| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
ห้องนั่งเล่นแห่งความรัก ตอนที่ ๑๕
[ 1 ] [ 2 ]
สลักธรรม 1การที่จะข้ามโอฆะสงสารนั้น ข้ามด้วยอะไร ?
พระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงมีพระสัพพัญญุตาญาณรู้ว่าทางนั้นมีอยู่ เพราะพระพุทธองค์ทรงพิสูจน์แล้ว ทรงดำเนินไปถึงแล้ว และด้วยพระมหากรุณาธิคุณ จึงกลับมาบอกให้เวไนย์สัตว์ได้เดินไปตามทางเส้นนั้นเพื่อจะได้ข้ามโอฆะสงสาร หนทางนั้นคือการเจริญอยู่ในมรรค ๘ มีสัมมาทิฏฐิเป็นปฐม ... ซึ่งตรงกับคำว่า รื้อ(ความเห็นผิดของ)สัตว์ ซึ่งความเห็นผิด คือ มิจฉาทิฏฐินี้ทุกคนมีอยู่อย่างแน่นอน นั่นคือเห็นผิดว่า ชีวิตเป็นตัวเรา เป็นของๆเรา มีความสุข มีความเที่ยง มีความสบาย มีสวยมีงาม เป็นต้น ...ซึ่งทุกๆอย่างนี้ล้วนผ่านเข้ามาในอารมณ์ ทั้งที่เราประสบอยู่ และที่ผ่านมาแล้ว และที่จะมีต่อๆไป ถ้าหากไม่รื้อก็จะหลง พระบรมศาสดาทรงรู้ว่าชีวิตสัตว์โลกมีแต่ความลุ่มหลง และงมงายอยู่ในวิปลาสธรรม พระพุทธองค์จึงมาสอนให้รื้อความเห็นผิด เพื่อเหล่าเวไนย์จะได้ข้ามพ้นจากโอฆะสงสาร ด้วยการให้หนทางคือมรรค ๘ ที่มีสัมมาทิฏฐิเป็นเบื้องต้น เพราะเมื่อใดที่มีความเห็นถูก ความเห็นผิดย่อมถูกทำลายไปได้เอง
ท่านอาจารย์ได้กล่าวอนุโมทนาที่ทุกคนได้พากเพียรเรียนและปฏิบัติจนมาถึงวันนี้ เพราะสิ่งเหล่านี้นี่เองที่จะทำให้เราเดินไปตามพระพุทธประสงค์ได้ ไม่เช่นนั้น โสเกหิ ปริเทเวหิ ...ที่เราสวดนั้นย่อมมีอยู่แน่นอน ฉะนั้นเมื่อมีโอกาสเราจึงควรรีบเก็บเสีย ....เก็บตะวันที่เคยส่องฟ้า เก็บเอามาใส่ไว้ในใจ แล้วนำใจที่มีตะวัน คือ แสงแห่งปัญญานั้นมาดำเนินชีวิตไปเพื่อให้ก้าวล่วงไปจากความหายนะ เพราะไม่เช่นนั้นแล้ว ชีวิตน่ากลัวจริงๆ
อาจารย์ย้ำให้เห็นความน่ากลัวของชีวิตอีกครั้งด้วยการเล่าให้ฟังเรื่องการไปเยี่ยมลูกศิษย์ที่ป่วยอยู่ด้วยความรู้สึกที่สะเทือนใจ ...จากการบอกเล่าทำให้พวกเราได้เห็นน้ำใจที่ท่านอาจารย์มีต่อลูกศิษย์ทุกๆ คน เพราะแม้จะฝนตกหนักสักแค่ไหนก็ตาม อาจารย์ก็ยังรู้สึกว่า นั่นก็แค่พายุภายนอก แต่เพื่อนของเรานี่ซิ กำลังโดนพายุวิบากซัดชีวิตอยู่ และพายุกรรมก็กำลังจะมาตัดชีวิตของเขา นี่เองจึงเป็นเหตุให้อาจารย์ต้องตัดสินใจฝ่าลมฝนไปเพื่อให้กำลังใจ ....ซึ่งสัปดาห์ที่แล้วอาจารย์ยังรู้สึกว่าภาพลูกศิษย์ที่ได้เห็นนั้นกระแทกจิตใจอย่างแรง ....แล้วสัปดาห์นี้ เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาลูกสาวของเขาโทรศัพท์มาเรียนอาจารย์ว่า แม่มีอาการดีขึ้น ...แต่เมื่อไปเยี่ยมอีกครั้งก็พบว่าทรุดหนักกว่าเดิมมากจนทำให้อาจารย์รู้สึกสะเทือนใจ ไม่เพียงแค่นั้นยังรู้สึกสะเทือนขวัญ หวั่นใจไปว่าลูกศิษย์คนอื่นๆ จะต้องประสบวิบากเช่นนี้กันหรือไม่ รวมทั้งตัวอาจารย์เองด้วย เพราะไม่มีใครบอกได้ว่า ในสังสารวัฏอันยาวนานที่หาที่สิ้นสุดและจุดเริ่มต้นไม่ได้นั้น เราได้สร้างเหตุของครุกรรมเอาไว้หรือไม่ ....อาจารย์จึงกล่าวเตือนลูกศิษย์บางคนที่กำลังเจ็บป่วยอยู่ให้ดูแลรักษาตนเองให้ดี อย่าประมาทปล่อยทิ้งไว้จนเป็นการเปิดทาง(ปัจจัย)ให้วิบากนั้นปรากฏ
และจากเหตุการณ์ของเพื่อนของเราที่ป่วยอยู่นี้ ...ที่สัปดาห์ก่อนดูเหมือนอาการดีขึ้นแล้ว ตลอดจนเรื่องราวที่พวกเราเคยได้ยินมาว่า มีผู้ป่วยหลายๆรายที่มีอาการเจ็บหนัก แล้วส่วนใหญ่เมื่อใกล้ตายจะมีอาการดีขึ้น จนญาติพี่น้องดีใจ แต่ปรากฏว่าไม่นานผู้นั้นก็ตาย อาจารย์จึงได้ถามหลวงพ่อว่า เป็นเพราะเหตุใด ?โดย วยุรี [12 ก.ค. 2550 , 06:53:36 น.] ( IP = 58.9.135.116 : : )
สลักธรรม 2อย่างเช่นเมื่อครั้งที่พระครูศรีโชติญาณ (หลวงพ่อแสวง)เข้าโรงพยาบาลศิริราช (ครั้งสุดท้าย) อาจารย์ไปเยี่ยมพบว่าคนไข้เตียงข้างๆ (ซึ่งเตรียมตัวจะกลับบ้าน) นอนมองอาจารย์อยู่ อาจารย์จึงให้เงินไป ๕๐๐ บาท (ตอนแรกที่ให้อาจารย์เผื่อว่าเขาจะได้ทำบุญกับพระคือหลวงพ่อเพื่อจะได้เกิดกุศล) แต่ปรากฏว่าเขารีบเก็บยัดใส่ชายพกไว้ (อาจารย์ก็คิดว่าจะได้เป็นค่ารถกลับบ้าน) แต่พออาจารย์ไปทำธุระ (ติดต่อห้องพิเศษเพื่อให้หลวงพ่อย้ายไปอยู่)กลับมาปรากฏว่าเขาไม่อยู่แล้ว (...แต่ก็ไม่ได้กลับบ้าน) นี่คือรายที่ ๑ พอหลวงพ่อย้ายไปอยู่ห้องพิเศษได้ไม่นาน อาการทรุดลง เขาจึงย้ายไปเข้าไอซียูที่ตึกอัษฎางค์ ซึ่งคืนนั้นอาจารย์ต้องขอร้องหมอขอเข้าไปดูอาการหลวงพ่อ (ทั้งอ้อนวอนและแสดงบัตรผู้บริจาคกิตติมศักดิ์ที่มีอุปการคุณต่อโรงพยาบาล) ซึ่งตอนนั้นมีคนไข้เตียงข้างๆ นั่งอยู่ เพราะอาการดีขึ้นพร้อมที่จะกลับบ้านได้แล้ว ...แต่เมื่อไปเยี่ยมหลวงพ่อในวันถัดไปก็พบลูกหลานเขามากันเยอะ แต่กลายเป็นว่ามารับศพกลับ นี่เป็นรายที่ ๒ . ..
อาจารย์จึงสงสัยว่าเพราะเหตุใดก่อนตายคนไข้ส่วนใหญ่มักจะมีอาการดีขึ้น ซึ่งหลวงพ่อท่านได้ให้คำตอบว่า เป็นเรื่องที่ลึกซึ้ง เป็นเรื่องที่ต้องทำความเข้าใจ ที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะ วิบากปล่อย กรรมตัด
อาจารย์บอกว่า ตอนนั้นหลวงพ่อให้อาจารย์ยื่นมือไปให้หลวงพ่อ ตอนที่คนไข้มีอาการแย่ ปวดเจ็บทรมาน ดิ้นพราดๆ ก็ไม่ต่างกับอย่างนี้...
แล้วอาจารย์ก็สาธิตสิ่งที่หลวงพ่อทำให้ดู....โดยเรียกลูกศิษย์คนหนึ่งให้ออกไปและบีบข้อมือของลูกศิษย์ไว้แน่น ถามว่า เจ็บไหม หากบีบไว้นานๆ ก็จะรู้สึกปวด เจ็บ ชาเพราะเลือดไปเลี้ยงไม่พอ แม้ที่ใจก็เกิดทุกขเวทนาได้ มือนี้ก็อุปมาเหมือนกับคนไข้ที่กำลังเจ็บหนัก ขณะนั้นถูกวิบาก(อำนาจกรรม)บีบรัดไว้แน่น จนเจ็บปวดทางกาย และทุรนทุรายที่ใจ (แล้วแต่อาการของแต่ละคนที่สร้างเหตุมาต่างๆกัน) แต่เมื่อถึงกาล วิบากก็ปล่อย (หมดอำนาจที่จะให้ผลแล้ว) ...แล้วอาจารย์ก็คลายมือออก และถามว่าหายเจ็บไหม รู้สึกว่าเลือดไปเลี้ยงมือได้แล้วใช่ไหม ตรงนี้ก็จะดีขึ้น ฉะนั้นตอนที่คลายมือออกนี้ ก็เปรียบได้กับวิบากปล่อย ทำให้คนไข้บางรายมีอาการดีขึ้น จะช้าเร็วอยู่ที่วิบากของคนนั้นๆ บางคนดีขึ้นทั้งการหายใจ การเต้นของหัวใจ และทั้งความดันก็ปกติ จนหมออนุญาตให้กลับบ้านได้ ...พอดีจังหวะที่วิบากปล่อยนั่นเอง ก็มีกรรมมาตัด (คือตาย) ก็เหมือนมีมีดใหญ่ๆ ตกลงมาฟันมือจนขาดนั่นเอง เพราะฉะนั้นต้องแยกให้ออก วิบากที่ได้รับคือทุกขเวทนา แต่ที่ตายนั้นคือ กรรม(ตัด) หรือหมดกรรม นั่นเอง
นอกจากนี้อาจารย์ยังได้เล่าว่า หลวงพ่อท่านจะไปคอยช่วยเหลือทุกๆคน (ไม่เฉพาะลูกศิษย์เท่านั้น)ที่กำลังใกล้ตาย ด้วยการคอยจังหวะที่วิบากปล่อย โดยท่านจะคอยช่วยทำให้ผู้นั้นมีอารมณ์ที่ดีเกิดขึ้น เช่น ผู้ที่คุ้นเคยกับการสอนธรรมะ ท่านก็เห็นภาพห้องเรียนที่มีนักศึกษานั่งเต็มไปหมด แล้วท่านก็บอกผู้ป่วยนั้นว่าถึงเวลาที่จะไปสอนธรรมะแล้ว เพื่อให้ผู้นั้นจับอารมณ์ที่ดีก่อนตาย ...แต่ความสำคัญอยู่ที่ว่า...เราหรือผู้ที่หลวงพ่อไปช่วยนั้นสร้างบุญอะไรไว้เป็นฐาน(ที่หลวงพ่อสามารถนำมาเป็นอารมณ์ให้ได้) และมีความรักผูกพันกับหลวงพ่อเพียงใด ไม่เช่นนั้นแล้วก็ไม่อาจรับกระแสแห่งความปรารถนาดีจากหลวงพ่อได้โดย วยุรี [12 ก.ค. 2550 , 07:04:49 น.] ( IP = 58.9.135.116 : : )
สลักธรรม 3
ด้วยเหตุนี้เอง การที่เราเรียนพระอภิธรรมแล้วอภิธรรมสามารถให้คำตอบเราได้ เมื่อความเข้าใจเกิดก็จะบังเกิดความเลื่อมใสในคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เลื่อมใสในเส้นทางเดิน พร้อมทั้งศรัทธาครูบาอาจารย์ ที่สามารถอธิบายให้เราเข้าใจได้ และเมื่อเรียนเข้าใจแล้ว จะยิ่งทำให้เรากลัวทั้งวิบาก(ร้าย) และกลัวกรรมที่มาตั้งใหม่ไม่ดี รวมทั้งกลัวกาลที่มีนิมิตมาปรากฏเมื่อตอนใกล้ตาย
แต่หลวงพ่อก็เคยบอกกับพวกเราว่า จริงเสียอย่างเดียว ย่อมสำเร็จทุกอย่าง และยังได้ฝากกำชับมาว่า สิ่งที่จะมาเป็นที่พึ่งสำหรับเราไม่มีอะไรอื่น นอกจากพระธรรมคำสอนขององค์พระศาสดาพระตถาคตเจ้า เพราะเมื่อเข้าใจแล้วจะทำให้เราเกิดการสังวรระวัง
...อาจารย์บอกว่า นี่คือเหตุผลที่ท่านเปิดเพลงเก็บตะวันให้พวกเราฟัง ...ขณะที่เรายังมีลมหายใจอยู่ก็จงรีบเก็บสิ่งที่มีค่าไว้ เพราะชีวิตแสนสั้นจริงๆ และความน่ากลัวนั้นมีมาก ข้อสำคัญเราต้องรู้จักรักชีวิตของเราด้วย ...ท่านอาจารย์จึงเป็นห่วงพวกเรา อยากให้พวกเรารักชีวิตให้ถูก ท่านบอกว่า ชีวิตของพวกเรา(ขณะนี้)มีค่า ...ทำไมจึงรู้สึกเช่นนี้ เพราะหลวงพ่อท่านบอกว่า
![]()
ชาตินี้ที่เราได้มีโอกาสมานั่งอย่างสบาย(ในห้องนั่งเล่นแห่งความรัก) ถึงแม้แต่ละคนจะมีฐานะไม่เท่ากัน แต่อิสรภาพของทุกคนมีเท่ากัน คือสามารถออกจากบ้านมาได้ พูดได้ว่า ทุกคนเสมอกันด้วยอิสรภาพที่จะมาไขว่คว้าหาคุณภาพให้กับชีวิต เพราะฉะนั้นเราต้องตั้งใจว่า อย่าให้วันเวลาเปลืองเปล่าไป คือ หมดไปโดยเปล่าประโยชน์ เพราะอะไร....เพราะชาตินี้เรามีพ่อแม่ที่ประเสริฐ ส่งเราเรียนหนังสือจนเรามีวิชา มีอาชีพ มีทรัพย์ พาตนเองไปที่ไหนๆ ได้ จนปัจจุบันเรามีโอกาสใช้สิ่งเหล่านั้นมาแสวงหาพระธรรม เพราะฉะนั้นพ่อแม่จึงเป็นผู้มีพระคุณเป็นอย่างยิ่ง
หากชาตินี้เราตายไป แม้เราจะทำทานอย่างดีจนได้ไปเกิดในครรภ์มารดา แล้วพ่อแม่มีเงินร่ำรวยก็ตาม แต่ตอนนั้นอะไรๆ ก็อยู่ในช่วงขาลงทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นสังคม เศรษฐกิจ ฯลฯ พ่อแม่ตอนนั้นก็ต้องทำงาน งานที่นับวันจะต้องแข่งขันกันมากขึ้น ทั้งแก่งแย่งชิงดี มีการกีดกันสารพัด ฉะนั้นเวลาที่จะมาขลุกอยู่กับลูก อบรมลูกก็ไม่มี ( แม้ปัจจุบันนี้ที่เราเห็นก็ต่างจากอดีตแล้ว) ดังนั้นในอนาคต พ.ศ.ที่มากขึ้น แล้วจะมีใครล่ะที่จะมาอุปถัมป์เราให้ได้อย่างชาตินี้ .....จงจำไว้ว่า พ่อแม่คือพระอรหันต์ที่อยู่ในคราบปุถุชนเท่านั้น หากท่านยังมีชีวิตอยู่ ก็จงรีบทำดีกับท่าน รักท่านเถอะ เคารพท่านเถอะ แม้ท่านจะตายไปแล้วก็จงระลึกถึงพระคุณ ทำบุญให้ท่าน ..
ธรรมปฏิสันถารของหลวงพ่อในวันนี้จึงเป็นเรื่องเกี่ยวกับความรัก...โดยท่านฝากมาบอกทุกคนว่า จะรักใครก็รักไปเถอะ ....แต่พ่อขอแนะนำว่า โดย วยุรี [12 ก.ค. 2550 , 07:18:06 น.] ( IP = 58.9.135.116 : : )
สลักธรรม 4
ถ้าลูกยังยึดในบุคคลอยู่นั้น พ่อก็ขอให้ลูกยึดอยู่ เพราะ ท่านนั้นๆเป็นคนดี เป็นผู้มีความรู้จริง รู้ถูก ที่จะแนะนำสั่งสอนให้เราเป็นคนดีได้เยี่ยงท่าน และมีใจรักเคารพบูชาท่านนั้นด้วยคุณธรรมในจิตใจของท่าน
...อย่ารักโดยไม่มีเหตุผลที่ดีที่จะรัก หรือรักเพราะผูกพันเพียงเท่านั้น เพราะนั่นคือ สิ่งที่ประมาทโดยจริง เพราะเมื่อเวลาคืบคลานผ่านไปจากชาติเป็นภพ ชีวิตต้องแยกย้ายกันไปตามกรรมที่สั่งสมบ่มนิสัยกันไว้ เมื่อนั้นลูกเองล่ะ จะต้องพลัดพ้นจากความรักเช่นนั้นไปโดยเสียเวลาเปล่า
ส่วน ความรักที่เกิดขึ้นมาจากความคิดถูก มองถูก และมอบใจให้อย่างถูกต้องนั้น สามารถย้อมใจตนให้ดีได้ด้วยความรักในความดีที่ท่านนั้นๆมี จนเกิดเป็นนิสัยสืบต่อไปยังภพภายหน้าได้ ซึ่งเป็นต้นทุนที่ดี และกำไรที่งามของลูกเอง
ที่ว่าเป็น ต้นทุน ก็เพราะเมื่อลูกมีความเลื่อมใสศรัทธาแล้ว ลูกก็พร้อมที่จะรับความรักที่มีต้นแบบแห่งความดี จากชีวิตท่านมาสู่ชีวิตตนเอง จนกระทั่งทำดีได้เยี่ยงท่าน นั่นคือ ทำกรรมดี ที่เป็นต้นทุน ไงลูก
ส่วน กำไรที่งาม นั่นก็คือ ผลของกรรมดี ที่ตามติดส่งผลให้ลูกในภายภาคหน้าต่อไป กำไรงาม เพราะชาติปัจจุบันก็มีความปลอดภัยจากกรรมชั่วร้าย และชาติหน้าก็ยังส่งผลดีแก่ลูกอีก ซ้ำยังเป็นนิสัยที่ตราตรึงในความดีต่อไปได้นั่นเอง
อย่าลืมนะลูก รักน่ะรักได้ แต่ต้องรักเพราะความดี ไม่ใช่รักแบบงมงาย
ด้วยรัก (ที่จะทำดี)
จาก พ่อเสือ
๘ กรกฎาคม ๒๕๕๐
![]()
โดย วยุรี [12 ก.ค. 2550 , 07:27:34 น.] ( IP = 58.9.135.116 : : )
สลักธรรม 5
อาจารย์ได้เล่าเรื่องความรักของท่านให้ฟังว่า ตอนที่ท่านพบ หลวงพ่อแสวงครั้งแรกนั้นไม่ได้มีความรักและผูกพันกันเลย โดยเฉพาะหลวงพ่อไม่ค่อยชอบอาจารย์ด้วยซ้ำ (เพราะได้รับฟังข้อมูลที่ผิดๆมาจากผู้ที่ไม่หวังดี) แต่อาจารย์ก็ใช้เวลาหลายปีเพื่อพิสูจน์ให้หลวงพ่อได้เห็นด้วยตัวเองว่า อาจารย์มีความดีอย่างไรบ้าง ในที่สุดหลวงพ่อก็ออกปากเองว่า อาจารย์ต้องการอะไร อาตมาจะให้ อาจารย์จึงบอกว่า ขอให้ท่านเลิกเรียกว่าอาจารย์ แต่ให้เรียกว่าลูกต้อย และช่วยดูแลมูลนิธิแทนคุณพ่อ (อาจารย์บุญมี) ด้วย ซึ่งท่านก็รับปากและนับตั้งแต่นั้นมา ท่านก็มาเป็นหลักชัยให้กับมูลนิธิฯจนถึงวันมรณภาพ (ก่อนไปโรงพยาบาลครั้งสุดท้าย ท่านก็ได้มาพักรักษาตัวอยู่ที่มูลนิธิ) ซึ่งลูกศิษย์หลายๆคนก็เห็นว่าหลวงพ่อแสวงท่านรักอาจารย์มาก แม้ตอนอาพาธหนัก พูดไม่ได้ ไม่ว่าใครจะไปเยี่ยม แม้กระทั่งพระผู้ใหญ่จากมจร. ท่านก็จะเขียนเป็นหนังสือ บางครั้งก็บอกให้ลูกศิษย์ช่วยเปิดหนังสือสลักธรรมหน้า๒๙ (ซึ่งเป็นข้อความที่ท่านเขียนชื่นชมความดีของอาจารย์) และให้ผู้ที่มาเยี่ยมท่านได้อ่าน
![]()
...ทำให้ทุกคนต้องยอมรับว่าหลวงพ่อแสวงท่านรักอาจารย์จริง อาจารย์เองก็บอกว่า...แม้ปัจจุบันนี้อาจารย์ก็ยังรักหลวงพ่อแสวง และรักอย่างที่สุด เพราะจากการที่ได้คลุกคลี หลวงพ่อจะสอนพระอภิธรรมให้ คุณธรรมที่มีอยู่ภายในใจหลวงพ่อนั้นปรากฏให้เราเห็น (เหมือนที่ความดีของอาจารย์ปรากฏให้หลวงพ่อเห็น) จึงเป็นความเอื้ออาทรและผูกพันกันมาก แม้ก่อนที่ท่านมรณภาพไม่กี่ชั่วโมง(ตอนกลางคืน) อาจารย์แอบมานั่งร้องให้อยู่ที่ด้านหลังอนุสาวรีย์พระราชบิดา มีแพทย์ฝึกหัดผ่านมาเห็นและได้มานั่งปลอบอาจารย์ว่า พ่อของหมอเองก็เพิ่งตาย อาจารย์จึงบอกว่า ที่ร้องไห้นั้น ไม่ใช่เพราะพ่อจะตาย แต่เพราะ ชีวิตของคนที่ดี ชีวิตของผู้ที่มีคุณธรรม ที่สำคัญความรู้ที่มีอยู่ในชีวิตท่านนั้นกำลังจะดับ(หมดไป) ที่ร้องให้ คือเสียใจตรงนี้ ...และแม้นวันเวลาผ่านไป งานทำบุญ ๑๐๐ วัน หรือกี่วันๆ ที่ไปทำบุญ พอเห็นโลงศพ อาจารย์ก็ร้องให้แล้ว และร้องทุกครั้งที่ทำบุญ เพราะเกิดความคร่ำครวญว่า ผู้ที่มีความรู้เช่นหลวงพ่อไม่มีอีกแล้ว จะปลุกให้ตื่นมาก็ไม่ได้อีกแล้ว ...ไม่มีอีกแล้ว หลวงพ่อแสวง ทั้งหมดนี้เป็นเหตุผลที่ว่า ทำไมอาจารย์จึงรักหลวงพ่อแสวงได้มากมายถึงเพียงนี้ และนี่ก็คือ เหตุผลที่ดีที่จะรักโดย วยุรี [12 ก.ค. 2550 , 07:39:45 น.] ( IP = 58.9.135.116 : : )
สลักธรรม 6
อาจารย์อธิบายว่าความรักที่เกิดจากเหตุผลที่ดีเช่นนี้จะเป็นต้นทุนที่ดี และกำไรที่งาม
ที่บอกว่าเป็น ต้นทุนที่ดี เพราะถ้าคนที่เรารักเป็นคนดี เมื่อเข้าใกล้เราก็จะซึมซับรับต้นแบบแห่งความดีนั้นได้ (น้ำหยดลงหิน ทุกๆวันหินมันยังกร่อน) หลวงพ่อเสือท่านยกตัวอย่างพระอรหันต์ ไม่ว่าจะเป็น พระสารีบุตร พระอานนท์ พระมหากัสสปะ เป็นต้น ทุกๆองค์ต่างมีชีวิตเลียนแบบพระพุทธเจ้าทุกๆ อย่าง เพียงแต่ไม่เป็นพระพุทธเจ้าเท่านั้น ทั้งนี้เพราะมี ต้นแบบที่ดี คือ การให้ ฉะนั้นที่บอกว่า ได้เป็นต้นทุนที่ดี นั่นคือ การกอปปี้ชีวิตที่ดีจากท่านมา จนกระทั่งสามารถทำความดีได้เยี่ยงท่าน คือ ทำกรรมดี ซึ่งจะมาเป็นต้นทุนให้กับตนเอง
ส่วนที่ว่า กำไรงาม เพราะปัจจุบันชาติเราก็ปลอดภัยจากความชั่ว เช่นขณะที่เรานั่งอยู่หน้าหลวงพ่อเสือ ที่กำลังบรรยายธรรมอยู่นั้น เราก็มีศรัทธา รับสิ่งที่ดีๆ เข้ามาในจิตใจ ตอนนั้นเราก็ไม่ได้พูด หยุดความชั่วทั้งทางกายกรรม วจีกรรม ส่วนสิ่งที่ไม่ดีคืออนุสัย แม้จะมีอยู่แต่ก็ไม่กระเพื่อมออกมาเป็นมโนกรรม วจีกรรม และกายกรรมที่ทุจริต เท่ากับว่าขณะนั้นเราหยุดความชั่วร้ายทั้งปวงลงได้
หลวงพ่อบอกให้เราทุกคน...พยามเน้นกับตัวเองบ่อยๆว่า
... ที่เราได้รับทุกวันนี้ คือ กายกรรมอันชั่วร้าย ที่เราได้ทำไว้ ...วจีกรรมอันชั่วร้าย ที่เราได้ทำไว้ มโนกรรมอันชั่วร้าย ที่เราได้ทำไว้ และ ...กายกรรมที่ดี ที่เราได้ทำไว้ วจีกรรมที่ดี ที่เราได้ทำไว้ มโนกรรมที่ดี ที่เราได้ทำไว้ ทั้งหมดนี้ เรียกว่า วิบาก
แต่เมื่อเรามานั่งเรียนธรรมะ ความชั่วร้ายทั้งปวงก็เกิดไม่ได้ นั่นคือความปลอดภัยในปัจจุบันชาติ และนอกจากนี้ชาติหน้าก็ยังจะส่งผลดีให้แก่เราอีก เพราะเมื่อเราทำบ่อยๆ ก็เป็นอาจิณกรรม สิ่งเหล่านี้ก็จะไปอบรมบ่มนิสัยเราให้คุ้นเคยกับสิ่งดีงาม ซ้ำตราตรึงไปถึงชาติหน้า และชาติต่อๆไป จึงเป็นกำไรที่งาม เพราะมาพร้อมกับชีวิต ไม่ต้องไปเพาะบ่มใหม่ แค่กระตุ้นนิดเดียวต้นไม้นี้ก็จะเจริญเติบโตได้ นั่นคือ ต้นไม้แห่งความดี
หลวงพ่อท่านจึงฝากคำเตือนมาว่า ...อย่าลืมนะลูก รักน่ะรักได้ แต่ต้องรักเพราะความดี ไม่ใช่รักแบบงมงาย แล้วท่านยังลงท้ายมาอีกว่า ด้วยรักที่จะทำดี นอกจากนี้ท่านยังได้ย้ำให้พวกเราได้ตระหนักแก่ใจว่า คนใกล้ตัวที่ดีกับเรา ไม่มีใครเกินไปกว่า พ่อแม่ ครูบาอาจารย์ที่สอน และแนะนำให้เราเป็นคนดีโดย วยุรี [12 ก.ค. 2550 , 07:51:33 น.] ( IP = 58.9.135.116 : : )
สลักธรรม 7
หลวงพ่อได้เล่าเรื่องความรักของแม่ให้ฟังว่า ...มีแม่คนหนึ่งเก็บกล่องเก่าๆไว้ และหวงแหนมาก ไม่ยอมให้ใครแตะต้องแม้นแต่ลูกตนเอง จนกระทั่งตายไป วันหนึ่งลูกบังเอิญพบเข้าก็นึกได้ว่าเป็นกล่องที่แม่หวงมาก จึงเปิดออกดู พบว่าเป็นกุหลาบที่แห้งแล้ว ๑ ดอกพร้อมกระดาษเก่าๆ ๑ แผ่น เมื่อเปิดอ่านดูจึงรู้ว่าเป็นจดหมายของตนเองที่เคยเขียนถึงแม่นานมาแล้วตอนที่อยู่โรงเรียนประจำในกรุงเทพ ..ซึ่งมีข้อความว่า หนูรักแม่ หนูคิดถึงแม่ หนูอยากกอดแม่จังเลย เมื่อหนูมาอยู่ไกลแม่ หนูจึงรู้ว่า แม่รักหนู และหนูก็รักแม่มาก ตอนอยู่ใกล้แม่ หนูไม่เคยคิดอย่างนี้เลย... นับตั้งแต่วันนั้น กล่องสมบัติอันล้ำค่าของแม่ (เพราะมีคำพูดของลูกที่บอกรักแม่ในจดหมายแผ่นนั้น) ก็เป็นเครื่องเตือนใจให้บุคคลผู้นั้นทำบุญทุกวันตายของแม่ และแผ่ส่วนกุศลให้แม่จนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต
![]()
หลวงพ่อฝากบอกมาว่า อานุภาพความรักอันบริสุทธิ์ คือ ความรักของแม่ ซึ่งจะเป็นฉัตรที่มากางกั้นใจไม่ให้เราอะไรที่ไม่ดีออกไป...ชีวิตคนเราหากได้รับความรักมากมายพอก็จะเป็นสุขได้ง่าย ให้ลองถามตัวเอง ทุกวันนี้เราได้ความรักมากมายจากใคร พ่อแม่มีลูกหลายคน บางครั้งเรารู้สึกว่าพ่อแม่ไม่ได้รักเรา (ลืมเรา) ความไม่เต็มเปี่ยมของใจเราจึงเกิดขึ้นเสมอว่าเราไม่ได้รับความรัก ....
แต่ถ้าลูกๆ ของพ่อไม่ต้องการคำว่ารัก แต่มอบความรักให้กับคนที่รักดี (เป็นคนดี) และรับกระแสความรักแห่งความดีนั้นเข้าสู่จิตใจ ลูกก็จะได้มากมาย เมื่อรักมีมากมายพอ ลูกจะรู้สึกถึงสุขได้ง่าย และสุขที่มีอยู่ในใจเต็มที่นั้นก็อยากจะแบ่งปันให้คนอื่นๆ แม้แต่สัตว์ตัวน้อยๆ เมตตาจิตก็จะเกิดขึ้นได้ง่าย ทำให้รู้จักให้อภัยผู้อื่น ไม่โกรธง่าย ไม่อิจฉาความสุขใคร มีแต่พลอยยินดี . ใจที่มีรักแบบนี้ เป็นใจที่มีกลิ่นหอม ...
อาจารย์บอกว่า...เพราะความรักที่พ่อสอนให้พวกเรานี้ เป็น ความรัก คือการให้
และก่อนที่เราจะแยกย้ายกันไปเรียนพระอภิธรรมต่อ เสียงเพลงแห่งหัวใจรักของอาจารย์ก็ดังขึ้น
ความรัก คือการให้ หัวใจควรเต็มเปี่ยม สิทธิ์เธอควรเท่าเทียมก้าวไปสู่ความหวัง ความหวัง ของเรา หนุ่มสาว ของโลก ดั่งนกน้อย บินโบก ดั่งหัวใจ บินโบก เริงลม
ความรัก คือการให้ ให้เธอจงชื่นชม หากมีทุกข์ระทม เจ้าจงกล้าฝ่าฟัน วันนี้ของเราหนุ่มสาว หมองหม่น หากน้ำตารินหล่น น้ำใจควรรินหลั่งแด่เธอ
ความรัก ความรัก ความรัก จงแน่นหนักอยู่เสมอ ให้เธอคิด ให้เธอ มีเสรีภาพ ให้เธอหวัง ให้เธอวาด ให้ เธอ .ให้เธอคิด ให้เธอ มีเสรีภาพ ให้เธอหวัง ให้เธอวาด ให้ เธอ
ลูกขอกราบแทบเท้าระลึกถึงพระคุณของหลวงพ่อ
และกราบขอบพระคุณในความห่วงใยของท่านอาจารย์...ค่ะ
![]()
โดย วยุรี [12 ก.ค. 2550 , 08:10:45 น.] ( IP = 58.9.135.116 : : )
สลักธรรม 8ขอบพระคุณในความปรารถนาของคุณวยุรี ที่มีให้แก่เพื่อนร่วมทางทุกคนครับ.
ชีวิตกันดารมากมายจริงๆเลยนะครับ สำหรับแสงสว่างที่จะมาสาดส่องให้เห็นทางที่ดีถ้าไม่รู้จักความดี และยากยิ่งตรงที่จะมีแสงแห่งความดีมาปรากฏให้เห็นทางไปดีเมื่อชีวิตต้องจบลง ถ้าไม่สะสมอาจิณกรรมที่ดีไว้ให้หนักแน่นจนมีอานุภาพ
ตีสี่เศษวันนี้ กระผมได้รับโทรศัพท์จากโรงพยาบาลศิริราช รู้ทันทีว่าเรื่องอะไร เกี่ยวกับใคร ก็ได้สวดมนต์ให้คนป่วยหนักฟังไปทางโทรศัพท์ และเข้าห้องพระแผ่กุศลส่งไปเพื่อบรรเทาอาการที่น้องเขารับอยู่ ดีตรงที่อำนาจจิตที่ดีของน้องเขายังมีพลังอยู่มากที่จะรับกระแสเสียงแห่งความห่วงใยและปรารถนาดีได้ และหลังเที่ยงนี้ผมเองก็จะไปที่โรงพยาบาลอีกหน เพื่อช่วยส่งอำนาจจิตไปช่วยเร่งประกายแสงสว่างแห่งทางให้แก่น้องเขาครับ
![]()
ขอกราบบูชาในพระคุณของหลวงพ่อ ที่อบรมสั่งสอนให้ผมสามารถเดินมายังจุดแห่งเมตตาจิตนี้ได้ด้วยรักที่จะทำดีครับ และจะก้าวไปด้วยความรักดีเสมอครับ
![]()
จึ่งขอน้อมระลึกในกุศลจิตนั้นๆ มากราบถวายบูชาสักการะในพระคุณของหลวงพ่อครับ.โดย เทพธรรม [12 ก.ค. 2550 , 09:16:58 น.] ( IP = 58.9.146.134 : : )
สลักธรรม 9
กราบขอบพระคุณความรักและความปรารถนาดีจากหลวงพ่อ ที่มอบหลักสำคัญให้พิจารณาว่า เรามีเหตุผลที่ดีที่จะรักหรือไม่ เป็นไปตามความหลงงมงาย หรือเสริมสร้างคุณธรรมหรือเปล่า เพราะความรักนั้นมีกำลังมหาศาลสามารถสร้างสรรค์สิ่งความสำเร็จให้เกิดขึ้นได้ และถ้าใช้ความรักนั้นขับเคลื่อนชีวิตไปเพื่อทำความดี การเลียนแบบบุคคลที่เรารักก็จะสมบูรณ์แบบได้ในที่สุด
อย่างเช่นความรักของผู้ป่วยท่านนี้..ที่มีความรักในท่านอาจารย์และเก็บตะวันดวงนั้นไว้ในใจด้วยความเพียรที่จะปฏิบัติไปตามคำบอกของท่านที่ตั้งใจให้เส้นทางด้วยความรัก
กราบอนุโมทนาในความเมตตาและความเอื้อเฟื้อธรรมทานแก่พี่น้องในบ้านหลังนี้ด้วยค่ะพี่วยุรี
กราบอนุโมทนาในกุศลอันประณีตของท่านอาจารย์ที่กระทำเพื่อรวบรวมเป็นพลังกุศลที่จะนำไปมอบให้แก่ผู้ด้อยโอกาสได้รับสัมผัสความร่มเย็นเข้าสู่ชีวิต
กราบขอบพระคุณหลวงพ่อด้วยความเคารพอย่างยิ่งค่ะ
โดย น้องกิ๊ฟ [12 ก.ค. 2550 , 09:54:34 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : )
สลักธรรม 10
กราบขอบพระคุณในความรักความเมตตาที่หลวงพ่อมีต่อลูกเสมอมาค่ะ
หลังจากที่หลวงพ่อเคยให้ตระหนักถึงความโชคดีที่มีแล้ว
มาครั้งนี้ท่านชี้ให้เห็นถึงเหตุผลของความรัก
เมื่อลองรักใครสักคน เราสามารถทำได้ทุกอย่างเพื่อคนที่เรารัก
แต่ความรักนั้นต้องกอป์รด้วยเหตุผลที่ดี
ไม่รักอย่างงมงาย ต้องรักที่คุณค่าในตัวเขา
ดังนั้น เมื่อผู้นั้นมีคุณค่า มีคุณธรรมความประพฤติดีแล้ว
ก็ไม่ใช่เรื่องยากที่เราจะเจริญรอยตามท่านนั้นด้วยความรักที่เรามีต่อท่าน
และกราบขอบพระคุณท่านอาจารย์และพี่วยุรีเป็นอย่างยิ่ง
ที่นำข้อธรรมะที่มีค่ามาฝากเป็นประจำค่ะโดย พี่ดา [12 ก.ค. 2550 , 10:32:44 น.] ( IP = 124.121.173.92 : : ) [ 1 ] [ 2 ]
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |