มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ตายแล้วเกิดเกิดแล้วตาย





ผ่านกองไฟไหม้เผาเป็นเถ้าผง
แล้วเวียนวงว่ายครรภ์อันอับเฉา
อาจเป็นสัตว์อบายในม่านเงา
กี่ครั้งที่เวียนเข้าสู่วงจร

เกิดแล้วตายตายแล้วเกิด เปิดสังสาร
มาเนิ่นนานทุกข์ถมจมสิงขร
น่านน้ำแห่งนทีสีทันดร
คือน้ำตาที่ร้อนมารวมลง

กี่ครั้งคราก้มหน้าน้ำตาหลั่ง
กี่คราครั้งกายถูกเผาเป็นเถ้าผง
กี่ครั้งคราโรคร้ายมาปลิดปลง
กี่คราครั้งที่หลงดงอบาย

พอได้พบแสงธรรมนำความสุข
จึงเร่งรุกสร้างทางใหม่อีกสาย
พ้นการเกิดการแก่และเจ็บตาย
สิ่งที่หมายคือไม่เกิดประเสริฐ์จริง

พี่ดอกแก้ว.

โดย เทพธรรม [13 ก.ค. 2550 , 06:42:46 น.] ( IP = 58.9.140.74 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 1

จากบทกลอนที่พี่ดอกแก้วได้เขียนไว้ เป็นสิ่งที่บ่งชี้ถึงความวนเวียนของชีวิตที่ต้องตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของอำนาจกรรมที่สร้างภพสร้างชาติให้แก่ชีวิตของประชาสัตว์ทั้งหลาย

ทุกข์แท้ แปรผัน เน่าเหม็น และแตกดับ คือคำจำกัดความอีกอย่างหนึ่งของชีวิต แต่ผู้ที่พบความจริงก็ย่อมจะพ้นไปจากการยึดถือในซากเน่า และก็เร่งปัญญาเข้าสู่สมรภูมิเพื่อกำจัดกิเลส เหตุให้เกิดทุกข์ทั้งหลาย

เมื่อวานผมได้ไปยืนสวดมนต์ให้แก่คนเจ็บหนักฟัง ไปช่วยเป็นแรงใจในการดึงนิมิตดีๆให้มาปรากฏ ตั้งแต่ ๑๓.๐๐ น.ถึง ๒๐.๓๐ น. และก็ได้กลับมาพัก จนกระทั่ง ตีสี่ครึ่ง เขาก็ได้จากไปจากภพนี้แล้ว.

หลายสิ่งหลายอย่างได้ผ่านเข้ามาสู่จิตใจให้ได้คิด และให้ได้รู้มากมาย จากประสบการณ์ครั้งนี้ทำให้ผมทราบว่า ความตายไม่ง่ายเลยเพราะกระบวนการของกรรมนั้นมากมายเกินคาด เกินที่เราเห็นได้จริงๆ

แต่ด้วยการที่ได้ศึกษาพระอภิธรรมมานั้น ทำให้เข้าใจอะไรๆได้ดีบ้าง และเห็นความน่ากลัวของกรรม ที่นอกจากจะมีอาจิณกรรม ที่เราหวังกันว่าจะมาเป็นสิ่งปรากฏให้แก่เราในยามใกล้เวลา จนทำให้เรานั้นต่างเร่งรีบสะสมความสันทัดในกรรมดีกัน เพื่อมีกำลังมาช่วยในยามตกทุกข์ได้ยากนั้น.

แต่มันไม่ใช่แค่คิด เพราะผมได้เห็นถึง อำนาจวิบากอกุศล ที่แวะเวียนเข้ามาทักทายมากมาย ที่มาในรูปร่างของความเจ็บปวดที่ปรากฏ และมาในรูปแบบของผู้ปรารถนาดีมาดูใจ มาพูด มาบอก ทั้งๆที่ทุกคำนั้นเป็นคำสุภาพหวานและปรารถนาดีจากมิตรสหายและจากบุตรสุดที่รัก

ซึ่ง ณ.เวลานั้นใครเลยจะคาดคิดว่า คำพูดการกระทำนั้นๆจะไปแต่งเติม ตัดตอนความสงบ ที่ผู้ป่วยกำลังเกาะยึดอยู่ให้ปล่อยมือลง และกลับมาพะวงในคำพูดต่างๆ.

โดย เทพธรรม [13 ก.ค. 2550 , 07:07:56 น.] ( IP = 58.9.140.74 : : )


  สลักธรรม 2

แต่ทว่าพลังใจจากตนเองที่ดีนั้นสำคัญมากที่สุด ที่จะเดินกลับมาเกาะในสิ่งที่ดีไม่เป็นภัยพายุให้แก่ชีวิตได้ และการที่เราจะมีความสามารถนั้นๆได้ก็อยู่ที่ตนเองเท่านั้นในวันนี้ ที่จะสร้างกำลังนั้นไว้ และต้องหัดปลดปล่อยจากอารมณ์ต่างๆให้เร็วให้ได้เสียตั้งแต่วันนี้ เพื่อในวันนั้น เวลานั้นของเรา จะต้องพบแขกที่แวะเวียนเข้ามาทักทาย โดยที่เราไม่มีแรงจะบอกไล่เขา แต่เราก็สามารถหยุดที่เราได้นั่นเอง.

จบไปแล้วละครฉากหนึ่ง...แต่ไม่ใช่ฉากสุดท้าย เพราะยังมีเวทีละครอีกมากมายเหลือเกินสำหรับชีวิตนักแสดงเช่นเราท่าน ตราบใดที่เรายังไม่เลิกรากับความยินดีที่เป็นนักแสดง (อารมณ์)

เพียงเห็นจริงรู้จริงจากชีวิตที่ต้องตายแล้วเกิดเกิดแล้วตายนี้ และดึงใจกลับมาศรัทธาในเส้นทางแห่งสันติสุข คือการปฏิบัติธรรม นำตัวเองออกจากเป็นตัวละคร มาเป็นผู้ดูละคร (ชีวิต) เพียรเพาะบ่มอินทรีย์ไปด้วยสติปัญญาเข้าไว้ เพราะ เมื่ออินทรีย์แก่กล้า ขันธ์ห้าก็จะดับลง

จึงขอกล่าวยกเอากุศลจิต ที่กระผมได้กระทำลงไปด้วยใจเมตตา และกรุณาตลอดระยะเวลาที่ไปช่วยดูแลคนเจ็บที่โรงพยาบาลมาในวันวานนี้ จงเป็นพลวะปัจจัยให้แก่ทุกท่าน ที่เห็นพ้องในสิ่งที่กระผมเล่าไว้บอกไว้นี้ จงทำให้ท่านสามารถปลดใจจากเรื่องราวที่รกใจได้เร็วๆทุกเรื่อง และทุกสถานการณ์เทอญ.



โดย เทพธรรม [13 ก.ค. 2550 , 07:31:16 น.] ( IP = 58.9.140.74 : : )


  สลักธรรม 3


อ่านแล้วรู้สึกสลดจิต เห็นภาพได้ว่าขณะที่กำลังจะตายนั้นน่ากลัว
เพราะอำนาจของบาปอกุศลนั้น ได้ตามไล่ล่าทำร้ายเราจนวินาทีสุดท้าย
และมาได้ในหลายรูปแบบ ชนิดที่คาดไม่ถึง

และสิ่งหนึ่งที่อ่านแล้วรู้สึกว่า.. ต้องทำให้ได้ ก็คือ การปลดปล่อยจากอารมณ์ต่างๆ ให้เร็ว
เพราะท่านอาจารย์ชี้ให้เห็นว่า..รูปแบบหนึ่งของบาปอกุศลที่แวะมาเยือน ที่คาดไม่ถึง..

ก็คือคำพูดปลอบประโลมด้วยความปรารถนาดีต่างๆจากญาติมิตร
คำพูดเหล่านั้นมาทำให้เราไม่สามารถอยู่กับความสงบที่เรากำลังเกาะอยู่ได้
ดังนั้นหากเราไม่สามารถปลดปล่อยจากอารมณ์ต่างๆได้เร็ว
เราก็จะต้องหันมาพะวงกับคำพูดต่างๆเหล่านั้น

ชีวิตนี้อยู่ก็ยาก จะจากไปก็ยังยากที่จะหลีกหนีจากอำนาจของบาปอกุศลที่ได้กระทำไว้

กราบอนุโมทนาและขอบพระคุณท่านอาจารย์เป็นอย่างสูงค่ะ

โดย พี่ดา [13 ก.ค. 2550 , 09:27:03 น.] ( IP = 124.121.174.87 : : )


  สลักธรรม 4


จากประสบการณ์ของท่านอาจารย์ที่เล่ามา ..ความตายไม่ง่ายเลยจริงๆ ต้องอาศัยหลายสิ่งหลายประการมาประคับประคองให้อยู่ในเส้นทางที่ดี และก็มีความยากมากเพราะไม่สามารถบังคับวิบากที่จะมาปรากฏให้รับรู้ได้เลยทั้งในเรื่องดีและไม่ดีที่จะมาเป็นอุปสรรคต่อความสงบที่กำลังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

เกิดความสลดใจขึ้นหลังจากที่ได้อ่าน เพราะไม่รู้ว่าในมรณาสันนกาลนั้นจะมีอะไรมาปรากฎเป็นเชือกให้โหนข้ามไป หรือจะมีใครบ้างมาช่วยเหลือให้อารมณ์ที่ดีมาปรากฏ และถ้ามีผู้ช่วยเหลือแล้วแต่ไม่มีต้นทุนบุญกุศลที่ได้เคยทำไว้ ก็คงยากที่จะนำมาระลึกเป็นอารมณ์ได้ โดยเฉพาะการหัดดูละครที่เรายังอ่อนด้อยเหลือเกินในการดู และการไม่รู้จักหัดปลดปล่อยอารมณ์ที่เคยได้รับ

นึกถึงเรื่องของทาร์ซานที่พี่เณรเคยนำมาฝากจากหลวงพ่อ ที่มีความเชี่ยวชาญแคล่วคล่องในการใช้ร่างกาย ใช้เถาวัลย์จนสามารถโหนข้ามฟากฝั่งไปได้อย่างปลอดภัย ...และกว่าจะทำได้เช่นนั้นก็ต้องผ่านการฝึกฝนจนชำนาญมาก

คงต้องเริ่มฝึกที่ปัจจุบันกรรม เลือกกระทำและไม่กระทำเพื่อให้เกิดความชำนาญ เหมือนกับเลือกเถาวัลย์ที่เหนียวและแข็งแรงจะโหนข้ามไป เลือกสิ่งแวดล้อมที่ดีเพื่อเสริมสร้างความสบายให้แก่กายและใจให้มีความแข็งแรงโดยการไม่ครุ่นคิดติดปลักอารมณ์ที่ไม่น่าปรารถนา เพื่อที่ว่าเวลาตกทุกข์ได้ยากจะได้มีเพื่อนที่ดีอยู่เคียงข้าง

กราบขอบพระคุณในประสบการณ์ที่นำมาแสดงและกราบอนุโมทนาในงานกุศลสำคัญที่เปี่ยมไปด้วยความเมตตาและความเสียสละของท่านอาจารย์ ที่นำความปลอดภัยให้เกิดแก่ชีวิตหนึ่งที่ต้องไปเวียนว่ายในภพ และนำความสบายใจให้บังเกิดแก่ญาติมิตรที่รุมล้อม

โดย น้องกิ๊ฟ [13 ก.ค. 2550 , 09:42:38 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 5

ขอบพระคุณท่านเทพธรรมมากนะคะ
ที่นำบทกลอนพี่ดอกแก้วมาให้เป็นหลักคิด
และสาระธรรมที่เป็นประโยชน์ต่อการมองชีวิต

อนุโมทนาในกุศลทานที่ท่านได้มีเมตตาช่วยเหลือ
ให้ชีวิตหนึ่งมีโอกาสผ่านพ้น
ภัยจากชีวิตเบื้องหน้า..ภายหลังความตาย

ชีวิตที่ต้องเผชิญกับนาทีสุดท้ายของชีวิต
จึงเป็นเรื่องที่ยากลำบาก

แม้ว่าจะเคยผ่านการได้เฝ้ามองชีวิตเช่นนี้มามาก
ก็เห็นว่ามีความหลากหลายและมีสิ่งที่แวะเวียนมากมาย

การเป็นผู้เป็นฑูตแห่งธรรมก็กระทำได้ยาก
เพราะกระบวนการสร้างเครื่องยึดเหนียวต้องมีฐานที่ร่วมกันได้
ทั้งผู้ให้และผู้รับ

จึงสะท้อนให้เตือนตนเองว่า ต้องหัดสร้างเครื่องยึดเหนี่ยวในฝ่ายกุศลเนืองๆ

เพราะไม่รู้เลยว่า นาทีนั้นจะมีอะไรเกิดขึ้นกับเรา
คงต้องหัดปล่อย หัดมองชีวิตให้ถูก
จะได้มีธรรมเป็นที่พึ่งแก่ตนเองได้

