มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ความมหัศจรรย์ของชีวิต เจตสิกปรมัตถ์ (๑๓)








ความมหัศจรรย์ของชีวิต เจตสิกปรมัตถ์ (๑๓)
โดย อาจารย์บุญมี เมธางกูร


ตอนที่ผ่านมา

ก. บัดนี้ ลุงก็ได้บรรยายเจตสิก ๗ ประเภท คือ สัพพจิตตสาธารณเจตสิก จบลงแล้ว หลานยังมีความข้องใจประการใดบ้างหรือไม่ ถ้ามีก็ให้ซักถามได้เลย

ป. คุณลุงขอรับ เท่าที่คุณลุงได้อธิบายถึงชีวิตินทรีย์กับมนสิการเจตสิกไปแล้ว ผมก็รู้สึกว่าพอมีความเข้าใจ แต่ผมใคร่จะขอให้คุณลุงช่วยอธิบายเพิ่มเติมสักหน่อยว่า เจตสิกตั้งแต่ตัวต้น คือ ผัสสเจตสิกมาจนถึงมนสิการเจตสิก รวมเป็น ๗ ตัวด้วยกันนี้ เกิดขึ้นมาทีละตัวๆ โดยรวดเร็วติดๆ กันไปกระนั้นหรือ เช่น ผัสสะรับกระทบอารมณ์แล้วก็เกิดเวทนาเสวยอารมณ์ แล้วก็เกิดสัญญาเก็บอารมณ์เอาไว้ ไปจนถึงมนสิการเจตสิกซึ่งเป็นตัวทำให้จิตตรงต่ออารมณ์

ก. หามิได้ ไม่ได้เป็นไปตามที่หลานเข้าใจ เพราะว่าเจตสิกทั้ง ๗ ประเภทเหล่านี้ เกิดขึ้นมาพร้อมๆ กัน ไม่ก่อนไม่หลังกันเลยแม้แต่น้อย

ป. ผมคิดว่า น่าจะเกิดไม่พร้อมกันหรือควรจะเหลื่อมกว่ากันนิดหน่อย เช่น ผัสสะ กระทบอารมณ์เสียก่อนแล้วจึงจะเกิดเวทนาเสวยอารมณ์ ถ้ามิได้กระทบอารมณ์เสียก่อนแล้ว จะเสวยอารมณ์ได้อย่างไร

โดย พี่เณร..นำมาฝาก [23 ก.ค. 2550 , 07:06:42 น.] ( IP = 58.9.139.65 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1



ก.หลานซักค้านมาเช่นนี้ก็ดีแล้ว ลุงจะขอถามหลานสักหน่อย ขอให้หลานตอบมาตามที่เป็นจริง

ถ้าเรามีเครื่องส่งกระแสไฟฟ้าที่มีกำลังแรงมาก เราติดหลอดไฟฟ้า แสงสว่างไว้ให้ทั่วในรัศมีกิโลเมตร เมื่อเวลาที่สับสวิทไฟลง ในทันทีนั้นหลานจะเห็นหลอดไฟฟ้า สว่างขึ้นแต่ละหลอดๆ ติดๆ กันไปดังนี้หรือ

ป. มิได้ขอรับ เราจะเห็นไฟฟ้าสว่างขึ้นพร้อมกันในทันที ในโรงภาพยนตร์ที่มืดๆ สับสวิทเข้าแก๊กเดียวก็สว่างพรึบขึ้นทั้งโรง แม้ในกรุงเทพมหานครเราก็จะเห็นไฟฟ้าสว่างขึ้นมาพร้อมๆ กัน ใช่ว่าจะสว่างขึ้นมาทีละดวงๆ ก็หาไม่ ที่เป็นดังนี้ก็เพราะความรวดเร็วของไฟฟ้านั่นเอง

ก.ด้วยเหตุนี้เอง หลานก็จะเห็นได้ว่า จิตนั้นเกิดดับรวดเร็วยิ่งกว่าไฟฟ้าอย่างเอามาเปรียบกันไม่ได้ ฉะนั้น เมื่อเวลาจิตเกิดขึ้นมาทำการงานต่างๆ เจตสิกทั้งหลายที่ช่วยกันทำงานในขณะนั้น จึงได้เกิดขึ้นมาพร้อมกัน ไม่ก่อนหรือหลังกว่ากันเลย ในข้อนี้หลานยังจะสงสัยอะไรอีกหรือไม่

ป. ไม่สงสัยแล้วขอรับ

โดย พี่เณร..นำมาฝาก [23 ก.ค. 2550 , 07:07:28 น.] ( IP = 58.9.139.65 : : )


  สลักธรรม 2



ก.รวมความว่า สัพพจิตตสาธารณเจตสิก เป็นเจตสิกที่ประกอบกับจิตได้ทั่วไปไม่มีเว้นเลย จิตเกิดขึ้นเมื่อใดจะขาดเจตสิกทั้ง ๗ ประเภทนี้ไปไม่ได้แม้แต่ประเภทเดียว และถ้าหากว่าขาดไปเสียแล้ว จิตก็จะเกิดขึ้นมาทำความรู้อารมณ์ไม่ได้เป็นอันขาด

สัพพจิตสาธารณเจตสิกทั้ง ๗ ก็คือ

๑. ผัสสเจตสิก รับกระทบอารมณ์
๒. เวทนาเจตสิก เสวยอารมณ์
๓. สัญญาเจตสิก เก็บหรือสั่งสมอารมณ์
๔. เจตนาเจตสิก ความตั้งใจในอารมณ์
๕ เอกัคคตาเจตสิก ตั้งมั่นในอารมณ์
๖. ชีวิตินทรีย์เจตสิก ยึดโยงรักษาจิต เจตสิกเข้าด้วยกัน
๗. มนสิการเจตสิก ทำให้จิตตรงต่ออารมณ์

ป. คุณลุงขอรับ ในเวลาที่คนเรานอนหลับสนิทนั้น จิตใจนอนหลับสนิทด้วยหรือเปล่า ถ้ามิได้นอนหลับ จิตเกิดขึ้นมาทำการงานอะไร ทำงานกันอย่างไร

ก.เราเรียนเรื่องเจตสิกแต่ละตัว หลานถามเรื่องคนนอนหลับทำไม

ป. ผมว่ามีความสำคัญมากทีเดียว เมื่อคุณลุงอธิบายแล้ว ผมจะขอทราบว่า คนนอนหลับมีเจตสิกอะไรเกิดขึ้นบ้าง

โดย พี่เณร..นำมาฝาก [23 ก.ค. 2550 , 07:08:24 น.] ( IP = 58.9.139.65 : : )


  สลักธรรม 3



ก. ในเรื่องการงานของจิตใจขณะนอนหลับนั้น ความจริงมีเรียนกันในปริจเฉทที่ ๒ นี่เอง ที่ว่าด้วยสัมปโยคะและสังคหะอยู่ข้างหน้าอีกไม่ช้าไม่นานนัก แต่เมื่อหลานถามขึ้นมาแล้ว ลุงก็จะขอตอบให้ฟังย่อๆ พอได้ใจความ

คนที่นอนหลับสนิทนั้น จิตใจหาได้หลับสนิทไปด้วยไม่ จิตใจนั้นยังเกิดดับอยู่ต่อไป ทั้งจิตใจก็ยังทำงานรับอารมณ์อยู่ตลอดเวลา

ลุงก็ได้เคยอธิบายให้หลานฟังมาบ้างแล้วว่า คนที่ใกล้จะถึงแก่ความตายนั้นย่อมจะบังเกิดอารมณ์ และอารมณ์นั้นเรียกว่า กรรมอารมณ์ กรรมนิมิตอารมณ์ คตินิมิตอารมณ์ (ความจริงจิตย่อมจะจับอารมณ์อยู่เสมอไม่ว่าในขณะไหน แต่เราเรียกชื่อว่า กรรม กรรมนิมิต คตินิมิต เมื่อตอนใกล้จะตาย เพื่อให้ทราบว่าเป็นอารมณ์ในตอนท้ายของชีวิต)

กรรมอารมณ์ เช่นเกิดมโนภาพเห็นเป็นเรื่องราวที่เป็นบุญหรือที่เป็นบาปตามที่ตัวได้กระทำมา เช่นระลึกถึงการฆ่าสัตว์ตัดชีวิต หรือการทำบุญให้ทานในอดีตของตน ก็จะได้ปฏิสนธิในที่ทุกข์ยากลำบากหรือในที่ๆ มีความสบาย

กรรมนิมิตอารมณ์ คือเห็นอุปกรณ์การทำบาปหรือทำบุญ เช่นเห็นแห เห็นอวน หรือเห็นพระเห็นเณร ซึ่งผู้เห็นก็จะได้ปฏิสนธิในทุคติหรือสุคติอย่างใดอย่างหนึ่ง

คตินิมิตอารมณ์ ปรากฏภาพที่ตัวจะต้องไปเกิดตามบาปและบุญที่ได้กระทำมา เช่น จะไปเกิดเป็นเปรตหรืออสุรกาย ได้รับความทุกข์ยากลำบาก ก็จะได้เห็นถ้ำเห็นเหวเห็นป่าทึบที่น่าหวาดเสียว ถ้าจะได้ไปเกิดในที่ดีมีความสุข ก็อาจเห็นครรภ์ของมารดาหรือเห็นปราสาทราชวังเป็นต้น

โดย พี่เณร..นำมาฝาก [23 ก.ค. 2550 , 07:09:08 น.] ( IP = 58.9.139.65 : : )


  สลักธรรม 4



บุคคลใดใกล้จะถึงแก่ความตาย จับอารมณ์ไหนเป็นครั้งสุดท้าย อารมณ์ใดอารมณ์หนึ่งทั้ง ๓ นั้น เมื่อปฏิสนธิก็จะได้อารมณ์นั้นด้วย เช่นเมื่อใกล้จะตายเห็นเหวที่ลึกน่าใจหาย แล้วก็ปฏิสนธิเกิดเป็นเปรตอสุรกาย จิตใจขณะปฏิสนธิเป็นเปรตอสุรกายนั้นก็จะจับอารมณ์เหวลึกน่าใจหายเหมือนกับเมื่อตอนใกล้จะตายเช่นเดียวกัน

บุคคลใดใกล้จะถึงแก่ความตาย จับอารมณ์ไหนเป็นครั้งสุดท้าย โดยจับอารมณ์อันใดในอารมณ์ทั้ง ๓ เมื่อปฏิสนธิก็จะได้อารมณ์นั้นด้วย เช่น เมื่อใกล้จะตายเห็นครรภ์มารดา แล้วปฏิสนธิเกิดขึ้นมาเป็นมนุษย์ จิตในขณะปฏิสนธิเป็นมนุษย์ก็จะจับครรภ์ของมารดาเหมือนกับเมื่อตอนใกล้จะตาย

และเมื่อบุคคลใดเมื่อปฏิสนธิขึ้นมาแล้ว มีชีวิตต่อมาจนถึงแก่ความตาย จะมีอายุยืนยาว หรือมีอายุสั้นเท่าใดก็ตาม ตลอดเวลาเหล่านั้นเมื่อเวลานอนหลับสนิท จิตจะเป็นภวังค์จะจับอารมณ์ที่ตนเห็นมาเหมือนกับในขณะปฏิสนธินั้น เช่น ในขณะนอนหลับจับอารมณ์เหวลึก หรือจับอารมณ์ครรภ์ของมารดา ก็จะจับอารมณ์นี้ทุกครั้งที่นอนหลับ

ป. คุณลุงขอรับ เหตุใดคนนอนหลับจึงต้องจับอารมณ์ที่ได้มาตั้งแต่ปฏิสนธิ

โดย พี่เณร..นำมาฝาก [23 ก.ค. 2550 , 07:09:42 น.] ( IP = 58.9.139.65 : : )


  สลักธรรม 5



ก. คำว่า ภวังค์ คือองค์แห่งภพ หมายถึงการรักษาภพชาติเอาไว้ ผู้ใดเห็นอารมณ์อะไรมา เกิดแล้วก็จะเห็นอย่างนั้นรักษาภพชาตินั้นเอาไว้ ไม่ใช่เกิดมาเป็นเปรตอสุรกายแล้วไม่ช้าไม่นานก็กลับกลายเป็นคน หรือเกิดขึ้นมาเป็นคนแล้วไม่ช้าไม่นานก็กลับกลายเป็นสัตว์เดรัจฉาน รายละเอียดในเรื่องนี้ยังมีอีกมากนัก ลุงขอเล่าย่อๆ พอให้กลานเข้าใจบ้างเล็กน้อยก่อน ต้องการความละเอียดยิ่งกว่านี้ ก็ขอให้ศึกษาต่อๆ ไป

สรุปแล้วหลานก็จะเห็นว่า คนนอนหลับสนิทนั้น จิตก็ยังทำงานเกิดดับ และรับอารมณ์อยู่ และนอกจากนั้นจิตยังทำให้รูปต่างๆ เป็นไปตามสมควรด้วย เช่นทำให้หัวใจเต้น หายใจได้ กระเพาะและลำไส้เคลื่อนไหว เป็นต้น ถ้าจิตใจมิได้ทำงานดังกล่าวมาแล้ว ก็จะกลับกลายเป็นซากศพไป ดังนี้หลานก็จะเห็นได้ว่า กายและใจของคนเรานั้นมิได้หยุดนิ่งเสียทีเดียวในขณะหลับสนิท หากแต่ทำการงานลดลงเท่านั้น

และเมื่อนอนหลับสนิทจิตยังเกิดขึ้นทำงานอยู่เช่นนี้ จึงไม่ต้องสงสัยเลยว่าเจตสิกจะไม่เกิดขึ้นร่วมทำการงานด้วย แต่อย่างไรก็ดี ก็มิได้เป็นการงาน เห็น ได้ยิน ได้กลิ่น ได้รู้รส รู้ถูกต้องสัมปัสทางกาย และมิได้คิดนึกอะไร (ขึ้นวิถีรับอารมณ์ต่างๆ ไม่ได้) จิตที่นอนหลับหรือภวังคจิตมีเจตสิกทั้ง ๗ ประเภทนี้ประกอบอยู่ด้วย ลุงขออธิบายเพียงเท่านี้ก่อน เมื่อเรียนถึงเรื่องสัมปโยคะและสังคหะแล้วหลานก็จะได้ทราบเอง แล้วก็อยู่ในตอนท้ายของปริจเฉทที่ ๒ นี่แหละ

ในวันนี้ ลุงก็ได้บรรยายเจตสิกมาถึงมนสิการเจตสิกอันเป็นตัวสุดท้ายของสัพพจิตตสาธารณเจตสิกจบลงแล้ว บัดนี้ก็เป็นเวลาพอสมควรที่จะได้พักผ่อนกันเสียที เพราะลุงก็ไม่ค่อยจะสบายแข็งใจบรรยายจนจบได้ ขอให้หลานทบทวนบทเรียนที่ได้จดๆ เอาไว้ให้เข้าใจดี ก็จะมีประโยชน์แก่หลานมากในวันข้างหน้า ในคราวต่อไปหลานก็จะได้เรียนเจตสิกอีกกลุ่มหนึ่ง เรียกว่า ปกิณกเจตสิกต่อไป เอาไว้วันหน้าค่อยพบกันใหม่

ป. ขอบพระคุณคุณลุงมาก สวัสดีขอรับ คุณลุง

ก. สวัสดี หลาน

โปรดติดตามตอนต่อไป

โดย พี่เณร..นำมาฝาก [23 ก.ค. 2550 , 07:10:12 น.] ( IP = 58.9.139.65 : : )


  สลักธรรม 6

อ่านไปด้วยความรู้สึกเข้าใจและสามารถสังเกตได้ถึงการทำงานของจิตที่มีเจตสิกเข้าร่วมในการงานดีกว่าเมื่อก่อนครับ

และในช่วงท้ายนั้น มีทั้งความรู้สึกน่าหวั่นใจในเวลาก่อนที่ชีวิตจะต้องตายลงไป เพราะไม่สามารถรู้ได้เลยว่า..กรรมอารมณ์ กรรมนิมิตอารมณ์ คตินิมิตอารมณ์ ...ของตนนั้นจะเป็นเช่นใด และมารูสึกเลื่อมใสศณัทธาในน้ำใจของท่านอาจารย์อย่างมากเลยครับ ที่อาจารย์กล่าวว่า..อาจารย์นั้นไม่ค่อยจะสบายแข็งใจบรรยายจนจบ..ตรงนี้ละครับที่ทำให้ผมเย็นใจขึ้นมาแล้วครับกับความหวั่นใจนั้น เพราะถ้าคนเราตั้งมั่นในความดี มีการให้เช่นท่านอาจารย์ได้ เสมือนเป็นใบรับรองแห่งชีวิตที่จะจะเดินทางไปสู่ภพอื่นภูมิอื่นที่ดีได้แน่



กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์อย่างสูงครับ และเคารพบูชาในน้ำใจที่ประเสริฐยิ่งของท่านอาจารย์ด้วยความเคารพรักครับ.

โดย เทพธรรม [23 ก.ค. 2550 , 07:28:37 น.] ( IP = 58.9.139.65 : : )


  สลักธรรม 7


มาศึกษาต่อค่ะ

เป็นความมหัศจรรย์ยิ่งที่เห็นการทำงานด้วยความสมานสามัคคีเป็นอย่างดียิ่งของเจตสิกทั้งหลาย
และท่านอาจารย์กรุณาแจงให้เห็นได้ว่า แม้ขณะนอนหลับจิตก็ยังต้องทำงาน มิเช่นนั้นก็กลายกับซากศพไป

กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์เป็นอย่างสูงค่ะ
ที่อธิบายให้เห็นชัดถึงความมหัศจรรย์ของชีวิต

อนุโมทนาและและกราบขอบพระคุณพี่เณรเป็นอย่างยิ่งค่ะที่นำสิ่งประเสริฐมาฝาก

โดย พี่ดา (พี่ดา) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [23 ก.ค. 2550 , 09:23:57 น.] ( IP = 124.121.174.116 : : )


  สลักธรรม 8

กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์ค่ะ ที่ได้อธิบายถึงเจตสิกแต่ละตัว และทั้งจิตและเจตสิกก็ยังทำงานรับอารมณ์ แม้กระทั้งในขณะที่กำลังหลับสนิท

โดย เซิ่น (เซิ่น) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [23 ก.ค. 2550 , 14:08:50 น.] ( IP = 203.146.147.13 : : )


  สลักธรรม 9

กราบอนุโมทนาและขอบพระคุณมากค่ะ

โดย น้องกิ๊ฟ (น้องกิ๊ฟ) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [23 ก.ค. 2550 , 14:21:21 น.] ( IP = 203.113.67.46 : : )


  สลักธรรม 10

มาอ่านถึงตรงนี้ทำให้เห็นการทำงานของจิตเจตสิกมากขึ้น
นับว่าเป็นประโยชน์ต่อการเข้าใจชีวิตที่ถูกต้อง

อ่านไปก็เริ่มสงสารชีวิต เห็นจิตทำหน้าที่มาแสนนาน
เป็นความมหัศจรรย์เป็นอย่างยิ่ง
หากจะนับถอยหลังแล้ว
เราคงหาที่เริ่มต้นของจิตไม่ได้จริง

โดย น้องอุ๊ (asomsopon) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [23 ก.ค. 2550 , 21:10:55 น.] ( IP = 125.24.62.228 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org