มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


พระอภิธรรมเป็นพุทธพจน์ (๓)




โดย...อาจารย์บุญมี เมธางกูร


ตอนที่ผ่านมา

๓. ความยังปรากฎต่อไปอีกว่า พญามารผู้นี้ได้มาห้ามพระมหาบุรุษเมื่อกำลังเสด็จออกมหาภิเนษกรมณ์ ขณะที่เสด็จพ้นจากพระนครแล้ว ในตอนนี้ถ้าจะว่าพระพญามารเป็นกิเลส ก็หมายความว่า พอเมื่อพระมหาบุรุษเสด็จออกพ้นพระนครก็ได้กระทบกับความลำบาก จึงเกิดท้อพระทัย การคาดคะเนอย่างนี้เป็นการหมิ่นน้ำพระทัยของพระมหาบุรุษ อย่างที่ไม่น่าจะคิดเห็นเช่นนั้นได้ เพราะพระมหาบุรุษนั้นย่อมมีพระขันติวิริยภาพเป็นอย่างยิ่ง ดังจะเห็นได้ว่า หลังจากที่ได้ทรงอำลาจากท่านอาฬารดาบส กาลามโคตร และท่านอุทกดาบส รามบุตร ไปแสวงหาโมกธรรมโดยลำพงพระองค์เอง พระองค์ได้ทรงทำทุกรกิริยาด้วยการทรมารพระองค์ถึง 3 วาระ คือ

วาระแรก ทรงกดพระทนต์ด้วยพระทนต์ กดพระตาลุด้วยพระชิวหาไว้ให้แน่น จนพระเสโทไหลจากพระกัจฉะ ในเวลานั้นได้เสวยทุกขเวทนาอันกล้า เปรียบเหมือนบุรุษผู้มีกำลังมาก จับบุรุษผู้มีกำลังน้อยไว้ที่ศรีษะ หรือที่คอ บีบให้แน่น ฉะนั้น แม้พระกายจะกระวนกระวายไม่สงบระงับอย่างนี้ ทุกขเวทนานั้นก็ไม่อาจครอบงำพระหฤทัยให้กระสับกระส่าย พระองค์มีพระสติมั่น ไม่ฟั่นเฟือน ปรารภความเพียรไม่ท้อถอย ครั้นทรงเห็นว่าการกระทำอย่างนั้น ไม่ใช่ทางตรัสรู้ จึงทรงเปลี่ยนวิธีอื่นต่อไป

วาระที่ ๒ ทรงผ่อนกลั้นลมอัสสาสะปัสสาสะ เมื่อลมไม่ได้ทางเดินสะดวก โดยช่องพระนาสิกและช่องพระโอษฐ์ ก็เกิดเสียงดังอู้ทางช่องพระกรรณทั้งสอง ให้ปวดพระเศียร เสียดพระอุทร ร้อนในพระกายเป็นกำลัง แม้จะได้เสวยทุกขเวทนากล้าถึงเพียงนี้ ทุกขเวทนานั้น ก็ไม่อาจครอบงำพระหฤทัยให้กระสับกระส่าย มีพระสติมั่น ไม่ฟั่นเฟือน ปรารภความเพียรไม่ย่อหย่อน ครั้นเห็นว่าการกระทำอย่างนี้ไม่ใช่ทางตรัสรู้ ก็ทรงเปลี่ยนวิธีอื่นต่อไป

โดย เทพธรรม...นำมาฝาก [20 ก.ค. 2550 , 07:37:40 น.] ( IP = 58.8.46.170 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

วาระที่ ๓ ทรงอดอาหาร ผ่อนเสวยแต่วันละน้อย ๆ บ้าง เสวยอาหารละเอียดบ้าง จนพระกายเหี่ยวแห้ง พระฉวีเศร้าหมอง พระอัฏฐิปรากฏทั่วพระวรกาย เมื่อทรงลูบพระกาย เส้นพระโลมามีรากเน่าร่วงจากขุมพระโลมา พระกำลังน้อยถอยลง จะเสด็จไปข้างไหนก็ซวนล้ม วันหนึ่งทรงอ่อนพระกำลังอิดโรยหิวโหยที่สุด จนไม่สามารถจะทรงพระกายไว้ได้ ก็ทรงวิสัญญีภาพ ล้มลงในที่นั้น