โดย น้องอุ๊ (asomsopon) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [13 ก.ค. 2550 , 11:38:28 น.] ( IP = 202.28.181.9 : : 10.6.129.63 )


  สลักธรรม 6

ขอบพระคุณพี่ดอกแก้วค่ะ

ตราบใดที่ยังไม่ถึงที่หมายคือไม่เกิด สิ่งที่คู่กับชีวิตเราไปเรื่อยๆ "ตายแล้วเกิดเกิดแล้วตาย" ก็จะดำเนินเรื่อยไป

ขออนุโมทนากับกุศลจิตที่ท่านอาจารย์ได้ไปช่วยเหลือเป็นแรงใจในการดึงนิมิตดีๆให้มาปรากฏ ซึ่งเป็นช่วงที่สำคัญมากของชีวิตก่อนที่จะไปเกิดยังภพใหม่

ชีวิตภายหลังความตาย จะดีหรือไม่นั้น อยู่ที่เราจะต้องเร่งสร้างอาจิณกรรมฝ่ายกุศลให้เกิดความสัดทัดให้มากๆ และผู้ที่อยู่รอบๆ ข้างก็สำคัญเช่นกัน ที่จะช่วยให้เกิดความสงบหรือไปตัดตอนความสงบ นั้นๆ

จึงต้องรู้จักหัดปลดปล่อยจากอารมณ์ต่างๆให้เร็วให้ได้ และปลดใจจากเรื่องราวที่รกใจ ด้วย

โดย เซิ่น (เซิ่น) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [13 ก.ค. 2550 , 12:25:20 น.] ( IP = 203.146.147.13 : : )


  สลักธรรม 7

ได้อยู่ร่วมลุ้นระทึกด้วยในช่วงเวลาที่ตะเกียงชีวิตหนึ่งกำลังริบหรี่ ๆ ใกล้จะมอดเต็มที วิบากกุศล และวิบากอกุศลที่ทยอยกันส่งผลนั้น ยากแก่การคาดเดาและควบคุมยิ่งนัก

แต่ละนาทีที่ผ่านไป มีความหมายสำหรับตะเกียง มีความระทึกขวัญสำหรับผู้เฝ้าดู และพยายามปกป้องเปลวไฟตะเกียงที่บางครั้งนิ่งสงบตั้งตรงดูเหมือนจะดี แต่อีกสักครู่เปลวสงบนั้นก็กวัดแกว่งไปมา เพราะถูกแรงลม เบาบ้าง โหมกระหน่ำบ้าง มาตัดตอนความสงบไป

ด้วยน้ำมือ น้ำคำ และน้ำใจจากท่านอาจารย์ที่คอยปกป้องตะเกียงจากแรงลม ตามคำมั่นสัญญา ทำให้ช่วงโค้งสุดท้ายของตะเกียงชีวิตอันนี้ไม่ธรรมดาเลย

แม้จะมีญาติสนิท มิตรสหายอยู่ในห้องนั้นกว่ายี่สิบคนได้ บรรยากาศในห้องถูกอาบด้วยมนต์แห่งความสงบ สยบความเคลื่อนไหวอยู่โดยรอบ จึงไม่มีเสียงร้องไห้คร่ำครวญ คำตัดพ้ออาลัยให้ได้ยินเลย เป็นความเงียบที่ลุ้นระทึกจริง ๆ สื่อถึงความเข้าใจสภาพ การเตรียมพร้อมไปของตะเกียงและผู้เฝ้าดู

เชื่อว่า จะได้พบความสวัสดีนะ เพื่อนรัก

กราบขอบพระคุณในความเมตตาและเสียสละของท่านอาจารย์...

