มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ความมหัศจรรย์ของชีวิต เจตสิกปรมัตถ์ (๑๑)








ความมหัศจรรย์ของชีวิต เจตสิกปรมัตถ์ (๑๑)
โดย อาจารย์บุญมี เมธางกูร


ตอนที่ผ่านมา

ป. สวัสดีขอรับ คุณลุง

ก. สวัสดี หลาน

ป. เมื่อคราวที่แล้วมา คุณลุงได้แสดงถึงเจตสิกไป ๓ ประเภท คือ สัญญา เจตนา เอกัคคตาเจตสิก แล้วก็ได้อธิบายว่า สัญญาอันได้แก่เจตสิกที่มีหน้าที่เก็บหรือจดจำอารมณ์ต่างๆ ที่ผ่านมาทางทวารทั้ง ๖ เจตนานั้นหมายถึงตัวการทำให้กรรมอันเป็นบาปหรือบุญเกิดขึ้นมา

จำนวนจิตที่เป็นบาปหรือบุญนั้นมีอยู่ ๒๙ ประเภทหรือ ๒๙ ดวง และตัวสุดท้ายคุณลุงได้อธิบายถึงเอกัคตาเจตสิก ซึ่งเป็นตัวที่ทำให้จิตตั้งมั่นอยู่ในอารมณ์ ที่เรียกกันว่าสมาธินั่นเอง เจตสิกทั้ง ๕ ประเภทที่คุณลุงได้บรรยายไปแล้วนั้น ถ้าคุณลุงไม่ติดใจที่จะอธิบายเพิ่มเติม ผมก็จะขอศึกษาต่อๆ ไปอีก

ก. ดีแล้วหลาน ลุงก็จะได้บรรยายถึงเจตสิกดวงที่ ๖ กับตัวที่ ๗ ต่อไป อันได้แก่ชีวิตินทรีย์เจตสิก กับมนสิการเจตสิก

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [19 ก.ค. 2550 , 08:15:50 น.] ( IP = 203.113.67.46 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 1



ชีวิตินทรีย์เจตสิกคืออะไร?


ชอบมีผู้ตั้งคำถามว่า "ชีวิตคืออะไร?" แล้วก็ชอบมีผู้ให้คำอธิบายเรื่อง"ชีวิต"ไปในแง่มุมต่างๆ

ในหลักของปรมัตถธรรม แม้คำว่า "ชีวิต" จะแปลว่า อายุหรือความเป็นอยู่ก็จริง แต่ก็มีความหมายที่จะต้องทำความเข้าใจอีกมากมายนัก เพราะคำแปลว่าอายุก็ดี ความเป็นอยู่ก็ดี หาได้ทำความเข้าใจได้เพียงพอไม่

คำว่า "ชีวิต" นั้นแบ่งออกเป็น ๒ อย่าง คือ รูปชีวิตกับนามชีวิต ทั้ง ๒ อย่างนี้มีความหมายมิได้เหมือนกัน เพราะอันหนึ่งเป็นรูป แต่อีกอันหนึ่งเป็นนาม และคนหรือสัตว์เดรัจฉานก็จะต้องมีชีวิตทั้ง ๒ นี้

การทำความเข้าใจเรื่องนามชีวิตออกจะยากอยู่บ้าง ดังนั้น ลุงจึงเห็นควรจะต้องซักถามหลานให้กว้างขวางสักหน่อย ตามที่หลานได้เรียนมาแล้ว มีสิ่งใดบ้างหรือไม่ที่เกิดขึ้นมาโดดเดี่ยวแต่ลำพัง ไม่มีอะไรร่วมด้วย

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [19 ก.ค. 2550 , 08:16:21 น.] ( IP = 203.113.67.46 : : )


  สลักธรรม 2



ป. สรรพสิ่งทั้งหลายในโลกนี้ เป็นธรรมชาติที่จะเกิดขึ้นมาโดดเดี่ยวแต่ลำพังมิได้ จะต้องเกิดร่วมกันหลายสิ่งหลายอย่างรวมๆ กัน แล้วแต่ละอย่างต่างก็ทำหน้าที่ของตนๆ

ก.ขอให้หลานลองยกตัวอย่างขึ้นมาสัก ๑ หรือ ๒ ตัวอย่างได้ไหม

ป. ได้ซีขอรับ เช่นโต๊ะตัวนี้ ก็ย่อมจะมีไม้ มีเสา มีกระดาน มีตะปู มีสีที่ทา หรือถ้าแยกออกตามหลักปรมัตถธรรม แม้จะเป็นไม้ชิ้นเดียว มันก็ย่อมจะมีธาตุดิน น้ำ ไฟ ลม มีสี กลิ่น รส โอชะ หรือถ้าแยกออกตามหลักวิชาวิทยาศาสตร์ มันก็จะเป็นหน่วยเล็กๆ คือปรมาณู และในปรมาณูทั้งหมดเหล่านั้น มันก็จะเป็นประจุไฟฟ้าซึ่งมีทั้งบวกทั้งลบ เป็นต้น

ก. ขอให้หลานลองแยกและอธิบายเรื่องปรมาณูที่ยกขึ้นมาให้ฟังสักหน่อย

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [19 ก.ค. 2550 , 08:16:49 น.] ( IP = 203.113.67.46 : : )


  สลักธรรม 3



ป. ได้ซีขอรับ

วัตถุหรือสสารทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นโต๊ะ เก้าอี้ คน สัตว์ หรือสิ่งใด เมื่อแบ่งให้เล็กลงๆ แล้ว ในที่สุดมันก็จะเป็นปรมาณู ในหนึ่งปรมาณูนั้นย่อมจะมีประจุไฟฟ้าบวกและที่นี่องที่มีพลังงานอันมหาศาลซ่อนเร้นอยู่

เพราะประจุไฟฟ้าลบกับไฟฟ้าบวกนั้นย่อมจะดึงดูดซึ่งกันและกัน ประจุไฟฟ้าชนิดเดียวกันเช่นบวกกับบวกจะผลักดันซึ่งกันและกัน ด้วยเหตุนี้ที่จุดศูนย์กลางของปรมาณูมีประจุไฟฟ้าบวกรวมกันอยู่หลายตัว จึงย่อมจะปลักดันกันอยู่ตลอดเวลา แต่ผลักดันกันไม่หลุดออกไป ก็เพราะมันมีกำลังยึดโยงเอาไว้ และกำลังยึดโยงมิใช่เล็กน้อยเลย จึงยับยั้งการผลักดันกันได้สำเร็จ

ก.หลานก็คงจะไม่ปฏิเสธว่า บ้านหลังหนึ่งที่ประกอบกันขึ้นมาเป็นบ้านได้นั้นเสาก็ดี ฝาเรือนก็ดี ประตูหน้าต่างก็ดี หลังคาและพื้นก็ดี แต่ละชิ้นส่วนเหล่านี้ ล้วนแต่มีความสำคัญด้วยกันทั้งนั้น

แต่ขอให้หลานลองคิดดูทีหรือว่า ทุกๆ ชิ้นส่วนดังกล่าวนั้น ประชุมกันอยู่เป็นรูปบ้านได้ก็จะต้องมีตัวการสำคัญอีกอย่างหนึ่งที่จะควบคุมบ้านหลังนี้ให้เป็นบ้านอยู่ได้ มิให้กระจัดกระจายออกไป หลานว่าสิ่งนั้นคืออะไร

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [19 ก.ค. 2550 , 08:17:13 น.] ( IP = 203.113.67.46 : : )


  สลักธรรม 4



ป. ตัวการที่ยึดโยงให้บ้านยังคงเป็นรูปบ้านอยู่ได้ไม่กระจัดกระจายหลุดออกไปจากกันนั้น ก็เพราะมีน๊อต ตะปูหรือสลักไม้ เป็นตัวยึดโยงเอาไว้ หาไม่แล้วบ้านทั้งหลังก็จะพังทลายลงมา

ก.จิตใจก็เป็นธรรมชาติอย่างหนึ่งที่จะต้องมีเจตสิกเกิดขึ้นเป็นอันมาก เพื่อทำการงานต่างๆ เช่น ผัสสเจตสิกกระทำหน้าที่รับกระทบอารมณ์ทั้ง ๖ ทวาร เวทนาเจตสิกกระทำหน้าที่เสวยอารมณ์ทั้ง ๖ ทวาร และสัญญาเจตสิกกระทำหน้าที่เก็บอารมณ์เอาไว้ภายในจิตจากอารมณ์ที่มากระทบทั้ง ๖ ทวาร ดังนี้เป็นต้น

ในบางคราวเจตสิกเกิดขึ้นตั้งมากมายเพื่อกระทำการรับอารมณ์ให้สำเร็จลง และในบางคราวก็มีเจตสิกร่วมประชุมทำการงานกันน้อย เช่นในเวลานอนหลับสนิทเป็นต้น ไปจนถึงอย่างมากอาจถึง ๓๐ เศษ เช่นจิตในโลกุตตรมรรคก็ได้

เมื่อเป็นดังนี้ ถ้าหากมิได้มีตัวการยึดโยงเจตสิกแต่ละตัวที่ร่วมสัมปยุต คือประชุมพร้อมกันในเวลาที่รับอารมณ์ขณะหนึ่งๆ แล้ว การงานรับอารมณ์ดังกล่าวนั้น ก็จะเกิดขึ้นมาไม่ได้เป็นแน่

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [19 ก.ค. 2550 , 08:17:37 น.] ( IP = 203.113.67.46 : : )


  สลักธรรม 5



ชีวิตินทรีย์เจตสิกนี่เองเป็นตัวการยึดโยงเอาไว้ มิให้จิตและเจตสิกทั้งหลายกระจัดกระจายออกไปจากกัน

ดังนั้น ชีวิตินทรีย์เจตสิกจึงเป็นธรรมชาติที่เป็นอินทรีย์ คือความเป็นใหญ่ เป็นประธาน เป็นหัวหน้าในการรักษานามธรรมทั้งหมดที่เกิดขึ้นมาในขณะหนึ่งๆ นั้นให้ตั้งอยู่จนถึงภวังคขณะคือดับลง

เราเรียกกันในภาษาบาลีว่า รักษา "สหชาตธรรม" ให้ตั้งอยู่ คือรักษาธรรมที่เกิดร่วมกันนั้นให้ตั้งอยู่และทำงานไปตามหน้าที่

ตามที่ลุงได้ซักถามให้หลานตอบ พร้อมทั้งบรรยายประกอบดังนี้ หลานคิดว่าอย่างไร นามชีวิตินทรีย์เจตสิกเป็นตัวการสำคัญเพียงใด ที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงตั้งชื่ว่า "ชีวิต" เป็นอินทรีย์ หรือตัวยึดโยงนั้น ย่อมเป็นใหญ่เป็นประธาน เป็นการเหมาะสมกับความจริงหรือไม่ แล้วหลานลองเอาคำว่า "ชีวิต" ที่ใช้กันในทางโลกมาพิจารณาเปรียบเทียบกันดู หลานเห็นว่ามีความแยบยลลึกซึ้งผิดกันเพียงใด

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [19 ก.ค. 2550 , 08:17:58 น.] ( IP = 203.113.67.46 : : )


  สลักธรรม 6



ป. ตามที่คุณลุงได้อธิบายมาแล้ว ผมก็มีความเข้าใจ ได้เห็นพระปรีชาสามารถของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าว่ามีเพียงใด ทั้งๆ ที่จิต เจตสิก ที่เกิดขึ้นมาเหล่านั้นเป็นนามธรรม สัมผัสถูกต้องไม่ได้ แม้มองดูหรือจะส่องกล้องที่ขยายเท่าใดๆ ก็มองไม่เห็น แต่กระนั้นพระองค์ก็ยังแสดงให้ทราบว่า มีความพิสดารอย่างไร ทั้งสอนไปตามธรรมชาติด้วย

ดังนั้น ผมจึงเห็นว่า ผู้ที่มิได้ศึกษาเล่าเรียนหรือศึกษาไม่มากพอก็จะมองเห็นความละเอียดลึกซึ้งในคำสอนของพระองค์ไม่ได้ แล้วก็ตัดสินพระองค์ไปตามอำนาจความคิดนึกของตนเอง เช่นพูดว่า ท่านออกไปสู่ป่าศึกษาเล่าเรียน แล้วก็ค้นคว้าจนรู้ขึ้นมา

ซึ่งผมคิดว่า การศึกษาการค้นคว้าในเรื่องเหล่านี้ไม่มีหนทางเป็นไปได้เลยเป็นอันขาด พระองค์ท่านจะต้องได้จากการตรัสรู้ ซึ่งคงจะพิเศษที่ไม่เหมือนกับนักปราชญ์ราชบัณฑิตศึกษาค้นคว้าในวิทยาการต่างๆ ขึ้นมาได้ ในเรื่องนี้ผมจะต้องขอให้คุณลุงอธิบายสักวันหนึ่งข้างหน้าว่า การที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงตรัสรู้ขึ้นมาได้ด้วยพระองค์เองนั้น พระองค์ตรัสรู้ได้ด้วยวิธีการใด

คำว่าชีวิตินทรีย์เจตสิกที่คุณลุงอธิบายมานั้น นับว่าเป็นตัวการสำคัญมากทีเดียวเพราะว่า เป็นตัวประสานให้การงานรับรู้อารมณ์สำเร็จ หาไม่แล้วอารมณ์ต่างๆ ก็จะเกิดขึ้นไม่ได้เป็นแน่ และที่จัดว่าเป็นการเหมาะสมที่สุดเมื่อเอาคำว่า "ชีวิต" ในทางโลกมาเปรียบเทียบกันแล้ว ก็เห็นได้ว่า ความลึกซึ้งนั้นห่างไกลกันมากทีเดียว เพราะชื่อว่า "ชีวิต" ด้วย แล้วก็เป็นตัวสำคัญที่สุดด้วย

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [19 ก.ค. 2550 , 08:18:24 น.] ( IP = 203.113.67.46 : : )


  สลักธรรม 7



คุณลุงขอรับ คนเรามีชีวิตตามที่พูดที่เข้าใจกันนั้น ก็หมายถึงชีวิตินทรีย์เจตสิกนี้เองหรือ หรือว่ามีอะไรอื่นเข้ามาเกี่ยวข้องพัวพันด้วยอีก

ก.มนุษย์และสัตว์เดรัจฉานตลอดจนสัตว์นรกและเทวดา มีอยู่เป็นอยู่ได้ก็เพราะอาศัยมีชีวิตนั้นถูกแล้ว แต่ชีวิตหาได้มีอย่างเดียวมิได้ เพราะชีวิตนั้นมีอยู่ ๒ คือ นามชีวิตกับรูปชีวิต

ที่เรากำลังเรียนกันอยู่นี้เรียกว่า นามชีวิต หรือนามชีวิตินทรีย์ อันเป็นตัวควบคุมนามธรรมให้ดำเนินไปได้ กับอีกอย่างหนึ่งเรียกว่า รูปชีวิต หรือรูปชิวิตินทรีย์ อันเป็นตัวควบคุมรูปธรรมที่เกิดขึ้นมาจากรรมชรูป ให้เป็นไปตลอดชั่วอายุของรูปที่เกิดขึ้นมาและตั้งอยู่

ฉะนั้น สัตว์ทั้งหลายจึงได้มีชีวิต ๒ อย่าง และเมื่อชีวิตได้ถึงที่สุดลงที่เราเรียกกันว่าตายนั้น ทั้งนามและทั้งรูปชีวิตได้เกิดขึ้นมาเพื่อทำการงาน ซึ่งหลานจะได้ศึกษาความละเอียดในเรื่องนี้ต่อไปข้างหน้า

ชีวิตินทรีย์เจตสิก มีลักขณาทิจตุกะดังนี้

๑. สหชาตานํ อนุปลน ลกฺขณํ มีการเลี้ยงรักษาสหชาตธรรม เป็นลักษณะ
๒. เตสํ ปวตฺตนรสํ มีความตั้งอยู่และเป็นไปได้ เป็นกิจ
๓. เตสญฺเญว ถปน ปจฺจุปฎฺฐานา มีการทรงอยู่ซึ่งสหชาตธรรม เป็นผล
๔. เสสขนฺชตฺตย ปทฏฺฐานา มีนามขันธ์ ๓ ที่เหลือ (คือเวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ วิญญาณขันธ์) เป็นเหตุใกล้

โปรดติดตามตอนต่อไป

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [19 ก.ค. 2550 , 08:19:06 น.] ( IP = 203.113.67.46 : : )


  สลักธรรม 8

กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์เป็นอย่างสูงค่ะ
ยิ่งศึกษายิ่งทำให้เข้าใจเรื่องราวของชีวิตมากขึ้น

มาถึงคราวนี้นอกจากจะเข้าใจเจตสิกแต่ละดวงแล้ว
ยังทำให้เห็นความสำคัญของผู้ควบคุมนามธรรมเพิ่มขึ้นอีก
ว่าไปแล้วแต่ละดวงต่างก็มีบทบาทหน้าที่ของแต่อย่าง
และร่วมกันทำหน้าที่ได้อย่างกลมกลืน
มิน่า หากไม่ศึกษาละก้อก็หลงผิดว่านามธรรมยังเป็นกลุ่มก้อนเดียวกันเลย

หากไม่ใช่เพราะพระสัพพัญญุตญาณแล้ว
เราคงไม่มีโอกาสเข้าใจเป็นแน่

มหัศจรรย์จริงๆนะคะ
ขอบพระคุณพี่เณรมากนะคะ

โดย น้องอุ๊ (asomsopon) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [19 ก.ค. 2550 , 12:49:27 น.] ( IP = 125.24.36.117 : : )


  สลักธรรม 9

กราบบูชาพระคุณของท่านอาจารย์ที่ให้ธรรมทานค่ะ

โดย น้องกิ๊ฟ [19 ก.ค. 2550 , 12:57:28 น.] ( IP = 203.113.67.46 : : )


  สลักธรรม 10

มาศึกษาและทำเข้าใจในเรื่องของชีวิต ซึ่งมีทั้งนามชีวิตกับรูปชีวิต

กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์ค่ะ

โดย เซิ่น [19 ก.ค. 2550 , 18:12:11 น.] ( IP = 203.146.147.13 : : )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org