| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
ความมหัศจรรย์ของชีวิต เจตสิกปรมัตถ์ (๑๖)
![]()
![]()
ความมหัศจรรย์ของชีวิต เจตสิกปรมัตถ์ (๑๖)
โดย อาจารย์บุญมี เมธางกูร
ตอนที่ผ่านมา
ป. สวัสดีขอรับ คุณลุง
ก. สวัสดี หลาน
ป. เมื่อคราวที่แล้ว คุณลุงได้บรรยายถึงวิตกเจตสิกไปแล้ว ผมก็พอจะมีความเข้าใจ คำว่า "วิตก" นั้น มิใช่ความทุกข์ร้อนกังวลใจในเรื่องอะไร ตามความเข้าใจของบุคคลทั้งหลาย หากแต่เป็นเจตสิกตัวหนึ่งทำหน้าที่ยกจิตขึ้นสู่อารมณ์ต่างๆ เช่น เห็น ได้ยิน และคิดนึกเป็นต้น ในวันนี้ผมจะมาขอศึกษาเรื่องของเจตสิกตัวต่อจากวิตกไป คุณลุงได้โปรดบรรยายไปตามลำดับด้วย
ก. เจตสิกตัวต่อวิตกนั้นก็ได้แก่ "วิจาร" ก่อนที่ลุงจะได้อธิบายวิจารเจตสิก ลุงคิดว่า จำเป็นที่จะให้หลานได้อธิบายถึงวิตกเจตสิกเสียก่อนโดยย่อ ด้วยว่าถ้ามิได้นำทางโดยวิตกเจตสิกเสียก่อนแล้ว การอธิบายวิจารเจตสิกก็จะทำให้เข้าใจไม่ดี
ป. ได้ซิขอรับ
วิตกเจตสิกที่ผมได้ศึกษามานั้นก็เป็นเจตสิกตัวหนึ่ง ที่ทำหน้าที่ยกจิตขึ้นสู่อารมณ์ต่างๆ มีเห็น ได้ยิน เป็นต้น เช่น ผมเห็นรูปภาพที่ฝาผนังได้ก็เพราะวิตกเจตสิกได้ได้ยกจิตเข้าสู่รูปภาพนั้น หรือผมได้ยินเสียงที่คุณลุงพูดได้ ก็เพราะวิตกเจตสิกได้ทำหน้าที่ยกจิตเข้าไปตั้งอยู่ในอารมณ์คือเสียงนั้น
ในอารมณ์ทางทวารอื่นๆ ก็เหมือนกัน ถ้าวิตกเจตสิกนี้มิได้มี จิตใจของเราก็ไม่มีตัวยกให้ไปสู่อารมณ์ได้ เราก็จะไม่บังเกิดอารมณ์ต่างๆ เช่น เห็น ได้ยิน คิดนึก ดังที่ได้รับกันอยู่ในขณะนี้
โดย พี่เณร..นำมาฝาก [26 ก.ค. 2550 , 08:36:48 น.] ( IP = 58.9.143.89 : : ) [ 1 ] [ 2 ]
สลักธรรม 1
ก.เมื่อวิตกเจตสิกได้ยกจิตให้ตั้งอยู่ในอารมณ์นั้นๆ เช่น ยกจิตเข้าสู่เสียงที่ลุงพูดแล้ว เหตุใดจิตจึงตั้งอยู่ที่เสียงนั้นได้ โดยมิได้หลุดหายไปเสียในทันใดนั้น
ป. ข้อนี้ผมก็ไม่ทราบ
ก.การที่จิตยังตั้งอยู่ในอารมณ์นั้นได้ก็เพราะว่า มีเจตสิกอยู่ตัวหนึ่งเป็นตัวทำหน้าที่ประคองอารมณ์นั้นๆ ให้ตั้งอยู่ มิให้หลุดออกไปเสียในทันใด ตัวการที่กระทำหน้าที่นี้ในทางธรรมะเรียกชื่อว่า "วิจารเจตสิก"
ป. เอ๊ะ คุณลุงขอรับ คำว่า "วิจาร" นั้น ทำไมคุณลุงจึงได้แปลว่า ประคองอารมณ์ เพราะวิจารนี้ในพจนานุกรมบาลี-ไทยก็แปลว่า ไตร่ตรอง การใคร่ครวญ การตรวจตรา ต่างหาก
นอกจากคำแปลดังกล่าว ก็ยังมีความหมายถึงการวิพากษ์วิจารณ์เรื่องราว หรือบทความต่างๆ ที่นักประพันธ์ทั้งหลาย ทั้งพวกอาชีพ หรือพวกสมัครเล่นได้ประพันธ์ขึ้นไว้ว่า ดีหรือไม่ดีประการใด เป็นต้น
ก.ลุงก็มิได้เถียงว่า "วิจาร"นั้น ไม่ได้แปลดังที่หลานได้อ้างมา หากแต่ตามหลักปรมัตถธรรม วิจารเจตสิกจะเกิดขึ้นมาพร้อมกับวิตกเจตสิก กระทำหน้าที่ประคองจิตให้อยู่ในอารมณ์นั้นๆ ให้ตั้งอยู่ได้ต่อๆ กันไป ไม่ให้หายไปเสียง่ายๆ
โดย พี่เณร..นำมาฝาก [26 ก.ค. 2550 , 08:37:24 น.] ( IP = 58.9.143.89 : : )
สลักธรรม 2
หลานก็ทราบแล้วว่า อารมณ์ที่เข้ามากระทบนั้น เกิดขึ้นติดต่อกันไปมิได้ขาดสายอย่างน้อยก็ชั่วระยะหนึ่ง เช่น เสียงอันเป็นคลื่นแห่งความสั่นสะเทือนของอากาศ เมื่อสียงเกิดขึ้นมากระทบกับจิตที่โสตปสาทะคือประสาทหูนั้น หาได้กระทบครั้งเดียวแล้วก็ดับหรือสลายตัวไปไม่ ช่วงคลื่นในขนาดต่างๆ ได้ทยอยกันกระทบกับประสาทหูต่อๆ กันไป จนกว่าจะสิ้นสุดเสียงนั้น หรือเราไม่ต้องการอารมณ์นั้นๆ แล้ว
เช่น ถ้าลุงเคาะระฆังขึ้นสักทีหนึ่ง เสียงของระฆังจะดัง แล้วยังครางกังวานอยู่ ในขณะนี้จิตได้ยินก็จะเกิดขึ้น ในขณะที่จิตได้ยินเกิดขึ้นนี้ อะไรๆ หลายอย่างก็เกิดขึ้นประชุมพร้อมกัน เรียกว่า สัมปยุตตธรรม ซึ่งแต่ละประเภทก็กระทำหน้าที่ไปคนละอย่าง
วิตกเจตสิกก็ทำหน้าที่ยกจิตขึ้นสู่อารมณ์ในเสียงครางของระฆัง ซึ่งเกิดจากช่วงคลื่นของเสียงเข้ามากระทบในขนาดปละจังหวะที่ติดๆ กันโดยรวดเร็ว ส่วนวิจารก็ทำหน้าที่ประคองไว้ซึ่งอารมณ์อันได้แก่เสียงที่ครางนั้น ตั้งแต่ช่วงคลื่นของการกระทบครั้งแรก แล้วก็ประคองต่อๆ มา เพื่อให้จิตตั้งอยู่ในอารมณ์เสียงนั้นไม่ให้ขาดสาย
การที่ลุงได้อธิบายมานี้ เป็นการพูดให้เกิดขึ้นอย่างช้าๆ จากเสียงที่ครางของระฆังที่ดังยาวนาน ด้วยความปรารถนาจะให้หลานเข้าใจว่า วิจารเจตสิกนั้นประคองอารมณ์อย่างนี้ จึงได้ยกเอาระฆังที่มีเสียงกังวานค่อนข้างยาวขึ้นมาตั้งเพื่อให้เห็นได้ชัดเจน โดย พี่เณร..นำมาฝาก [26 ก.ค. 2550 , 08:37:47 น.] ( IP = 58.9.143.89 : : )
สลักธรรม 3
แต่หลานก็เป็นนักศึกษาที่มีความเข้าใจในเรื่องของวิทยาศาสตร์อันว่าด้วยเสียงดี ดังนั้นคงจะพอเข้าใจแล้วว่า แม้เสียงที่เกิดขึ้นจะเป็นเสียงเดียว แล้วเกิดขึ้นดูเหมือนว่าขณะเดียว เช่น ลุงเคาะที่โต๊ะ ดังนี้ ช่วงคลื่นของเสียงก็จะต้องเกิดขึ้นติดต่อกันไป แล้วจิตก็จะรับกระทบเสียงนั้นติดต่อกันไปโดยรวดเร็ว ฉะนั้น ถ้าจิตมิได้มีวิจารเจตสิกเพื่อประคองให้จิตตั้งอยู่ในอารมณ์นั้นแล้ว เราก็คงจะไม่ได้ยินเสียงเป็นแน่
ในเรื่องนี้ ถ้าหลานจะพิจารณาให้ดีๆ ก็จะเห็นว่า วิจารเจตสิกกับวิตกเจตสิกนั้น วิจารเจตสิกรับอารมณ์ได้สุขุมมากกว่าวิตกเจตสิก ทั้งต้องอาศัยความคิดอ่านให้มากขึ้นสักหน่อยด้วยจึงจะเข้าใจดี แล้วยกอารมณ์ทางทวารอื่นๆ ขึ้นมาดูด้วย
ป. ผมก็พอจะเข้าใจได้บ้างแล้ว แต่ถ้าคุณลุงจะยกตัวอย่างอีกสักตัวอย่างหนึ่งก็จะดี
ก. ได้ซีหลาน หลานเคยเลี้ยงน้องที่ตัวเล็กๆ ที่เพิ่งคลานได้เก่งๆ มาไม่ใช่หรือ?
ป. เคยขอรับ คุณลุงถามเรื่องนี้ทำไม?
ก.ดีละ อยากรู้ว่าอยู่ๆ เมื่อน้องอยากจะยืนก็ยืนขึ้นมาได้เองทีเดียวหรือ?
ป. หามิได้ขอรับ ต้องฝึกหัดกันอีกนาน เรียกกันว่า ตั้งไข่ บางทีเราก็ต้องจับให้เขายืนขึ้น
ก. เมื่อหลานจับให้น้องตั้งไข่ คือยืนขึ้นแล้ว หลานก็ปล่อยมือ เลยทีเดียวหรือ?
