มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ความมหัศจรรย์ของชีวิต เจตสิกปรมัตถ์ ๑๒








ความมหัศจรรย์ของชีวิต เจตสิกปรมัตถ์ (๑๒)
โดย อาจารย์บุญมี เมธางกูร


ตอนที่ผ่านมา

มนสิการเจตสิกคืออะไร?


มนสิการเจตสิก คือเจตสิกที่มีหน้าที่กระทำให้อารมณ์ให้ปรากฏแก่จิต ธรรมดาของจิตนั้น ย่อมจะต้องมีอารมณ์อยู่ตลอดเวลา และอารมณ์ที่มีอยู่เสมอตลอดเวลานั้นก็เพราะ มนสิการเจตสิกเป็นตัวการทำให้สัมปยุตธรรมใส่ใจในอารมณ์นั้นๆ

ป. คุณลุงขอรับ คำแปลและคำอธิบายในเรื่องของมนสิการเจตสิกนั้น ผมฟังดูแล้วก็บังเกิดความยุ่งยากใจ ไม่ทราบว่าจะเข้าใจอย่างไรจึงจะถูกต้อง ที่ว่ากระทำให้อารมณ์ปรากฏแก่จิต หรือทำให้สัมปยุตธรรมใส่ใจในอารมณ์ คิดไม่ออกว่าหมายความว่าอย่างไร เจตสิกตัวนี้ทำงานอะไรแน่

ก. หลานก็ย่อมจะไม่เข้าใจแน่นอนละ ในบรรดาเจตสิกแต่ละตัวนั้น ถ้าใครถอดความออกจากภาษาบาลีมาเป็นภาษาไทยได้รู้เรื่องแจ่มแจ้งเสียหมด ก็คงจะไม่ต้องมีครูอาจารย์มาอธิบายกันให้เสียเวลาเปล่าๆ เจตสิกทั้ง ๕๒ ตัว เรียนเสียไม่กี่ชั่วโมงก็รู้เรื่องหมด

แต่ความเป็นจริงนั้นเราเรียนเจตสิกกันทีละตัวสองตัว หรือ ๓ ตัวก็เพราะมีเนื้อความละเอียดลึกซึ้งซ่อนเร้นอยู่ เราจำเป็นจะต้องตีให้แตก ทำความเข้าใจให้ได้กว้างขวางตามสมควร แล้วก็ต้องไม่ให้ผิดจากหลักการตามสภาวะด้วย หาไม่แล้วก็จะได้ชื่อว่าเป็นช่างเครื่องยนต์ที่สุกเอาเผากิน

ทำลวกๆ แก้เครื่องยนต์ไม่ได้ดีเพราะความรู้ความสามารถนั้นเต็มที ในที่สุดก็จะหากินทางแก้เครื่องยนต์ไม่ได้ เวลานี้หลานก็กำลังถอดเครื่องยนต์ออกทีละชื้นสองชิ้นเพื่อศึกษา ต้องอาศัยทำความเข้าใจให้ละเอียดอยู่บ้าง อย่าได้รีบร้อนไปเร็วนัก

โดย พี่เณร...นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [20 ก.ค. 2550 , 12:58:24 น.] ( IP = 203.113.67.46 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 1



จริงทีเดียว คำพูดตรงๆ หรือการบรรยายเฉยๆ บางทีก็ทำความเข้าใจกันไม่ได้ ดังนั้น จึงจำเป็นต้องยกเรื่องต่างๆ เข้ามาเปรียบเทียบ หรือยกเรื่องจริงๆ ขึ้นมาเป็นตัวอย่าง ก็จะทำให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น ทั้งยังจำได้แม่นยำขึ้นอีกด้วย

ธรรมดาเรือที่ออกสู่ทะเลลึกนั้น จะต้องมีเข็มทิศ ถ้าหาเข็มทิศไม่ได้ กัปตันก็จะต้องมีความชำนาญในการดูดาว จะได้อาศัยเข็มทิศ หรือาศัยดาวพาให้ไปสู่จุดหมายปลายทางได้

แม้จะมีเข็มทิศที่ดีที่สุดอย่างไร แม้จะมีความเชี่ยวชาญในการดูดาวสักเพียงไหน เรือก็จะไม่ไปสู่จุดหมายปลายทางที่ต้องการได้ ถ้าหากว่าเรือนั้นขาดหางเสือ เพราะหางเสือเรือนั้นเป็นตัวการทำให้หัวเรือเบนไปในทิศทางที่เป็นเป้าหมาย

ในการที่จิตรับอารมณ์ตามทวารต่างๆ ก็เหมือนกัน เจตนาเจตสิกเป็นตัวการที่กระตุ้นเตือนสัมปยุตธรรมที่เกิดพร้อมกันในขณะนั้นให้ทำงานก็จริง แต่อารมณ์นั้นมีมากอยู่รอบๆ ตัว แม้ในใจก็เกิดขึ้นได้

ด้วยเหตุนี้ ถ้าอาศัยแต่เจตนาเจตสิกกระทำหน้าที่นี้ลำพังแล้ว ก็จะไปไม่รอด ดังนั้น จึงต้องมีมนสิการเจตสิกอีกตัวหนึ่งที่ทำให้สัมปยุตธรรมใส่ใจในอารมณ์นั้นอีกทีหนึ่ง

ป. ผมก็พอจะเข้าใจบ้างเลาๆ แล้ว ถ้าคุณลุงจะยกตัวอย่างขึ้นมาบ้าง ก็จะทำให้เห็นได้ง่ายยิ่งขึ้น

โดย พี่เณร...นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [20 ก.ค. 2550 , 12:59:26 น.] ( IP = 203.113.67.46 : : )


  สลักธรรม 2



ก. ได้ซี ขอให้หลานดูสิ่งที่แขวนอยู่บนผนังตรงหน้าของหลาน เห็นหรือไม่ว่าอะไร

ป. เห็นขอรับ มันคือปฏิทินปี พ.ศ.นี้

ก. เหตุใดหลานจึงมิได้มีอารมณ์อื่นๆ อีกหลายอย่าง ทั้งๆ ที่ผนังนั้นก็มีภาพสวยๆ อยู่หลายภาพ นาฬิกาก็มี

ป. การที่ผมมิได้เอาใจใส่ไปสู่อารมณ์อื่นก็เพราะคุณลุงพูดว่า ให้ดูที่อยู่ตรงหน้า ผมจึงมิได้ดูไปยังอารมณ์อื่นๆ แม้อารมณ์อื่นจะมีอยู่มากมายก็ตาม

ก. ทั้งนี้หลานก็จะเห็นได้แล้วว่า มีตัวการสำคัญที่ทำให้จิตใส่ใจต่ออารมณ์ หรือทำให้จิตตรงต่ออารมณ์นั้น มิได้หันเหไปยังอารมณ์อื่นได้โดยง่าย นั่นก็คือ มนสิการเจตสิกตัวนี้เองที่เป็นตัวการกระทำ

ที่ลุงเปรียบเหมือนหางเสือเรือก็เพื่อจะให้หลานได้เห็นว่า มนสิการตัวนี้เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้จิตใจของเราตรงต่ออารมณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นทุกๆ ครั้งไป

ป. คุณลุงขอรับ ทำไมคุณลุงจึงได้ว่า มนสิการเกิดขึ้นทุกๆ อารมณ์ไป เพราะบางทีเรามีความตั้งใจว่าจะดู มันก็กลับไปฟังเสีย แต่บางทีเราตั้งใจว่าจะคิดเรื่องนี้ มันกลับไถลไปคิดเรื่องโน้น มนสิการเจตสิกตัวที่ทำให้ตรงต่ออารมณ์นั้น มันหายไปเสียที่ไหนเล่า

ก. หลานถามมาดังนี้ก็ดี เป็นคำถามที่เหมาะสมอย่างยิ่ง เพราะเป็นเรื่องที่น่าสงสัยจริงๆ

โดย พี่เณร...นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [20 ก.ค. 2550 , 13:00:17 น.] ( IP = 203.113.67.46 : : )


  สลักธรรม 3



มนสิการเจตสิกเป็นสัพพจิตตสาธารณเจตสิกย่อมจะเกิดขึ้นสาธารณะแก่จิตทุกดวง ไม่มีเว้นเลยในจิตอย่างย่อ ๘๙ ในจิตอย่างพิสดาร ๑๒๑ ทั้งนี้ไม่ว่าอารมณ์นั้นจะเล็กหรือใหญ่ ไม่ว่าจะหลับหรือตื่น และไม่ว่าจะกำลังตายหรือกำลังเกิด ขาดมนสิการไปไม่ได้ทั้งนั้น มันขาดหายไปไหนไม่ได้เลยเป็นอันขาด

เหตุที่จิตไถลไปในเรื่องราวต่างๆ อยู่เสมอๆ ไม่ตั้งอยู่อย่างมั่นคงทุกๆ อารมณ์นั้น เกิดขึ้นมาจากปัจจัยมากหลายอยู่ เช่นเป็นต้นว่า เรื่องนั้นก่อความสนใจให้น้อยหรือกำลังของสมาธิอ่อน เพราะไม่เคยได้ฝึกหัดมาเสียบ้างเลย ดังนี้เป็นต้น

วันนั้นลุงเรียกหลานตั้งหลายคำ เสียงก็ดังเข้าไปกระทบหู แต่หลานหาได้หันมาไม่ แล้วหลานยังได้บอกลุงว่า มัวคิดถึงเรื่องของคู่รักเพลินไปเสีย หรือหลานถูกล๊อตเตอรี่รางวัลมาก มัวแต่คิด มัวแต่ดีใจในเรื่องเงินเสียจึงนอนไม่ค่อยหลับ เพราะเงินมากระทบใจไม่ได้หยุด จะซื้อนั่น จะซื้อนี่ จะทำอย่างนั้น จะทำอย่างนี้ เงินที่ถูกล๊อตเตอรี่นั้นมีมากหลาย จึงมีความสนใจเป็นพิเศษ มนสิการก็เกิดตามความสนใจ และตามอารมณ์แรงที่มากระทบ มิให้หันออกไปทางอื่นได้ง่ายๆ

ด้วยเหตุผลดังกล่าว เมื่อตั้งใจดู แต่มันกลับไปฟัง ก็อาจจะเป็นเพราะว่าเสียงที่ได้ยินนั้นแรง หรือน่าสนใจสำหรับเรา มันจึงดึงเอาไป และเมื่อเราตั้งใจคิดเรื่องนี้ มันกลับไพล่ไปคิดเสียในเรื่องอื่น ก็โดยทำนองเดียวกัน หรืออาจจะเป็นเพราะว่าเรื่องอื่นมีกำลังแรงมากมากระทบกับใจ หรือร่างกายไม่ดี หัวใจไม่ปกติ การย่อยอาหารเสียหาย หรือเพราะมิได้เคยฝึกจิตให้บังเกิดความสงบเสียบ้างเลย

แต่อย่างไรก็ดี จิตใจจะตั้งอยู่ในอารมณ์ได้เร็วหรือช้าอย่างไร มนสิการเจตสิก็จะต้องเข้าประกอบอยู่ด้วยทุกครั้ง หาไม่แล้ว จิตใจจะตรงเข้าสู่อารมณ์นั้นไม่ได้เลย แม้แต่สักขณะจิตหนึ่ง ทั้งจะเห็น จะได้ยิน จะคิดอะไรไม่ได้ด้วย การที่หลานฟังลุงอธิบายมาตั้งแต่ต้นได้ จิตจับที่เสียงของลุงอยู่ได้ ก้เพราะมนสิการเจตสิกนั่นเอง

ฉะนั้น จึงได้เปรียบมนสิการเจตสิกไว้อีกอย่างหนึ่งว่า เหมือนกับนายสารถีที่ขับรถของตนไปสู่ทิศทางที่ต้องการ มนสิการเจตสิกเป็นตัวที่ทำให้จิต เจตสิก ที่เกิดพร้อมกันกับตนมุ่งเข้าสู่อารมณ์นั้นๆ ได้เช่นเดียวกัน


โดย พี่เณร...นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [20 ก.ค. 2550 , 13:00:41 น.] ( IP = 203.113.67.46 : : )


  สลักธรรม 4



อนึ่ง มนสิการนั้นมีอยู่ ๓ อย่าง คือ

๑. วิถีปฏิปาทกมนสิการ เป็นผู้ทำอารมณ์ให้แก่จิต ได้แก่ ปัญจทวาราวัชชนะ
๒. ชวนะปฏิปาทกมนสิการ เป็นผู้ทำให้ชวนะเกิด ได้แก่ มโนทวาราวัชชนะ
๓. อารัมมณปฏิปาทกมนสิการ เป็นตัวทำอารมณ์ให้ปรากฏในจิต ได้แก่ มนสิการเจตสิก

ลุงเห็นว่า แยกแยะออกไปมาก็จะทำให้หลานยุ่งยากที่จะทำความเข้าใจและจดจำ จึงได้วางไว้ให้ดูเพื่อให้เห็นเท่านั้น ลุงจะยังไม่อธิบายออกไปละเอียดมากกว่านี้ เอาไว้เรียนกันต่อไปข้างหน้าดีกว่า

มนสิการเจตสิกนี้ ถ้ามีความใส่ใจเป็นอันดีต่ออารมณ์ต่างๆ ที่มากระทบให้เป็นการถูกต้องตามสภาวธรรมแล้ว ย่อมจะก่อให้เกิดจิตที่ดีงามเป็นกุศล จิตชนิดนี้เรียกว่า โยนิโสมนสิการ การทำใจโดยแยบคายหรือการกระทำไว้ในใจซึ่งอารมณ์โดยอุบายอันแยบคาย

ป. คุณลุงขอรับ ที่คุณลุงพูดว่า โยนิโสหรืออโยนิโสมนสิการ คือการใส่ใจที่ดีหรือไม่ดีนั้นหมายความแค่ไหน คุณลุงจะยกตัวอย่างขึ้นมาให้ชัดเจนด้วจะได้หรือไม่

ก.ได้ซีหลาน แต่ควรจะได้ทำความเข้าใจถึงสาเหตุเสียก่อนว่า โยนิโสหรืออโยนิโสมนสิการนั้น เกิดขึ้นมาจากสาเหตุอะไรแล้วหลานก็จะเข้าใจได้เอาเอง

โดย พี่เณร...นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [20 ก.ค. 2550 , 13:01:10 น.] ( IP = 203.113.67.46 : : )


  สลักธรรม 5



เหตุที่จะให้เกิดโยนิโสมนสิการ คือ

๑. ปุพฺเพ จ กตปุญฺญตา เคยทำบุญไว้แต่ปางก่อน
๒. ปฏิรูปเทสวาส อยู่ใประเทศที่สมควร (ประเทศที่มีสัปบุรุษ)
๓. สปฺปุริสูปนิสฺสย คบหาสมาคมกับสัปบุรุษ
๔. สทฺธมฺมสฺสวน ฟังธรรมของสัปบุรุษ
๕. อตฺตสมฺมาปณิธิ ตั้งตนไว้ชอบ

เหตุที่จะให้เกิดอโยนิโสมนสิการ คือ

๑. ปุพฺเพ จ อกตปุญฺญตา ไม่เคยสร้างสมบุญไว้แต่ปางก่อน
๒. อปฺปฏิรูปเทสวาส อยู่ใประเทศที่ไม่สมควร (ประเทศที่ไม่มีสัปบุรุษ)
๓. อปฺสปฺปุริสูปนิสฺสย ไม่คบหาสมาคมกับสัปบุรุษ
๔. อสทฺธมฺมสฺสวน ไม่ฟังธรรมของสัปบุรุษ
๕. อตฺตมิจฺฉาปณิธิ ตั้งตนไว้ผิด

ตามหัวข้อของเหตุให้เกิดโยนิโสมนสิการและอโยนิโสมนสิการทั้ง ๑๐ ประการนั้น หลานก็จะเห็นว่ามีทั้งชาติก่อนๆ กับชาติปัจจุบันที่เป็นตัวบันดาลให้ผลปรากฏขึ้นมา ลุงจะขออธิบายโดยย่อเป็นข้อๆ ดังนี้

โดย พี่เณร...นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [20 ก.ค. 2550 , 13:01:37 น.] ( IP = 203.113.67.46 : : )


  สลักธรรม 6



๑. เคยได้ทำบุญไว้แต่ชาติปางก่อน

ในข้อนี้หลานก็ได้เคยศึกษามาแล้วว่า บุญและบาปต่างๆ ที่เกิดขึ้นมาแล้วนั้น เก็บเอาไว้ภายในจิตใจ เมื่อมีโอกาสเมื่อใดบุญและบาปที่เก็บเอาไว้นั้นก็จะแสดงผลของมันขึ้นมา หรือบันดาลใจให้ปรากฏเป็นอารมณ์ใหม่

เมื่อชาติที่แล้วๆ มาเคยอบรมแต่เรื่องของการดลบันดาลของผู้ยิ่งใหญ่บนสรวงสวรรค์ จะเป็นพระพรหมหรือพระผู้เป็นเจ้าก็ตาม ว่ามีความสามารถสร้างสรรค์ให้มนุษย์มีความทุกข์หรือมีความสุขก็ได้ จะทำให้เจ็บป่วยหรือล้มตายลงไปก็ได้ แต่ถ้ากราบไหว้คารวะและเชื่อฟังโดยไม่ต้องซักต้องถามแล้วก็จะทำให้ท่านเบื้องบนโปรดปรานประทานความสำเร็จนานาประการให้แก่ตน

ความเชื่อดังกล่าวฝังมั่นประจำใจติดตัวมาจนถึงบัดนี้ เมื่อมีผู้ใดพูดถึงเรื่องชีวิต ค้นคว้าหาความจริงจากธรรมชาติของชีวิตโดยปัดความคิดเปรื่องดลบันดาลออกไป อำนาจของความเชื่อในอดีตก็จะมาบันดาลใจให้ไม่พอใจ แล้วก็หันหลังให้ต่อเหตุผลข้อเท็จจริงเสียสิ้น ความคิดก็ขาดความแยบคาย เรียกกันว่า อโยนิโสมนสิการ

แต่ถ้าบุคคลใดได้เคยทำบุญเอาไว้มาก เคยปลูกสร้างปัญญาให้รู้จักคิดพิจารณาติดตัวมา ก็ย่อมจะเอาปัญญาดังกล่าวออกมาใช้ในปัจจุบัน ทำให้เป็นคนมีความคิดพิจารณาในปัญหาอันลึกซึ้งของชีวิต มีความคิดแยบคาย ได้ชื่อว่ามีโยนิโสมนสิการ

โดย พี่เณร...นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [20 ก.ค. 2550 , 13:02:05 น.] ( IP = 203.113.67.46 : : )


  สลักธรรม 7



บุคคลบางคนชาติก่อนๆ เคยทำบุญให้ทานเอาไว้มาก มาในชาตินี้ก็มีความคิดแยบคายในเรื่องความเป็นไปอันเร้นลับของชีวิต ย่อมจะคิดพิจารณาได้ถึงเรื่องกรรมและผลของกรรม ตลอดจนเรื่องตายเรื่องเกิดก็มีความสนใจ จึงได้ชื่อว่า มีความแยบคายในใจ

ซึ่งต่างกับอีกบุคคลหนึ่งผู้ซึ่งมีการทำบุญให้ทานไว้ไม่มาก จึงมิได้มีความสนใจ แล้วไม่ชอบคิดพิจารณาปัญหาต่างๆ ดังกล่าวมา ปล่อยให้ชีวิตเป็นไปตามยถากรรม จึงได้ชื่อว่า ไม่มีความแยบคายในใจ

บุคคลบางคนเมื่อชาติก่อนได้เคยมีบุญเพราะการศึกษาปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานมา ดังนั้น เมื่อฟังผู้บรรยายก็รู้สึกประทับใจ ทั้งได้เหตุผลตรงต่อสภาวธรรม แม้เวลาปฏิบีติก็มีความแยบคายในใจ รู้ได้ไม่ยากนักว่าจะจับอารมณ์ปัจจุบันอย่างไร

แต่ตรงกันข้ามกับอีกบุคคลหนึ่งฝึกฝนในเรื่องเหล่านี้มาน้อยในอดีต จึงได้ทำไปตามที่ครูอาจารย์สั่งอย่างไรก็ทำไปอย่างนั้น มิได้มีเหตุผลอะไรเป็นของตนเอง จึงไม่มีความแยบคายในใจ ปฏิบัติพอจิตสงมากๆ เข้าหน่อยก็บังเกิดความเข้าใจผิดคิดว่าตนได้เป็นอริยบุคคลไปแล้ว เที่ยวได้บอกใครต่อใครว่าตนปิดประตูอบายภูมิได้แล้ว

โดย พี่เณร...นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [20 ก.ค. 2550 , 13:02:34 น.] ( IP = 203.113.67.46 : : )


  สลักธรรม 8



๒. อยู่ในประเทศที่สมควรและไม่สมควร

ในข้อนี้หมายถึงว่า อยู่ในประเทศที่มีผู้แนะนำสั่งสองที่ถูกต้องหรือหาไม่ ถ้าไปเกิดอยู่ในบ้านเมืองที่เป็นมิจฉาทิฏฐิ ประเทศที่มีแต่การดื่มสุรายาเมา ตลอดจนการพนันก็ดกดื่น ประชาชนทั้งหลายเห็นว่าสิ่งเหล่านั้นเป็นของดีมิได้เสียหาย

หรือว่ามีการเอารัดเอาเปรียบกันอย่างเต็มที่ ชอบแต่ช่วงชิงผลประโยชน์ซึ่งกันและกันอย่างไม่รู้จักอับอาย ชอบรบราฆ่าฟันกันตาย ไม่รู้จักบาปบุญคุณโทษ ในสถานที่เช่นนี้ก็ยากที่ผู้ใดจะเดินทางให้ถูกต้องได้ ความแยบคายในใจจะเกิดขึ้นมาก็เห็นจะไม่มีหวัง

๓. คบหาหรือไม่คบหาสมาคมกับสัปบุรุษ

คำว่าสัปบุรุษนั้น หมายถึงผู้ที่ประกอบด้วยจิตที่เป็นสัมมาทิฏฐิ มีความคิดอ่านที่ถูกต้อง มีความรู้ความเข้าใจในเรื่องของชีวิต เมื่อคบกับสัปบุรุษแล้ว อย่างน้อยที่สุด ความคิดเห็นต่างๆ ของตนก็จะค่อยๆ คล้อยไปตามผู้ที่เป็นสัมมาทิฏฐิ ความคิดที่แยบคายก็คงจะเกิดขึ้นมาได้ในวันหนึ่ง

โดย พี่เณร...นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [20 ก.ค. 2550 , 13:03:03 น.] ( IP = 203.113.67.46 : : )


  สลักธรรม 9



๔. ฟังหรือมิได้ฟังธรรมของสัปบุรุษ สำหรับในข้อนี้ลุงเห็นจะไม่ต้องอธิบาย หลานก็คงจะคิดเอาเองได้แล้ว

๕. ตั้งตนไว้ชอบ หรือตั้งตนไว้ผิด ในปัจจุบันชาตินี้ เราทั้งหลายมักจะโน้มเอียงไปตามการอบรมและสิ่งแวดล้อม ถ้าการอบรมและสิ่งแวดล้อมเรามาดีตั้งแต่เด็กจนเติบโต โอกาสที่เราจะตั้งตนไว้ในทางที่ดี ก็จะเป็นไปได้โดยง่าย ความคิดต่างๆ ก็จะแยบคาย

แต่ถ้าการอบรมและสิ่งแวดล้อมอันเป็นกรรมในปัจจุบันไม่เหมาะสม เราก็อาจหันเหไปสู่หนทางที่รก และมักจะเลี้ยวเข้าไปสู่หนทางอันทุรกันดาร เมื่อเป็นดังนี้ ความแยบคายในใจก็เกิดขึ้นไม่ได้ เช่นผู้ที่ก่อการร้าย หรือรับจ้างฆ่าคน ย่อมจะคิดไปถึงเรื่องของบาปไม่ไหว ว่าบาปที่ตนกระทำนั้นจะตามมาสนองตนได้อย่างไร

มนสิการเจตสิก มีลักขณาทิจตุกะดังนี้

๑. สารณลกฺขโณ มีการชักนำสัมปยุตธรรมให้เข้าสู่อารมณ์ เป็นลักษณะ
๒. สมฺปยุตฺตานํ อารมฺมเณ สํโยชนรโส มีการทำให้สัมปยุตธรรมประกอบในอารมณ์ เป็นกิจ
๓. อารมฺมณาภิมุขีภาวปจฺจุปฎฺฐาโน มีความมุ่งเข้าหาอารมณือยู่เสมอ เป็นผล
๔. อารมฺมณปทฏฺฐาโน มีอารมณ์ เป็นเหตุใกล้

โปรดติดตามตอนต่อไป

โดย พี่เณร...นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [20 ก.ค. 2550 , 13:03:40 น.] ( IP = 203.113.67.46 : : )


  สลักธรรม 10


การทำงานของจิตนั้นต้องอาศัยความร่วมมือกันในการทำงานของเจตสิกมาหมาย

กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์เป็นอย่างสูงค่ะ
ที่กรุณาอธิบายการทำงานของเจตสิกแต่ละตัวด้วยภาษาที่ง่ายต่อการเข้าใจ

โดย พี่ดา (พี่ดา) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [20 ก.ค. 2550 , 16:13:58 น.] ( IP = 124.121.174.137 : : )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org