไปแท้ๆ เพราะคำว่า "คน" นั้นจะต้องมีหน้าตา มีตัว มีแขนขา ถ้ามีแต่มือหรือมีแต่ตาเราจะเรียกว่าคนได้หรือเรียกมือว่า "คน" ก็เห็นจะดูกระไรอยู่

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [10 ก.ค. 2550 , 12:47:47 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 6



เปรียบอีกอย่างหนึ่งก็เหมือนกัน ที่เราเรียกกันว่ารถยนต์นั้น มันมิได้เกิดขึ้นมาจากของสิ่งเดียว หากแต่จะต้องมีการประชุมกันของของหลายสิ่ง เช่น ต้องมีเหล็ก ต้องมีเครื่องยนต์ ต้องมียางเป็นต้น เหล็กทำหน้าที่เป็นตัวถัง เป็นบังโคลน เครื่องยนต์ต้องมีลูกสูบมีลิ้นไอดีไอเสีย และก็ต้องมีสายไฟ สายน้ำมัน มียางมีลูกล้อ

การที่มันต้องมีหลายอย่างดังกล่าวนั้นก็เพราะว่า แต่ละชิ้นส่วนของมันก็ทำหน้าที่การงานไปคนละอย่าง เช่น คานรถก็รองรับน้ำหนัก เครื่องยนต์ก็เพื่อจะก่อให้เกิดกำลังไปหมุนลูกล้อ ดังนี้เป็นต้น

สรรพสิ่งทั้งหลายในโลกนี้ทุกๆ อย่างย่อมจะต้องมีการประชุมกันจึงจะเกิดขึ้นมาได้ ทำงานได้ อันเป็นไปตามธรรมชาติ ดังนี้ เมื่อผู้ใดมาแสดงว่า มีสิ่งใดสิ่งหนึ่งเกิดขึ้นโดยอาศัยพระพรหม หรือพระผู้เป็นเจ้าสร้างขึ้นมา หรือเกิดขึ้นมาเองโดยปราศจากเหตุ ทั้งเป็นสิ่งอมตะเป็นสิ่งกายสิทธิ์ ผิดไปจากสิ่งทั้งหลาย นอกจากนั้นยังเป็นอิสระ และสามารถทำงานได้สารพัดคือ รับกระทบด้วย จำด้วย ตั้งมั่นด้วย เสวยอารมณ์สุขทุกข์หรืออุเบกขาด้วย เจตนาด้วย เหล่านี้แล้ว ก็เป็นเรื่องน่าขบขันเป็นอย่างยิ่ง เพราะย่อมจะเป็นไปไม่ได้ ด้วยเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นมาโดยผิดธรรมชาติ

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [10 ก.ค. 2550 , 12:48:15 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 7



ด้วยเหตุดังนี้เอง พระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงได้สอนว่า จิตใจนั้นมิได้เกิดขึ้นมาโดดเดี่ยวแต่ลำพัง จิตใจนั้นมิได้เกิดขึ้นมาโดยมิได้อาศัยอะไรช่วยเหลือปรุงแต่งให้เป็นไป และธรรมชาติที่เข้าช่วยให้การงานต่างๆ มีเห็น ได้ยิน คิด ช่วยให้เกิดความโลภ ความโกรธ เหล่านั้นเรียกว่าเจตสิก

เจตสิกจึงเป็นธรรมชาติที่ประกอบกับจิตและปรุงแต่งให้จิตนั้นเป็นไปต่างๆ เช่น เจตสิกบางตัวทำหน้าที่รับกระทบกับอารมณ์ เจตสิกบางตัวทำหน้าที่ให้เกิดความจำ เจตสิกบางตัวทำให้เกิดความตั้งมั่น และเจตสิกบางตัวทำให้เกิดความโลภ เกิดความโกรธ หรือไม่โลภ ไม่โกรธ เป็นต้น

ทั้งหมดมีจำนวน ๕๒ ประเภทด้วยกัน ประชุมร่วมการงานกันอย่างมีระเบียบ มิได้ก้าวก่ายกัน อันเป็นการสอนที่เป็นไปตามธรรมชาติ มิได้เป็นสิ่งกายสิทธิ์ มิได้มีใครมาเสกสรรค์บันดาลขึ้นมา

เจตสิกทั้ง ๕๒ ประเภทนี้แบ่งออกเป็น ๓ ส่วนใหญ่ ไม่เป็นบุญเป็นบาปเสียส่วนหนึ่ง มี ๑๓ ประเภท เป็นบาปส่วนหนึ่งมี ๑๔ ประเภท และเป็นบุญส่วนหนึ่งมี ๒๕ ประเภท ลุงขอแยกให้ดูเป็นเค้าโครงเสียก่อน ดังนี้

โปรดติดตามตอนต่อไป

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [10 ก.ค. 2550 , 12:48:38 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 8

เรื่องที่ท่านอาจารย์ยกเป็นตัวอย่างในหลายๆเรื่องหลายชนิด ที่บ่งบอกถึงการเข้าร่วมกันทำงานตามกิจตนๆนั้น เป็นการอธิบายที่ชัดเจนมากเลยขอรับ

จนเสมือนเห็นภาพได้ว่า.. จิตใจนั้นมิได้เกิดขึ้นมาโดดเดี่ยวแต่ลำพัง จริงๆเลยครับท่านอาจารย์ ผมจะติดตามศึกษาเล่าเรียนเรื่องเจตสิกนี้ต่อไปด้วยความเคารพในธรรมครับ



กราบระลึกในพระคุณของท่านอาจารย์เป็นที่สุดครับ และจะตั้งใจเล่าเรียนเพื่อน้อมนำกุศลมาเป็นเครื่องสักการะในพระคุณครับท่านอาจารย์.

โดย เทพธรรม [10 ก.ค. 2550 , 13:12:27 น.] ( IP = 58.9.138.253 : : )


  สลักธรรม 9

กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์ค่ะ...การศึกษาทำให้เราทราบว่าชีวิตมิได้มีแค่จิตกับรูปกายเท่านั้น ยังมีเจตสิกที่ประกอบกับจิตด้วย

โดย เซิ่น [10 ก.ค. 2550 , 14:55:29 น.] ( IP = 203.146.147.13 : : )


  สลักธรรม 10


อ่านแล้วจะเห็นได้ว่าในโลกนี้ไม่มีสิ่งใดเลยที่เกิดขึ้นมาอย่างโดดเดี่ยว
แม้แต่จิตก็ต้องอาศัยการปรุงแต่งของเจตสิก เพื่อช่วยกันทำหน้าที่ต่างๆ

จึงเห็นได้ว่า เจตสิกนั้นสำคัญยิ่งนัก และมีมากมายตั้ง ๕๒ ประเภท

จะติดตามเรียนเรื่องเจตสิกกับท่านอาจารย์ต่อไปค่ะ

อนุโมทนาและกราบขอบพระคุณพี่เณรมากค่ะ

โดย พี่ดา [10 ก.ค. 2550 , 16:40:40 น.] ( IP = 124.121.176.131 : : )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org