เมื่อได้สัญญาฟื้นพระกายกุมพระสติให้ตั้งมั่น พิจารณาดูปฏิปทาในทุกรกิริยาที่ทำอยู่ ทรงพระดำริว่า ถึงบุคคลทั้งหลายใด ๆ ในโลกนี้ จะทำทุกรกิริยาอย่างอุกฤษฏ์นี้ บุคคลนั้น ๆ ก็ทำทุกรกิริยาเสมออาตมาเท่านั้น จะทำให้ยิ่งกว่าอาตมาหามิได้ แม้อาตมาปฏิบัติอย่างอุกฤษฏ์อย่างนี้แล้ว ไฉนหนอจึงยังไม่ได้บรรลุพระโพธิญาณ ชะรอยทางตรัสรู้จะเป็นอย่างอื่น ไม่ใช่อย่างนี้

เกิดพระสติหวนระลึกถึงความเพียรทางใจว่า จะเป็นทางตรัสรู้ได้บ้าง ดังนี้จะเห็นได้ว่า พระมหาบุรุษนั้นทรงพระขันติวิริยภาพเพียงไร สำมะหาอะไรแต่เพียงพอเสด็จออกจากพระนคร ยังประทับอยู่บนหลังม้าแท้ ๆ จะเกิดท้อพระทัย จึงไม่น่าจะเห็นว่าพญามารที่มาห้าม เป็นกิเลสภายในพระองค์

โดย เทพธรรม...นำมาฝาก [20 ก.ค. 2550 , 07:38:35 น.] ( IP = 58.8.46.170 : : )


  สลักธรรม 2

นอกจากนั้นยังปรากฏอีกว่า พญามารได้มาห้ามเมื่อทรงกระทำทุกรกิริยาด้วยมหาพิริยภาพอันยิ่งอีกตอนหนึ่ง ด้วยเกรงว่าพระมหาบุรุษจะบรรลุพระสัมมาสัมโพธิญาณ ทั้งนี้ถ้าจะถือเอาการที่ทรงได้พระสติว่า การกระทำนั้น ๆ ชะรอยจะไม่ใช่ทางตรัสรู้ จึงเปลี่ยนวิธีใหม่ ตลอดจนถึงการเปลี่ยนเป็นการทำความเพียรทางใจให้เป็นพญามารแล้วก็ไม่สมควรกัน

เพราะมารเป็นสภาพทำลายกุศลธรรม แต่การได้พระสติว่าการกระทำนั้น ๆ ไม่ใช่ทางตรัสรู้ เป็นพระปัญญา เป็นธรรมฝ่ายก่อให้ถึงความสำเร็จ ไม่ใช่เป็นธรรมฝ่ายทำลาย เป็นคนละฝ่ายกัน จึงไม่น่าจะปรับเอาการได้พระสติเป็นพญามารไป

นอกจากนั้นปรากฎอีกว่า พญามารผู้นี้ได้มาอารธนาสมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าให้ปรินิพพาน ตั้งแต่เมื่อแรกตรัสรู้ครั้งหนึ่ง ซึ่งพระพุทธองค์ตรัสว่า เมื่อใดสาวกของตถาคต คือ ภิกขุ ภิกขุณี อุบาสก อุบาสิกา เป็นพหูสูตรอันฉลาด อาจทรงไว้ซึ่งพระธรรมวินัยและปฏิบัติศึกษาเล่าเรียนบอกกล่าวสืบต่อกันไป และแสดงธรรมเทศนาโปรดเวไนยนิกร สัตว์ เทพยดา มนุษย์ ให้สำเร็จมรรคผลนิพพานได้ ยังศาสนามรรคพรหมจรรย์ให้แผ่ไพศาลไปทั่วโลกธาตุ กาลเมื่อใด ตถาคตจึงจะรับอาราธนาเข้าสู่พระนิพพานในกาลเมื่อนั้น

พญามารผู้นี้ก็ได้คอยโอกาสนั้นอยู่ เมื่อสภาพการณ์เป็นไปสมด้วยพระพุทธดำรัสแล้ว พญามารก็ได้มาอาราธนาอีกครั้งหนึ่ง ขณะที่เสด็จมาสถิต ณ ปาวาลเจดีย์ ซึ่งพระสัพพัญญูพุทธเจ้าก็ได้ทรงรับอาราธนา ในกาลเหล่านี้จะว่าเป็นการแปลงธรรมเป็นปุคคลาธิษฐาน ดูก็ไม่น่าจะเป็นไปได้ และถ้าเป็นการแปลงธรรมให้เป็นปุคคลาธิษฐาน ก็ไม่น่าจะต้องกล่าวถึงตั้งหลายแห่งดังนั้น

โดย เทพธรรม...นำมาฝาก [20 ก.ค. 2550 , 07:38:56 น.] ( IP = 58.8.46.170 : : )


  สลักธรรม 3

ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อพระพุทธปรินิพพานล่วงแล้วได้ ๒๐๐ ปีเศษ สมัยที่พระเจ้าธรรมาโศกราชเสวยราชสมบัติในปาตลีบุตรมหานคร ได้ทรงแจกพระบรมธาตุไปประดิษฐานทั่วสกลชมพูทวีป และอัญเชิญพระบรมธาตุที่เหลือไว้นั้น บรรจุเข้าในพระมหาสถูปประดิษฐานริมฝั่งแม่น้ำมหาคงคานที ใกล้กรุงปาตลีบุตร พระองค์มีพระหฤทัยปรารถนาจะกระทำมหามหกรรมฉลองพระสถูปทั้ง ๘ หมื่น ๘ พันพระองค์ ทุก ๆ พระนครทั่วสกลชมพูทวีป เป็นมหาสักการบูชาให้ถ้วน ๗ ปี ๗ เดือน ๗ วัน

สมัยนั้นพญามารผู้นี้ก็ได้มาเพื่อจะทำอันตรายแก่มหากุศลอันยิ่งใหญ่นี้ หากแต่ได้พระกีสนาคอุปคุตเถระป้องกันไว้ และทรมารพญามารให้คลายพยศ ถึงได้ปรารถนาพุทธภูมิ ถ้าเป็นการแปลงธรรมให้ปุคคลาทิฏฐาน ก็น่าจะหมดเรื่องกันตั้งแต่สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าเสด็จดับขันธปรินิพพาน ไฉนเมื่อเวลาล่วงแล้วถึง ๒๐๐ ปีเศษ เรื่องของพญามารก็ยังมีอยู่อีกและยังกล่าวต่อไปอีกว่า พญามารผู้นี้ได้ปรารถนาพุทธภูมิด้วยซ้ำ และทั้งการปรารถนาพุทธภูมิของพญามารนี้ ก็กล่าวว่าสมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพยากรณ์ไว้ก่อนแล้วด้วย

ถ้าเป็นการแปลงธรรมเป็นปุคคลาธิษฐาน ก็เป็นการจงใจพยายามจะให้บุคคลทั้งหลายหลงเชื่อเสียเหลือเกิน ไม่น่าจะเป็นไปได้

โดย เทพธรรม...นำมาฝาก [20 ก.ค. 2550 , 07:39:17 น.] ( IP = 58.8.46.170 : : )


  สลักธรรม 4

๔. ปัญหาที่ควรพิจารณาเป็นประการสุดท้ายก็คือ คำว่า พญามาร นั้นหมายความว่าอะไร มาร แปลว่า ผู้ทำลายประโยชน์ ท่านจำแนกไว้ ๕ ประเภท คือ อภิสังขารมาร กิเลสมาร ขันธมาร มัจจุมาร เทวบุตรมาร

อภิสังขารมาร อภิสังขารคือ กรรมในอดีตภพ ได้แก่ ปัญญาภิสังขาร อปุญญาภิสังขาร อเนญชาภิสังขาร อภิสังขารเหล่านี้เป็นเหตุให้บุคคลทั้งหลายต้องปฏิสนธิในภูมิต่าง ๆ ผู้ใดยังต้องปฏิสนธิอยู่ ผู้นั้นย่อมยังไม่ถึงความพ้นทุกข์ อภิสังขารเหล่านี้ที่ชื่อว่ามาร ก็เพราะเป็นผู้ทำลายหรือกีดกั้นหนทางที่บุคคลทั้งหลายจะเข้าถึงความพ้นทุกข์ คือมรรคผล นิพพาน ประการหนึ่ง

กิเลสมาร กิเลส คือ ความใคร่ในอารมณ์ต่าง ๆ บุคคลทั้งหลายเมื่อได้ปฏิสนธิในภูมิใดภูมิหนึ่งแล้ว ก็เกิดความใคร่พอใจติดอยู่ในอารมณ์ต่าง ๆ กิเลสชื่อว่ามารก็เพราะความใครพอใจติดอยู่ในอารมณ์ต่าง ๆ นั้น ย่อมกีดกั้นป้องกันมิให้ละวางอารมณ์นั้น ๆ เพื่อปฏิบัติกิจอันจะเป็นทางพ้นทุกข์ ซึ่งเป็นการทำลายหรือกีดกั้นหนทางที่บุคคลทั้งหลายจะก้าวถึงความพ้นทุกข์ คือ มรรคผลนิพพาน ประการหนึ่ง

ขันธมาร ขันธ์เมื่อกล่าวโดยส่วนรวมก็คือขันธ์ ๕ ที่บุคคลทั้งหลายครองอยู่ ขันธ์ ๕ นี้ตั้งแต่เริ่มปฏิสนธิขึ้นมา ก็มีอันแปรปรวนไปด้วย ชราบ้าง พยาธิบ้าง ทำให้บุคคลผู้ครองหย่อนสมรรถภาพทั้งทางร่างกายและจิตใจ ขันธ์ที่ชื่อว่ามารก็เพราะหย่อนสมรรถภาพในทางร่างกายหรือจิตใจส่วนใดส่วนหนึ่งก็ดี ย่อมเป็นการกีดกั้นป้องกันมิให้บุคคลทั้งหลายปฏิบัติธรรมเพื่อความพ้นทุกข์ เป็นการทำลายหนทางที่บุคคลทั้งหลายจะก้าวถึงความพ้นทุกข์ คือมรรคผลนิพพาน ประการหนึ่ง

โดย เทพธรรม...นำมาฝาก [20 ก.ค. 2550 , 07:39:46 น.] ( IP = 58.8.46.170 : : )


  สลักธรรม 5

มัจจุมาร มัจจุ คือ ความตาย บุคคลบางคนและบางขณะย่อมเห็นประโยชน์ในการปฏิบัติธรรมเพื่อความพ้นทุกข์ แต่ยังไม่ทันลงมือปฏิบัติ หรือปฏิบัติไปบ้างแล้วแต่ยังไม่ทันถึงที่สุดแห่งทุกข์ ความตายก็ได้มาคร่าเอาชีวิตไปเสียก่อน มัจจุจึงชื่อว่ามาร เพราะเป็นเครื่องกั้นหรือทำลายบุคคลทั้งหลายมิให้ก้าวถึงความพ้นทุกข์ อีกประการหนึ่ง

เท่าที่กล่าวมาจะเห็นได้ว่ามารทั้ง ๔ ประเภทนี้ เป็นมารที่เกิดขึ้นภายในของแต่ละบุคคล เริ่มแต่อดีตกรรมในภาพก่อน จนถึงความสิ้นสุดแห่งชีวิตในปัจจุบันภพนี้ เป็นอันว่าได้แสดงมารอันเป็นภายในครบถ้วนแล้ว ไม่มีที่จะสอดแทรกได้อีก ฉะนั้น เทวบุตรมารอันเป็นมารประเภทที่ ๕ จึงเป็นมารภายนอกอย่างไม่ต้องสงสัย

เทวบุตรมาร เทวบุตร คือ เทวดาจำพวกหนึ่ง เทวดาจะชื่อว่ามารก็เฉพาะจำพวกที่คอยกีดกั้นไม่ให้บุคคลอื่นประกอบกุศลกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปฏิบัติธรรมเพื่อความพ้นทุกข์ ทั้งนี้ก็โดยที่เทวดาจำพวกนั้น ไม่ยินดีในการที่จะมีผู้พ้นทุกข์ พญามารผู้มาผจญพระมหาบุรุษ ปรากฎว่าอยู่ในชั้นปรนิมมิตวสวัสดี ซึ่งเป็นชั้นสูงสุดของกามภูมิ ฉะนั้นเมื่อพระมหาบุรุษจะปฏิบัติธรรมเพื่อความพ้นทุกข์ พญามารคือเทวดาบุตรมารนี้จึงได้ยกพลมาผจญโดยมีจิตริษยาว่า พระมหาบุรุษจะพ้นไปจากวิสัยแห่งตน ไม่มีทางสันนิษฐานว่าเทวบุตรมารจะเป็นมารภายในไปได้เลย

โดย เทพธรรม...นำมาฝาก [20 ก.ค. 2550 , 07:41:13 น.] ( IP = 58.8.46.170 : : )


  สลักธรรม 6


มาศึกษาต่อค่ะ
กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์เป็นอย่างสูงค่ะ

โดย พี่ดา (พี่ดา) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [20 ก.ค. 2550 , 15:59:24 น.] ( IP = 124.121.174.137 : : )


  สลักธรรม 7

กราบขอบพระคุณค่ะ

โดย เซิ่น (เซิ่น) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [20 ก.ค. 2550 , 16:14:25 น.] ( IP = 203.146.147.13 : : )


  สลักธรรม 8


กราบบูชา ท่านอาจารย์บุญมีด้วยความระลึกถึงพระคุณเป็นอย่างสูง

ยิ่งได้มาอ่านเรื่อง พระอภิธรรม เป็นพุทธพจน์ ยิ่งซาบซึ้งในเมตตาจิตของท่านที่จะช่วยแก้ไขความเห็นผิดของคนที่คิดและพูดเช่นนั้น...

และด้วยความรอบคอบที่ท่านนำมาเขียนเป็นเรื่องนี้ แม้บัดนี้จะไม่มีท่านก็ตาม แต่ทว่าชนรุ่นหลังก็ยังได้รับความรู้จริงจากท่านอยู่ ...

อ่านไปๆ ...ทำให้นึกถึงภาพที่ท่นกำลังบรรยาย นึกถึงน้ำเสียงที่บ่งบอกถึงความใจดีของท่าน จึงรู้สึกปีติ และระลึกถึงท่านมาก

กราบขอบพระคุณท่านเทพธรรมที่นำเรื่องดีๆ มาฝากค่ะ


โดย วยุรี (วยุรี) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [20 ก.ค. 2550 , 17:13:32 น.] ( IP = 203.113.39.9 : : )


  สลักธรรม 9




เมื่ออ่านคำตอบที่ประกอบด้วยเหตุผลอ้างอิงต่างๆ ก็ทราบว่าพญามารมิใช่เป็นการแปลงธรรมเป็นปุคคลาธิษฐาน แต่เป็นเทวบุตรมารที่อยู่ในชั้นปรนิมมิตวสวัตตี ซึ่งในภายหลังได้กลับใจปรารถนาพุทธภูมิ

กราบขอบพระคุณท่านเทพธรรมมากค่ะที่นำความรู้มาให้

โดย ธัญธร [25 ก.ค. 2550 , 14:54:51 น.] ( IP = 58.9.139.98 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org