มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ความมหัศจรรย์ของชีวิต เจตสิกปรมัตถ์ (๑๔)








ความมหัศจรรย์ของชีวิต เจตสิกปรมัตถ์ (๑๔)
โดย อาจารย์บุญมี เมธางกูร


ตอนที่ผ่านมา


ป. สวัสดีขอรับ คุณลุง

ก. สวัสดี หลาน

ป. คุณลุงได้บรรยายไปแล้วทั้งหมดตั้งแต่ต้นมาก็คือ สัพพจิตตสาธารณเจตสิก รวมทั้งสิ้นเป็น ๗ ประเภทด้วยกัน คือ ผัสสะ เวทนา สัญญา เจตนา เอกัคคตา ชีวิตินทรีย์ มนสิการ อันเป็นเจตสิกที่ประกอบกับจิตทั้งหมด ไม่มีเว้นเลย ผมก็ได้ติดตามมาด้วยความตั้งใจ ก็มีความเข้าใจพอสมควรแล้ว ในวันนี้ถ้าคุณลุงจะได้บรรยายถึงเจตสิกตัวต่อไปก็ได้แล้ว เจตสิกตัวต่อไปได้แก่อะไรขอรับ

ก. เจตสิกชุดแรกที่หลานได้เรียนจบลงไปแล้ว เรียกว่า สัพพจิตตสาธารณเจตสิกอันเป็นเจตสิกที่ประกอบกับจิตทั่วไปทั้งหมด คือจิตอะไรเกิดขึ้นมาเจตสิกเหล่านี้ก็จะเกิดขึ้นมาร่วมประชุมทำงานกันทั้งนั้น เช่น ผัสสเจตสิกที่เป็นตัวรับการกระทบเป็นต้นย่อมจะเกิดขึ้นมาทุกครั้ง ไม่ว่าอารมณ์นั้นจะเกิดขึ้นมาทางตา ทางกาย หรือทางใจ และไม่ว่าจะในเวลาหรือเวลาตื่น หาไม่แล้วจิตจะเกิดขึ้นมาไม่ได้เลย

ต่อไปนี้หลานก็จะได้ศึกษาเจตสิกอีกพวกหนึ่ง ที่เรียกชื่อว่า ปกิณณกเจตสิก ซึ่งเป็นเจตสิกที่มิได้ประกอบกับจิตทั้งหมด มีอยู่ ๖ ประเภทด้วยกัน

โดย พี่เณร..นำมาฝาก [24 ก.ค. 2550 , 07:11:53 น.] ( IP = 58.9.136.170 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 1



ปกิณณกเจตสิก


ปกิณณกเจตสิกเป็นเจตสิกเบ็ดเตล็ดมิได้ประกอบหรือมิได้เกิดร่วมกันกับจิตทั้งหมดทีเดียวเหมือนกับเจตสิกที่ได้เรียนไปแล้วทั้ง ๗ ประเภท เพราะว่าในบางครั้งบางคราวเกิดร่วมกับใครไม่ได้เลย ด้วยมีการขัดแย้ง หรือสภาพธรรมนั้นตรงกันข้ามกัน

เช่น อธิโมกขเจตสิก เป็นเจตสิกที่ตัดสินใจเด็ดขาด ดังนั้น จึงมิอาจจะเกิดร่วมกับจิตที่มีแต่ความลังเลสงสัยไม่แน่นอนใจคือ วิจิกิจฉา เป็นต้น

แต่อย่างไรก็ดี ขอให้หลานจำเอาไว้ว่า ปกิณณกเจตสิกนั้น เป็นพวกอัญญสมานาเจตสิกที่มีอยู่ ๑๓ ประเภทตามที่ได้เรียนมาแล้ว จึงประกอบหรือเกิดร่วมกับจิตได้ทั่วไป ไม่ว่าฝ่ายที่เป็นบาปหรือฝ่ายที่เป็นบุญ เกิดได้ทั่วไปทั้งจิตที่เป็นวิบากหรือกิริยา ทั้งฝ่ายโลกียะหรือโลกุตระ แต่ประกอบกับจิตไม่ได้ทั้งหมดทุกประเภทเท่านั้น ต่อไปนี้ลุงจะขอแยกศัพท์ปกิณณกเจตสิกให้ดู ดังนี้

+ กิณฺณ +

= โดยทั่วๆ ไป
กิณณ = เรี่ยราย
= ไม่มีความหมายโดยเฉพาะ

ปกิณณกเจตสิก = เจตสิกที่ประกอบกับจิตได้ทั่วไป แต่ไม่ใช่ทั้งหมด

ปกิณณกเจตสิก มีอยู่ ๖ ประเภท คือ วิตก วิจาร อธิโมกข วิริยะ ปิติ ฉันทะ หลานก็จะต้องศึกษาเจตสิกแต่ละประเภทๆ เป็นลำดับไป แต่เราจะเริ่มต้นกันด้วย วิตกเจตสิกเสียก่อน

โดย พี่เณร..นำมาฝาก [24 ก.ค. 2550 , 07:13:04 น.] ( IP = 58.9.136.170 : : )


  สลักธรรม 2



วิตกเจตสิก


คนโดยมากมีความเข้าใจเหมือนๆ กันอยู่อย่างหนึ่งว่า "วิตก" นั้น ได้แก่ความครุ่นคิดในเรื่องทุกข์ร้อนต่างๆ ดังนั้นจึงได้สอนกันว่า "อย่าวิตกทุกข์ร้อนไปเลย" หรือพูดว่า "วิตกกังวลไปก็มิใช่ว่าจะดีขึ้น"

คนโดยมากเข้าใจว่า วิตกคือคิดแต่ในเรื่องทุกข์ร้อน คิดบ่อยๆ อดคิดไม่ได้ แต่ความจริงคนที่ดีใจก็คิดบ่อยๆ เหมือนกัน คนมีโชคลาภ เช่นถูกล๊อตเตอรี่รางวัลมาก ก็คิดบ่อยๆ จนนอนไม่ค่อยหลับ ดังนั้น คิดบ่อยๆ หรือคิดน้อยๆ ก็จัดว่าเป็นตัววิตกเจตสิก เว้นแต่คนนอนหลับสนิทไม่ได้คิดอะไรเลย วิตกเจตสิกจึงไม่ประกอบ

ในพระพุทธศาสนา วิตกมิใช่ทุกข์ร้อนนอนไม่หลับ หรือมิใช่วิตกกังวลดังที่คนโดยมากพากันเข้าใจ แต่ในการที่คิดมากหรือคิดบ่อยๆ นั้นก็มีวิตกประกอบ เพื่อทำงานด้วย

ป.ผมต้องขอให้คุณลุงกำหนดลงไปเสียก่อนว่า ตามหลักธรรมะนั้น วิตกคืออะไร แล้วขอได้โปรดยกตัวอย่างขึ้นมาสักตัวอย่างหนึ่งว่า วิตกเจตสิกที่ว่าประกอบกับจิตนั้นทำการงานอะไรบ้าง

ก. ลุงก็จะต้องบรรยายตามที่หลานถามมาแน่นอน แต่ต้องการให้หลานเข้าใจง่ายขึ้น ทั้งเข้าใจกว้างขวางขึ้น เผื่อว่าหลานจะได้ออกไปเป็นครูแทนลุงได้ในวันหนึ่งข้างหน้า หรือจะได้อธิบายให้ญาติมิตรของหลานฟัง ลุงจึงยังมิได้ชี้ลงไปตรงๆ ลุงจะขอถามสักหน่อย

ถ้าหลานจะเอาสมุดก็ดี ดินสอก็ดี หรือของอะไรก็ดี มาวางไว้บนโต๊ะตัวนี้ หลานจะทำอย่างไร

โดย พี่เณร..นำมาฝาก [24 ก.ค. 2550 , 07:13:45 น.] ( IP = 58.9.136.170 : : )


  สลักธรรม 3



ป.ผมก็จะหยิบเอาขึ้นมาวางลงไปก็ไม่เห็นว่าจะมีอะไร คุณลุงถามเรื่องนี้ทำไมขอรับ

ก. ลุงต้องการจะให้หลานเห็นว่า หลานจะต้องมาเอาของเหล่านั้นขึ้นมาวาง ไม่มีการเกิดมีของเหล่านั้นขึ้นมาเองได้เลยเป็นอันขาด และของที่ถูกยกขึ้นมาวางบนโต๊ะนี้จะหนักหรือเบาก็ตามก็จะต้องออกแรงยกขึ้นมาทั้งนั้น แม้แต่สำลีที่เป็นของเบาๆ ก็จะต้องยกขึ้นมาเหมือนกัน แต่ออกแรงน้อยกว่า หลานจะมีข้อคัดค้านอะไรหรือไม่

ป.ไม่มีดอกขอรับ

ก. ด้วยเหตุนี้ ลุงก็จะขอถามต่อไปว่า การที่หลานมองดูแล้วเห็นของที่วางอยู่บนโต๊ะนั้น จิตของหลานคือ "จิตเห็น" ก็เกิดขึ้น ในขณะนี้จิตของหลานจะอยู่ที่ไหน

ป. จิตของผมก็จะอยู่กับของที่เห็น

ก. เมื่อหลานได้ยินเสียงที่ลุงพูด ขณะที่ได้ยินนั้น จิตของหลานจะอยู่ที่ไหน

ป. จิตของผมก็จะอยู่กับเสียงที่คุณลุงพูด

โดย พี่เณร..นำมาฝาก [24 ก.ค. 2550 , 07:14:28 น.] ( IP = 58.9.136.170 : : )


  สลักธรรม 4



ก. ด้วยตัวอย่างดังแสดงมานี้เอง หลานก็จะได้ความจริงว่า เมื่อเห็นของอะไร เมื่อได้ยินในเรื่องอะไรเข้าแล้ว ก็ย่อมแสดงให้เห็นว่า จิตของหลานได้ยกขึ้นสู่อารมณ์นั้น อันได้แก่ยกจิตขึ้นสู่อารมณ์รูป และยกจิตขึ้นสู่อารมณ์เสียงที่ได้ยิน (เว้นทวิปัญจวิญญาณ ๑๐ ซึ่งจะศึกษาภายหลัง)

โดยทำนองเดียวกันนี้เอง เมื่อหลานคิดนึกถึงเรื่องอะไร หลานก็จะต้องยกจิตขึ้นสู่อารมณ์หรือเรื่องที่คิดนึกนั้น เช่นเดียวกัน ถ้ามิได้ยกจิตขึ้นสู่อารมณ์แล้ว จิตจะเกิดขึ้นมาเองกระไรได้ เช่นถ้ามิได้ยกจิตขึ้นสู่อารมณ์ที่เป็นรูปก็จะเห็นรูปไม่ได้ ถ้ามิได้ยกจิตขึ้นสู่อารมณ์เสียง ก็จะได้ยินไม่ได้ และถ้ามิได้ยกจิตขึ้นสู่อารมณ์ต่างๆ ที่คิดนึก จะคิดขึ้นมาเองได้หรือ ทั้งนี้เหมือนตัวอย่างที่ลุงยกขึ้นมาคือ จะต้องยกของขึ้นวางบนโต๊ะนั่นเอง (มีจิตบางประเภทไม่ต้องยก)

เมื่อขณะที่หลานนอนไม่หลับ เพราะคิดถึงเรื่องราวสารพัด ไม่ว่าจะเป็นความดีใจหรือความเสียใจก็ตาม เรื่องราวต่างๆ ที่เก็บเอาไว้ในจิตนั้นก็เข้ามากระทบกับจิตใจ ในขณะเดียวกันนี้วิตกเจตสิกได้ยกจิตขึ้นสู่อารมณ์นั้น เมื่อจิตยกขึ้นสู่อารมณ์นั้นบ่อยๆ การนอนให้หลับจึงเกิดขึ้นมาไม่ได้

ฉะนั้น คนนอนไม่หลับ เราพูดว่าเป็นคนมีวิตกมากก็เป็นการถูกต้องตามสภาวธรรมเหมือนกัน เพราะยกจิตขึ้นสู่อารมณ์อยู่เสมอ ขอแต่อย่าเพ่งเล็งไปแต่ในเรื่องวิตกกังวล อันหมายถึงความทุกข์ร้อนอย่างเดียว

โดย พี่เณร..นำมาฝาก [24 ก.ค. 2550 , 07:15:09 น.] ( IP = 58.9.136.170 : : )


  สลักธรรม 5



คนบางคนได้ฝึกฝนจิตของตนจนชำนาญในการยกขึ้นสู่อารมณ์ต่างๆ โดยมากมักเป็นอารมณ์ที่ไม่ดี

เช่นคิดนึกในเรื่องราวทุกข์ร้อนที่ตนได้รับมาเมื่อตอนกลางวันหรือในอดีตที่ล่วงมาแล้วนานๆ เช่น มีเรื่องที่ไม่สมประสงค์ในสิ่งที่ปรารถนา หรือพลัดพรากจากสิ่งอันเป็นที่รัก มีเรื่องราวผิดพ้องหมองใจกัน เรื่องลูกเรื่องหลานที่ไม่เป็นไปดังใจ เรื่องหนี้สินที่ยังค้างชำระ หรือเป็นเจ้าหนี้เรียกเงินทองจากลูกหนี้ไม่ได้ หรือเป็นห่วงเป็นกังวลเรื่องอาชีพ เรื่องที่จะอดอยากยากจน หรือป่วยเจ็บทุกข์ทรมานไปจนถึงล้มตาย

ความทุกข์ร้อนดังกล่าวมาจะเกาะกินใจให้ต้องคิดต้องตรองอยู่วันละหลายๆ ครั้ง แล้วเอามาครุ่นคิดในตอนจะนอน ซ้ำแล้วซ้ำอีกจนเป็นเหตุให้นอนไม่หลับ เพราะคิดไปมากมายจนนับจำนวนไม่ได้ พยายามละเว้นเท่าใดก็ไม่ค่อยจะสำเร็จ จนเกิดความทุกข์ร้อนเกิดขึ้น จนบางครั้งหน้าตาหมองคล้ำ แล้วก็ซ้ำเติมด้วยความกังวลใจ เพราะเป็นห่วงเรื่องนอนไม่หลับแถมเข้ามาอีกเรื่องหนึ่ง

นอกจากนั้นบางคนยังไม่มีเรื่องราวสลักสำคัญเท่าใดนัก ก็ยังอดคิดเป็นห่วงเป็นกังวลไม่ได้ แม้เรื่องเล็กๆ น้อยๆ หรือเรื่องราวยังมิได้เกิดขึ้น ก็เอามาคิดเสียเป็นคุ้งเป็นแคว

เช่นกลัวลูกที่ไปเที่ยวต่างจังหวัด จะรถคว่ำได้รับบาดเจ็บล้มตาย เพราะข่าวในหนังสือพิมพ์ลงกันเสมอ หรือกลัวว่าจะถูกออกจากงาน กลัวว่าถ้าออกแล้วจะทำอย่างไร คงจะเดือดร้อนมากเหลือเกิน ลูกเต้ากินอยู่เล่าเรียนจะเอาที่ไหน แล้วลูกๆ จะกลายเป็นคนโง่ ต้องลำบากยากจนต่อไป หรือกลัวว่าจะป่วยจะเจ็บเรื้อรังหรือทุพพลภาพ เพราะหมอดูได้ทายเอาไว้เช่นนั้น เหล่านี้เป็นต้น

โดย พี่เณร..นำมาฝาก [24 ก.ค. 2550 , 07:15:51 น.] ( IP = 58.9.136.170 : : )


  สลักธรรม 6



ป. ถ้าเป็นเช่นคุณลุงว่ามาแล้ว จะทำอย่างไร จึงจะสกัดกั้นมิให้มันเกิดขึ้นได้ ผมเองก็เคยเห็นฤทธิ์มันมาแล้วเหมือนกัน

ก. หลานคงจะเห็นฤทธิ์เมื่อตอนจากกับคู่รักเป็นแน่ ในเรื่องความเศร้าหมองใจแล้วก็อดคิดไม่ได้ จะเกิดขึ้นโดยไม่เลือกว่าใครทั้งนั้น ไม่ว่าเป็นผู้ดีหรือผู้ร้าย ไม่ว่าจะมั่งมีหรือยากจน ก็คงจะได้เห็นฤทธิ์มันมาแล้วด้วยกัน จะต่างกันก็ตรงที่มากหรือน้อย ยาวนานหรือเป็นไปในระยะสั้นเท่านั้น

เวลานี้เราก็กำลังเรียนเรื่องของวิตกเจตสิก มิใช่เรียนเรื่องแก้ทุกข์จากการคิดมากจนนอนไม่หลับ แต่ไหนๆ หลานก็ถามมาแล้ว ลุงก็จะอธิบายวิธีแก้ไขให้ฟังนิดหน่อย อย่างไรก็ดี เราก็ควรจะได้ทราบถึงสาเหตุของวิตกที่ชอบยกจิตขึ้นสู่อารมณ์ต่างๆ เสียบ้าง แล้วก็ควรจะทราบด้วยว่าความคิดดังกล่าวจะเป็นผลเสียหายแก่ร่างกายและจิตใจอย่างไร

โดย พี่เณร..นำมาฝาก [24 ก.ค. 2550 , 07:16:22 น.] ( IP = 58.9.136.170 : : )


  สลักธรรม 7



คนโดยมากมีความเข้าใจผิดคิดว่า ความเป็นบาปเกิดขึ้นได้ก็กับพวกที่ทำทุจริตคิดมิชอบเท่านั้น เช่น คดโกง หรือฆ่าสัตว์ตัดชีวิตเป็นต้น ด้วยเหตุดังนี้เอง จึงได้พากันพูดว่า "ฉันจะต้องไปเล่าเรียนศึกษาธรรมะทำไมให้เสียเวลา ฉันอยู่บ้านก็มิได้ทำบาปกรรมอะไรเลย ไม่ได้ฆ่าสัตว์ตัดชีวิต แล้วก็ไม่ได้คิดร้ายต่อใครด้วย"

คนที่มีแต่ความขึ้งเครียดโกรธแค้น คนที่มีความทุกข์ร้อนเศร้าหมอง แม้จะมากมายสักเท่าใด จะเกิดอยู่เป็นเวลานานสักเพียงไหน คนโดยมากพากันเข้าใจว่า ไม่เป็นบาปกรรมอะไรเลย ด้วยเหตุที่ว่า มิได้ทำให้ผู้ใดเดือดร้อน

ความเข้าใจผิดดังนี้ก็เพราะขาดการศึกษาเล่าเรียนเรื่องของชีวิตจากพระธรรมให้บังเกิดความเข้าใจเพียงพอ ผลก็คือ อกุศลจิตก็เกิดอยู่แก่ตนทับถมเข้าทุกวันโดยมิได้รู้สึกตัว ทั้งแก้ไขปรับปรุงจิตใจก็ไม่มีดอกาสจะทำให้ประณีตได้ เพราะไม่เข้าใจไม่ยอมศึกษา

แม้อำนาจของกรรมดังกล่าวนี้ จะมีกำลังน้อยผลักส่งให้ไปปฏิสนธิคือเกิดในชาติหน้าโดยตรงไม่ได้ ความเศร้าหมองความเร่าร้อนใจนั้นก็จะชักชวนอกุศลประเภทเดียวกันนี้ที่มีกำลังมากให้เกิดขึ้น แล้วก็สามารถส่งให้ไปปฏิสนธิยังชาติหน้าในทุคติภูมิ อันเป็นภพภูมิที่เกิดขึ้นมาแล้วมีแต่ความลำบากเดือดร้อนแสนสาหัสก็ได้ไม่ยากเย็นแต่อย่างใด เพราะผู้ใช้ความคิดเศร้าหมองอยู่เสมอดังกล่าว เป็นการทำทางให้เดินสะดวก จึงได้รับผลทั้งในชาตินี้และชาติหน้าด้วย

โดย พี่เณร..นำมาฝาก [24 ก.ค. 2550 , 07:16:50 น.] ( IP = 58.9.136.170 : : )


  สลักธรรม 8



นอกจากจะได้รับในชาตินี้ ที่ทำให้บังเกิดความเร่าร้อนอยู่เสมอ ทำร้ายร่างกายและจิตใจของตนเอง จนบางครั้งบางคราวทำให้เจ็บป่วยเจ็บเรื้อรัง หรือกลายเป็นโรคประสาท โรคจิต และให้ผลในปฏิสนธิชาติหน้าแล้ว อำนาจของการอบรมบ่มนิสัยให้เป็นคนช่างคิดแต่ในแง่ร้าย อำนาจของการอบรมจิตของตนให้เป็นคนชอบครุ่นคิดแต่เรื่องเศร้าหมองใจ ก็จะติดตัวตามไปเมื่อเกิดในชาติหน้า

เช่นเกิดเป็นมนุษย์ ก็จะอดคิดอดทำดังที่มีความสันทัดจัดเจนมาแล้วไม่ได้ ผลอันเป็นความเสียหายดังกล่าวนี้น่าหวาดกลัวอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มีการศึกษาในเรื่องชีวิตเข้าใจ แต่สำหรับผู้ไม่ยอมศึกษาเล่าเรียนก็ยังกล่าวถึงกันว่า มิได้ทำบาปกรรมอะไรเลย มิได้ทำให้ใครเดือดร้อนแม้แต่สักนิด เมื่อพิจารณาดูแล้วก็จะเห็นว่า เป็นผู้ที่น่าสงสารเป็นอย่างยิ่ง

วิธีแก้ไขมิให้จิตตกลงไปในอกุศลประเภทนี้ ในพระพุทธศาสนามีวิธีแก้ไขมากมายแต่เรามิได้ศึกษากันในเรื่องดังกล่าว ฉะนั้น จึงขอให้หลานกลับไปทบทวนดูในบทเรียนทีได้ผ่านมาแล้วคือ ในการฝึกหัดสมาธิเพื่อให้จิตตั้งอยู่ในความสงบมีอารมณ์เป็นอันเดียว ในการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานที่ลุงได้บรรยายมา ขอให้ดูเสียให้เข้าใจ ขอให้ฝึกฝนอยู่เสมอจนเกิดความชำนาญ จนจิตไวต่อความสำนึกรู้สึกตัว

ในประการสุดท้ายที่สำคัญมากที่สุด ได้ประโยชน์มากที่สุด และจะแก้ปัญหาดังกล่าวได้ดีที่สุดก็คือ การศึกษาเรื่องของชีวิตจากพระอภิธรรมปิฎกเสียให้เข้าใจ เมื่อมีความเข้าใจดีพอสมควรแล้ว เหตุการณ์ทั้งหลายที่ไม่พึงปรารถนาอันแวดล้อมชีวิตอยู่ ก็จะมากระทบกระเทือนใจได้น้อยเพราะไม่มีแรงหรือกระทบแล้วรู้สึกไม่หนักหนาอะไร

ความเศร้าหมอง ทุกข์ร้อน วุ่นวายเกิดมากไม่ได้ ทั้งเมื่อเกิดขึ้นมาแล้วก็จะหลีกลี้หนีหน้าไปโดยเร็ว ผู้ศึกษาเล่าเรียนจึงมีความสุข ความสงบ มีความเยือกเย็นใจ เหมือนได้เปลี่ยนชีวิตเสียใหม่ หลานก็ได้ศึกษาเล่าเรียนมาพอสมควรแล้ว มิได้เป็นดังที่ลุงกล่าวนี้ดอกหรือ หลานมิได้มีความสุขมากยิ่งขึ้นกว่าเดิมหรืออย่างไร

โปรดติดตามตอนต่อไป

โดย พี่เณร..นำมาฝาก [24 ก.ค. 2550 , 07:17:19 น.] ( IP = 58.9.136.170 : : )


  สลักธรรม 9

ปกิณณกเจตสิกคือเรื่องที่เริ่มเรียนกันในบทนี้ กระผมได้ตามอ่านพร้อมทำความเข้าใจในสิ่งที่ท่านอาจารย์อธิบายมานี้ ทำให้รู้สึกได้ถึงบาปกรรม และบุญทานต่างๆที่ทำไปแล้วนั้น เห็นถึงความครุ่นคิดวิตก และความรู้สึกปิติที่ทั้งสองอารมณ์ แม้จะต่างกันก็ล้วนมีอิทธิพลมากจริงๆครับ

โดยส่วนมากแล้วเราจะเข้าใจผิดกันอย่างมากดังที่ท่านอาจารย์กล่าวแสดงไว้



กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์อย่างสู.ครับ ในความเมตตากรุณาชี้ให้เห็นถึงการงานของชีวิตที่เป็นไปโดยธรรมะครับผม

โดย เทพธรรม [24 ก.ค. 2550 , 07:29:37 น.] ( IP = 58.9.136.170 : : )


  สลักธรรม 10


มาศึกษาต่อค่ะ

อ่านแล้วรู้สึกว่าวิตกเจตสิก ทำงานอยู่ตลอดทั้งวันเลย แม้การครุ่นคิดเรื่องต่างๆ
ทั้งที่ผ่านมาแล้ว หรือที่ยังไม่เกิดขึ้นก็ตาม
โดยเฉพาะเรื่องทุกข์ร้อนใจ มักจะเกิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า นี่ก็ด้วยการทำงานของวิตกเจตสิก
ซึ่งเป็นเพราะเราฝึกจนชำนาญนั่นเอง

กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์เป็นอย่างสูงค่ะ
ที่อธิบายให้เห็นชัดถึงความมหัศจรรย์ของชีวิต

กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์มากค่ะ

อนุโมทนาและและกราบขอบพระคุณพี่เณรเป็นอย่างยิ่งค่ะที่นำสิ่งประเสริฐมาฝาก

โดย พี่ดา (พี่ดา) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [24 ก.ค. 2550 , 10:08:11 น.] ( IP = 124.121.171.160 : : )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org