โดย herb (herbal) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [13 ก.ค. 2550 , 23:26:09 น.] ( IP = 203.146.63.185 : : )


  สลักธรรม 8


ความตาย ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย.....เป็นเรื่องที่น่ากลัวมาก
เพราะได้มีโอกาสอยู่ในเหตุการณ์ ณ วันนั้น

ได้เห็นการทุ่มเทของท่านอาจารย์ที่พยายามช่วยลูกศิษย์ในวาระสุดท้ายของชีวิต โดยไม่มีความห่วงใยในตัวเอง
แม้จะต้องเริ่มต้นใหม่หลายๆ ครั้งกับการให้อารมณ์ที่ดี...กับผู้ป่วย
และยังต้องอดทนกับสิ่งที่มารบกวนอันเป็นวิบากอกุศลที่ผลัดกันเข้ามาครั้งแล้วครั้งเล่า จนทำให้ความสงบของผู้ป่วยที่กำลังจะเข้าที่ ต้องซัดส่ายไปอีก ทำให้อาจารย์ต้องเริ่มต้นใหม่อีก ...หลายๆ ครั้ง

แต่ก็ทำให้ได้ประจักษ์ในสิ่งที่เราได้เรียนมา ไม่ว่าจะเป็น....สัตว์โลกต่างมีกรรมเป็นของของตน หรือ คำว่า ไม่มีใครบังคับบัญชาได้ ทุกอย่างเป็นไปตามอำนาจกรรมที่ต่างคนต่างทำมา...

ที่สำคัญ..การทำความดีอย่างมั่นคงของท่านอาจารย์ในวันนั้น ....ประทับใจเป็นอย่างมาก
...อยากบอกทุกๆคนว่า เราโชคดีที่ได้มาเป็นลูกศิษย์ของท่านอาจารย์ ผู้สอนพวกเราด้วยการกระทำ และด้วยหัวใจที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรักที่จะให้

แม้วันนี้ท่านก็ยังนำประสบการณ์นั้นกลับมาสอนให้เรารู้จักหัดปลดปล่อยอารมณ์จากเรื่องราวให้ได้
ไม่เช่นนั้น สิ่งที่ตามมา น่ากลัวยิ่งนัก โดยเฉพาะ ...ก่อนตาย

ยิ่งได้อ่านข้อความที่ว่า
จบไปแล้วละครฉากหนึ่ง...แต่ไม่ใช่ฉากสุดท้าย
ยิ่งรู้สึกหดหู่ยิ่งขึ้น เพราะไม่รู้ว่า เราจะต้องตายแล้วเกิด เกิดแล้วตายอีกสักแค่ไหน

กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์มากค่ะ ในทุกถ้อยคำที่ปรารถนาให้พวกเราเพ้นไปจากความทุกข์
และจะพยายามทำตามคำแนะนำของท่านอาจารย์ค่ะ

โดย วยุรี [14 ก.ค. 2550 , 13:36:30 น.] ( IP = 58.9.142.155 : : )


  สลักธรรม 9


ได้รับฟังเรื่องราว ละครฉากสุดท้ายของเพื่อนคนนั้นจากอาจารย์
ทำให้ทราบแน่แก่ใจตนเองว่า ..ตนเองนั้นยังไม่พร้อมที่จะตาย...
แม้ทราบว่าหากฉากสุดท้ายของชีวิตมาถึงจริงขณะนี้ อาจารย์พร้อมช่วยเราตลอดเวลาก็ตาม

แต่เป็นเพราะทราบดีว่า สติยังไม่แข็งแรงพอที่จะสกัดกั้นอารมณ์ภายนอกต่างๆ ที่ประเดประดังเข้ามาได้เลย
ดังนั้นแม้จะโชคดีเพียงไร แต่หากว่าเราไม่พร้อม.. ความโชคดีนั้นก็ไร้ค่า...

กราบขอบพระคุณอาจารย์มากค่ะ

โดย พี่ดา [16 ก.ค. 2550 , 10:39:13 น.] ( IP = 124.121.174.185 : : )


  สลักธรรม 10

ความตายเป็นสิ่งน่ากลัวที่ไม่มีใครปรารถนา แต่ทุกคนก็จะต้องพบ ไม่วันใดก็วันหนึ่ง
การฝึกจิตจึงเป็นสิ่งสำคัญ หัดปลดปล่อยจากอารมณ์ต่างๆให้เร็วให้ได้ ตามที่อาจารย์สอน เพื่อจิตจะได้สงบไม่ซัดส่ายไปในอารมณ์ต่างๆมากนัก
เพื่อจะได้เป็นเกราะป้องกันภัยให้กับตัวเองได้ชั้นหนึ่ง
เมื่อเวลานั้นมาถึง

กราบอนุโมทนาท่านอาจารย์และขอบพระคุณที่เตือนใจให้ไม่ประมาทค่ะ

โดย ธัญธร [16 ก.ค. 2550 , 10:50:40 น.] ( IP = 125.27.190.54 : : )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org