ป. มิได้ขอรับ ถ้าขืนปล่อยมือน้องก็จะล้มลงมาได้รับความเจ็บปวด เพราะน้องยังยืนไม่แข็งตั้งมั่นยังไม่ได้
โดย พี่เณร..นำมาฝาก [26 ก.ค. 2550 , 08:38:18 น.] ( IP = 58.9.143.89 : : )
สลักธรรม 4
ก.วิตกเจตสิกก็เหมือนกับหลานจับน้องให้ยืนตั้งไข่ วิจารเจตสิกก็เหมือนกับหลานประคองไว้ให้น้องยืนอยู่ จะได้ไม่ล้มลงมาง่ายๆ ลุงซักถามหลานให้เข้าใจเช่นนี้ คงจะขาวขึ้นบ้างแล้วกระมัง หรือยังจะขอตัวอย่างอีก
ป. ไม่ต้องก็ได้ขอรับ ผมพอจะเข้าใจดี แต่ถ้าคุณลุงมีตัวอย่างที่เหมาะสมเพิ่มเติมอีกสักเล็กน้อย ผมก็จะตั้งใจฟัง
ก.ขอให้หลานทำความเข้าใจไว้ให้ดี เพราะภาษาไทยเรานั้น พูดเข้าไปให้ถึงความจริงแท้ๆ บางทีก็ไม่ได้ เมื่อมีผู้ใดผู้หนึ่งแปลถ้อยคำออกไปอีกอย่างหนึ่งจะได้ไม้คิดเขวไป เพราะบางทีลุงก็เห็นบางท่านแปลวิจารเจตสิกไปอีกอย่างหนึง เมื่อถามว่า วิจารเจตสิก คืออะไร ท่านก็จะตอบว่า คิดบ่อยๆ นึกบ่อยๆ ผู้ฟังก็จะเข้าใจไปว่า ในอารมณ์เดียวแล้ววิจารจะเกิดไม่ได้ ต้องคิดบ่อยๆ วิจารจึงเกิดขึ้นได้ ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ไม่ถูกต้อง
หรือบางท่านก็จะแปลวิจารเจตสิกว่า ความพิจารณาอารมณ์ ท่านผู้แปลเองก็คงจะมีความเข้าใจ แต่ผู้ฟังอาจจะคิดไปว่า จะต้องนั่งคิดนั่งพิจารณาอารมณ์ไปเสีย ซึ่งเป็นการเข้าใจผิดราวฟ้ากับดินทีเดียว ในเรื่องนี้หลานจะต้องระวัง ลุงจะขอถามหลานสักหน่อยว่า เห็นอะไรอยู่ในมือของลุงบ้าง?
โดย พี่เณร..นำมาฝาก [26 ก.ค. 2550 , 08:38:45 น.] ( IP = 58.9.143.89 : : )
สลักธรรม 5
ป. เห็นสีแดงขอรับ
ก.หลานเห็นสีแดงได้จริงๆ หรือช่วงคลื่นของแสงที่สะท้อนเข้ามากระทบตานั้นเป็นสีแดง ดังที่หลานเห็นหรือเปล่า
ป. คลื่นของแสง เป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า มีความถี่สูงมาก มีความยาวคลื่นตั้งแต่ ๔,๐๐๐ อังสตรอม (Angstrom) ไปจนถึง ๗,๐๐๐ อังสตรอม (๑ อังสตรอม= ๑/๑๐๐,๐๐๐,๐๐๐ ซม.)
ถูกละที่สีเกิดจากแสง สีต่างๆ เกิดจากแสงก็ด้วยอาศัยความยาวคลื่นของแสงแต่ละสีต่างๆ กัน เช่น แสงสีแดงมีความยาวคลื่นยาวที่สุด คือ ๐,๐๐๐,๐๖๖ ซม.
การที่เราเห็นวัตถุเป็นสีต่างๆ นั้น ก็เพราะวัตถุทึบแสงนั้น ดูดรังสีของแสงทั้ง ๗ รังสีเอาไว้ แล้วแต่จะดูดรังสีของแสงใดเอาไว้ แต่สำหรับการที่เราเห็นเป็นสีแดงนั้น ก็แสดงว่า วัตถุนั้นดูดรังสีของแสงเอาไว้เสียทุกสี ยกเว้นสีแดง ดังนั้น แสงสีแดงจึงได้สะท้อนมาสู่นัยน์ตาของเรา เราจึงได้เห็นเป็นสีแดง
โดย พี่เณร..นำมาฝาก [26 ก.ค. 2550 , 08:39:09 น.] ( IP = 58.9.143.89 : : )
สลักธรรม 6
ก.หลานลองบอกอัตราความเร็วของแสงมาดูทีหรือ ว่ามันเร็วมากน้อยสักเท่าใด เมื่อเทียบกับลูกปืนที่ยิงออกจากปากกระบอก
ป. ความเร็วของแสงนั้นน่าพิศวงมาก เพราะแสงนั้นใช้เวลาเดินทางได้ถึง ๑๘๖,๐๐๐ ไมล์ ต่อ ๑ วินาที แต่ความเร็วของลูกปืนที่ออกจากปากกระบอกนั้นประมาณ ๐.๕ ไมล์ ต่อ ๑ วินาที เท่านั้น เทียบกันไม่ได้เลย
ก. ตามที่หลานได้แสดงถึงเรื่องของแสง ที่สะท้อนมากระทบตาทำให้เราเห็นเป็นสีแดงนั้น ย่อมแสดงว่าคลื่นของแสงสีแดงนั้นได้มากระทบกับตาติดต่อกันโดยรวดเร็วต่อๆ กันไปมากมาย ซึ่งตัวการที่มากระทบตานี้ทางธรรมะเรียกชื่อว่า รูปารมณ์ และรูปารมณ์นี้จะเป็นสันตติคือการสืบต่อกระทบตาต่อๆ กันไป ซึ่งจะนับจำนวนไม่ได้
จิตที่รับประทบรูปารมณ์นั้นเล่า ก็เกิดดับจับรูปารมณ์นั้นต่อๆ กันไป อยู่มากมายเหมือนกัน ด้วยเหตุนี้เองลุงจึงขอถามหลานว่า ถ้าจิตใจไม่มีตัวช่วย คือ ไม่มีวิจารเจตสิก ที่กระทำหน้าที่ประคองอารมณ์เอาไว้แล้ว หลานจะเห็นเป็นสีแดงได้หรือ จิตใจจะรับประทบคลื่นแสงต่อๆ กัน จนทราบว่าเป็นสีแดงได้อย่างไร
โดย พี่เณร..นำมาฝาก [26 ก.ค. 2550 , 08:39:33 น.] ( IP = 58.9.143.89 : : )
สลักธรรม 7
ป. คุณลุงอธิบายมานี้ นับว่าทำความเข้าใจได้มากทีเดียว เรื่องนี้เป็นเรื่องลึกซึ้งเข้าใจได้ยากมาก แต่เมื่อมีตัวอย่างมาประกอบกับคำอธิบายจนบังเกิดความเข้าใจแล้ว ผมก็โล่งใจไปมากทีเดียว
ก. ถ้าหลานมีความเข้าใจแล้ว ลุงก็มีความยินดี แต่ลุงจะขอเติมให้หลานจำไว้อีกข้อหนึ่งว่า วิตก วิจารเจตสิกนั้น เกิดขึ้นได้ทั้งฝ่ายกุศลและอกุศล ตลอดไปจนถึงเป็นองค์ของฌานด้วย
วิจารเจตสิกนั้น มีลักขณาทิจตุกะ ดังนี้
๑. อารมฺมณานุมชฺฌน ลกฺขโณ มีการประคองอารมณ์ เป็นลักษณะ ๒. ตตฺถ สหชาตานุโยชน รโส มีการทำให้สหชาตธรรมประกอบในอารมณ์ เป็นกิจ ๓. จิตฺตอนุปฺปพนฺธ ปจฺจุปฎฺฐาโน มีจิตทำให้จิตอยู่ในอารมณ์ เป็นผล ๔. เสสขนฺธตฺตย ปทฏฺฐาโน มีนามขันธ์ทั้ง ๓ ที่เหลือ (เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ วิญญาณขันธ์) เป็นเหตุใกล้
โปรดติดตามตอนต่อไป ![]()
โดย พี่เณร..นำมาฝาก [26 ก.ค. 2550 , 08:41:44 น.] ( IP = 58.9.143.89 : : )
สลักธรรม 9ตามมาศึกษาต่อเพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องในเรื่องของจิตค่ะ
กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์ค่ะโดย เซิ่น (เซิ่น) [26 ก.ค. 2550 , 14:10:40 น.] ( IP = 203.146.147.13 : : )
[ 1 ] [ 2 ]
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |